อาจารย์อัครพงษ์ เอกศิริ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ชวนให้ไปดูโครงการหุ่นยนต์เด็กเสิร์ฟของมหาวิทยาลัยฯ เพื่อการพาณิชย์ ที่เริ่มจุดประกายมาตั้งแต่ปลายปี 2551
อาจารย์อัครพงษ์ บอกว่า ตอนนั้นเราทำขึ้นมา 2 ตัว...เป็นหุ่นยนต์ รับออเดอร์อาหาร ชื่อ... "ออเดอร์ 1" กับ "ออเดอร์ 2" วันนี้ใช้งานจริง
อยู่ที่ร้านสุกี้เอ็มเคบางนา กับเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ
แล้วก็มาถึงพระเอกของเรา หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร ชื่อว่า
"เซิร์ฟ 1" ใช้งานจริง เสิร์ฟจริงอยู่ที่เซ็นทรัลพระราม 3 เช่นเดียวกัน
หุ่นยนต์ทั้งสามตัวไม่ใช่แค่ว่าเป็นโครงงานนักศึกษาทำเพื่อเรียนจบ

ใน ชั้นเรียนเท่านั้น หากแต่ได้รับทุนจากเอ็มเคฯ นำมาวิจัยพัฒนา แล้วให้นำไปใช้งานในร้านได้จริง ผ่านมาถึงวันนี้ใช้งบไปแล้ว 800,000 บาท
"ออ เดอร์ 1 กับ ออเดอร์ 2 ต้นทุนอยู่ที่ตัวละสองแสน...แค่รับออเดอร์ แขนไม่มี...หัวไม่มี ส่วนเซิร์ฟ 1 แพงกว่าอยู่ที่สี่แสน มีทั้งหัว แขน ถาด... พร้อมลูกเล่นกับลูกค้า สื่อสารโต้ตอบได้ 4 ภาษา...ไทย จีน อังกฤษ ญี่ปุ่น"
ถามถึงมูลค่าทางความคิดกับต้นทุนรังสรรค์...ในแง่ความคุ้ม ค่า อาจารย์ อัครพงษ์ บอกว่า ถ้าจะว่าไปแล้วก็มีงบที่ซ่อนอยู่พอสมควร เพราะยังมีค่าใช้จ่ายจิปาถะ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรงผู้วิจัย...ปฏิบัติงาน
"งบข้างต้น เป็นเพียงค่าอะไหล่ อุปกรณ์ที่นำมาประกอบรวมเป็นหุ่นยนต์ทั้งสามตัวเท่านั้น...หากจะนับรวมกัน จริงๆอาจใช้งบถึง 2 เท่า"
การ พัฒนาหุ่นยนต์ในต่างประเทศ ในกลุ่มหุ่นยนต์แบบเดียวกันนี้ ในเรื่องความสามารถการทำงานไม่แตกต่าง เผลอๆหุ่นยนต์ไทยอาจจะเก่งกว่าเมืองนอกด้วยซ้ำ
คำว่า "เก่ง"...ในความหมายของอาจารย์อัครพงษ์ บอกว่า เป็นความเก่งในความรู้ ความสามารถ การวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่ใช้ หุ่นยนต์ไทยที่พัฒนากันอยู่ อะไหล่ส่วนสำคัญต้องซื้อจากต่างประเทศ

"มอเตอร์ ส่วนสำคัญที่ทำให้หุ่นยนต์ขยับเคลื่อนไหวได้ในส่วนต่างๆ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทำให้ต้นทุนยังสูง...ญี่ปุ่น ผลิตมอเตอร์เอง ต้นทุนน้อยกว่า พอต้นทุนถูกลงก็สามารถที่จะใส่ลักษณะเด่นจำเพาะได้มากกว่า
เทียบ กับหุ่นยนต์ไทยฝีมือนักศึกษาของเรา ก็จะใส่เฉพาะส่วนที่นำมาใช้งานหลักๆ อย่างรับออเดอร์ก็ทำเฉพาะรับออเดอร์ให้ได้ หุ่นยนต์เสิร์ฟก็ทำให้เสิร์ฟให้ได้ ส่วนอื่นที่เป็นลักษณะรองลงมาก็ค่อยๆพัฒนา เสริมเติมเข้ามาทีหลัง"
อาจารย์ อัครพงษ์ บอกว่า หุ่นยนต์เสิร์ฟทำงานได้มากพอสมควร รับน้ำหนักได้ 3 กิโลกรัม เสิร์ฟเป็ดจานใหญ่ 2 จาน หรือบะหมี่หยก 2 จาน...หรือติ่มซำ 2 เข่งมาพร้อมๆกันได้สบายๆ
เพียงแต่ว่า วัตถุประสงค์ของการทำหุ่นยนต์เซิร์ฟ 1 หรือออเดอร์ 1 ออเดอร์ 2 ออกมานั้น ไม่ใช่ว่าจะทำมาเพื่อทำงานแทนมนุษย์ แต่ทำมาเพื่อเสริมกิจกรรมในร้านเพื่อเพิ่มสีสัน และพนักงานเสิร์ฟที่เป็นคน ก็ยังทำงานอยู่เหมือนเดิม
ฮาร์ดแวร์ตัวหุ่นยนต์คิดได้...ก็พัฒนาได้ แต่จุดสำคัญที่จะทำให้ หุ่นยนต์ทำได้ดั่งใจคิดนั้น ความยากอยู่ที่ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมสั่งการ ข้อนี้อาจารย์อัครพงษ์บอกว่า ความยากง่ายหุ่นยนต์ของเราทั้งสามตัว จะเป็นการนำระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ที่เป็นซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมาใช้ มีข้อดีคือ มีความเสถียรสูง ปลอดไวรัส การบำรุงรักษาก็ไม่ยุ่งยาก
ซอฟต์แวร์ นี้ใครจะเอามาใช้งาน พัฒนาก็ได้ เพราะใช้ฟรี แต่ก็ไม่ได้ รับความนิยมมากเท่าไหร่ และที่สำคัญ...เรากล้าพูดว่าเราเป็นเจ้าแรกที่นำมาใช้พัฒนาระบบปฏิบัติการใน การควบคุมหุ่นยนต์ทั้งตัว
"ความยากอีกอย่างคือ การใช้เวลาในการพัฒนา แนวคิดแปลกๆใหม่ๆ...ฟังก์ชันที่โปรแกรมมีจำกัด นำมาใช้พัฒนาควบคุม สั่งการหุ่นยนต์ให้ได้"
หุ่น ยนต์ทั้งหมดนี้ถูกสร้างและพัฒนาโดยกลุ่มนักศึกษาปี 4 โดยการรวมหัวของ 4 ภาควิชา...อิเล็กทรอนิกส์, ไฟฟ้า ประกอบ...ออกแบบวงจร, มัลติมีเดีย...ดูแลเรื่องการเชื่อมต่อทางกราฟฟิกกับผู้ใช้งาน ออกแบบความน่ารักทักทายโต้ตอบลูกค้า
ส่วน...คอมพิวเตอร์ ก็เขียนโปรแกรมควบคุม สั่งการ นอกจากนี้ยังรวมถึงภาควิชา ศิลปกรรม ที่มาช่วยออกแบบรูปลักษณ์หน้าตาดีพร้อมความสามารถใช้งานได้จริง

อัครพงษ์
แม้ว่าโครงการหุ่นยนต์จะเป็นโครงงานชิ้นสำคัญก่อนจบการศึกษา แต่การที่ได้รับทุนจากเอ็มเคมาสองรุ่นแล้ว ก็ทำให้การเรียนในห้องเรียน
เปิดแนวคิดได้กว้างมากขึ้น...ปีหน้าที่คิดกันไว้ จะเป็นการรวมเอาหุ่นออเดอร์กับเซิร์ฟเข้าเป็นตัวเดียวกัน
"หุ่นรุ่นใหม่จะเป็นเด็กเสิร์ฟเต็มตัว ทั้งเสิร์ฟ รับออเดอร์ได้ด้วย"
หุ่น แบบนี้ในญี่ปุ่นทำมานานแล้ว แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้เอามาใช้จริง...ไม่จริงจังเหมือนเรา อาจารย์ญี่ปุ่นที่มาเยี่ยม เห็นหุ่นเราก็ยังแปลกใจว่าเราเอาจริงกันขนาดนี้เชียวหรือ เขาทำ...ก็แค่เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์เท่านั้น
อาจารย์อัครพงษ์ บอกอีกว่า หุ่นยนต์แบบนี้เป็นหุ่นยนต์บริการ เพื่อการพาณิชย์ มองอนาคต...ประเทศไทยขายงานบริการเป็นหลัก โรงแรม การท่องเที่ยว โรงพยาบาล จากนี้ไปก็จะขยายไปยังกลุ่มเหล่านี้
พัฒนาหุ่นยนต์ต้อนรับใน โรงแรม...โต้ตอบได้ รับจองห้องอัตโนมัติ หรือจะเป็นพนักงานขนกระเป๋าอัตโนมัติเข้าห้อง ถ้าเป็นโรงพยาบาล อาจเป็นระบบขนส่งผู้ป่วยอัตโนมัติ จากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่ง...
"การ สร้างหุ่นยนต์แต่ละงาน ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เต็มที่ ถ้าไม่มีทุนก็คงลำบากที่จะทำได้...ไม่มีทุนก็คงไม่เกิด คนไทยมีความสามารถมาก เพียงแต่ขาดการสนับสนุนที่ถูกที่ถูกเวลา" อาจารย์อัครพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย
ธนากร เกษตรสุวรรณ นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ หนึ่งในผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ เสริมว่า กรณีหุ่นยนต์เซิร์ฟ 1...ออเดอร์ 1... ออเดอร์ 2 เป็นงานวิจัยพัฒนาของนักศึกษาอยู่แล้ว เพียงแต่เราได้ประสานเจ้าของเอ็มเคที่เป็นศิษย์เก่า ม.กรุงเทพ เป็นผู้ให้ทุนต่อยอดงานวิจัยต่อไป และนำงานวิจัยที่ได้ไปใช้งานจริงในร้าน
"นอกจาก เป็นการสมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย นักศึกษาก็ได้รับทุน เจ้าของทุนก็ได้งานวิจัยไปใช้งานในร้าน ยังสะท้อนถึงความผูกพันในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้อง"

ธนากร
ต้นทุน ความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาเกิดได้ แต่จุดสำคัญคือการทำความคิดนั้นให้เกิดเป็นรูปธรรมหรือเปล่า ธนากร มองว่า ความคิดกับทุนสนับสนุนระบบการศึกษาไทย สองสิ่งนี้ต้องเดินคู่กันไปให้ได้
อย่าง ที่เคยกล่าวไว้ในที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่าฯ ว่า "ผมอยากให้คนรู้ว่า ในชีวิตคนขาดความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้ แต่ ความคิดสร้างสรรค์ควรถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ต่อสังคม"
ในบรรยากาศ งานชุมนุมศิษย์เก่า "BU Day 2010...Creativity Unlimited" ที่ผ่านมาไม่นานมานี้...เป็นอีกเวทีหนึ่งที่คณาจารย์ นักศึกษาปัจจุบัน และศิษย์เก่าได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ออกมาให้ได้สัมผัส
งาน นี้...เปิดโอกาสให้ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน คณาจารย์ได้ปล่อยความคิดกันเต็มที่...หุ่นยนต์ทั้งสามตัวก็เป็นหนึ่งใน ผลิตผลที่เกิดขึ้นมาจากการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม
ถ้า สถาบันการศึกษามีหน่วยงานเอกชนที่สนใจงานวิจัยอย่างจริงจัง สนับสนุนให้วิจัย...พัฒนาในเรื่องนั้นเรื่องนี้ แล้วพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตรงตามความต้องการ กระทั่งนำไปใช้ได้ ก็น่าจะเป็นการวิน...วินทั้งสองฝ่าย
"ในต่างประเทศ หุ่นยนต์เสิร์ฟ เทียบกับของเราแม้ว่ายังห่าง แต่เราเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา เราได้เริ่มแล้ว...ได้ทำอย่างต่อเนื่อง
ความสำเร็จคงไม่ไกลเกินเอื้อม เพียงแต่ว่าความคิดต้องห้ามหยุด...ถ้าหยุดก็จะไม่มีโอกาสในการพัฒนาเลย"
ธนากร เกษตรสุวรรณ นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวทิ้งท้าย.


