สรรใจ
พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราชเป็นความสำคัญสำหรับวงการแพทย์ไทยในอดีต เพราะเป็นแหล่งฝึกฝน เรียนรู้ยอดนิยม
วันเวลาเปลี่ยนไป...ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์กลายเป็นแหล่งความรู้ใหม่สำหรับประชาชนทั่วไป แตกออกไปหลายแขนง ได้แก่ พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส, พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์...สงกรานต์ นิยมเสน, พิพิธภัณฑ์ประวัติการแพทย์ไทย...อวย เกตุสิงห์
พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา, พิพิธภัณฑ์กายวิภาค-คองดอน, พิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์...สุด แสงวิเชียร
พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์...สงกรานต์ นิยมเสน ชั้น 2 ตึกอดุลยเดชวิกรม ถือเป็นไฮไลต์สำคัญสำหรับคนทั่วไปที่สนใจคดีดังๆ
"นวลฉวี" หลายคนรู้ว่าเป็นคดีดังในอดีต แต่ที่พิพิธภัณฑ์จะเก็บเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่วันเกิดเหตุเอาไว้ พร้อมบันทึกไดอารี่ที่เขียนก่อนโดนฆาตกรรม
ถัดมา เรื่องราวของ...ซีอุย หนึ่งในคดีสะเทือนขวัญสำคัญในอดีต ระหว่างปี 2497-2501 ก็ถูกเก็บไว้ที่นี่
เด็ก 6 ราย ถูกฆาตกรรมอย่างโหดร้ายทารุณในหลายจังหวัด ตั้งแต่ ประจวบคีรีขันธ์ กรุงเทพฯ นครปฐม และล่าสุดที่...ระยอง
ต่อมานายซีอุย แซ่อึ้ง ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2501 ที่จังหวัดระยอง ขณะเตรียมจะทำลายศพเด็กชายอายุ 10 ขวบ
ที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นก็คือ...คำสารภาพ "เขาเคยฆ่าเด็กหญิง 6 คน เพื่อนำตับและหัวใจมากิน"
คณะแพทย์ตรวจสอบร่างซีอุย แต่ไม่พบความผิดปกติ ทั้งร่างกาย...จิตใจ ขณะที่การสอบสวนพบว่า ซีอุยมีความเชื่อผิดๆ คิดว่าการกินตับเด็กและหัวใจเด็กทำให้แข็งแรง
ฉากสุดท้าย...วันที่ 16 กันยายน 2502 ซีอุยถูกพิพากษาให้ประหารชีวิตโดยการยิงเป้า
จากคดีสะเทือนขวัญนำไปสู่การสืบค้นทางการแพทย์ ศาสตราจารย์นายแพทย์สงกรานต์ นิยมเสน หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ ได้ขอรับศพซีอุยจากทางราชการมาผ่าตรวจสมอง ส่วนร่างถูกเก็บรักษาในลักษณะดองแห้ง
การดองแห้งจะฉีดฟอร์มาลินเข้าหลอดเลือด แช่น้ำยารักษาทั้งร่างไว้ 1 ปี และทำการทาขี้ผึ้งทุกๆ 2 ปี เพื่อป้องกันเชื้อรา
แม้ว่าวันเวลาจะผ่านมาถึงวันนี้ เชื่อได้ว่าคนไทยยังรู้จักชื่อซีอุยเป็นอย่างดี ...หากอยากเห็นตัวจริง วันนี้...ร่างซีอุยยังถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช
ที่ผ่านมา คนจำนวนไม่น้อยเรียกพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อย่างไม่เป็นทางการว่า... พิพิธภัณฑ์ซีอุย
"วัตถุพยาน เป็นข้อมูลทางนิติเวชอย่างหนึ่ง...คนที่เรียนนิติเวช ชันสูตรพลิกศพ ต้องรู้ว่าจะต้องเก็บวัตถุพยานไว้ให้ครบ...
หมอนิติเวชไม่ใช่เป็นคนตัดสิน แต่เป็นผู้เก็บพยานหลักฐาน"
ศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์สรรใจ แสงวิเชียร อดีตหัวหน้าภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล บอก
อาจารย์หมอสรรใจ บอกว่า ซีอุย...เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในยุคหนึ่ง เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า คุณไม่มีชื่อเสียง ก็ไม่ได้อยู่ในพิพิธภัณฑ์
"อวัยวะข้างในไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ฉีดยาเท่านั้น...ร่างที่โชว์ก็ไม่ได้ มีความผิดปกติอะไรหรอก ที่จะบอกว่า...คนอย่างนั้นอย่างนี้เป็นฆาตกร
หน้าตาซีอุย...ก็เป็นตาแป๊ะแก่ๆ"
ซีอุยดังในฐานะคนที่ต้องโทษในคดีซึ่งไม่เคยมีในประเทศไทย ซึ่งจริงๆแล้ว...น่าสงสาร เพราะไม่มีญาติ
"ถ้าอาจารย์หมอสงกรานต์ไม่ขอมาไว้ที่นี่ ก็จะไม่มีใครทำบุญให้เขาเลย" อาจารย์หมอสรรใจ ว่า "มาอยู่ที่นี่...มีการทำบุญให้อาจารย์ใหญ่ทุกปี อวัยวะ ร่าง โครงกระดูกทุกชิ้นถือเป็นอาจารย์ใหญ่ ซีอุยก็เป็นหนึ่งในอาจารย์ใหญ่" 
ใครที่เคยเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราชคงรู้ดี ตำแหน่งที่ตั้งตู้กระจก เก็บร่างซีอุย ก็อยู่ในระดับเดียวกับอาจารย์หมอสงกรานต์
ใครๆก็คงจะรู้จักซีอุย อยากเห็นก็มาดูได้ ถ้าจะให้ดีก็ควรดูอย่างมีความรู้ สำหรับแพทย์มองโครงกระดูก จะถือว่ากระดูกเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าไม่รู้จัก...โครงร่างก่อนก็เรียนอะไรไม่ได้
"ถ้าไม่เรียนกระดูกก่อน ก็ไม่มีทางที่จะเรียนกายวิภาคได้ดี ก็ดูให้เห็น เป็นของสวย...ซิ...โครงกระดูกดีๆจะสวยมาก อายุไม่น้อยเกินไป ไม่แก่เกินไป ทำดีๆก็จะขาวสวย"
การทำกระดูกต้องเอาเนื้อออกให้หมด สิ่งสำคัญในกระบวนการจัดการ คือ จะฉีดยาไม่ได้ เพราะยาจะไปไล่ไขมันให้เข้าไปอยู่ในกระดูก แล้วจะเอาออกไม่ได้...มันก็จะเยิ้มอยู่ตลอดเวลาและทำให้ราขึ้น
ขั้นตอนการชำแหละ ถึงจะต้องเอาเนื้อออกให้หมด แต่ไม่ใช่ว่าขูดจนเกลี้ยง ต้องเอาเนื้อติดไว้บ้าง เพราะมีดจะทำให้กระดูกเสีย จากนั้นก็เอาไปแช่น้ำให้เนื้อเน่า...น่าย (เละยุ่ย) ไป
ขั้นตอนต่อมาก็เอาไปใส่ในน้ำอุ่น เติมผงซักฟอกเข้าไปแทนด่าง แล้วก็ขัดออกด้วยแปรงจนกระทั่งสะอาด ตากกระดูกให้แห้งสนิท...สุดท้ายเอามาทาโพลียูนีเทนสูตรน้ำ
ประโยชน์ที่ได้ต่อไปจากการดู อย่างน้อยๆดูจนคุ้นตา เวลาดูกระดูกอื่นจะได้รู้ว่าเป็นกระดูกอะไร...อยู่ตรงส่วนไหน
อีกอย่างหนึ่งสำหรับคนทั่วๆไปก็ดูให้รู้ว่า...เมื่อเราตายแล้วจะเป็นยังไง
พูดถึงโครงกระดูกที่สำคัญคือ...กระดูกท่านเจ้าคุณ พระยาอุปกิตศิลปสาร ครูผู้ให้ทั้งที่ยังมีชีวิต หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตไปแล้วก็ยังขอเป็นครูให้นักเรียนแพทย์ได้ศึกษา
"กระดูกท่านเจ้าคุณก็ใช้เรียน แต่เรียนไม่มากนัก เพราะกระดูกคนแก่ จะบางมาก เรียนมากก็จะแตก...ท่านสำคัญเกินกว่าจะปล่อยให้แตก จึงเก็บใส่ตู้เอาไว้"
อาจารย์หมอสรรใจ บอกว่า พอเราแก่ลง...อายุมากขึ้น กระดูกจะอ่อนแอ แคลเซียมจะถูกดูดออกไป กระดูกก็จะบางขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นคนแก่หกล้มนิดเดียวก็กระดูกหักได้
หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวของพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราชมาบ้าง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ที่นี่ยังเก็บ...สมอง พระยาอุปกิตศิลปสาร เอาไว้ด้วย บันทึกวันเวลา 21 พ.ค. 2484
หลายคนได้ยินมาว่า สมองท่านใสมากๆ ทำให้ท่านเก่งและฉลาดมาก แต่ อาจารย์หมอสรรใจ บอกว่า สมองท่านปกติดี มีเพียงว่า...ตอนที่ได้มาค่อนข้างจะช้า
โดยทั่วไป...คุณภาพของสมองไม่ได้อยู่ที่ลักษณะภายนอก แต่อยู่ที่ปริมาณเซลล์ประสาทและวงจรที่เกิดขึ้น
สิ่งเหล่านี้...ไม่ว่ากระดูก ศพ สมองที่เก็บไว้ ไม่ใช่ว่าจะให้มาดูกันเฉยๆ แต่ให้ถือเป็นแหล่งหาความรู้ สุดแต่คนที่เข้ามาดูจะมีพื้นความรู้แค่ไหน
ไม่มีพิพิธภัณฑ์ไหนที่ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อการเรียนเลย จึงไม่ต้องไปบอกว่าตั้งเพื่อการเรียนรู้ เพราะเพื่อการเรียนรู้อะไรทั้งนั้น
"พิพิธภัณฑ์...ไม่จำเป็นต้องล่อลวงให้ใครเข้ามาดู ค่าเข้าชมไม่ต้องแว้บวาบ ...วูบวาบแพงๆ จุดสำคัญ...มันอยู่ที่คนมาดูมีพื้นความรู้แค่ไหน"
พิพิธภัณฑ์กายวิภาค...จะรู้เลยว่าคนมาดูมีพื้นความรู้แค่ไหน เด็กประถมย่านนี้จะมาดูอะไร บางคนมาดูเด็กดองตัวเล็กๆ บอกว่า "หนูยังไม่เกิด...หน้าตาหนูเป็นอย่างนี้หรือคะ"
เด็กประถม มัธยมแถวนี้ จะมากันเป็นประจำตามแต่เวลาที่เข้าเรียน จึงไม่จำเป็นต้องให้เขาดูทั้งหมดรวดเดียวก็ได้
"ชาวบ้านก็มาดูอย่างหนึ่ง...ร่างกาย ปอด ตับเป็นยังงี้หรือ บางทีพระก็เข้ามานั่งกรรมฐาน...มาถึงก็ปูผ้านั่ง กระทั่งพวกมหาวิทยาลัยศิลปากรก็เข้ามานั่งวาดรูป...ก็ไม่ว่ากัน"
เมื่อก่อนเปิดให้ถ่ายรูปได้ ใครอยากถ่ายก็ถ่าย แต่ตอนหลังมีการถ่ายแล้วเอาไปเป็นใบสั่งให้มาขโมยของ คงเคยได้ยินข่าว...มีการขโมยกะโหลกไปเขียนยันต์ จับมาได้ยึดคืนกลับมา...กะโหลกก็เสียหาย
"เหล่านี้ชี้ให้เห็นภาพ คนที่เข้ามาชมพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราชมีหลายพวก หลายวัตถุประสงค์...จึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปสร้างอะไร ที่สวยงามเพื่อให้คนเข้ามาชม"
ศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์สรรใจ แสงวิเชียร อดีตหัวหน้าภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวทิ้งท้าย.


