มีความสุขก็สาธุ ถ้าไม่ด่า-ท้องขึ้น ศิษย์กัดไม่ปล่อย
อดีตลูกศิษย์พระปราโมทย์ลั่นกัดไม่ปล่อยเตรียมยื่นหนังสือพร้อมหลักฐานให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วันประชุมมหาเถรสมาคม เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมพระนักเทศน์ดัง ย้ำชอบอวดอ้างบิดเบือนคำสอนพระเกจิอาจารย์ ด้านพระปราโมทย์ยังออกแสดงธรรมเทศนาต่อหน้าญาติโยมนับร้อย ไม่อยากทะเลาะกับใคร แต่เหน็บคนร้องเรียน ถ้ามีความสุขก็สาธุ อ้างแม้แต่พระพุทธเจ้ายังโดนติฉิน ขณะที่ ผวจ.ชลบุรีให้ปลัดอำเภอศรีราชา เข้ารวบรวมข้อมูลเอกสารสวนสันติธรรมทั้งหมดใน 7 วัน คาดสรุปข้อมูลได้
ความคืบหน้ากรณีพระปราโมทย์ ปาโมชโช เจ้าสำนักสงฆ์สวนสันติธรรม ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ถูกอดีตลูกศิษย์เข้าร้องเรียนดีเอสไอเรื่องโอนเงินบริจาค 100 ล้านบาท เข้าบัญชีอดีตภรรยาที่เป็นแม่ชี และพักอาศัยอยู่ในสำนักสงฆ์เดียวกันด้วยนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวที่สวนสันติธรรม เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 18 ก.ย. พบว่ายังคงมีญาติธรรมประมาณ 300-400 คน พากันมาฟังธรรมเทศนาของพระปราโมทย์ ปาโมชโช ตามปกติ แต่จากการสังเกตพบว่าผู้ที่เข้าฟังธรรมในวันนี้ต่างพกพาเครื่องอัดเสียงเอ็มพี 3 เข้ามาในศาลาจำนวนมาก จนลูกศิษย์คนสนิทต้องไปบอกพระปราโมทย์ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น ขณะที่พระปราโมทย์ก็แสดงธรรมเทศนาในลักษณะเหน็บแนมผู้ที่ออกมาร้องเรียนตนและแม่ชีอรนุช
โดยในตอนหนึ่งของการเทศนา พระปราโมทย์ ระบุว่า ตนเป็นพระจะมาทะเลาะกับโยม ให้เขาด่าเราข้างเดียวไป ถ้ามีความสุขก็สาธุ ถ้าไม่ด่าเดี๋ยวจะท้องขึ้น ให้เขาด่าไปเถอะ หากมากันมากจะตีกัน หลวงพ่อไม่ตีกับคนอื่น ตีกับกิเลสเท่านั้น เรื่องของกรรมใครกรรมมัน ถือเป็นโลกธรรม ถ้าผ่านไม่ได้ก็อย่าไปคิดถึงธรรมะที่จะข้ามโลกเลย อยู่บนโลก มีลาภ สรรเสริญ มีสุข มีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ เป็นเรื่องธรรมดา พระพุทธเจ้ายังโดนเลย เรากระจอกงอกง่อยทำไมจะไม่โดน เป็นธรรมดาทุกคนมีสิทธิ์โดนทั้งนั้น หลวงพ่อก็ทำหน้าที่เผยแพร่ธรรมะไปโดยสอนธรรมะ ส่วนเรื่องอื่นๆไม่เกี่ยวกับหลวงพ่อ ให้รู้ไปธรรมะแพ้อธรรม
นอกจากนี้ วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเว็บไซต์ที่กลุ่มลูกศิษย์พระปราโมทย์ตั้งขึ้น มีการประกาศว่า จากที่พระปราโมทย์มีกิจรับนิมนต์ที่ศาลากาญจนาภิเษก แจ้งวัฒนะ 14 ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ขอแจ้งงดรับกิจนิมนต์แล้ว รวมถึงในวันที่ 26 ก.ย. ที่ รพ.ศิริราช และสถานที่อื่นๆด้วย พร้อมกันนี้ ยังมีการชี้แจงผ่านเว็บไซต์ถึงคำครหาต่างๆ แม้แต่เรื่องการเปิดปิดประตูสวนสันติธรรม ที่แต่เดิมไม่ได้ใส่กุญแจประตูไว้ แต่หลังเกิดการปองร้ายพระปราโมทย์ ทางศิษย์จึงเสนอให้ปิดประตูใส่กุญแจเพื่อรักษาความปลอดภัย
ด้านนายยุติศักดิ์ เอกอัคร นายอำเภอศรีราชา เปิดเผยว่า หลังรับคำสั่งจากนายเสนีย์ จิตตเกษม ผวจ. ชลบุรี ให้เข้าตรวจสอบสำนักปฏิบัติธรรม สวนสันติธรรม ก็ได้มอบหมายให้นายบุญเชิด สรแสง ปลัดอำเภอศรี–ราชา เป็นผู้เข้าไปรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารที่ดินและเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสวนสันติธรรมทั้งหมด ภายใน 7 วันนี้ก็น่าจะสรุปข้อมูลจากทุกด้านส่งมาให้ตน และจะได้นำข้อมูลทั้งหมดรายงานไปยัง ผวจ.ชลบุรี ต่อไป
ต่อมาเวลา 15.00 น.ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ติดต่อสัมภาษณ์ นายไกรสร เรียนศรี อดีตลูกศิษย์คนสนิทของพระปราโมทย์ ยืนยันว่า การออกมาร้องเรียนของกลุ่มชาวพุทธรักษ์ศาสนา (พรศ.) ยื่นเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบพฤติกรรมของพระปราโมทย์ โดยตั้งข้อสงสัยในเรื่องทรัพย์สินที่ยักย้ายถ่ายเทให้นางอรนุช สันตยากร อดีตภรรยา และพฤติกรรมอื่นๆ ไม่ได้มาจากปัญหาความขัดแย้งส่วนตัว หรือขัดผลประโยชน์ตามที่ทนายความพูด แต่ต้องการปกป้องศาสนา เพราะตามที่เจ้าสำนักสวนสันติธรรม อ้างว่าเป็นพระสายธรรมยุต ไม่สามารถถือครองที่ดินได้ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่การโอนให้นางอรนุช อดีตภรรยาถือครองแทนเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะเงินที่นำมาซื้อที่ดินได้มาจากการบริจาค
"หากไม่มีเรื่องร้องเรียนเกิดขึ้นอยากจะขอถามว่าทางสวนสันติธรรมจะมาขอยื่นเอกสารเพื่อจัดตั้งวัดหรือไม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ 4-5 ปี ตั้งแต่เริ่มสร้างสวนสันติธรรม คณะกรรมการก็สอบถามพระปราโมทย์ว่าทำไมไม่ขออนุญาตตั้งเป็นวัด แต่พระปราโมทย์บอกว่ามันยุ่งยาก และการขออนุญาตตั้งวัดครั้งนี้ คนดำเนินการก็เป็นชื่อนายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี จึงอยากขอวอนท่านผู้ว่าฯชลบุรีให้ความโปร่งใสด้วย" นายไกรสร กล่าวในตอนท้าย
นอกจากนี้ นายไกรสรพร้อมด้วยนายเทิดศักดิ์ เตชะกิจขจร อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมอีกว่า ก่อนหน้านี้พระปราโมทย์เคยพูดกับกรรมการวัดว่า สักวันหนึ่งจะมีผู้ที่เข้ามาทำให้ท่านสึก เนื่องด้วยท่านเก่งเกินไป เกินหน้าเกินตาครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ซึ่งท่านมักจะอ้างเสมอก่อนหน้านี้ว่า อย่านำสวนสันติธรรมไปจดทะเบียนเป็นวัด เพราะเมื่อเป็นวัดแล้วเขาจะยึดทรัพย์สมบัติดังกล่าวนี้เข้าแผ่นดินหมด เรื่องนี้อดีตกรรมการรู้หมด เป็นเหตุให้ทั้งเงินบริจาคและที่ดินวัดจึงเป็นชื่อของนางอรนุช ภรรยาทั้งหมด
อดีตลูกศิษย์พระปราโมทย์กล่าวอีกว่า ในส่วนของคำสอนที่บิดเบือนแล้วถูกญาติโยมจับได้นั้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2552 พระอาจารย์สงบ แห่งวัดป่าเขาแดง จ.ราชบุรี เริ่มออกมาพูดว่าคำสอนต่างๆของหลวงพ่อปราโมทย์นั้นผิด นอกจากนี้ ยังแอบอ้างครูบาอาจารย์ อาทิ หลวงปู่ดุลย์ หลวงตามหาบัว หลวงปู่สิม หลวงปู่เทสก์ ว่า ท่านได้รับการรับรองจากครูอาจารย์เหล่านี้ ในจำนวนนั้นพระปราโมทย์ ไปอ้างไว้รูปหนึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ดุลย์ คือหลวงพ่อมนตรี แห่งวัดป่าละอู จ.เพชรบุรี ว่าสนิทสนมเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้อง ที่สำคัญเป็นคนสั่งให้ท่านมาสร้างวัดใหม่ ที่สวนสันติธรรม พอประมาณปลายปีหลวงพ่อมนตรีเห็นว่าพระปราโมทย์เริ่มจาบจ้วงทำอะไรไม่เหมาะ อาทิ ไปแก้ไขหนังสือธรรมะของหลวงปู่ดุลย์ อ้างว่าคำสอนของหลวงปู่ดุลย์คลาดเคลื่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกินเลยไปแล้ว วันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา หลวงพ่อมนตรีได้ออกประกาศป่าละอูให้ลูกศิษย์รับทราบว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นกับพระปราโมทย์ เรื่องทุกอย่างที่พระปราโมทย์แอบอ้างนั้นเป็นเรื่องโกหกผิดวินัย ส่งผลให้บ้านอารีย์ซึ่งเป็นสถานที่เผยแพร่ธรรมะ ประกาศไม่นำคำสั่งสอนของพระปราโมทย์ มาเผยแพร่อีกต่อไป สร้างความตกใจให้กับบรรดาศิษยานุศิษย์ เป็นอย่างมาก ทางพระปราโมทย์ออกเทศน์กับลูกศิษย์ว่า ผู้ที่ออกมาเปิดโปงเรื่องนี้ถูกคุณไสยเล่นงาน
อดีตลูกศิษย์พระปราโมทย์กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้สามารถพิสูจน์ได้เพราะมีหลักฐานไม่ว่าจะเป็นวีซีดีที่พระปราโมทย์แสดงกับลูกศิษย์ และในวันที่ 20 ก.ย.นี้ เวลา 14.00 น. ซึ่งจะมีการประชุมมหาเถรสมาคม จะไปยื่นหนังสือพร้อมกับนำหลักฐานต่างๆให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่พุทธมณฑล ขอตรวจสอบพฤติกรรมของพระปราโมทย์ด้วย


