Thairath Logo
กีฬา

บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.5 ชลวิทย์ช่วย 2 หมื่น ประกันจ่ายแสน เหยื่อปอร์เช่ชีวิตเปลี่ยน

Share :
line-share-logo

ในตอนที่ 2 เรื่อง มีใบขับขี่ 4 ด. ควบปอร์เช่ชนซ้ำ 10 วันยังไม่ตั้งข้อหา ของซีรีส์ บาปบริสุทธิ์มินิแดงที่ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์รายงานถึงความพยายามในการติดต่อ ตามหา นายชลวิทย์ หิรัญชัชวาลย์ หรือ เอ็ม ผู้ก่อเหตุ ขับซิ่งรถหรูราคาแพงหลายล้านบาทชนเหยื่อบริสุทธิ์ทั้งหมด 3 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัสหนัก 2 คน เพื่อสอบถามความคืบหน้าว่านายเอ็มได้รับผิดชอบ หรือชดใช้ความเสียหายเหยื่อเคราะห์ร้ายหรือไม่ อย่างไรนั้น 

ล่าสุด (4 พ.ค. 60) ทีมข่าวฯ ยังไม่ละความพยายาม และรุกหนักต่อ บุกตะลุยไปยัง รพ.พญาไท นวมินทร์ ที่คู่สามีภรรยาผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุดังกล่าวพักรักษาตัว

เมื่อไปถึง รพ.และแจ้งจำนงกับพยาบาลประจำชั้นว่ามาเยี่ยมผู้ป่วยตามระเบียบแล้ว ผู้สื่อข่าวจึงเคาะประตูห้องผู้ป่วยแล้วค่อยๆ เปิดประตูอย่างช้าๆ พบว่า....

บนเตียงมี นายจตุพล วรรทวี หรือ ต้อม วัย 34 นอนซมอยู่ ที่มือซ้ายมีผ้าคล้องแขนไว้จากการดามเหล็กที่ไหปลาร้าแตก

ส่วนภรรยาสัญชาติลาวจากแขวงสะหวันเขต แก้ว วงษ์ศร วัย 33 ปี คู่ทุกข์คู่ยากที่อยู่ร่วมกันมา 20 กว่าปี นอนเคียงข้างสามีสุดรักอยู่บนโซฟา เท้าข้างขวาถูกห่อหุ้มด้วยผ้า เพราะข้อเท้าขวากระดูกแตก ใช้เหล็กดามอยู่ ข้างกายมีของใช้แปลกใหม่ที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้เธอจะต้องใช้ นั่นคือ ไม้เท้า 2 อัน ไว้ช่วยพยุงยามเดินทำกิจวัตรประจำวัน

มุมหนึ่งของห้องมีสตรีสูงวัยอายุ 60 ปี คนหนึ่ง ที่เฝ้าคอยดูแลคนทั้งสองด้วยความห่วงใย นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ 21 เม.ย. 60 เธอคือ นางเพ็ญศรี วรรทวี หรือ เพ็ญ ชาว อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี แม่ของนายจตุพลนั่นเอง

นางเพ็ญศรีเปิดบทสนทนากับผู้สื่อข่าวด้วยเสียงสั่นเครือ พร้อมน้ำตารื้นเมื่อย้อนเล่าวินาทีที่รู้ข่าวร้ายว่าลูกชายและลูกสะใภ้ถูกรถหรูชนว่า เป็นห่วงทั้งสองคนมาก รีบนั่งเครื่องบินจากอุบลราชธานีมากรุงเทพฯ ในดึกของคืนวันเกิดเหตุทันที ทั้งๆ ที่ไม่เคยนั่งเครื่องบินสักครั้งในชีวิต

เหยื่อพูดซ้ำ ทำอะไรเชื่องช้า เหตุสมองถูกกระแทกอย่างแรง!

ผู้สื่อข่าวเอ่ยถามไถ่นายจตุพลว่าอาการ ณ ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง... ผ่านไปเกือบนาทีก็ไม่ได้ยินคำตอบใดๆ มีเพียงแววตาเศร้าหมองมองมาที่ผู้สื่อข่าวด้วยความเฉยชา แล้วหลบหน้ามองไปทางอื่น

นางเพ็ญศรีจึงก้าวเดินมายืนข้างเตียงพร้อมกับเอามือลูบหัวลูกชายเบาๆ ด้วยความรักและเอ็นดู พร้อมเล่าเรื่องราวกับทีมข่าวฯ ด้วยสีหน้าวิตกกังวลว่า เหตุที่ลูกชายไม่พูดโต้ตอบด้วย เป็นเพราะจากการที่สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรงจนเลือดคั่ง ต้องผ่าตัดสมองเอาก้อนเลือดออก 2 จุด จึงทำให้ลูกชายยังมีอาการมึนงง พูดไม่ชัด และไม่รู้ว่าต้องอยู่รักษาที่ รพ. อีกยาวนานแค่ไหน หมอบอกต้องดูอาการไปเรื่อยๆ เพราะสมองยังไม่ดีขึ้น

“น้องต้อมกลายเป็นคนพูดไม่ชัด ยังมึน ยังปวดอยู่ ทำอะไรเชื่องช้าลง เดินได้ปกติแต่ยังเดินเซๆ และพูดซ้ำ เช่น เมื่อก่อนเรียก แม่ คำเดียว ตอนนี้เรียก “แม่ แม่ แม่ แม่ เอา เอา เอา นั่น นั่น นั่น มาให้แหน่” หมอบอกว่าเดี๋ยวก็ค่อยๆ ดีขึ้น ต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือนจึงจะหายเป็นปกติ” นางเพ็ญศรีมองหน้าลูกชายด้วยความห่วงหาอาทร

ชลวิทย์เยียวยาอย่างดี... ให้เงิน 2 หมื่น มาเยี่ยม 2 หน

นางเพ็ญศรีเผยความในใจกับทีมข่าวฯ อีกว่าไม่ได้โกรธ ไม่ได้ว่านายชลวิทย์ เพราะเขาได้กล่าวขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และเคยมาเยี่ยม 2 ครั้ง

ครั้งแรกตอนรักษาตัวที่ รพ.นพรัตน์ราชธานี ให้เงินสดไว้ใช้ 1 หมื่น พร้อมกระเช้าซุปไก่สกัดยี่ห้อหนึ่ง และมาเยี่ยมอีกครั้งเมื่อลูกชายย้ายมารักษาที่ รพ.พญาไท นวมินทร์ พร้อมกับให้เงินอีก 1 หมื่น บอกว่าจะดูแลและเยียวยาอย่างดีที่สุด หากติดขัดสิ่งใดโทรหาได้ทุกเวลา

เอ็มเขาบอกว่า ถ้ามีอะไรโทรหาผมได้เลยนะแม่ ขาดเหลืออะไรให้บอก จนถึงวินาทีนี้เขาก็ดีนะ ติดต่อง่าย โทรมาถามไถ่อาการลูกชายและลูกสะใภ้เกือบทุกวันว่าเป็นอย่างไร บางครั้งมีไม่รับสายบ้าง แต่สักพักก็โทรกลับ เขายังบอกด้วยว่าจะเยียวยาให้ถึงที่สุด

เล่าถึงตรงนี้นางเพ็ญศรีเริ่มมีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้า รับโล่งใจที่นายชลวิทย์ไม่หลบหนีและใส่ใจดูแลดี ไม่เหมือนกับเหตุที่เคยขับรถมินิแดงชนพลเมืองดีเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

ค่ารักษาพยาบาล บ.ประกันภัย จ่ายจริงตามเอกสาร

ความคืบหน้าล่าสุดลูกสะใภ้ไม่ต้องนอนพักรักษาตัวที่ รพ. แล้ว แต่ต้องมาพบหมอตามนัด เพราะบาดแผลที่หัวยังไม่หายสนิท ร่างกายยังมีรอยฟกช้ำ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 1 พัน

ณ ตอนนี้มียอดเงินที่นางเพ็ญศรีสำรองจ่ายไปก่อนรวมหมื่นกว่า นายชลวิทย์ก็ให้เก็บใบเสร็จไว้ แล้วจะมาเคลียร์เงินคืน เหมือนที่เคยทำเมื่อวันแรกที่ลูกสะใภ้เย็บแผลกับ รพ.นพรัตน์ จ่ายเงินค่าเย็บแผลไปไม่กี่พัน พอเขารู้ก็โอนเงินคืนให้

กับค่าใช้จ่ายในการรักษาของเหยื่อทั้งสอง บ.สินมั่นคงประกันภัยที่รถปอร์เช่ทำประกันไว้เป็นผู้รับผิดชอบ และได้ชำระเงินให้แล้ว คือ ค่ารักษาพยาบาลของแก้ว วงษ์ศร เป็นเงิน 1 แสนกว่าบาท และที่รอชำระ คือ ของนายจตุพล ซึ่งมียอดเงินค่ารักษาตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. 60 จนถึงวันที่ 4 พ.ค. 60 รวม 173,819 บาท และยอดเงินจะเพิ่มขึ้นๆ จนกว่าจะออกจาก รพ.

ยอดค่ารักษาล่าสุดของนายจตุพลเกือบ 2 แสน
แม่เหยื่อ สนิทสนมกับชลวิทย์ ถึงขั้นเรียกลูก

ขณะพูดคุยกันอยู่นั้น มีสายหนึ่งโทรเข้าโทรศัพท์ของนางเพ็ญศรี ทำให้เราต้องหยุดสนทนากันชั่วครู่ นางเพ็ญศรีกดรับสายและพูดคุยด้วยน้ำเสียงสดใส “จ้า” “จ๊ะๆ” ประโยคสุดท้ายก่อนวางสายคือ "แค่นี้แหละลูก" 

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าลูกอีกคนโทรมาหรือ นางเพ็ญศรียิ้มและตอบว่า “ลูกเอ็ม” หรือนายชลวิทย์นั่นเอง โทรมาสอบถามว่า ถ้าพี่ต้อมจะออก รพ. ให้เอาใบแจ้งค่าใช้จ่ายไปยื่นกับฝ่าย พ.ร.บ. ของ รพ.

นายชลวิทย์ โทรมาถามไถ่อาการของเหยื่อผู้บริสุทธิ์
ค่าชดใช้ รอนัดคุย หากไม่เยียวยาตามพูด จะสู้จนถึงที่สุด

นางเพ็ญศรีบอกผู้สื่อข่าวว่า ตนนั้นมีลูก 3 คน ต้อม คือ ลูกคนกลาง และเป็นเสาหลักในการส่งเงินให้ใช้จ่าย ก่อนเกิดเหตุ ลูกชายทำงานที่ร้านแห่งหนึ่งแถวถนนเลียบด่วน-รามอินทรา กลางคืนทำหน้าที่บาร์เทนเดอร์ กลางวันทำหน้าที่ช่าง ดูแล รักษาและซ่อมแซมทุกอย่างในร้าน แม้แต่ซ่อมระบบไฟทั้งๆ ที่ไม่ได้เรียนมาและเรียนจบแค่ ม. 6 เท่านั้น

ที่ผ่านมาเมื่อเงินเดือนออกก็ส่งเงินให้ใช้ทุกเดือนๆ ละ 4 พันบาท ส่วนตนนั้นรับนวดแผนโบราณ และเป็นประธาน อสม. หมู่บ้าน ได้เงิน 600 บาทต่อเดือน บวกกับรายได้จากการนวดที่ไม่แน่นอน เพราะไม่ได้มีคนมานวดบ่อยๆ

ส่วนลูกสะใภ้ไม่ได้ทำงานปีกว่าแล้ว เพราะต้องเลี้ยงลูกชายวัย 4 ขวบ หากลูกชายออกจาก รพ. ตั้งใจว่าจะพาไปพักฟื้นที่บ้านเกิด และคิดว่าปีนี้ลูกชายคงไม่ได้ทำมาหากินอะไร เพราะต้องรักษาตัว

ผู้สื่อข่าวจึงถามว่าหลังออกจาก รพ. หากลูกชายไม่สามารถหาเงินมาเลี้ยงได้ตลอดไปจะเรียกร้องอะไรไหม? ....

เรียกร้องสิ ก็ต้องมีค่าชดใช้ เอ็มยังไม่บอกว่าเท่าไหร่ ยังไม่ได้นัดคุยกันเรื่องนี้ แต่ขอสลิปเงินเดือนลูกชายไปแล้ว คงเอาไปเทียบเคียงดูว่าทำงานได้วันละเท่าไหร่ ลูกสะใภ้ที่ไม่ได้ทำงาน อยู่บ้านเลี้ยงลูกกินใช้วันละเท่าไหร่ และยังบอกว่าจะเยียวยาแม่ด้วย ถ้าไม่เยียวยาตามพูด ก็จะสู้จนถึงที่สุด

กับคำถามสุดท้ายของบทสนทนาวันนี้ว่าถ้าจะเรียกร้องค่าเสียหาย มีตัวเลขในใจหรือไม่?

“ไม่รู้เหมือนกัน ต้องคอยดูอาการลูกชาย ลูกสะใภ้ ว่าต่อไปข้างหน้าทั้งคู่จะทำงานได้ดีไหม” นางเพ็ญศรีกล่าวสรุป

ลูกชายวัย 4 ขวบ หอมให้กำลังใจ

บทสรุปของมหากาพย์เหยื่อปอร์เช่นี้จะลงเอยเช่นไร ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์จะเร่งติดตามต่อไป

ทั้งนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์พยายามหาทางติดต่อกับนายชลวิทย์ หิรัญชัชวาลย์ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและบทสรุปของในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

ซึ่งหาก คุณชลวิทย์ ได้อ่านซีรีส์ข่าวบาปบริสุทธิ์มินิแดง แล้วอยากชี้แจงในประเด็นต่างๆ ให้เกิดความชัดเจน ทางทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์พร้อมยินดีเป็นสื่อกลาง โดยสามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ ทีมข่าวเฉพาะกิจ

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง...

บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.1 สาวสวยวิ่งตามฝันแอร์โฮสเตส หนุ่มซิ่งมินิชนยับดับอนาคตวูบ

บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.2 มีใบขับขี่ 4 ด. ควบปอร์เช่ชนซ้ำ 10 วันยังไม่ตั้งข้อหา

บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.3 ซึ้งใจ! สภาทนายยื่นมือบี้ยึดทรัพย์ กยศ. จ่อพักหนี้ (ชมคลิป)

บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.4 โอละพ่อ! ไขปริศนาปอร์เช่ 1 คัน ไฉน 2 ทะเบียน?

อ่านเพิ่มเติม...
นายชลวิทย์เหยื่อปอร์เช่มินิคูเปอร์ สีแดงปอร์เช่สีขาวทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์