Thairath Logo
กีฬา

บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.4 โอละพ่อ! ไขปริศนาปอร์เช่ 1 คัน ไฉน 2 ทะเบียน?

Share :
line-share-logo

ชลวิทย์ หิรัญชัชวาลย์...What are you doing?

เหยื่ออีกหลายชีวิตยังคงทุกข์ทรมาน หัวใจพวกเขาสุดแหลกลาญเพราะความประมาทของใครบางคน “ชลวิทย์! คุณทำอะไรอยู่? คนเดือดร้อนยังอยู่ตรงนี้!”...เสียงเพรียกจากก้นบึ้งหัวใจของบรรดาผู้บาดเจ็บเฝ้าร้องถามถึงชายคนหนึ่ง

ทว่า ปอร์เช่คันงาม รุ่นเคย์แมน สีขาว ที่มีนายชลวิทย์ หิรัญชัชวาลย์ หรือ เอ็ม วัย 23 ปี ขับขี่ไปชนมอเตอร์ไซค์ที่กำลังจอดอยู่ริมทาง จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 3 ราย นั้น เบื้องต้น ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ตกลงแล้ว มีหมายเลขทะเบียนอะไรกันแน่?

เนื่องจากหลังเกิดอุบัติเหตุเพียงไม่นาน ได้ปรากฏว่ามีพลเมืองดี สามารถถ่ายภาพรถหรูคันดังกล่าวเอาไว้ได้พร้อมกับแผ่นป้ายทะเบียนรถ แต่แล้ว.....ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ แผ่นป้ายทะเบียนที่ถูกถ่ายเอาไว้ได้นั้น ต่อมาภายหลัง เมื่อนำไปเปรียบเทียบ กับ เลขทะเบียนที่ปรากฏใน แผ่นป้าย พ.ร.บ. ดันเกิด มีเลขทะเบียนไม่ตรงกัน!

เท่านั้น ยังไม่พอ ป้ายทะเบียนเจ้าปัญหาที่ว่า จู่ๆ ก็ได้อันตรธานหายไปเสียเฉยๆ เสียด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ทำให้เกิดความมึนงง สงสัยให้กับประชาชนไปทั่ว ว่า...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วเช่นนี้ จะมีผลอะไรต่อการชดใช้ค่าเสียหายให้กับ บรรดาผู้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่? 

และแน่นอน เมื่อคนเกิดความสงสัยกันมากๆ ไม่แปลกเลย ที่จะทำให้มีการแชร์ภาพเจ้าปัญหาอย่างแพร่หลาย ท่วมท้นโลกโซเชียลมีเดีย

ทะเบียน 2กย 3984 กทม. หรือ ฎต 1441 กทม. ทะเบียนไหนคือ ทะเบียนของรถปอร์เช่ คันที่เกิดเหตุกันแน่

วันนี้ เราจะไปไขรหัสคำตอบกัน!

เริ่มกันที่ ทะเบียน 2กย 3984 กทม. เมื่อทีมข่าวฯ สอบถามไปยัง บริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ตามที่ ทีมข่าวฯ ได้รับข้อมูลมา ปรากฏว่า ทะเบียนดังกล่าว ทำประกันเอาไว้กับทางบริษัทจริง ในนาม ของ นิติบุคคลแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ย่านมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ส่วนเงื่อนไขกรมธรรม์ จะเป็นอย่างไร ไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ 

เมื่อทราบข้อมูล ทีมข่าวฯ จึงตรวจสอบข้อมูลต่อไป กับทาง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า นิติบุคคลดังกล่าว แจ้งประกอบธุรกิจค้าขายอาหารเสริมและเครื่องสำอาง

เมื่อทางทีมข่าวฯ พยายามประสานสอบถามข้อมูลไปที่นิติบุคคลดังกล่าวอีกชั้นหนึ่ง ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ฯ เพียงว่า ทางผู้บริหาร ติดภารกิจอยู่ต่างจังหวัดไม่สะดวกจะให้สัมภาษณ์ในเวลานี้  

ส่วนทะเบียน ฎต 1441 กทม. ที่อันตรธานหายไปนั้น เมื่อตรวจสอบกับทางบริษัทประกันแห่งเดียวกัน กลับ พบว่า.... 

ทะเบียนดังกล่าว ไม่ได้ทำประกันไว้กับทางบริษัท จึงไม่มีข้อมูล!

เพื่อให้เกิดความชัดเจน ทีมข่าวฯ​ จึงได้ประสานกลับไปที่ผู้ดูแลคดีนี้โดยตรง คือ ร.ต.ท.ภคสิทธิ์ ดิสระ รองสว.(สอบสวน) สน.ลาดพร้าว ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น กระทั่งได้รับคำตอบดังต่อไปนี้....

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถาม ร.ต.ท.ภคสิทธิ์ ถึงข้อสรุปในเรื่องของเลขทะเบียนว่า แท้จริงแล้วรถคันดังกล่าว มีเลขทะเบียนใดกันแน่? ทาง ร.ต.ท.ภคสิทธิ์ ตอบข้อซักถามสั้นๆว่า “ยึดตามแผ่น พ.ร.บ.น่าจะตรงครับ”

จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า รถไม่ได้ใช้ชื่อนายชลวิทย์ แต่เป็นชื่อของบริษัทแห่งหนึ่ง ทาง สน.ลาดพร้าว ได้เรียกเจ้าของรถตัวจริงมาคุยหรือยัง? ผู้สื่อข่าวถามต่อ

“ยังครับ ตอนนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการอยู่” ร.ต.ท.ภคสิทธิ์ ตอบสั้นเช่นเดิม

ผู้สื่อข่าวซักต่ออีกว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้คุยกับทางเจ้าของรถ แต่ได้คืนรถปอร์เช่ไปแล้วเช่นนั้นหรือคะ? “ครับ รถตรวจสภาพความถูกต้องก็คืนได้” ร.ต.ท.ภคสิทธิ์ ยืนยันว่าได้คืนรถไปแล้ว

เช่นนั้น ทาง สน.ลาดพร้าว ก็ต้องได้คุยกับเจ้าของรถก่อนที่จะคืนรถใช่ไหมคะ? “ก็ทางเขารับเป็นเจ้าของตอนนั้น”

เขาในที่นี่คือ บริษัท อินโนว่า แล็บโบราโทรี่ จำกัด ใช่ไหมคะ? ผู้สื่อข่าวถามต่อ “ไม่ ทางคุณชลวิทย์ เขารับเป็นเจ้าของรถ”

เมื่อชลวิทย์รับเป็นเจ้าของ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็คืนรถให้กับชลวิทย์ไปเลยหรือคะ “ครับ” นายตำรวจคนเดิมตอบสั้นๆ แล้วทำไมถึงรีบคืน ผู้สื่อข่าวถามต่อในทันที “เราตรวจสอบแล้วเราก็คืนอะครับ จะขังรถไว้ทำไม”

ตรวจสอบในที่นี้ คือ ตรวจสอบอะไรบ้างหรือคะ? ร.ต.ท.ภคสิทธิ์ กล่าวในเรื่องนี้ว่า "สอบตามระเบียบการตรวจสอบอะครับ ทั่วไป”

ในระหว่างการตรวจสอบ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทราบใช่ไหมคะว่า รถคันนี้เป็นของใคร จึงคืนไปให้นายชลวิทย์ ผู้สื่อข่าวซักต่อ “ใช่ เพราะเขาเป็นคนขับขี่มา”

เท่ากับว่าเราคืนรถไปทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นรถของใคร ไม่รู้ว่านายชลวิทย์เอารถของใครมาขับด้วย แต่กลับคืนให้แก่นายชลวิทย์? “อืม ก็เขาเป็นผู้ครอบครอง ณ ขณะนั้น เป็นผู้ขับขี่” ร.ต.ท.ภคสิทธิ์ ให้เหตุผล

ตอนเกิดเหตุพบมั้ยคะว่า แผ่นป้ายพ.ร.บ.กับทะเบียนรถนั้น ทั้งสองอย่างมีหมายเลขไม่ตรงกัน? “ตอนนั้น ที่รถไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน” นายตำรวจคนเดิม ตอบสั้นเช่นเดิม

ในที่เกิดเหตุไม่พบป้ายทะเบียน มีแค่ พ.ร.บ.หน้ารถ ก็ยืนยันไปแล้วว่า คือทะเบียนจริงๆ ของรถคันนั้นหรือคะ “ครับ” ร.ต.ท.ภคสิทธิ์ ตอบข้อซักถาม

ในช่วงที่เรียกนายชลวิทย์มาสอบสวน ทราบหรือไม่ว่า นายชลวิทย์กำลังจะขับรถไปไหน? “สอบถามไปแล้วเบื้องต้น บอกเอาไปล้าง ประมาณนี้” ร.ต.ท.ภคสิทธิ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเป็นประโยคสุดท้าย

ลั่น หากพบใช้ทะเบียนไม่ตรงกับที่จดไว้จริง เจอข้อหาเพิ่ม

ขณะที่ พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.ลาดพร้าว กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า หากผู้ขับขี่ติดป้ายทะเบียนไม่ตรงกับที่จดทะเบียนไว้กับกรมการขนส่งทางบก จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก มาตรา 160(2) ผู้ใดใช้เครื่องหมายอย่างหนึ่งอย่างใดที่ราชการออกให้สำหรับรถคันหนึ่ง กับอีกคันหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“หากตรวจสอบพบว่า มีการใช้ทะเบียนไม่ตรงกับที่จดทะเบียนไว้จริง เจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อหาเพิ่ม เพื่อดำเนินคดีทันที” พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวอย่างหนักแน่น

ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่า ป้ายทะเบียนไม่ตรงกันนั้น จากการสอบถามร้อยเวรเจ้าของคดี ได้รับคำตอบว่า ในขณะที่ รถปอร์เช่เกิดอุบัติเหตุ ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนหลังในที่เกิดเหตุ และจากการตรวจสอบ เอกสารรถป้ายวงกลม เลขตัวถัง และทะเบียนรถตัวจริง ก็พบว่า ตรงกันกับที่จดทะเบียนไว้ที่กรมการขนส่งทางบกไว้ทุกประการ

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า เป็นป้ายทะเบียนรถปลอมหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่า อาจจะเป็นเพราะ รถในโชว์รูมเวลานำมาโชว์ขาย ส่วนใหญ่มักจะเอาป้ายทะเบียนกราฟิก แบบทะเบียนเลขสวยมาติดไว้กับรถ เพื่อโชว์ลูกค้ามากกว่า

เหตุไฉน จนถึงเวลานี้ ยังไม่มีการ ตั้งข้อหา ชลวิทย์  

ผกก.สน.ลาดพร้าว อธิบายกับทีมข่าวฯ ในประเด็นนี้ ว่า ทางตำรวจยังรอใบรับรองแพทย์ เพื่อระบุอาการที่ชัดเจน ของผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ เพื่อไม่ให้การตั้งข้อหา "เกิดความคลาดเคลื่อน" แต่อย่างไรก็ดี ขอยืนยันว่า "จะให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย และไม่มีการช่วยเหลือใครเป็นพิเศษแน่นอน" เพราะรู้ดีว่า ประชาชนกำลังให้ความสนใจ

ใครทำผิดก็ต้องได้รับโทษเหมือนๆกัน ติดคุกเท่าเทียมกัน ตำรวจไม่มีละเว้นแน่นอน!

สำหรับฐานะของ นายชลวิทย์ เท่าที่มีข้อมูลในขณะนี้ ทราบว่า นายชลวิทย์ เป็นญาติกับหุ้นส่วนของโชว์รูมรถ ในวันเกิดเหตุ กำลังขับรถไปล้างทำความสะอาด   

พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4
พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.ลาดพร้าว

และเพื่อให้มั่นใจมากยิ่งขึ้น ว่า คดีนี้ จะเกิดความเป็นธรรมให้มากที่สุด ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงสอบถามไปยัง พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 กระทั่งได้รับคำตอบให้ใจชื้นว่า 

ในพื้นที่ บก.น.4 จะไม่มีแม้แต่สักคดี ที่จะอยู่เหนือกฎหมายแน่นอน! 

ไม่มีแน่คดีรถหรู รถกระบะ หรือ รถจักรยานยนต์ หากใครเป็นเหยื่อหรือโดนกระทำ ทุกท่านจะได้รับความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ทุกเคส ทุกคดี

และคดีนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ไม่มีผู้มีอิทธิพล ไม่มีผลประโยชน์ใดมาเกี่ยวข้อง ผิดตามผิด ถูกตามถูก ติดคุกเท่าเทียมแน่นอน! 

ด้าน นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นทนายความให้ฝ่ายนายชลวิทย์ เมื่อ ปี 2555 นั้น ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงครอบครัวของนายชลวิทย์ว่า ก่อนหน้านี้อาม่าของนายชลวิทย์ เคยมีธุรกิจซื้อมันสำปะหลังที่ทำร่วมกับสามี แต่เมื่อสามีเสียชีวิต จึงได้ยุติกิจการดังกล่าวลง

โดยทรัพย์สิน ของ อาม่า ที่มีอยู่นั้น เป็นเพียงเงินจำนวนหนึ่งที่ อาม่า เก็บหอมรอมริบเอาไว้ ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าว ได้ถูกใช้จ่ายไปกับนายชลวิทย์เกือบทั้งหมด ซึ่งปัจจุบัน เงินที่อาม่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันนั้น เป็นเงินที่ลูกๆ ของอาม่าส่งเสียให้เป็นรายเดือน ซึ่งคาดว่าอาม่าน่าจะมีลูกไม่ต่ำกว่า 3 คน

ทั้งนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ยังคงพยายามหาทางติดต่อกับ นายชลวิทย์ หิรัญชัชวาลย์ เพื่อให้เกิดความชัดเจนอย่างรอบด้านในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ยังคงไม่ประสบความสำเร็จ

ซึ่งหาก คุณชลวิทย์ ได้อ่านซีรีส์ข่าว บาปบริสุทธิ์มินิแดง แล้วอยากจะชี้แจงในประเด็นต่างๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ทางทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ พร้อมยินดีที่จะเป็นสื่อกลางให้ โดยสามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ ทีมข่าวเฉพาะกิจ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.1 สาวสวยวิ่งตามฝันแอร์โฮสเตส หนุ่มซิ่งมินิชนยับดับอนาคตวูบ

บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.2 มีใบขับขี่ 4 ด. ควบปอร์เช่ชนซ้ำ 10 วันยังไม่ตั้งข้อหา

บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.3 ซึ้งใจ! สภาทนายยื่นมือบี้ยึดทรัพย์ กยศ. จ่อพักหนี้ (ชมคลิป)

บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.5 ชลวิทย์ช่วย 2 หมื่น ประกันจ่ายแสน เหยื่อปอร์เช่ชีวิตเปลี่ยน

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

อ่านเพิ่มเติม...
หนุ่มปอร์เช่เหยื่อมินิคูเปอร์รถมินิ ปอร์เช่ขับรถปอร์เช่ชนมอเตอร์ไซค์ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์