คำค้นหา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าว

พรรคพลังประชารัฐ ชู 3 เหตุผลสำคัญ หนุน บิ๊กตู่ เข้าชิงเก้าอี้นายกฯ

คลิปวีดีโอ

กีฬา

บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.1 สาวสวยวิ่งตามฝันแอร์โฮสเตส หนุ่มซิ่งมินิชนยับดับอนาคตวูบ

ไทยรัฐออนไลน์2 พ.ค. 2560 05:30 น.

“จากเด็กผู้หญิงอนาคตไกล สดใส ใจดี ชอบเข้าวัดทำบุญ และกำลังจะได้ตอบแทนพระคุณพ่อในไม่ช้า ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ดับสลายภายในพริบตา ด้วยน้ำมือของคนคนเดียว” สิริมนต์ พี่สาวแท้ๆ ของเหยื่อรถมินิ พูดจบ น้ำตาก็ไหลรินอาบแก้มด้วยความอัดอั้นตันใจ ในระหว่างการสนทนากับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์  

เอี๊ยดดด! โครม! รถมินิสีแดงที่กำลังแล่นมาด้วยความเร็ว พุ่งชนหญิงสาวร่างบางกระเด็นขึ้นฟ้า จนลอยละลิ่วไปตกกระแทกอยู่บนฝากระโปรงของรถอีกคันหนึ่งที่จอดอยู่ใกล้เคียงกัน

จากความประมาทของผู้ที่ขับขี่รถมินิสีแดงในครั้งนั้น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 คน ซึ่งทุกคนล้วนเป็นพลเมืองดีที่ลงไปให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่กำลังติดอยู่ภายในรถเก๋งที่เพิ่งเกิดอุบัติเหตุไปหมาดๆ แต่แล้วโชคร้ายก็พลันเกิดขึ้นกับเหล่าพลเมืองดี อย่างที่ไม่ควรจะเป็น!

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้เข้าไปเยี่ยมเยียน น.ส.โชติกา ประสารโสภณ หรือ ปลั๊ก สาวเคราะห์ร้ายที่มีอาการหนักหนาสาหัสที่สุดจากเหตุการณ์ “มินิแดงในตำนาน”

ในวันที่ความฝันดับสิ้น แต่ความทรงจำที่เลือนราง ยังหวนระลึกถึง "I want to be a air hostess"

แรกพบ เธอต้อนรับทีมข่าวด้วยรอยยิ้มละไม ความจริงใจของเธอสะท้อนออกมาจากดวงตาอย่างชัดเจน “กินข้าวต้มนะ” ประโยคทักทายแรกของปลั๊ก คือการเชิญชวนทีมข่าวรับประทานข้าวต้มหมูฝีมือคุณพ่อของเธอ ที่ตระเตรียมไว้ให้แขกผู้มาเยือนตั้งแต่ช่วงเช้า

คุณพ่อ (เลี้ยงเดี่ยว) หัวใจแกร่งของปลั๊ก จูงไม้จูงมือผู้สื่อข่าวเข้าครัว พร้อมกับคะยั้นคะยอให้พวกเรารับประทานข้าวต้มหมูให้อิ่มหนำ ก่อนจะมาจับเข่านั่งพูดคุยกันอย่างเปิดอก

จากฝันร้ายในครั้งนั้นจนถึงวันนี้ กินเวลามาเนิ่นนานถึง 5 ปี ผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุมินิแดงในตำนานยังคงทุกข์ทนอยู่กับความประมาทของชายหนุ่มวัย 17 ปี และผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของเรา ณ ขณะนี้ คือ “ปลั๊ก” อดีตนักศึกษาสาวชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือเอแบค ที่ ณ วันนี้ ร่างกายของเธอได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

น.ส.สิริมนต์ ประสารโสภณ พี่สาววัย 33 ปี ของปลั๊ก พูดคุยกับผู้สื่อข่าวอย่างเป็นกันเองระหว่างที่คุณพ่อของเธอกำลังง่วนอยู่ในครัว ว่า “หากย้อนหลังไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ปลั๊กถือว่าเป็นความหวังสำคัญของบ้าน เป็นเรี่ยวเป็นแรง เป็นกำลังหลักของครอบครัว พ่อและตัวพี่เอง เรากำลังนับถอยหลังสู่ความสำเร็จของปลั๊ก เพราะอีก 1 ปี ปลั๊กก็จะเรียนจบแล้ว”

“น้องสาวของพี่เป็นคนใจบุญสุนทาน (เธอพูดพลางโอบไหล่น้องสาวผู้เป็นที่รัก) ปลั๊กเป็นคนชอบเข้าวัดทำบุญ ใจดีชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่ตั้งแต่เด็กจนโต แต่ก็ไม่รู้ทำไมโชคชะตาถึงใจร้ายกับปลั๊กได้ขนาดนี้” สายตาของผู้เป็นพี่จดจ้องน้องสาวตลอดเวลาที่พูดคุย

ผู้สื่อข่าวหันไปถามปลั๊กที่นั่งอมยิ้มอยู่ตรงหน้า “ตอนเด็กๆ ปลั๊กอยากเป็นอะไรคะ” เธอทำคิ้วขมวดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตอบว่า “จำไม่ได้”

“สมัยก่อนปลั๊กเรียนเก่ง แล้วก็พูดภาษาอังกฤษเก่งนะ แต่ไม่รู้ตอนนี้ยังพูดได้อยู่มั้ย” ผู้เป็นพี่หันมาบอกกับทีมข่าวถึงความสามารถในวันวานของน้องสาว

“Plug, what do you want to be when you were young? ผู้สื่อข่าวลองหันไปถามเธออีกครั้งด้วยภาษาอังกฤษ

“I want to be a air hostess because I love travel and I love service job.”

“And now I have a dream is go to Europe once in a life time.” ปลั๊กพูดภาษาที่สองได้อย่างคล่องแคล่วไม่เคอะเขิน จนทำให้เราในฐานะผู้สื่อข่าว และครอบครัวที่นั่งอยู่บริเวณนั้นตื่นตะลึงอย่างที่สุด

“ปกติแทบจะไม่พูดเลยด้วยซ้ำ ถามคำตอบคำ หลายครั้งที่เราถามอะไรไป ปลั๊กจะตอบไม่ได้ หรือไม่เข้าใจ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาพูดภาษาอังกฤษยาวๆ และเขาก็ยังจำเรื่องราวตอนเด็กได้ด้วย” พี่สาวแท้ๆ ของปลั๊กเบิกตาโต

จากนั้น ปลั๊กก็เดินผละจากทีมข่าวขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านอย่างกะโผลกกะเผลก โดยให้เหตุผลสั้นๆ กับพวกเราที่นั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่ว่า “ไปซักผ้า”

พ่อต้องเข้มแข็ง! เพราะพวกเราทุกคนต้องผ่านมันไปด้วยกัน  

นายพิจักษณ์ ตั้งเจริญโสภณ ผู้เป็นพ่อที่ก่อนหน้านี้กำลังง่วนอยู่ในครัว จึงเดินมานั่งพูดคุยกับผู้สื่อข่าวแทนผู้เป็นลูกทันที

โดยคุณพ่อพิจักษณ์ ย้อนเล่าไปเมื่อครั้งที่ตนทราบจากแพทย์ที่ให้การรักษาปลั๊กว่า อุบัติเหตุครั้งนี้จะเปลี่ยนลูกสาวที่เขารักไปตลอดกาล “ตอนนั้น ในใจของผมเหมือนฟ้าถล่มโลกทลาย แต่ภายนอก เราต้องเข้มแข็งให้ได้มากที่สุด ลูกสาวคนโตร้องไห้ยกใหญ่ หลานๆ ที่ปลั๊กเลี้ยงมาก็ร้องกันระงม เพราะฉะนั้นผมต้องเข้มแข็งให้ได้มากที่สุด ผมต้องทำให้ทุกคนเห็นว่า เราต้องเข้มแข็ง และเราจะต้องผ่านมันไปให้ได้

ส่วนความรู้สึกของผม ณ ตอนนี้ คือ เป็นห่วงลูกอยู่ทุกขณะจิต ไม่ว่าจะออกไปทำธุระ หรือไปทำงาน ผมจะกังวลอยู่ตลอดเวลาว่า ปลั๊กจะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะเขาต้องอยู่คนเดียว ส่วนผมต้องออกไปเก็บของเก่าขาย เพื่อหาเงินมาดูแลลูก ถ้าไม่ออกไปทำก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาดูแลครอบครัว ครั้งหนึ่ง เขาเคยเผากระดาษอยู่ในบ้าน แต่โชคยังดี ผมกลับเข้ามาเจอเข้าเสียก่อน ผมเลยรีบดับไฟ ถ้าวันนั้นมาไม่ทัน ผมก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ผู้เป็นพ่อบอกเล่าด้วยความโล่งอก

สุขภาพทรุด ห่างมือหมอดูแล ประจำเดือนหาย 5 ปี สายตาเริ่มผิดปกติ ขาอ่อนแรง 

สิริมนต์ ผู้เป็นพี่แสดงความกังวลต่อจากพ่อของเธอว่า “ตอนนี้ปลั๊กห่างมือหมอมานานปีแล้ว เพราะเราติดขัดเรื่องเงิน และทุกคนต้องออกไปทำงานหาเช้ากินค่ำ เราเลยไม่มีเวลาพาเขาไปได้ และหลังจากประสบอุบัติเหตุในครั้งนั้น ประจำเดือนของปลั๊กไม่มาได้ 5 ปีแล้ว พวกเราก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอันตรายอะไรกับปลั๊กหรือเปล่า และตอนนี้เขาเริ่มมีอาการแปลกๆ เพิ่มขึ้น เช่น เรอบ่อยมาก ถ้าจะต้องพูด หรือต้องร้องเพลง ปลั๊กจะเรอออกมาบ่อยมากๆ ทั้งๆ ที่เขาก็ยังไม่ได้ทานข้าว นอกจากนี้ สายตาของเขาก็เริ่มผิดปกติมากขึ้น และขาของปลั๊ก ก็ดูเหมือนว่าเขาจะปวดมากขึ้นๆ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าน้องเราปวดมากน้อยแค่ไหน เพราะว่าถ้าปลั๊กเจ็บปวดอะไร เขาจะไม่พูด

“ค่าใช้จ่ายในการดูแลน้องปลั๊ก ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ใช้เงินไปจำนวนมากมายเท่าไรแล้ว?” ผู้สื่อข่าวถามคุณพ่อวัย 61 ปี ซึ่งเป็นดั่งเสาหลักของครอบครัว

สารพัดปัญหารุมเร้า ไม่รู้กฎหมาย ค่าดูแลพุ่ง กยศ.จ่อฟ้อง วอนผู้เกี่ยวข้อง "เห็นใจพวกเราด้วย"

“ตอนปีแรกๆ เราต้องจ้างคนดูแลปลั๊ก ซึ่งเราต้องจ่ายเงินสูงถึงสามหมื่นกว่าบาทต่อเดือน ค่ายาพิเศษที่ใช้กับคนไข้ที่มีอาการทางสมอง ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงพอสมควร และก็ยังมีค่าผ้าอ้อม ค่านู่นนี่จิปาถะที่ต้องจ่ายมากมายจนผมแทบจะจำไม่ได้ ค่าใช้จ่ายมันมากมายเหลือเกินครับ พ่อผู้มีพระคุณของปลั๊กบอกเล่าไปตามความจริงที่เกิดขึ้น

“ในช่วงก่อนหน้านี้ ศาลแพ่งได้มีคำสั่งให้นายชลวิทย์ หิรัญ หรือเอ็ม ชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายทั้ง 3 ราย เป็นจำนวนเงิน 14 ล้าน แต่นายชลวิทย์ไม่ได้ชดใช้เงินจำนวนนี้แต่อย่างใด และพวกเราก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป เพราะไม่รู้กฎหมายผู้เป็นพ่อกล่าวด้วยอารมณ์อับจนหนทาง

“ตอนนี้ กยศ. (กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา) ส่งหนังสือมาว่า จะฟ้องดำเนินคดีลูกสาวผม เพราะปลั๊กไม่ได้ใช้หนี้ให้เขา ผมก็ไม่รู้ข้อกฎหมายว่าจะต้องทำอย่างไร เพราะลูกเราประสบอุบัติเหตุตอนอยู่ชั้นปีที่ 3 ปลั๊กไม่สามารถเรียนต่อได้อีก และสุขภาพร่างกายก็ไม่สมบูรณ์เหมือนแต่ก่อน ผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องเอาเงินที่ไหนไปจ่ายให้เขา หรือถ้าผมไปแจ้งกับเขา ทาง กยศ.เขาจะเข้าใจในสิ่งที่เราเผชิญอยู่หรือเปล่า” พ่อของปลั๊กระบายทุกปัญหาที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตอย่างเปิดอก

“แต่ไม่ว่าอดีตที่ผ่านมา วันนี้ วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ผมอยากจะฝากบอกทุกคนที่ดีกับครอบครัวของเรา ไม่ว่าจะเป็น นพ.อานัน นิ่มนวล หมอที่รักษาลูกสาวผม ครูบาอาจารย์ของปลั๊ก เพื่อนพี่น้องทุกคนของครอบครัวเรา หรือแม้กระทั่งครั้งหนึ่ง เคยมีพระจากภาคใต้ ท่านมีโอกาสได้อ่านข่าวของปลั๊ก ท่านเดินทางไกลจากใต้มาถึงกรุงเทพฯ เพียงแค่สวดมนต์ให้ปลั๊ก ผมอยากจะบอกว่า ผมขอบคุณมาก ขอบคุณมากจริงๆ พวกคุณเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ครอบครัวของเรายืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้ พ่อค้าขายของเก่าผู้เป็นพ่อของเหยื่อมินิแดง พูดพลางยกมือไหว้ท่วมหัว

จะมีใครเห็นใจช่วยเหลือครอบครัวๆ หนึ่ง ที่กำลังเผชิญสารพัดปัญหารุมเร้า ซึ่งถูกยัดเยียดให้จาก "อุบัติเหตุที่คงไม่มีใครอยากให้มันเกิด" แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว ควรหรือไม่? ที่จะเข้าไปให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวของเขา ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ต่อไป อย่างที่พวกเขาควรจะเป็น และเป็นไปได้ตามอัตภาพ

แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ สามารถติดตามความคืบหน้า การประสานหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือ น้องปลั๊กและครอบครัว จากปัญหาที่กำลังรุมเร้า จากทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ในตอนต่อไป    


โชคชะตา ไม่เคยปรานีคนจน
แต่กฎหมาย จะปรานีคนรวยหรือไม่นั้น
ต้องติดตาม!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.2 มีใบขับขี่ 4 ด. ควบปอร์เช่ชนซ้ำ 10 วันยังไม่ตั้งข้อหา

บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.3 ซึ้งใจ! สภาทนายยื่นมือบี้ยึดทรัพย์ กยศ. จ่อพักหนี้ (ชมคลิป)

บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.4 โอละพ่อ! ไขปริศนาปอร์เช่ 1 คัน ไฉน 2 ทะเบียน?

บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.5 ชลวิทย์ช่วย 2 หมื่น ประกันจ่ายแสน เหยื่อปอร์เช่ชีวิตเปลี่ยน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หนุ่มปอร์เช่เหยื่อมินิคูเปอร์รถมินิ ปอร์เช่ขับรถปอร์เช่ชนมอเตอร์ไซค์ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED