วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วังนางโหง

อ่่านเรื่องย่อ 57k

แนว: พีเรียด-ดราม่า-สยองขวัญ

บทประพันธ์โดย: เตมัน

บทโทรทัศน์โดย: ฤกษ์ราตรี

กำกับการแสดงโดย: เอกภพ ตันหยงมาศกุล

ผลิตโดย: บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์,ทัศนียา การสมนุช

ดานุ ธนารักษ์ราชภักดี หนุ่มหล่อนักเรียนนอกจากตระกูลเก่าแก่ ถูกดาริกา นักธุรกิจม่ายสาวไฮโซผู้เป็นแม่เรียกตัวกลับเมืองไทยด่วนเพื่อมาดูใจดาเรศ น้าสาวคนเล็กที่กำลังป่วยหนัก

คืนแรกที่เมืองไทย ดานุนัดกลุ่มเพื่อนมากินเลี้ยงต้อนรับการกลับเมืองไทยของตัวเองที่บ้านแม่ รวมถึงจิรวัฒน์หรือจินเพื่อนสนิท แต่ดานุกลับพบเหตุการณ์ประหลาด เขาฝันว่าตัวเองยืนอยู่บนศาลาท่าน้ำ เขม้นมองไปยังสายน้ำท่ามกลางความมืดและเห็นเรือมาดลำหนึ่งลอยตามลำน้ำมา มีหญิงสาวร่ายรำประกอบเพลงอยู่บนนั้น

ดานุมองเห็นหน้าหญิงสาวไม่ถนัดเพราะความมืดและเส้นผมที่รุ่ยร่ายปิดหน้าตา เขาก้าวไปใกล้เพื่อให้มองเห็นชัดขึ้น แต่เธอกลับดึงปิ่นปักผมออกจากมวย กลุ่มผมยาวที่มุ่นไว้หลุดกระจาย เธอจ้วงปิ่นแทงที่ลำคอของตัวเองและตกจากเรือ

ดานุตกใจรีบกระโดดลงน้ำและว่ายไปที่เรืออย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเขาไปถึง เรือหายไป มีเพียงเส้นผมของหญิงสาวที่ยาวสยายเต็มผืนน้ำด้านหลังตัวเขา พลันดานุก็จมลงใต้น้ำเหมือนถูกใครดึง เขาตะเกียกตะกายสุดชีวิต

ทางบ้านดาริกา จิรวัฒน์เห็นดานุที่จู่ๆก็เดินออกจากงานเลี้ยง เขาจึงเดินตามหา ทันได้เห็นเพื่อนรักกำลังกระเสือกกระสนขึ้นจากสระว่ายน้ำจึงรีบกระโดดลงไปช่วย จิรวัฒน์ลากดานุขึ้นมาที่ริมขอบสระ ดานุสับสนมากว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วผู้หญิงที่เขากำลังจะไปช่วยหายไปไหนเสียแล้ว

ดานุตั้งข้อสงสัยว่าตัวเองอาจจะเมา แต่จิรวัฒน์คิดว่าเขาอาจฝันแล้วเดินละเมอออกมา ยังไม่ทันได้คำตอบว่าดานุเมาหรือนอนละเมอ เพื่อนอีกคนก็เดินเข้ามายื่นโทรศัพท์มือถือให้และบอกว่าแม่ของเขาโทร.หา ดานุยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์และโทร.กลับทันที ขณะนั้นดาริกากำลังขับรถกลับบ้านธนารักษ์ เมื่อเห็นลูกชายโทร.มาจึงกดรับ

ดาริกาสั่งดานุให้ไปที่บ้านคุณตาเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้เช้า เพราะอาการของน้าสาวทรุดหนัก อาจอยู่ไม่พ้นคืนนี้ ดานุตกใจมาก รับคำแม่อย่างรวดเร็วว่าจะออกจากบ้านไปทันที

ดานุหันมาพูดกับจิรวัฒน์ที่ตั้งใจฟังเขาโทรศัพท์ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าให้ช่วยเก็บบ้านให้เรียบร้อย เพราะแม่โทร.มาตามเขาให้รีบไปบ้านคุณตา เดี๋ยวนี้เพื่อดูอาการน้าสาวที่กำลังป่วยหนัก

ooooooo

เวลาเดียวกับที่ดาริกาโทร.ตามให้ดานุกลับบ้านธนารักษ์ด่วน ที่บ้านธนารักษ์ คุณทับผู้เป็นประมุขของครอบครัวธนารักษ์ราชภักดี พร้อมคุณดวงผู้เป็นภรรยารวมตัวกันอยู่ที่ห้องนอนของดาเรศ ต่างนั่งกันอยู่คนละฟากเตียงกุมมือลูกสาวคนเล็กที่นอนหลับหน้าตาซูบซีดเอาไว้

นางพันคนรับใช้นั่งอยู่ข้างๆคุณดวงคอยปรนนิบัติ สักครู่หนึ่ง ดาราลูกสาวคนกลางของบ้านธนารักษ์เดินเข้ามาในห้องพร้อมนางพัว คนรับใช้ประจำตัวซึ่งเป็นแม่ของนางพัน ดารากวาดตามองทั่วห้องแล้วเอ่ยขึ้น


“นี่พี่ดาริกายังมาไม่ถึงอีกหรือคะคุณพ่อ ทำไมถึงชักช้าอย่างนี้” แล้วหันไปสั่งนางพัว “พัว...ไปต่อโทรศัพท์ให้ฉันหน่อย ฉันจะโทร.ไปตามเอง”

คุณทับหันไปมองลูกสาวอย่างเหนื่อยหน่ายพลางปรามว่าพี่สาวกำลังจะมาถึง ไม่ต้องโทร.ตาม

แต่ดาราไม่ยอมหยุด เธอเดินมาที่ปลายเตียงดาเรศ จ้องมองน้องสาวด้วยสายตาเวทนา

“คุณพ่อคุณแม่ทำใจไว้นะคะ เดี๋ยวยัยเรศก็ไปสบายแล้ว ป่วยเรื้อรังอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก อยู่ไปก็มีแต่เจ็บปวดทุกข์ทรมาน”

ทั้งคุณทับและคุณดวงหันมามองดาราด้วยสายตาไม่พอใจ ผู้เป็นแม่ถึงกับเอ่ยปาก

“พูดอะไรออกมาดารา น้องยังไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ทำไมถึงมาแช่งกันอย่างนี้”

“ไม่ได้แช่งนะคะคุณแม่ ยัยเรศไม่ได้เพิ่งมาป่วยเอาตอนนี้นะคะ กี่หมอแล้วคะที่รักษามา ก็ไม่เห็นจะหายสักที เราควรจะทำใจให้ได้แล้วนะคะ”

ดาราไม่ยอมลดละให้คุณดวง จนคุณทับทนนิ่งไม่ไหว ไล่ดาราให้ออกไป ดาราไม่พอใจ เดินตึงตังออกจากห้องไปได้สักครู่หนึ่ง ดาเรศเริ่มรู้สึกตัวและเพ้อออกมาเหมือนไล่ใครบางคนที่มองไม่เห็น

ดาริกาขับรถเข้ามาในบ้านธนารักษ์ นายยงคนรับใช้เก่าแก่ สามีของนางพัว พ่อนางพัน ถือไฟฉายรอเปิดประตูรั้วรับอยู่ เธอสั่งให้นายยงออกไปรอรับดานุที่หน้าปากซอย เพราะตอนนี้ดึกมากและดานุไม่ชินทางแถวนี้ นายยงคว้าจักรยานขี่ออกไปทันที

เมื่อจอดรถเรียบร้อย ดาริการีบเดินเข้าบ้านทั้งรองเท้ามุ่งตรงไปยังห้องนอนดาเรศ สวนทางกับดาราและนางพัวที่เพิ่งเดินออกมา ดาริกาเอ่ยถามอาการดาเรศทันทีด้วยความร้อนใจ แต่ก็ต้องสะดุดกับคำพูดน้องสาว

“อย่าให้บรรยายเลย เดี๋ยวจะหาว่าแช่งอีก ทั้งๆที่น่าจะชินกันได้แล้ว”

“แปลว่าอะไร ตอบไม่ตรงคำถาม ฉันขี้เกียจแปล”

เมื่อดาริกาเห็นว่าถูกน้องสาวรวน เธอหันไปจ้องหน้านางพัวเค้นคำตอบ นางพัวต้องตอบแทนนาย แต่คำตอบที่ได้ก็แย่ไม่ต่างจากผู้เป็นนาย ดาริกาไม่พอใจ เดินตึงตังต่อไปยังห้องดาเรศ ทิ้งให้ดาราทำสุ้มทำเสียงกับนางพัวลับหลัง

“นานๆจะโผล่มาที ทำเป็นเดือดร้อนยังกะเป็นห่วงน้องนักหนา พัวไปเอาผ้ามาถูพื้นด้วย ย่ำขึ้นเรือนมาเป็นเทือกเลย มักง่ายจริงๆ”

ooooooo


ดานุขับรถฝ่าความมืดโดยอาศัยระบบแผนที่ในโทรศัพท์มือถือนำทางมาจนเกือบถึงปากทางเข้าบ้านธนารักษ์ แต่จู่ๆหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเขาที่วางอยู่บนคอนโซลหน้ารถก็ดับพรึ่บลง เขาตกใจจอดรถเข้าข้างทางทันทีและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจดู

ดานุกำลังหัวเสียมาก แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ เห็นผู้หญิงคนหนึ่งสวมเสื้อขาวผ้าซิ่นน้ำเงินเดินเข้าไปในซอยข้างหน้าที่อยู่ไม่ไกลจากรถเขาเท่าไร เขาลดกระจกและชะโงกหน้าออกไปสอบถามเส้นทาง แต่หญิงสาวไม่มีทีท่าว่าจะได้ยิน เดินหายลับเข้าไปในซอย

ดานุขับรถตามไปจนถึงหน้าปากซอยที่หญิงสาวเดินเข้าไป เขาจอดรถและมองตาม พบแต่ความมืด ขณะที่เขากังวลใจอยู่ก็เห็นแสงไฟฉายของนายยงสาดออกมา เมื่อนายยงเห็นดานุจึงรีบเดินออกจากซอยด้วยความดีใจ แต่ดานุกลับแปลกใจหนักยิ่งขึ้นที่หญิงสาวคนนั้นหายไป แต่มีชายชราเดินออกมาแทน

นายยงคนสวนร้องทักชายหนุ่มอย่างดีใจพร้อมแนะนำตัวและไถ่ถามว่าดานุมาถูกได้อย่างไรไม่หลงทาง

“ก็เกือบไปแล้วครับ ไม่ได้มาตั้งนาน ดีที่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในซอยนี้ น่าจะสวนกับนายยง”

นายยงหันมองกลับเข้าไปในซอย “ไม่มีนี่ครับ ผมเดินออกมาคนเดียว มีอะไรหรือเปล่าครับคุณหนู”

ดานุงงหนักยิ่งขึ้น แต่นายยงไม่ใส่ใจ กุลีกุจอเดินนำดานุไปที่รถ แต่ดานุยังหันมองเข้าไปในซอยมืดอย่างข้องใจก่อนเดินตามนายยงกลับมาที่รถ คล้อยหลังดานุ ปรากฏร่างของหญิงสาวที่ดานุเห็นนั่นคือ ผีอีแก้ว ยืนอยู่กลางซอย จ้องมองดานุกับนายยงพลางแสยะยิ้มสะใจ

ooooooo

ดานุมาถึงบ้านธนารักษ์ เขาเดินเข้าบ้านโดยมีนายยงถือกระเป๋าเดินทางใบย่อมเดินตามเข้ามา เห็นนางพัวกำลังสั่งการให้นายคำถูพื้น นางพัวเร่งลูกเขยรีบถูบ้านให้สะอาดจะได้กลับไปเปลี่ยนชุดดำแล้วกลับเข้ามาคอยรับใช้เจ้านายอยู่แถวนี้

นายยงแนะนำให้นางพัวภรรยา นางพันลูกสาว และนายคำลูกเขยให้รู้จักดานุ คนรับใช้ทั้งสามยกมือไหว้ดานุ ดาราที่เตรียมพร้อมสวมชุดดำเดินเข้ามาหาหลานชาย ดานุเห็นน้าสาวจึงยกมือไหว้

“สวัสดีครับน้าดารา ได้ยินว่าต้องเปลี่ยนชุดดำ คุณน้าดาเรศเสียแล้วเหรอ”

“ยังหรอกตานุ แต่น้าคิดว่าอย่างไรก็คงจะไม่พ้นคืนนี้”

สายตาที่ชอบจ้องจับผิดของดารามองเห็นหลานชายถอดรองเท้าก่อนเดินเข้าบ้าน เธอยิ้มพอใจที่หลานชายยังคงความเป็นไทยอยู่แม้จะไปเรียนต่างประเทศเป็นเวลานาน แต่จมูกไม่วายได้กลิ่นเหล้าจึงอดค่อนขอดดานุเพื่อกระทบดาริกาไม่ได้ จู่ๆนางพันก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งว่าอาการของดาเรศทรุดหนักอีกแล้ว ทุกคนออกจากห้องรับแขกไปห้องนอนดาเรศทันที

ดานุเปิดประตูห้องนอนดาเรศอย่างรีบร้อน ได้ยินเสียงร้องไห้ของคุณดวงผู้เป็นยายดังลั่นห้อง และเห็นยายกับคุณทับผู้เป็นตานั่งประคองร่างดาเรศ

อยู่คนละฟากเตียง ดาริกาได้แต่ยืนมองอย่างอนาถใจ ดานุเพิ่งเห็นอาการป่วยของน้าสาวจึงตกใจมาก ถามแม่ว่าน้าป่วยเป็นโรคอะไร ดาริกาตอบอย่างเคยว่าระบุโรคไม่ได้ อธิบายไม่ถูก

ดาเรศนอนลืมตาแต่แววตาเลื่อนลอย มือสองข้างปัดอากาศพร้อมบ่นเพ้อเหมือนกำลังไล่อะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น คุณดวงกุมมือลูกสาวพร้อมกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดานุเห็นอย่างนั้นจึงเดินเข้าไปกุมมือดาเรศและส่งเสียงทักทายเพื่อเรียกสติ


นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ