วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสน่ห์นางงิ้ว

อ่านเรื่องย่อ อ่านตอนที่ 11 ทั้งหมด

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ยิ่งยศ ปัญญา / กาญจนา โตะยู

กำกับการแสดงโดย: ธนากร โปษยานนท์

ผลิตโดย: บริษัท ดู เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ธีรเดช เมธาวรายุทธ,ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์

เมื่อดำเกิงกินข้าวต้มที่บัวทำมาเสร็จ บัวขอคุยด้วย กนกวิภาร้อนตัวให้คุยกันตรงนี้ ชยุติปรามน้องสาว ปล่อยพี่น้องคุยกันไม่ต้องกังวล

ดำเกิงสารภาพกับบัวว่าจับตัวกนกวิภามาแก้แค้น เพราะเธอใช้ตนเป็นเครื่องมือทำลายความรักและชื่อเสียงบัว บัวย้อนถามว่าทำสำเร็จไหม เขาชะงักเถียงไม่ออก

บัวจึงร่ายยาวว่า การที่เขาพากนกวิภามาลำบากแถมยังเสี่ยงอันตราย มันสมควรแล้วหรือ และยังทำให้ป๊ากับหลอเป็นห่วง เขาเคยคิดบ้างไหม ต่อไปเขาจะทำอย่างไรคิดไว้หรือยัง บัวย้ำว่าเขาควรมีความรับผิดชอบต่อ

การกระทำของตัวเอง ดำเกิงหน้าเจื่อนแก้ตัวไปว่าขอเวลาคิดสักนิด ตนมีความรับผิดชอบแน่

“แล้วบัวล่ะ มาอยู่ที่นี่กับไอ้ตี๋มีความสุขดีใช่ไหม” ดำเกิงชิงถามบ้าง

“อืม...เรามีความสุขตามสภาพ”

“ไม่หรอก บัวกับไอ้ตี๋มีความสุขมากต่างหาก ดูจากแววตา สีหน้าแล้วก็รอยยิ้มของบัว มันเป็นรอยยิ้มที่เกิ่งไม่เคยเห็นมาก่อน” บัวฉงน “ความจริงเกิ่งก็คอยแอบดูบัวกับไอ้ตี๋อยู่บ่อยๆ เกิ่งดีใจกับบัวด้วยนะ ที่ในที่สุดบัวกับไอ้ตี๋ก็เข้าใจกันได้ เกิ่งดีใจที่เห็นบัวมีความสุขซะที ดีใจที่การกระทำของคนโง่อย่างเกิ่งไม่ทำลายชีวิตบัวจนพังไปซะก่อน”

บัวสบตาดำเกิงที่ดูแน่วแน่ เขาจับมือเธอมากุม สัญญาจะไม่ทำให้เดือดร้อนอีก บัวยิ้มรู้สึกว่าเขาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมาก

กนกวิภาจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายและค่ายาในการรักษาดำเกิง ชยุติมองน้องสาวขำๆ เธอเสชะเง้อมองว่าทำไมบัวกับดำเกิงยังไม่กลับเข้ามา ขาดคำบัวเดินเข้ามากับดำเกิง กนกวิภารีบถามว่าคุยอะไรกันนานสองนาน ชยุติตัดบทให้กลับไปคุยต่อที่บ้าน กนกวิภาเข้าประคองดำเกิงให้เดิน ชยุติบุ้ยใบ้ให้บัวดูทำนองเห็นไหม บัวยิ้มอย่างเข้าใจแล้ว

มีชาวบ้านสองคนเดินสวนมา ทั้งสองมองหน้าชยุติแล้วก้มมองหนังสือพิมพ์ในมือ คุยกันว่าใช่แน่ ชยุติแปลกใจถามว่ามีอะไร ทั้งสองจึงส่งหนังสือพิมพ์ให้ดูกรอบข่าว พาดหัวตัวโต

“เศรษฐิณีเจ้าของโรงงานน้ำปลาตรอมใจหนัก ลูกชายคนเดียวหายตัวไป...นางวลี เกียรติกำจร เจ้าของโรงงานน้ำปลาชื่อดังตรอมใจ นายชยุติลูกชายหายไปจากบ้าน จนอาการทรุดหนัก วอนลูกชายกลับมาดูใจแม่เป็นครั้งสุดท้าย...หากผู้ใดพบเห็นบุคคลในรูปขอให้แจ้งข่าวมาที่บ้านเกียรติกำจรด่วน จะได้รับรางวัลเป็นเงินจำนวนหนึ่งหมื่นบาท” ชยุติกับบัวช็อกเมื่ออ่านข่าว... ทางบ้านเกียรติกำจร ไชโยเห็นข่าวแล้วทึ่งที่ภรรยาทำถึงขนาดนี้ เธออ้าง เขาบอกว่าการหาคนเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ตนจึงใช้วิธีล่อเสือออกจากถ้ำ วลัยฟังแล้วพลั้งปาก


“แล้วตาติจะเชื่อเหรอคะคุณพี่ ตาติเป็นคนนะคะไม่ใช่โคกระบือ จะได้โดนคุณพี่หลอกได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

“วลัย! มือไม่พายอย่าเอาปากราน้ำได้มั้ย ฉันเป็นม้าตาติ เป็นคนอุ้มท้องแล้วก็เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออก ยังไงซะตาติก็ต้องสำนึกบุญคุณฉันบ้าง ห่วงฉันบ้าง ไม่ใช่ในหัวจะมีแต่นังบัวเน่า”

ไชโยและวลัยมองวลีที่สายตาหมายมาดว่าลูกจะต้องกลับมา

ooooooo

กนกวิภาและชยุติไม่เชื่อข่าว ดำเกิงเสริมก็ไม่ต้องกลับ แต่บัวไม่เห็นด้วย คนเป็นแม่ ลูกหายไปครึ่งเดือนไม่รู้ข่าวก็ต้องเป็นห่วงเป็นธรรมดา ป๊ากับหลอก็คงกำลังเป็นห่วงตนกับดำเกิง

เมื่อบัวคิดแบบนี้ ทุกคนก็ยอมกลับ ดำเกิงกับกนกวิภามาเก็บของในบ้านเช่า ดำเกิงเก็บไปบ่นไปว่าบ้านเกียรติกำจรไม่ใช่บ้านคน บ้านผีชัดๆ กนกวิภาปรามให้เกรงใจบ้างเพราะนั่นคือครอบครัวตน เขาสวน เธอก็เป็นหนึ่งในฝูงผีที่นั่น หญิงสาวแทรกทันที

“เคยเป็นย่ะ...ตอนนี้ฉันคงไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว” ดำเกิงแปลกใจถามทำไม หญิงสาวอึกอัก “เอ่อ...ก็... นายช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันก็เลยจะทำดีกับคนที่นายรักเป็นการตอบแทน”

“เหรอ...คิดแค่นั้นจริงๆเหรอ”

“เห็นฉันเป็นคนกลับกลอกขนาดนั้นหรือ”

กนกวิภาเริ่มเคือง

“แน่นอน! ฉันยังจำได้ดีที่เธอหลอกใช้ฉันเป็นเครื่องมือทำร้ายบัวกับไอ้ตี๋”

กนกวิภาสลดลง ค่อยๆเงยหน้าสบตาดำเกิงน้ำตารื้น “ฉันขอโทษนะ ฉันขอโทษที่ทำอย่างนั้น ฉันเสียใจ”

ดำเกิงเห็นอย่างนั้นอึ้ง แต่ยังกวน “เสียใจ? ไม่น่าเชื่อว่าฉันจะได้ยินคำนี้จากเธอยัยหมวย ต่อมคนดีทำงานแล้วหรือไง”

กนกวิภาเสียงเศร้าบอกประชดไปเถอะไม่เป็นอะไร แล้วก้มหน้าเก็บเสื้อผ้าที่ดำเกิงซื้อให้ใส่กระเป๋า เขามองแล้วบอกให้เธอทิ้งไป แต่หญิงสาวอยากเก็บเป็นที่ระลึก ชายหนุ่มหลุดปากว่าตนก็คงคิดถึงที่นี่เหมือนกัน แต่พอรู้สึกตัวก็เสบอกว่า คิดถึงเพราะบ๊ะจ่างขายดี กนกวิภาเบ้หน้าพับผ้าต่อไป ดำเกิงแอบยิ้มมีความสุขในหัวใจ

ที่บ้านริมทะเล บัวกับชยุติช่วยกันเก็บบ้านให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมตัวกลับ ชยุติลังเลว่าตนควรกลับจริงหรือ ไม่รู้ว่าอาม้าจะมาไม้ไหน และจะเกิดอะไรขึ้นอีก


บัวยิ้มเข้ามากุมมือ

“มันจะไม่เกิดอะไรขึ้นอีกแล้วค่ะ เพราะเราเข้าใจกันและจะจับมือผ่านทุกอย่างไปด้วยกัน เหมือนที่เราเคยผ่านมา ป๊าสอนว่า ชีวิตคู่ต้องร่วมทั้งทุกข์ร่วมทั้งสุข เราผ่านเรื่องร้ายๆด้วยกันมามากมาย บัวเชื่อว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต่อให้จะหนักหนาอีกแค่ไหน เราก็จะผ่านมันไปได้ค่ะ ฉันจะอยู่ข้างคุณเหมือนที่คุณอยู่ข้างฉัน”

ชยุติกุมมือตอบ “ขอบคุณมากนะบัว คุณคือหัวใจของผม...ผมจะไม่มีวันปล่อยมือคุณ”

บัวซาบซึ้งโผกอดด้วยความรัก

ooooooo

วันต่อมา วลัยตั้งใจจะไปเยี่ยมมาลัย แต่วลีสั่งห้ามไปจนกว่าชยุติจะกลับมาก่อน วลัยถามเสียงอ่อยว่าถ้าหลานไม่กลับ เราต้องทิ้งอาม้าไม่ไปดูดำดูดีเลยหรืออย่างไร วลีสวนอย่างอัดอั้น

“อาม้าจะได้เข้าใจไงว่าการถูกลูกทอดทิ้งมันเป็นยังไงเหมือนที่อาม้าทำให้ตาติทิ้งฉันไป”

ทั้งวลัยและไชโยรู้สึกว่าวลีเหมือนคนจิตหลุดน่ากลัวขึ้นทุกที ทันใดชูดวงพรวดพราดเข้ามาด้วยความดีใจจนพูดไม่ออก ตามด้วยชยุติกับกนกวิภาเข้ามา วลีดีใจมากแต่พอนึกได้ก็แกล้งเป็นลมล้มพับ ทำให้ทุกคนตกใจรีบเข้าประคอง

ขณะที่เจียงกับหลอช่วยกันจัดเก็บชุดงิ้วเพราะไม่มีคนจ้างเล่นมานาน บัวกับดำเกิงเข้ามากราบ เจียงถึงกับน้ำตารินด้วยความดีใจ...พอได้นั่งคุยกัน เจียงกับหลอทึ่งที่โลกกลมจริงๆ ดำเกิงถึงหนีไปอยู่ที่เดียวกับชยุติและบัว บัวเป็นห่วงถามไถ่ถึงสุขภาพของเจียง หลอไม่อยากโกหกเพราะเจียงนอนไม่หลับเลยตั้งแต่สองคนหายกันไป ดำเกิงสัญญาจะไม่ทิ้งไปไหน จะไม่ก่อเรื่องอีก เจียงไม่อยากเชื่อ บัวรับรองว่าครั้งนี้เชื่อได้เพราะเขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

เจียงหันมองไปรอบๆก่อนจะถามหาชยุติ บัวบอกว่าเขากลับไปดูอาการวลี เจียงเห็นข่าวนึกเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน บัวคิดว่าอาการเธอน่าจะดีขึ้นเมื่อชยุติกลับไป แต่ดำเกิงเหน็บ

“หรืออาจจะทรุดหนักกว่าเดิมก็ได้ ถ้าได้ยินเรื่องที่ไอ้ตี๋มันจะคุยด้วย”

บัวส่งสายตาปราม เจียงกับหลอมองหน้ากันอย่างสงสัย...เวลาผ่านไป ในห้องนอนวลี ชยุติ กนกวิภาและไชโยนั่งอยู่ล้อมเตียง วลีลืมตาขึ้นมาทำทีน้ำตาไหลพรากดีใจที่เห็นหน้าลูกชาย โดยลืมสนใจลูกสาวสักนิด พร่ำรำพันว่าเขาอย่าทิ้งไปอีก ตนเป็นห่วงและคิดถึงมาก ชยุติแววตาเครียดลงเพราะมีเรื่องที่จะมาบอกพ่อและแม่

พอวลีรู้ว่าชยุติต้องการที่จะอยู่บ้านบัวห้าวันและกลับมาอยู่บ้านพ่อแม่สองวันก็หน้าเครียดพยายามระงับความไม่พอใจ ชยุติอ้างว่านี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อความสบายใจของป๊า

ชยุติหาทางออกเพื่อความสบายใจของป๊ากับม้า ให้ทุกคนได้อยู่พร้อมหน้าในวันหยุด ส่วนโรงงานตนยินดีจะไปทำงานต่อถ้ายังวางใจตน

 วลีหลุดแว้ดออกมาว่า...ไม่ได้...ลูกชายจะออกไปอยู่บ้านคนอื่นได้อย่างไร ชยุติยืนกรานว่าตนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีบัว วลีสวนด้วยความโกรธแล้วนึกได้กลับลำทัน

“ม้าก็อยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีติเหมือนกัน...เอาอย่างนี้ ม้ามีทางออกที่ดีกว่านั้น ถ้าติเชื่อม้า...”

ชยุติสบตากนกวิภาทำนองแม่จะมาไม้ไหนอีก...

เย็นวันนั้น ชยุติมาหาบัวที่บ้านเจียง บอกความประสงค์ของวลี อยากให้บัวกลับไปอยู่ด้วย ถ้าบัวไม่เชื่อ ยินดีจะมาขอโทษบัวกับเจียงที่นี่ ทั้งบัวและเจียงไม่เห็นด้วย ชยุติกับบัวต่างหากที่ต้องเข้าไปขอขมาวลี บัวสบตาชยุติบอกตนจะกลับไปอยู่ที่บ้านเขา ชายหนุ่มดีใจกุมมือแทนคำขอบคุณจากใจ

เย็นวันนั้น บัวกับชยุติเข้ามากราบวลีกับไชโย วลีปั้นหน้ายิ้มรับ จี๊ด จ๊าดและชูดวงเห็นแล้วไม่อยากเชื่อ วลีเอ่ยปากว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเพราะตนที่ผิด

“ผิดที่ตาบอด มองไม่เห็นความดีงามของดอกบัวดอกนี้ ต่อไปนี้เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ ม้าสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายจิตใจหนูอีก ให้โอกาสม้าได้ไหม”

บัวอึ้งน้ำตารื้นรับคำ วลีขอให้บัวเรียกตนว่าอาม้า ไชโยงงที่ภรรยาจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ วลียิ้มแย้มจับหน้าบัวอย่างเอ็นดู ดีใจที่ครอบครัวเราจะอยู่กันพร้อมหน้า...

บัวทำหน้าไม่ถูกไม่คิดว่าอะไรๆจะเปลี่ยนไปได้

สามคนรับใช้สุมหัวคุยกันในครัว ไม่มีใครอยากเชื่อว่าวลีจะเปลี่ยนไปในทางดีอย่างนั้น ทันใดชยุติก้าวเข้ามาถามหามาลัย ทั้งสามหน้าเจื่อนมองกันไปมาว่าใครจะตอบ

ในขณะที่มาลัยเห็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์แล้วกลุ้มใจ รู้ว่าวลีจะต้องมีแผนร้ายอีกแน่ ได้แต่พึมพำ...ป่วยกายกินยาก็หาย แต่ถ้าจิตใจป่วย มาลัยถอนใจ ทำอย่างไรวลีถึงจะหาย

ooooooo

วันต่อมา วลีเป็นคนบอกชยุติว่า มาลัยไปทัวร์ไหว้พระกับเพื่อนๆ เห็นว่าไปหลายวันหลายจังหวัด ชยุติแปลกใจว่าเพื่อนกลุ่มไหน วลีสบตาไชโยให้ช่วย เขาจึงบอกลูกว่า เพื่อนเก่าที่ชมรมไทเก๊ก ชยุติติงทำไมไม่ให้จี๊ดหรือวลัยตามไปดูแล วลัยรีบบอกว่าอยากไป วลีแทรก

“อาม่าน่ะสิไม่ยอม บอกอยากจะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ไม่ชอบให้มีใครไปคุม แกก็รู้นี่ว่าอาม่าแกน่ะขี้รำคาญจะตายไป โดยเฉพาะกับม้าแล้วก็อาอี๊ของแก”

ระหว่างนั้นบัวยกอาหารมาวางแล้วจะกลับเข้าไปในครัว วลีทำทีเรียกให้บัวนั่งร่วมโต๊ะ ชยุติยิ้มพยักหน้าให้เธอนั่งข้างๆ จี๊ดยิ่งแปลกใจแต่ก็กุลีกุจอจัดจานช้อนส้อมมาวาง

เสร็จจากอาหารเช้า ชยุติอิดออดล่ำลาบัวจนวลีแอบหมั่นไส้ พยายามเก็บอาการไล่ให้เขารีบไป บัวขอตัวไปช่วยงานในครัว...ไชโยทนไม่ไหวถามวลีคิดจะทำอะไรถึงยอมรับบัวเป็นสะใภ้ วลียิ้มหยันเผยแผนหลอกให้ตายใจแล้วค่อยเชือดทีหลัง ไชโยตบเข่าฉาด

“ผมว่าแล้ว ว่าคุณไม่น่าจะเปลี่ยนใจ เปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อเมียไอ้ตี๋ได้ง่ายๆ”

“คุณรู้ใจฉันเสมอเลยคุณไชโย คนอย่างฉันจะไม่ลามือง่ายๆ ถ้ายังไม่ได้สิ่งที่ฉันต้องการ”

ไชโยเห็นแววตาภรรยาแล้วขยาด เริ่มรู้สึกสับสนว่าสิ่งที่ทำมันถูกหรือผิดกันแน่...บ่ายวันเดียวกัน ไชโยนั่งทานอาหารกับล้วน แสงเดือนและยิ่งจันทร์ที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ยิ่งจันทร์รู้ว่าชยุติกลับมาก็แสร้งทำดีใจน้ำตาร่วง แสงเดือนได้ฟังว่าชยุติหนีไปอยู่กับบัวที่บ้านเก่าของมาลัยก็รู้ทันทีว่าโดนตรึงจิตหลอก แต่ข้องใจเรื่องที่วลียินดีต้อนรับบัวเข้ามาอยู่ในบ้านแบบนี้ หมายความว่าอย่างไร ไชโยรีบอธิบายว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนหลอกให้เหยื่อตายใจแล้วเชือดทีหลัง

สามพ่อแม่ลูกร้องอ๋อ...พร้อมกัน แสงเดือนถามย้ำว่ามั่นใจหรือว่าครั้งนี้จะสำเร็จ ไชโยย้ำให้ยิ่งจันทร์เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวได้เลย พร้อมกันนี้ก็มอบเช็คเงินสดงวดที่สามให้ล้วนเป็นการเพิ่มทุนตามที่เขาขอ ทั้งสามตาโตยิ้มอย่างมีเลศนัย

พอแยกกับไชโย แสงเดือนก็คุยกับสามีและลูกว่าไม่อยากเชื่อขี้ปากไชโยอีก คราวนี้ตนจะจัดการกำจัดบัวเอง ยิ่งจันทร์อยากรู้ว่าแม่จะทำอะไร แสงเดือนไม่บอกแต่ยิ้มกับแผนของตน

ด้านบัวดูแลรดน้ำใส่ปุ๋ยผักที่มาลัยปลูกทิ้งไว้

จี๊ดคันปากยิบๆอยากจะบอกว่ามาลัยอยู่ไหน วลีรู้ทันเข้ามาขัด ไล่จี๊ดไปซื้อของที่ตลาด พูดเป็นนัยๆว่าให้ไปซื้อเข็มกับด้าย ตนจะเย็บปาก...กระเป๋าให้สนิท จี๊ดกลืนน้ำลายเอื๊อกรีบล่าถอย จากนั้นวลีก็ทำเป็นห่วงใยให้บัวพักผ่อนบ้าง ไม่ต้องทำงานอะไรในบ้านมาก จะได้มีหลานให้ตนไวๆ กนกวิภายืนมองอย่างไม่ไว้วางใจ

วลีก้าวเข้ามาในห้องนอน เจอกนกวิภานั่งรออยู่ก็ยิ้มบอกมีเรื่องอยากคุยด้วยพอดี หญิงสาวชิงถามก่อนว่า เรื่องบัวใช่ไหม มีแผนอะไร วลีชมว่าลูกช่างรู้ใจ ไม่ทันจะพูดต่อเธอก็สวน

“ไม่ว่าอาม้ากำลังจะคิดทำอะไร หนกว่าหยุดเถอะนะคะ”

“แกพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”

“ม้าไม่เบื่อเหรอคะ ที่ครอบครัวเราไม่สงบสุขเลย พอเถอะค่ะม้า บัวเองก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ม้าเลิกคิดที่จะกำจัดบัวเถอะค่ะ”

“นี่แกบ้าไปแล้วหรือไงยัยหนก ถึงมาพูดกับม้าแบบนี้!”

กนกวิภาพยายามบอกวลีว่าตนตาสว่างเห็นผิดเห็นชอบแล้ว วลีโกรธมากหาว่าไปโดนใครล้างสมอง หรือพวกงิ้วชั้นต่ำขู่ทำร้าย หญิงสาวส่ายหน้าบอกทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะเป็นผลจากการกระทำที่ผ่านมาของพวกเรา วลีกราดเกรี้ยวไม่อยากฟัง และตนจะไม่ยอมหยุด ทุกอย่างที่ตนทำจะต้องไม่สูญเปล่า แล้วก็ไล่กนกวิภาออกไปจากห้อง เจ็บใจที่ใครๆหันไปเข้าข้างบัว...

ดำเกิงตั้งโต๊ะอาหารเย็นให้เจียงกับหลอเสร็จก็จะไปขายบะหมี่ ทั้งสองให้กินข้าวก่อนจะได้มีแรงทำงาน ไม่ทันไรกนกวิภาหน้าเศร้าเข้ามายกมือไหว้เจียงกับหลอ สองผู้เฒ่าประหลาดใจ

กนกวิภามาช่วยดำเกิงตั้งร้านขายบะหมี่และระบายความทุกข์ให้ฟัง ยอมรับว่าไม่ไว้ใจแม่ตัวเอง ดำเกิงก็คิดอย่างนั้น เพราะการที่ทะเลสงบหมายถึงจะมีพายุใหญ่ หญิงสาวถอนใจช่วยงานเสร็จจะกลับ ดำเกิงไม่อยากให้เธอกลับจึงอ้างว่าทำบะหมี่ให้กินฟรี ตอบแทนที่คาบข่าวมาบอก

“นี่! ฉันเป็นคนนะไม่ใช่หมา...”

“เธอเป็นยัยหมวยของฉันต่างหาก” ดำเกิงทำหน้าทะเล้น กนกวิภาหน้าแดงแอบเขิน

คืนนั้นดำเกิงมาแอบคุยกับบัวข้างรั้วบ้านหลังจากส่งกนกวิภา เตือนให้ระวังวลีไว้บ้าง แต่บัวไม่อยากเชื่อแต่ก็รับคำจะระวัง...ในคืนนั้น ชยุติในชุดนอนเข้ามาโอบกอดบัวที่นั่งหวีผมอยู่หน้ากระจก ถามอย่างห่วงใยว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง บัวย้อนถามตนต่างหากที่ต้องถามว่าเขาไปทำงานเหนื่อยไหม ต่างคนต่างห่วงใยกันและกัน ชยุติบอกว่าไม่เหนื่อยแค่งานเอกสาร

บัวบอกไม่เหมือนอยู่ที่บ้านริมทะเลต้องทำงานหนัก ชยุติรับว่าเหนื่อยแต่มีความสุขกว่าตอนนี้ บัวเองก็รู้สึกเช่นนั้น ชยุติคิดไปไกลว่าต่อไปตนจะพาลูกๆไปเที่ยวที่นั่นบ่อยๆ บัวเขิน เขายิ่งเย้าแหย่ว่าเธอเห็นความน่ารักของเขาแล้ว บัวเคลิ้มปล่อยตัวให้เขาจูบ แต่ไม่ทันจะได้จูบ วลีโผล่เข้ามาขัดจังหวะ เธอแกล้งมาขอยืมตัวบัวไปนวด อ้างว่าจ๊าดหลับไปก่อน ชยุติทำหน้าเซ็งๆ

วลีพึมพำกับตัวเอง “แกอย่าคิดว่าจะมีโอกาสได้อยู่กับตาติสองต่อสองอีกเลยนังบัว”

ooooooo


“ความงามไม่คงที่ ความดีสิคงทน เสน่ห์ของคน อยู่ที่ผลของการกระทำ”

คณะงิ้วเหลี่ยนฮัวของเถ้าแก่เจียง (มนตรี เจนอักษร) ต้องประสบวิกฤตทางการแสดงอย่างกลางคัน เมื่อนางเอกประจำคณะ ไหมฟ้า (ศกุนตลา เทียนไพโรจน์) ขอลาออกเพราะว่ามีปัญหาทะเลาะวิวาทกับ ตรึงจิต (ภัทรวดี ปิ่นทอง) นางรองประจำคณะเรื่องชู้สาวกับ นกขมิ้น (จันทร์สม กุลเทิดทูน) ทอมคู่ขาที่รับบทเป็นพระเอกงิ้ว บัว (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เด็กสาวประจำคณะเหลี่ยนฮัว ที่ถูกเจียงเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเด็ก พาดำเกิง ลูกบุญธรรมอีกคนของเจียงไปตามตัวไหมฟ้ากลับมาเล่นให้กับคณะเหลี่ยนฮัวดังเดิม แต่กลับถูกไหมฟ้าปฏิเสธอย่างไม่ไยดี พร้อมกับด่าไล่หลังมาอีกด้วย

เมื่อสถานการณ์ถูกบีบบังคับให้เจียงต้องตัดสินใจ บัว จึงได้จับพลัดจับพลู กลายมาเป็นนางเอกประจำคณะอย่างไม่ได้ตั้งใจ ซินแสหลอ ผู้เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเจียง เห็นพรสวรรค์ในตัวของบัว จึงผลักดันให้เธอได้แสดงเป็นนางเอกประจำคณะเหลี่ยนฮัว ในบทไป๋ซูเจินนางพญางูขาว

ชยุติ เกียรติกำจร (ธีรเดช เมธาวรายุทธ) เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี ดีกรีจบจากต่างประเทศ ได้เดินทางกลับมาบ้านเกิดเมืองนอน ภายใต้การต้อนรับอย่างอบอุ่นของครอบครัวที่ประกอบด้วย ไชโย (ทนงศักดิ์ ศุภการ) พ่อของชยุติ ปัจจุบันรับช่วงต่อดูแลธุรกิจโรงงาน้ำปลาต่อจากอากงเทียนผู้ล่วงลับที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ วลี (ปรารถนา บรรจงสร้าง) ผู้เป็นแม่ วลัย (ปาริฉัตร ไพรหิรัญ) ผู้เป็นน้า เป็นสาวโสดอายุมาก ชอบคิดว่าไชโยเป็นสามีตนอยู่เสมอ มาลัย (ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา) ผู้เป็นยาย และกนกวิภาผู้เป็นน้องสาวแท้ๆ ของตน

ฐานะของตระกูลเกียรติกำจร เจริญรุ่งเรืองจากกิจการโรงงานผลิตน้ำปลา ครอบครัวของชยุติเป็นพวกอวดร่ำอวดรวย เมื่อคราวที่ชยุติเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ก็จัดงานแถลงข่าวอย่างใหญ่โต ให้สมกับเป็นบุตรชายคนเดียวประจำตระกูล ส่วนมาลัย ผู้อาวุโสที่สุดในบ้าน กลับไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดใช้ชีวิตอย่างฟุ้งเฟ้อสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้สักเท่าไหร่

ครั้นที่บัวได้ขึ้นแสดงเป็นครั้งแรก ก็ได้กระแสตอบรับมาเป็นอย่างดี ชยุติได้พามาลัยมาดูการแสดงงิ้วของบัวด้วย สร้างความประทับใจให้กับชยุติเป็นอย่างมาก ถึงกับวาดรูปของเธอเก็บไว้ส่วนตัว มาลัยก็ชื่นชมที่บัวเป็นนางเอกงิ้วหน้าใหม่ที่แสดงได้ดี สมบทบาท เสียงไพเราะ ทุกอย่างเหมือนจะไปได้ด้วยดี แต่เจียงกลับไม่เห็นด้วยที่บัวได้ขึ้นแสดงงิ้ว ในฐานะที่ตนเป็นเจ้าของคณะ เจียงจึงสั่งห้ามไม่ให้บัวขึ้นแสดงงิ้วอีก เนื่องจากในอดีตเจียงเคยมีเมียเป็นนางเอกงิ้วแล้วหนีตามคนดูไปสร้างบาดแผลในใจให้กับเจียงอย่างมาก

ยิ่งเจียงรักบัวเหมือนลูกแท้ๆ ก็ยิ่งทำใจไม่ได้ทุกครั้งที่ต้องเห็นบัวขึ้นแสดงงิ้ว ในสถานการณ์ที่ถูกบีบบังคับหลายทาง ไม่ว่าจะจาก ธานี เจ้าพ่อเงินกู้หน้าเลือด ที่เก็บดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น ธานี (เอนก อินทะจันทร์) ชื่นชมและปลาบปลื้มในการแสดงงิ้วของบัวเป็นอย่างมาก ถึงกับออกปากว่าจะช่วยเหลือถ้าหากบัวยอมทำตามที่เขาต้องการ แต่บัวก็ปฏิเสธอย่างไม่ไยดี

บัวกับกนกวิภา (พริมา พันธุ์เจริญ) เรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน กนกวิภารู้ว่าบัวเติบโตในโรงงิ้วก็มองบัวในแง่ร้าย เพราะความต่างของฐานะกันระหว่างกนกวิภากับบัว ถ้ามีโอกาส กนกวิภาจะคอยกระแนะกระแหนและกลั่นแกล้งบัวอยู่เสมอ

ครอบครัวของชยุติยกเว้นมาลัย มีความเห็นตรงกันว่าอยากให้ชยุติแต่งงานกับครอบครัวของยิ่งจันทร์ (ฉัตรฑริกา สิทธิพรหม) ซึ่งเป็นสาวไฮโซ แต่งตัวเปรี้ยว ร้อนแรง เคยเป็นนางแบบมาก่อน แม่ของยิ่งจันทร์คือแสงเดือน พ่อของเธอคือคุณล้วน ซึ่งครอบครัวของยิ่งจันทร์ประสบภาวะวิกฤตในด้านการเงิน แต่ไม่มีใครรับรู้เรื่องนี้นอกจากครอบครัวยิ่งจันทร์เอง

ตกลงกันได้ดังนี้ ทั้งสองครอบครัวจึงพยายามยัดเยียดยิ่งจันทร์ให้กับชยุติ ซึ่งชยุติก็ไม่ได้มีเสน่หาในตัวยิ่งจันทร์สักเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธไปตรง ๆ ได้ เพราะอาจจะเกิดปัญหาภายในครอบครัว แต่เมื่อทุกครั้งที่เจอยิ่งจันทร์ ชยุติจะคอยหลบหน้าหลบตาหนีห่างจากยิ่งจันทร์ตลอด กลับกัน ความรักระหว่างชยุติกับบัว กลับยิ่งงอกเงยมากยิ่งขึ้น

ชะตาชีวิตที่พลิกผัน หลังจากไหมฟ้าออกมาจากคณะเหลี่ยนฮัวของเจียง ก็บังเอิญไปตกเป็นเมียของเสี่ยธานีเข้าอย่างไม่ตั้งใจ ไหมฟ้าเห็นทีสบโอกาส จึงตั้งตนเป็นใหญ่เข้าขู่รีดไถจากคณะเหลี่ยนฮัวเพื่อแก้แค้น เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เจียงเครียดอย่างหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล สถานการณ์ย่ำแย่จนเจียงตัดสินใจจะขายคณะเหลี่ยนฮัวทิ้งเพื่อนำเงินที่ได้ไปสร้างตัวใหม่ แต่กลับโดนไชโยวางแผนหลอกให้คณะเหลี่ยนฮัวต้องหมดกำลังใจที่จะแสดงงิ้วต่อ เพื่อบีบให้เจียงขายคณะทิ้ง แล้วตนจะได้ที่ดินของคณะเหลี่ยนฮัวเพื่อไปใช้สร้างเรือนหอให้กับชยุติและยิ่งจันทร์

บัวสอบไม่ผ่านเพราะต้องไม่เข้าห้องสอบ เพื่อมาแสดงงิ้วในวันเปิดบริษัทใหม่ของครอบครัวชยุติ แต่บัวปิดบังไม่ให้ใครรู้จนกระทั่งเสร็จงาน กนกวิภาเป็นคนเฉลยความจริงต่อหน้าเจียงและคนในคณะ ว่าบัวหนีสอบเพื่อมาแสดงงิ้วเพื่อช่วยเหลือคณะของตน แต่กลับโดนวลีเซ็นเช็คปลอมมาให้ ยิ่งทำให้สถานการณ์ของคณะเหลี่ยนฮัวเข้าขั้นวิกฤต ชยุติถูกครอบครัวสั่งห้ามพบและห้ามยุ่งกับเรื่องของคณะเหลี่ยนฮัวและบัวอย่างสิ้นเชิง ความรักของบัวกับชยุติถูกครอบครัวของชยุติกีดกัน

สุดท้ายชยุติช่วยปลดหนี้สินของธานีให้กับคณะเหลี่ยนฮัว หนำซ้ำยังส่งเงินดูแลเจียงที่นอนป่วยจนหายดี สร้างความซาบซึ้งใจให้กับบัวอย่างมาก ความรักของบัวกับชยุติกลับสร้างความช้ำใจให้กับดำเกิง ที่แอบหลงรักบัวข้างเดียวมานาน ฝั่งยิ่งจันทร์ก็ลงทุนสร้างสถานการณ์ด้วยร่างกายของตนเองให้ชยุติขับรถชนใส่ตน เพื่อที่จะได้นอนโรงพยาบาล ทำให้ชยุติต้องห่างจากบัวมาดูแลยิ่งจันทร์ เพราะตนต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตนทำกับยิ่งจันทร์ แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม ช่องว่างระหว่างความรวยกับความจนของบัวและชยุติ แม้จะใช้เงินมากแค่ไหนก็ไม่สามารถทดแทนได้ บัวเข้าใจในฐานะของตนเป็นอย่างดี

ชยุติตัดสินใจสารภาพรักกับบัว วลีรู้ข่าวเรื่องนี้เข้าถึงกับเป็นลม ครอบครัวของชยุติอึ้งกันไปเป็นแถบๆ ที่ชยุติตัดสินใจแต่งงานกับคนที่ฐานะต่ำต้อยกว่า ค้านกันหัวชนฝาไม่ยอมรับบัวในฐานะลูกสะใภ้ของตระกูล ดำเกิงเมื่อรู้เรื่องนี้เช่นกัน ก็ขอลาออกจากคณะเหลี่ยนฮัวกลับต่างจังหวัดไป ครอบครัวชยุติเห็นว่าชยุติตัดสินใจเลือกบัวแล้วแน่ ๆ จึงตัดสินใจมัดมือชก ให้ชยุติแต่งงานกับยิ่งจันทร์ให้ได้ เมื่อถึงเวลาสวมแหวน ชยุติเลือกที่จะปฏิเสธไม่แต่งงานกับยิ่งจันทร์ หักหน้ายิ่งจันทร์ แสงเดือน และล้วนออกสื่อ สร้างความประหลาดใจให้กับครอบครัวชยุติเป็นอย่างมาก มาลัยเข้าใจดีที่ชยุติเลือกบัว เพราะเธอก็ได้เห็นนิสัยที่ดีของบัวสะท้อนออกมาผ่านความกตัญญู ยิ่งตอนที่เจียงล้มหมอนนอนเสื่อ ยิ่งเป็นตอนที่บัวแสดงความกตัญญูออกมาได้อย่างดี

ชยุติหนีงานแต่งระหว่างตนกับยิ่งจันทร์ เพื่อมาจัดพิธีแต่งงานเล็ก ๆ กับระหว่างชยุติและบัวในโรงงิ้ว ท่ามกลางการค้านสายตาของครอบครัวชยุติทุกคน ยกเว้นมาลัย ที่อวยพรให้กับความรักของคนทั้งคู่ ให้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีอีกด้วย ก่อนที่ชยุติกับบัวจะพากันหนีไปฮันนีมูนสองต่อสองที่ทะเล ทั้งคู่มีความสุขร่วมกันเป็นอย่างมาก และสร้างชีวิตที่เรียบง่ายขึ้นด้วยการขายปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ โดยทั้งชยุติและบัวคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะสิ้นสุดลงตรงที่นี่แล้ว

แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น ไชโยจ้างให้นักสืบตามสืบหาว่าทั้งคู่หายไปไหน ทั้งไปข่มขู่ชาวคณะเหลี่ยนฮัว จนสุดท้ายต้องลงข่าวในหนังสือพิมพ์ให้วลีป่วยหนัก โดยชยุติไม่ได้รู้เลยว่าตนเองนั้นถูกหลอกล่อให้เชื่ออย่างสนิทใจ จนกระทั่งโทรศัพท์ไปถามจึงได้ทราบความเป็นจริงว่าถูกหลอก ดำเกิงฉวยโอกาสตอนที่ชยุติไม่อยู่ มาบอกกับบัวว่าชยุติได้ทิ้งบัวไปดูแลวลีแล้ว ยังไม่ทันไรชยุติก็รีบกลับมาดูแลบัวเสียก่อน ดำเกิงต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อชยุติอีกครั้ง

ไหมฟ้าได้กลับมาคณะเหลี่ยนฮัวอีกครั้ง ชีวิตของเธอต้องระหกระเหินไม่เป็นโล้เป็นพายอยู่นาน หลังทะเลาะกับธานีในเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ แต่ชีวิตก็ยังไม่ประสบความสำเร็จสักที หนำซ้ำยังตกกระไดขาเป๋ถูกล้อเลียนอีก เจียงเห็นดังนั้นจึงรับไหมฟ้ากลับเข้ามาอยู่ในคณะดังเดิม เจียงมีความตั้งใจว่าจะเปิดโรงเรียนสอนงิ้ว ส่วนมาลัยถูกครอบครัวตัวเองกล่าวหาว่าเลอะเลือน ไม่สามารถครอบครองมรดกต่อไว้ได้ จนมาลัยน้อยใจต้องไปขออาศัยอยู่กับเจียงที่คณะเหลี่ยนฮัว

บัวกับชยุติได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสักพักใหญ่ ๆ ก่อนกนกวิภาจะบังเอิญเดินทางมาเจอคนทั้งคู่ กนกวิภาโทรตามให้ครอบครัวของชยุติเดินทางมารับตัวชยุติกลับไปอยู่บ้านเหมือนเดิม ชยุติยื่นคำขาดให้รับตัวบัวกลับไปพร้อมกับชยุติด้วย พร้อมบอกว่าบัวคือลูกสะใภ้ของตระกูลเกียรติกำจร วลีกับไชโยอึ้ง แต่ก็ต้องยอมชยุติเพื่อดึงตัวชยุติกลับไป

เมื่อบัวและชยุติได้กลับมาอยู่ที่บ้านของชยุติ ครอบครัวของชยุติเองก็ให้การต้อนรับที่ไม่น่าประทับใจนักเท่าไหร่กับบัว ส่วนกนกวิภาที่อยู่เที่ยวทะเลต่อ กลับโดนดำเกิงจับตัวไป วลีเห็นว่ากนกวิภายังไม่กลับก็ร้อนใจ แถมยังไม่สามารถติดต่อกนกวิภาได้ โทรไปหายิ่งจันทร์ ยิ่งจันทร์ก็บอกได้เพียงว่าไม่ได้ติดต่อกันเลย บัวพยายามจะช่วยเหลือวลี แต่กลับถูกตอกหน้าอย่างแรงจนต้องเสียน้ำตา

กนกวิภาต้องมาตกระกำลำบาก ทำงานบ้านเอง ทำกับข้าวเอง ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ชีวิตต้องพลิกผันไป เธอถูกดำเกิงขู่ และบังคับให้โทรไปบอกครอบครัวว่าตัวเธอสบายดี ดำเกิงสะใจที่ได้แก้แค้นกนกวิภา คอยใช้งานเธอให้ช่วยกิจการร้านอาหารข้างทางของเค้าอยู่อย่างว่านอนสอนง่าย ส่วนบัวก็โดนกดดันจากคนในครอบครัวชยุติหลายทาง ไหนจะยิ่งจันทร์ที่เข้ามาแสดงตัวสนิทกับชยุติมากเกินไป ชยุติก็บอกบัวให้มั่นใจในความรักของเขา ทั้งสองแอบไปหามาลัยที่โรงงิ้วอยู่บ่อย ๆ บางทีบัวก็ไปแสดงงิ้วให้ชยุติกับมาลัยดูเพื่อความเพลิดเพลินบ้าง แต่ก็ต้องโดนวลีอ้างว่าป่วย ไม่สบาย เพื่อดึงตัวชยุติให้กลับบ้านตลอดเวลา

กนกวิภาพยายามจะหนีขึ้นเรือกลับไปบ้าน แต่ดำเกิงกลับรู้ทันเธออยู่ตลอดเวลา จนบัดนี้คุณหนูกนกวิภา ได้เปลี่ยนเป็นคนละคน เธอสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ทำกับข้าวทานเองได้ มือที่เคยนุ่มนิ่มของเธอ สากหยาบกระด้างเหมือนคนที่โหมงานมาหนัก ดำเกิงสอนเธอให้รู้จักกับพวกคนฐานะต่ำกว่าที่เธอคอยดูถูกเรื่อยมา พอดำเกิงหลับไม่ได้สติ กนกวิภาตัดสินใจคว้ามีดมาเพื่อแทงดำเกิงเพราะความแค้น แต่ปรากฏว่าดำเกิงรู้ทัน สามารถหลบคมมีดแล้วแย่งออกมาจากมือของกนกวิภาได้ ทั้งคู่ยื้อยุดกันอยู่สักพัก ก่อนดำเกิงจะกดร่างของกนกวิภากับพื้น

กนกวิภานึกว่าตนเองจะต้องถูกดำเกิงบีบคอตายเสียแล้ว แต่ผิดถนัด ดำเกิงกลับไม่ทำร้ายเธอ ท่าทีที่เธอต่อต้านกลับกลายเป็นอ่อนแรงลง จนยอมเป็นเมียดำเกิงในที่สุด เมื่อได้สติ ดำเกิงรู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่ได้ล่วงเกินกนกวิภาไป ทางด้านบัว ไม่อาจทนอาศัยอยู่ในบ้านชยุติได้ อีกทั้งวลียังขับไล่ไสส่งตนเองให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ จึงได้กลับมาอาศัยอยู่กับเจียงและชาวคณะตามเดิม

เมื่อไล่บัวออกจากบ้านได้สำเร็จ วลีก็ชวนให้ยิ่งจันทร์เก็บข้าวของมาอาศัยอยู่กับชยุติแทนบัว ชยุติไม่อาจทนอยู่กับยิ่งจันทร์ได้ จึงหนีไปอยู่กับบัวที่บ้านเจียงอีกคน

ในที่สุด ความสำนึกผิดและความรักของดำเกิงที่มีต่อกนกวิภา ก็บังเกิดผล ดำเกิงทนอัดอั้นไม่ไหวที่ตนต้องมากักขังกนกวิภาไว้ จึงไล่ให้เธอกลับไปบ้านของเธอ พร้อมคืนกุญแจรถให้ กนกวิภาใจหนึ่งก็อาลัยกับดำเกิง พลางคิดถึงประสบการณ์ที่ดำเกิงสอนตนและที่เคยมีร่วมกันมา ดำเกิงรู้สึกแบบเดียวกัน พอกนกวิภากลับมาถึงบ้าน วลี วลัย รีบปราดเข้ามาบอกเล่าเรื่องราวของชยุติกับบัว แต่ผิดคาด กนกวิภากลับปลงโลก บอกว่าเค้าทั้งสองคนอาจจะรักกันจริงก็ได้ และเลิกยุ่งของบัวกับชยุติ จมอยู่ในความคิดถึงดำเกิง

ดำเกิงไม่อาจทนอยู่คนเดียวตามลำพังได้อีกต่อไปแล้ว ก็ได้กลับมาอยู่กับเจียงและคณะเหลี่ยนฮัว เมื่อเจอกับบัวและชยุติ ก็พลางยินดีในความรักของคนทั้งคู่ ฝั่งกนกวิภามีท่าทีเปลี่ยนไปจนคนในครอบครัวต้องตกตะลึงกันเป็นแถบ ๆ เธอเข้าครัวทำอาหารทานเอง ดำเกิงบอกเจียงให้ไปสู่ขอกนกวิภาให้เป็นเรื่องเป็นราวกับครอบครัวชยุติ เขาสารภาพต่อหน้าทุกคนว่าตนกับกนกวิภาได้เสียกันแล้ว และดำเกิงพร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง ก่อนจะโดนไชโยกับวลีไล่ออกไปอย่างกับหมูกับหมา วลีคาดคั้นความจริงจากกนกวิภา กนกวิภายอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

ไชโยจะให้กนกวิภาแต่งงานกับคนอื่นเพื่อใส่ตะกร้าล้างน้ำชุบตัวเสียใหม่ กนกวิภาบอกว่าเธอทำไม่ได้ เธอไม่สามารถแต่งงานกับคนที่เธอไม่รักได้ วลีออกปากไล่กนกวิภาออกไปจากบ้าน ก่อนจะช็อคเป็นลม พลางบ่นถึงชยุติและกนกวิภาในความใฝ่ต่ำของคนทั้งสอง กนกวิภาระเห็จมาที่บ้านเจียง อาศัยอยู่กับคณะเหลี่ยนฮัว ที่ทั้งหมดก็ให้การต้อนรับกนกวิภาเป็นอย่างดี ในฐานะสะใภ้ประจำตระกูล ดำเกิงดีใจยิ้มแก้มปริที่ได้อยู่กับกนกวิภาอย่างแท้จริง วลัยพยายามเข้าข้างกนกวิภา กลับโดนวลีและไชโยไล่ตะเพิดเช่นกัน วลัยเลยจำใจย้ายมาอยู่กับมาลัยที่คณะเหลี่ยนฮัวเหมือนทุกคนที่ผ่านมา

ไชโยจ้างวานธานีให้ไปสร้างความวุ่นวายให้กับคณะเหลี่ยนฮัว ธานีสบโอกาสที่เหมาะเรียกตรึงจิตกับนกขมิ้นไปคุย พร้อมยัดเงินก้อนโตให้ตรึงจิตกับนกขมิ้นลอบเผาบ้านของเจียง ก่อนไหมฟ้าจะบังเอิญเข้ามาเจอและโวยวายออกไป ขณะที่ทุกคนกำลังง่วนอยู่กับเทศกาลกินเจที่โรงงิ้ว ตรึงจิตกับนกขมิ้นเผลอทำน้ำมันหกใส่บ้านธานี ไฟไปติดเข้ากับยาจุดกันยุง ธานีตกอยู่ในกองเพลิงจนเสียขวัญ ไชโยยืนมองผลงานของตนเองที่ได้เผาสลัมจนสำเร็จ พลาดตกบันไดจนเกือบเป็นพิการ ชาวคณะเหลี่ยนฮัวและครอบครัวของชยุติที่ถูกไล่ออกมาจากบ้านต่างก็ช่วยกันดับเพลิงได้สำเร็จ

ชยุติไปเยี่ยมไชโยที่โรงพยาบาล ซึ่งก่อนหน้านั้นยิ่งจันทร์ได้มาเยี่ยมแล้ว และบอกเลิกคบกับครอบครัวของชยุติอย่างถาวร เพราะตนไม่ได้ผลประโยชน์อันใดเลย เจียงอโหสิกรรมให้กับไชโย ไชโยสำนึกผิดในสิ่งที่ตนได้ล่วงเกินคณะเหลี่ยนฮัวไป ก่อนเจียงจะรับไชโยกลับไปดูแลที่บ้านของตน เหลือเพียงวลีอยู่ลำพังในบ้านหลังใหญ่ มีชูดวงคนขับรถที่ยังคอยอยู่รับใช้เพราะเป็นคำสั่งของชยุติและกนกวิภา

เมื่อได้ใช้ชีวิตอยู่เพียงคนเดียว วลีก็สำนึกผิดในสิ่งที่ตนทำ จึงบากหน้าไปขอโทษในเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านมากับทุกคน ทั้งหมดเมื่อเห็นว่าวลีสำนึกผิดแล้ว ก็ให้อภัย

บัว กับ ชยุติ ช่วยกันพัฒนาคณะงิ้วเหลี่ยนฮัวและสนับสนุนให้ลูกหลานชาวจีนมาฝึกงิ้ว เพื่ออนุรักษ์ให้งิ้วศิลปะเก่าแก่ได้คงอยู่ต่อไปตราบนานเท่านาน...ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ทางช่อง 7 และอ่านเรื่องย่อได้ทุกวันในนสพ.ไทยรัฐ

27 พ.ค. 2561 12:51 2018-02-09T01:47:40+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ