วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระเริงไฟ

อ่านเรื่องย่อ อ่านตอนที่ 15 ทั้งหมด

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิมพ์ธนา

กำกับการแสดงโดย: กฤษฎา เตชะนิโลบล

ผลิตโดย: บริษัท ซิติเซ่น เคน จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์, วรนุช ภิรมย์ภักดี


มิสเตอร์โจวมาหาชาคริตพร้อมยื่นคำขาดให้จัดการดิลก จบเรื่องความแค้นที่เมืองไทยและกลับฮ่องกงทันที ชาคริตต้องคิดหนักเพราะการฆ่าดิลกอาจไม่ใช่ทางออกอีกต่อไป แต่อาจเป็นการสร้างรอยร้าวมากกว่าเดิม

คำสั่งของมิสเตอร์โจวกดดันให้ชาคริตต้องตัดสินใจ บากหน้าไปหาทัศนะเพื่อขอความช่วยเหลือ

“เรื่องที่ผ่านมาแล้วถือว่าจบกันไป แต่ต่อไปนี้ไม่มีแล้วนะเว้ย ฉันจะไม่เกี่ยวข้องกับงานของแกอีก”

“แกต้องช่วยฉัน”

“เพิ่งบอกว่าไม่...ลูกน้องแกมีเป็นโขยง”

“ไม่ใช่เรื่องงาน...เรื่องพ่อกับนายดิลกจะต้องจบวันนี้ แกคนเดียวที่จะช่วยฉันได้”

“ฉันจะช่วยก็ต่อเมื่อฉันรู้ว่าแกตัดสินใจจะจบยังไง...นายดิลกจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต หรือแกจะยอมเชื่อลุงกาจ”

ชาคริตไม่ยอมบอกแผนที่วางไว้ แต่ย้ำให้ทัศนะไปรับตัวญาดาไปพบเก่งกาจที่เรือนจำวันรุ่งขึ้นเพราะเป็นกำหนดพ้นโทษ หลังจากนั้นจึงมุ่งหน้าไปเชียงรายเพื่อจับตัวดิลกพร้อมกับปิง

ทัศนะอยากเชื่อใจเพื่อนรักอย่างชาคริตอีกครั้ง ยอมไปรับญาดาถึงบ้าน หญิงสาวเพิ่งช็อกจากความจริงที่รู้จากไตรทศว่าพ่อเป็นตัวการทุกอย่างและเป็นเจ้าของบริษัทโกริชตัวจริง อารมณ์เสียมากและพาลเหวี่ยงใส่ทัศนะ

“นายคริตให้ผมมารับคุณ”


“ถ้าเป็นเรื่องลูก...บอกให้เขาเลิกพยายามได้แล้ว ยังไงลูกก็ต้องเป็นของฉันคนเดียว”

ญาดาประกาศกร้าว ก่อนจะตัวชาเมื่อทัศนะบอกว่ามารับเธอไปเรือนจำเพราะชาคริตเจอตัวดิลกแล้ว

“คุณเชื่อเพื่อนคุณได้แค่ไหน ฉันจะได้เจอคุณพ่อจริงๆ หรือได้เจอแต่ศพ!”

ความกลัวของญาดาไม่ได้เกินจริงเลย เพราะเวลาเดียวกันนั่นเอง ชาคริตที่บุกไปจับตัวดิลกถึงห้องพักหรูในเชียงราย กำลังบีบบังคับให้พ่อตาโอนเงินเข้าบัญชีที่เตรียมไว้ ดิลกโวยลั่นตามประสาคนโลภมาก

“โอนหมด...ฉันก็ไม่เหลืออะไรสิ ไม่มีเงินทุนสำรอง บริษัทฉันได้เจ๊งแน่”

“บริษัทแกเจ๊งไปแล้ว เลือกเอา...เงินหรือชีวิตแก!”

ชาคริตยกปืนขู่ ดิลกกลัวจนลนลาน รีบกดโอนมือไม้สั่น แต่กระนั้นก็ไม่วายด่าใส่หน้าลูกเขย

“แก...แกก็เลวไม่ต่างกับฉันล่ะวะ”

“ฉันเลวได้ยิ่งกว่า เพราะฉันไม่ได้แค่ต้องการเงิน ...แต่ต้องการชีวิตแกด้วย!”

ดิลกถึงกับผงะ ร่ำร้องขอชีวิตเสียงหลง ชาคริตได้แต่ยิ้มร้าย ก่อนส่งสัญญาณให้ปิงเอาผ้ามาคลุมหัวดิลก

“ที่นี่ดีเกินกว่าจะเป็นที่ตายของแก!”

ooooooo

ชาคริตพาดิลกบินกลับกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่โกดังเก่าของบริษัทแชร์ลูกโซ่ของดิลกเมื่อยี่สิบปีก่อน...สถานที่เกิดเหตุที่สมชัยหุ้นส่วนและเพื่อนรักอีกคนของดิลกกับเก่งกาจต้องตายเพราะโดนลูกหลง

ดิลกถูกดึงผ้าคลุมหัวออก หน้าซีดตัวสั่นเมื่อชาคริตประกาศว่าที่ที่เขายืนคือที่ที่สมชัยนอนตาย

“จำได้แล้วใช่ไหมว่าที่นี่ที่ไหน”


“มันเป็นอุบัติเหตุ ฉันไม่ได้ฆ่ามัน แล้วคนก็ตายไปแล้ว แกจะเอาอะไรอีกวะ!”

“แต่ยังมีคนต้องตายทั้งเป็นมายี่สิบปี ทั้งๆที่ไม่ได้ทำผิดอะไรนอกจากหลงเชื่อคนเลวๆอย่างแก”

“กาจ...แกเป็นอะไรกับกาจ”

“ฉันเป็นลูกชายของเพื่อนรักแก!”

ความจริงจากปากชาคริตทำให้ดิลกหน้าเสีย ตระหนักได้นาทีนั้นเองว่าชาคริตทำทุกอย่างเพื่ออะไร และเวลานี้เขาคงไม่รอดจากความตายเพราะความผิดเมื่อยี่สิบปีก่อน แต่กระนั้นก็ยังแถแก้ตัว

“แกจะให้ฉันทำไง ไม่มันก็ฉันที่ต้องติดคุก ฉันมีลูกตั้งสามคนต้องเลี้ยง พ่อแกสารภาพรับผิดคนเดียว ฉันไม่ได้บังคับ โลกนี้ก็เป็นอย่างนี้ คนโง่เป็นเหยื่อของคนฉลาด!”

ชาคริตโกรธมากที่ดิลกไม่สำนึก ยิงปืนเฉียดหูจนอีกฝ่ายผวา

“งั้นคราวนี้ลองมาเป็นเหยื่อบ้าง...แกจะไม่ตายทันทีหรอก”

ขาดคำก็ตั้งท่าจะยิงซ้ำ แต่ต้องชะงักเมื่อทัศนะพาญาดาเข้ามา ชาคริตตกใจที่เห็นภรรยา แต่ไม่ยอมล้มเลิกแผนการจะทรมานดิลกให้สารภาพความจริง และตัดสินใจพาทุกคนไปที่เรือนจำเพื่อพบพ่อ

เก่งกาจไม่มีท่าทีตกใจที่ได้เห็นหน้าดิลกอีกครั้ง ชาคริตจะลากพ่อตาไปกราบขอโทษพ่อ แต่เก่งกาจกลับยกมือห้ามและเป็นฝ่ายเดินไปหาเองเพราะเป็นห่วงสภาพเหมือนถูกซ้อมมาก่อนของดิลก

“กาจ...ยกโทษให้ฉันด้วย ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ฉันสำนึกผิดแล้ว สำนึกผิดแล้วจริงๆ...สาบานก็ได้”

ชาคริตขบกรามแน่นเมื่อพ่อไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนหรืออยากเอาคืนดิลกเลย แถมยกโทษให้อีกต่างหาก

“มันพูดเพราะกลัวตาย มันไม่ได้รู้สึกผิดสักนิด!”

ดิลกยกมือไหว้เก่งกาจด้วยความกลัวสุดขีด ขอโทษถึงทุกเรื่องที่ผ่านมา ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของญาดาที่เพิ่งได้ความกระจ่างสำหรับเรื่องทุกอย่าง เช่นเดียวกับเขมิกากับไตรทศที่มาถึงทันเห็นสภาพไร้เกียรติของพ่อ

ชาคริตโมโหมากที่พ่อไม่ล้างแค้นตามหวัง โวยลั่น

“พ่อต้องติดคุกแทนมันมายี่สิบปี จะยกโทษให้ง่ายๆอย่างนี้เหรอ ผมไม่ยอม...มันต้องชดใช้ให้เรา!”

“ฉันจะบวชตลอดชีวิตเพื่อชดใช้ความผิด”

ดิลกโพล่งออกไปเพราะอับอายกับความจริงที่ถูกแฉต่อหน้าลูกทั้งสาม เก่งกาจรู้ดีและเอ่ยเตือนสติอย่างจริงใจ

“อย่าเลย...ถ้าบวชเพราะหนีปัญหาหรือคิดว่านั่นเป็นทางออก แต่ความรู้ผิดชอบชั่วดีต่างหากที่ทำให้ชีวิตคนเราเดินต่อได้ เรียนรู้...แล้วกลับไปหาครอบครัวของแกซะ”

คำตัดสินของพ่อทำให้ชาคริตหัวเสียมาก แต่คงไม่เท่าญาดาที่ต้องรู้ความจริงในเวลาแบบนี้ แต่สติก็สั่งให้เธอต้องเข้มแข็ง เข้าประคองพ่อกลับบ้าน โดยมีเขมิกากับไตรทศซึ่งผิดหวังกับการกระทำของพ่อตามติด ทิ้งชาคริตให้เคลียร์กับเก่งกาจตามลำพัง...

ooooooo

ญาดาพาดิลกกับน้องทั้งสองกลับบ้านด้วยความยากลำบาก กองทัพนักข่าวที่ชาคริตเรียกตัวมาเพื่อแฉวีรกรรมเมื่อยี่สิบปีก่อนของดิลกล้อมหน้า ล้อมหลังตลอดทางเดิน เก่งกาจเห็นสายตาอาฆาตของลูกชายก็ถอนใจยาว

“หยุดได้แล้วชาคริต”

“พ่อ! พ่อเลิกเป็นคนดีซะทีได้ไหม ผมยอมสละชีวิตทั้งชีวิตเพื่อวันนี้ แล้วพ่อก็ทำลายมันทิ้ง!”

“แล้วแกล่ะ...เลิกเป็นคนเลวซะทีได้ไหม”

“ถ้าเจอศัตรูที่เลว เราก็ต้องเลวยิ่งกว่า”

“ทำไมแกไม่รู้จักชนะความเลวด้วยความดี”

“นี่พ่อไปติดคุกหรือไปบวช...อำนาจกับเงินเท่านั้นที่ชนะความเลวได้...ถ้าผมยังไม่ตาย ไอ้ดิลกไม่มีวันอยู่เป็นสุข”

ทัศนะเห็นท่าไม่ดี ปรามให้เพื่อนรักหยุดคิดล้างแค้น

“พอเถอะไอ้คริต! คดีฉ้อโกงคราวนี้คุณดิลกคงติดคุกไม่ต่ำกว่าสิบปี”

“แต่พ่อฉันติดคุกยี่สิบปี!”

“พ่ออยู่ในคุกยังมีอิสระมากกว่าแก แกขังตัวเองอยู่กับความโกรธความแค้น ปล่อยตัวเองออกมาซะทีชาคริต”

พูดจบ เก่งกาจก็ขอให้ทัศนะไปส่ง ทิ้งชาคริตให้ยืนฮึดฮัดคนเดียวที่ทุกอย่างผิดแผน...

แม้จะผิดหวังกับการกระทำของพ่อ แต่ญาดาก็เดินหน้าหาทนายและอาสาจะจัดการพยานปากเอกอย่างกสิณเอง ดิลกรู้สึกผิดมากที่ทำให้ลูกๆเดือดร้อนและอับอาย

“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย พ่อทำผิดก็ว่าไปตามผิด พ่อขอโทษที่ทำให้ลูกๆผิดหวัง”

“ดาต้องช่วยคุณพ่อ...อย่างน้อยก็ให้รับโทษเบาที่สุด”

เขมิกากับไตรทศเห็นพ่อยอมรับผิดก็ใจอ่อนยวบ ยอมให้อภัยและจะอยู่เป็นกำลังใจจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

สถานการณ์ของครอบครัวเมธาสิทธิ์จบลงอย่างอบอุ่น ทุกคนในครอบครัวเข้าใจและช่วยเหลือกันดี

ต่างจากสถานการณ์ของชาคริตกับเก่งกาจที่ยังต้องปรับความเข้าใจ และเช้านี้ชาคริตก็บุกไปหาพ่อถึงวัด

“ทุกอย่างที่ผมทำไปก็เพื่อแก้แค้นให้พ่อ มันไม่มีความหมายอะไรเลยใช่ไหม”

“แล้วที่พ่อพูดกับแกมาเป็นสิบปี แกเคยฟังบ้างไหม พ่อไม่ต้องการการแก้แค้น ที่พ่อติดคุกเพราะพ่อก็มีส่วนผิดที่ช่วยก่อตั้งบริษัทฉ้อฉลคนอื่น คนที่ต้องการแก้แค้น...มีคนเดียวก็คือแก...ชาคริต!”

“ไม่จริง...ผมทำเพื่อพ่อ”

“แกเลือกทางผิดตั้งแต่หนีไปอยู่ฮ่องกงแล้วแกหลุดเข้าไปในด้านมืด พ่อเตือนสติเท่าไหร่แกก็ไม่เคยเชื่อ แกหาทางตั้งตัวทางลัดเพื่อกลับมาทำลายดิลก...แล้วเป็นไง”

“ผมไม่มีทางเลือก”

“แกไม่มีความสุขมาตลอดชีวิตเพราะมัวแต่คิดแค้นคนอื่น ถ้าแกฆ่าดิลก แล้วลูกเมียแกล่ะ...คิดให้ได้ชาคริต แกทำตัวเป็นคนไร้บ้าน แล้วต้องการไร้ครอบครัวด้วยหรือเปล่า...”

ooooooo


ชาคริตนักธุรกิจหนุ่มรูปงามผู้มาพร้อมกับไฟแค้น ภารกิจของเขาคือทำลายพวกเมธาสิทธิ์ ! ญาดา บุตรสาวคนโตของบ้าน กระโจนลงเล่นไฟเพื่อปกป้องน้องสาวจนตัวเธอเองเกือบจะต้องมอดไหม้!! ไฟอุ่นบริสุทธิ์ในจิตใจเบื้องลึกของญาดาจะเปลี่ยนไฟแค้นที่สุมรุมใจของชาคริตได้หรือไม่? ฤาทั้งสองจะต้องมอดไหม้เป็นจุลไปพร้อมกัน!

เรื่องเริ่มที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งกำลังมีงานฉลองคืนวิวาห์ของเขมิกา เมธาสิทธิ์ (อามีนา กูล)บุตรสาวตระกูลดังที่มากไปด้วยผู้นับหน้าถือตา กับ ชาคริต(ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์)หนุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ แต่เจ้าสาวก็ต้องยืนน้ำตานองหน้าเพราะเจ้าบ่าวหายตัวไป ญาดา(วรนุช ภิรมย์ภักดี) พี่สาวของเขมิกา เดินทางกลับจากอังกฤษอย่างเร่งด่วนเพื่อมาให้ทันงานแต่งงานของน้องสาว เมื่อญาดามาถึงงานแต่งงาน กลับได้พบกับเขมิกาในสภาพที่ดวงใจแหลกสลาย คนอ่อนไหวอย่างเขมิกาไม่อาจรับสภาพเจ้าสาวถูกทิ้งได้!! เธอจึงแอบหนีไป ทำให้ดิลก(อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์)พ่อของเขมิกา ที่มีโรคประจำตัวอยู่ถึงกับทรุด! ญาดา และ ไตรทศ(ชนาธิป โพธิ์ทองคำ) น้องชายคนเล็กรีบเร่งกันออกตามหาตัวเขมิกา ขณะที่กมลพรรณ(สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ) ภรรยาใหม่ของดิลกต้องแสร้งว่าทุกข์ร้อนเพื่อเอาใจดิลก ส่วนปาริฉัตร(อริสรา ทองบริสุทธิ์) ลูกสาวของเธอ ซึ่งดิลกได้รับมาเป็นลูกบุญธรรมถึงกับแอบสะใจ ปาริฉัตรรู้สึกว่าตัวเองนั้นด้อยกว่า จึงแอบอิจฉาเขมิกา และญาดามาโดยตลอด และเธอยังแอบต้องใจชาคริตอีกด้วย เมื่อชาคริตทิ้งเขมิกาไป ปาริฉัตรจึงพอใจมาก ขณะที่ชญานี(รินรดา แก้วบัวสาย) น้องสาวบุญธรรมที่ชาคริตดูแลมาแต่เล็กกลับโล่งใจที่เธอไม่ต้องเสียพี่ชาคริตที่เธอแอบหลงรักมานานไปให้กับหญิงอื่น ทัศนะ(วิทยา วสุไกรไพศาล)เพื่อนสนิทของชาคริตที่เป็นคนจิตใจดี หนักแน่นและรักเพื่อน ก็รู้สึกไม่พอใจที่ชาคริตทำเช่นนี้ ขณะที่เขมิกาเสียใจ คิดจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ดีทีทัศนะไปเจอ ช่วยไว้และพากลับบ้าน เขมิกายอมไปพักใจที่บ้านทัศนะ มีเพ็ญขวัญ(สิรินรัตน์ วิทยพูม)น้องสาวทัศนะช่วยดูแล ไตรทศพยายามหาตัวชาคริต แต่ก็ไม่เจอ ที่สุดชาคริตไปหาดิลกที่โรงพยาบาล ทะเลาะกันจนดิลกอาการทรุด ญาดาได้รู้จักชาคริตตัวจริงเสียที การประกาศความเป็นศัตรูคู่แค้นกำลังเริ่มต้นขึ้น

ไตรทศตามคุกคาม ชญาณีเพื่อล่าตัว ชาคริต แต่ก็ไม่เจอ ชาคริตนัดเขมิกา และญาดาไปเจอกันในผับ แต่คลาดกัน ญาดาเห็นเขมิกาขึ้นรถแท็กซี่ออกไปอย่างเมามาย ก็เป็นห่วง ชาคริตคอยกั้นขวางไม่ให้ญาดาเจอกับเขมิกา ชาคริตเดินเกมต่อด้วยการซื้อหุ้นบริษัทบีสตาร์ของดิลกเอาไว้ 60 เปอร์เซ็นต์ ดิลกเหลือ 40 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ไตรทศกับญาดาโมโหมาก แต่ทำอะไรไม่ได้ ญาดาบุกไปบริษัททีมาร์ทของชาคริต พร้อมเอารองเท้าที่ชาคริตเคยให้ไปคืน ชาคริตรู้สึกสนุกที่จะเล่นเกมต่อกรกับญาดา ทะเลาะกันในลิฟท์ คู่นี้ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ เขมิกานัดชาคริตไปหาที่ผับ ชาคริตบอกให้ทัศนะไปรับกลับบ้าน ชาคริตไปเยี่ยมกาจ(ทนงค์ศักดิ์ ศุภการ)ผู้เป็นพ่อในคุก ชาคริตยังแค้นที่กาจต้องติดคุกนานกว่ายี่สิบปี เพราะโดนดิลกหักหลัง ดิลกป่วยอยู่โรงพยาบาลก็ยังอาละวาดวุ่นวาย เขมิกาลืมแหวนสำคัญที่ญาดาให้ไว้ที่ผับ ชาคริตเก็บได้ พอดีญาดาตามมาหาเขมิกาอีก ชาคริตก็เลยโชว์แหวน พร้อมพูดจาข่มขู่ญาดา ทำให้เธอยิ่งเจ็บใจ

ไตรทศจำใจต้องฝึกงานที่บริษัททีมาร์ทของชาคริต เพื่อรักษาบริษัทเอาไว้ ชญานีให้ฝึกงานตั้งแต่พนักงานขนของระดับล่าง ญาดาไปหาชาคริตที่บริษัทเพื่อถามหาที่อยู่ของเขมิกา เกือบโดนชาคริตรังแก แค้นใจที่ทำอะไรไม่ได้ กสิณ(แมททิว ดีน) แฟนของญาดากลับมาจากเมืองนอก รู้เรื่องชาคริต ก็เลยเสนอแผนจัดการชาคริต แฮ็กข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบริษัทชาคริตจนป่วน ชาคริตแค้น ยอมรับว่าประมาทญาดาไม่ได้สำหรับเกมนี้ เขมิกาไปเยี่ยมดิลกและยอมกลับบ้าน ทุกคนดีใจ ญาดาไปทานข้าวกับกสิณ โดนชาคริตตามราวี ชาคริตวางแผนกักญาดาในห้องสูทที่พัก คุกคามเอาเปรียบญาดา และทำให้ต้องค้างคืนในห้องสูทที่พัก ยิ่งไปกว่านั้นชาคริตยังเจรจากับญาดาขอให้เธอเป็นผู้หญิงของเขา แต่งงานกับเขา ไม่อย่างนั้นจะเอาดิลกเข้าคุกเพราะทำบัญชีปลอมโกงภาษี ญาดาโมโหมากตบชาคริต ก็เลยโดนปล้ำจูบ ญาดากลับไปถึงบ้าน เจอกสินหาเรื่องทะเลาะอีกที่ไม่ได้กลับบ้านทั้งคืน เขมิกาไปหาชาคริตต่อว่าที่ไปยุ่งกับญาดา แต่กลับโดนชาคริตกล่อมให้ลุกขึ้นมาบริหารบริษัทแข่งกับทุกคนในครอบครัว ชาคริตบุกไปห้องทำงานญาดา เจอกสิณเกือบจะชกต่อยกัน แต่กสิณไม่กล้า ไตรทศวางแผนปล้ำชญานีแก้แค้นชาคริต แต่ชาคริตไปช่วยได้ทัน ไตรทศโดนซ้อม ญาดาไปช่วยห้าม ชาคริตยอมรามือพาชญานีกลับบ้าน

ชาคริตพาชญานีกลับบ้าน ญาดาโมโหน้องชายไตรทศที่รังแกผู้หญิง ตบสั่งสอน ไตรทศสำนักผิด ขอโทษญาดา ส่วนชาคริตดูแลชญานีอย่างดี จากนั้นชาคริตปฏิบัติการแก้แค้นครอบครัวเมธาสิทธิ์ต่อ ยุให้เขมิกา ทะเลาะกับพ่อดิลก และพี่สาวญาดา แย่งชิงตำแหน่งบริหารกัน ชาคริตแต่งตั้งเขมิกาเป็นผู้บริหารบริษัท ทั้งที่รู้ว่าเขมิกาทำอะไรไม่เป็น ชาคริตใช้แผนให้พี่น้องทะเลาะกันเอง ไตรทศไปดักขอโทษชญานี แต่ชญานีไม่คุยด้วย ไตรทศเซ้าซี้ ชาคริตมาเห็นให้คนซ้อม ชญานีห้าม ไม่อยากให้มีเรื่องกันอีก ไตรทศโดนซ้อมจนน่วมทำให้ญาดากับดิลกโกรธมาก แต่ทำอะไรไม่ได้ ญาดาไปหาชาคริต ขอร้องให้เลิกยุ่งกับเขมิกา ชาคริตมีข้อแม้ให้ญาดาแต่งงานด้วย ไม่อย่างนั้นจะทำร้ายทุกคนในครอบครัว ญาดาคิดหนัก แต่ชาคริตยังปั่นหัวเขมิกาให้แตกแยกกับครอบครัวอีก ญาดาได้แต่กล้ำกลืนเสียใจ ทำอะไรชาคริตไม่ได้ เขมิกายังมีความหวังว่าชาคริตจะหวนกลับมารักเธอ แต่ชาคริตกลับเซอร์ไพรส์ขอญาดาแต่งงานอย่างไม่ทันตั้งตัว โดยสัญญาว่าจะคืนบริษัทให้ดิลก และไม่ยุ่งเกี่ยวกับน้องๆของเธออีก ญาดาไม่เคยเชื่อใจชาคริต แต่เขาไม่สน ปาริฉัตรกับกสิณอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เขมิกาเสียใจที่โดนหลอกอีกครั้ง ชาคริตตั้งใจบังคับให้ญาดาแต่งงานให้ได้ แต่เธอไม่ยอม ขณะเดียวกันญาดาก็ห่วงว่าพ่อและน้องๆจะเดือดร้อน ญาดายังไม่ได้ตัดสินใจอะไร ปาริฉัตรวางแผนจับกสิณ ดื่มเหล้าจนเมาแล้วพากสินมานอนที่ห้องนอน ให้ทุกคนเข้าไปเห็น ญาดาเสียใจและผิดหวังมาก

เขมิกาผิดหวังจากชาคริต โดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตัดสินใจไปพักใจที่บ้านทัศนะอีกครั้ง ยอมให้ทัศนะช่วยดูแลหัวใจ ทัศนะโกรธชาคริต ตัดสินใจลาออกจากงานที่บริษัท แต่ชาคริตไม่ยอม ส่วนญาดาเคลียร์เรื่องกสิณและปาริฉัตร ให้ทั้งคู่รับผิดชอบกันไป โดยเธอไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย ดิลกยอมยกบริษัทบีสตาร์คืนชาคริต หวังจะจบเรื่องราว เพื่อไปเปิดบริษัทแชร์ลูกโซ่หลอกเงินคนต่อ ชาคริตยอมเลิกราเรื่องบริษัท แต่ไม่ยอมหยุดงานแต่งงาน ยืนยันจะให้ญาดาแต่งงานกับเขา ไม่อย่างนั้นดิลกไม่รอดคุกแน่ ญาดาเป็นห่วงพ่อ สุดท้ายญาดาตัดสินใจยอมแต่งงานเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว ญาดาตกลงกับชาคริตให้จัดงานแต่งงาเงียบๆ แต่ชาคริตกลับบุกไปบ้านเมธาสิทธิ์ ประกาศให้ทุกคนรู้ว่าเขาและญาดาจะแต่งงานกัน ทั้งดิลก ไตรทศ เขมิกา ผิดหวังมาก ญาดาน้ำท่วมปาก ไม่สามารถพูดอะไรได้ ญาดาปรึกษาทัศนะที่รู้ความเป็นไป เกี่ยวกับเหตุผลในการแต่งงาน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ชาคริตเตรียมจัดงานแต่งงาน ให้บริษัทของนิกกี้(ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล)มาดูแล ญาดาต้องขอร้องดิลกทั้งน้ำตาให้มางานแต่งด้วย

งานแต่งงานของชาคริตกับญาดามาถึง แต่ก็วุ่นวายมาก เพราะอยู่ๆญาดาหายตัวไป ญาดาถูกลักพาตัวโดยชญานี ซึ่งแอบหลงรักชาคริตพี่ชายตัวเองมานานแล้ว ไม่อยากให้มีงานแต่งงานเกิดขึ้น ชาคริตและลูกน้องออกตามหาญาดาและชญานีทั่วโบสถ์แต่งงาน และเจอทั้งคู่จนได้ ชญานีสารภาพว่ารักชาคริตมานานแล้ว ทำให้ชาคริตตกใจมา เพราะเห็นชญานีเป็นน้องสาวมาตลอด สุดท้ายชญานีก็ยอมส่งตัวญาดาคืน ชาคริตโกรธน้องสาวมาก รีบพาตัวญาดาไปเข้าพิธีแต่งงาน โดยไม่สนใจชญานีที่ยืนร้องไห้ พิธีแต่งงานผ่านไปอย่างเรียบร้อย ท่ามกลางความไม่พอใจของครอบครัวเมธาสิทธิ์ และความไม่เต็มใจของญาดา

ชาคริตพาตัวญาดาไปที่คอนโดที่พัก ญาดาหวาดๆกับการเข้าหอ แต่ชาคริตก็ไม่ได้หักหาญน้ำใจญาดา ให้เวลากับญาดาได้พักผ่อน เพียงแค่ขอนอนกอดเท่านั้น ขณะที่ไตรทศห่วงชญานีและคอยอยู่เป็นเพื่อน และชวนไปทำกิจกรรมด้วยกัน ส่วนเขมิกาก็ไปอยู่บ้านทัศนะต่อ ทั้งคู่เริ่มสานสัมพันธ์เข้าใจกันยิ่งขึ้น รุ่งเช้าชาคริตเหมือนข้าวใหม่ปลามัน รู้สึกมีความสุข เย้าแหย่ญาดา ได้เธอมาอยู่ด้วยกัน

แต่ไฟแค้นในใจของชาคริตไม่เคยมอด ความรักความแค้นของชาคริตและญาดา กำลังเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ก็ต้องติดตามชมในละครระเริงไฟ...ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ทางช่อง 3 และอ่านเรื่องได้ในนสพ.ไทยรัฐทุกวัน

18 มิ.ย. 2561 03:37 2018-01-08T05:37:51+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ