วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เดือนประดับดาว

อ่่านเรื่องย่อ 70

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-คอมเมดี้

บทประพันธ์โดย: พรมนัส รัตนวิชช์ / ปุณภัช สุทธิวงษ์ / กรรณิการ์ โตวรานนท์

บทโทรทัศน์โดย: พรมนัส รัตนวิชช์ / ปุณภัช สุทธิวงษ์ / กรรณิการ์ โตวรานนท์

กำกับการแสดงโดย: มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล

ผลิตโดย: บริษัท ดอร์เธอร์ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ชาคริต แย้มนาม, รณิดา เตชสิทธิ์,ธนิน มนูญศิลป์,

เพื่อนถูกวรัชช์ลากมาขึ้นรถ พอติดไฟแดงเธอพยายามเปิดประตูแต่เขากดล็อกปิดอยู่อย่างนั้น กันลองขับรถตามลงมาเคาะกระจก วรัชช์ดึงเพื่อนมากอดขอให้เลิกโกหกตัวเองและใครๆเสียที เธอตวาดให้เลิกเรียกเธอว่าโฮป และว่าตนไม่ได้อยากทนฟังคนก่นด่าแทนแพงเหมือนกัน

กันลองมองทั้งสองคุยกันโดยไม่ได้ยิน วรัชช์มีท่าทีโกรธ เปิดล็อกให้เพื่อนลงไป แต่เธอกลับเปิดหน้าต่างบอกกันลองให้กลับไปรอที่บ้าน เธอจะไปซ้อมบท เสร็จธุระจะรีบกลับ เสียงแตรรถดังให้เคลื่อนรถ กันลองจำต้องกลับไปที่รถตัวเองแล้วเคลื่อนออกไป

วรัชช์พาเพื่อนมาที่โรงพยาบาล เพราะเข้าใจว่าเธอท้อง จะให้หมอตรวจ พอเพื่อนรู้ก็โกรธตบหน้าเขาฉาดแล้วบอกว่า ตนแค่อาหารเป็นพิษเพราะไปทานอาหารใต้กับจิตจีรัง เพื่อนโวยอีกว่าเขาทำชีวิตตนพังไม่พออีกหรือ อยากให้มีพาดหัวข่าวอะไรอีก พระเอกหนุ่มส่ายหน้า

“พวกที่ชอบแก้ตัวน้ำขุ่นๆนี่มันน่าสมเพชนะ รู้เอาไว้ซะด้วย!” เพื่อนยิ้มเหยียด

วรัชช์พยายามบอกว่าเขาไม่ได้เป็นคนปล่อยคลิป เพื่อนไม่ฟังจะเดินหนี เสียงคนแถวนั้นซุบซิบว่านางเอกเป็นอย่างข่าวเม้าท์จริงๆ เล่นชู้กับพระเอก เพื่อนหน้าเสีย ทันใดเห็นบุรุษพยาบาลเข็นเตียงแพงผ่านไป เพื่อนตกใจว่าแพงเป็นอะไร รีบวิ่งตามไปถึงห้องฉุกเฉิน ฤดีวิ่งตามมาพอเห็นเพื่อนก็จะอธิบาย เพื่อนดึงฤดีหลบมาต่อว่าทำไมไม่โทร.หาตนก่อนที่จะเรียกรถพยาบาล

ไม่ทันที่ฤดีจะตอบ รื่นจิตเดินเข้ามาบอกว่าแม่เป็นคนพามาเอง ฤดีถอยออกไป รื่นจิตต่อว่าคิดจะปิดไปถึงไหน เพื่อนหน้านิ่งอารมณ์คุกรุ่น ยิ้มอย่างเจ็บปวดก่อนจะถามกลับ

“แล้วแม่ล่ะคะ ทำไมแม่ถึงปิดเรื่องแฝดของแพง แล้วทิ้งเขาไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า”

รื่นจิตอึ้งทำหน้าพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ด้านวรัชช์รออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน พยาบาลออกมาบอกว่าคนไข้รู้สึกตัวแล้วเหมือนจะเรียกหาเพื่อน วรัชช์ได้ยินรีบไปตามทางกันลองกลับบ้านหน้าเครียด หม่อนรายงานว่าชลลดาให้เขารีบไปโรงพยาบาลด่วน แพงอยู่ห้องฉุกเฉิน เขาแปลกใจมาก

ในขณะที่เพื่อนมองแม่ด้วยสายตาแข็งกร้าว รื่นจิตกำลังจะอธิบาย ก็พอดีวรัชช์วิ่งมาบอกว่าโฮปฟื้นแล้วเพ้อหาแพง เพื่อนจึงผละจากรื่นจิตไป รื่นจิตถึงกับเซพิงกำแพงคล้ายหมดแรง

เพื่อนเกาะแขนวรัชช์เข้ามาในห้องผู้ป่วย พยาบาลบอกว่าอีกสักครู่คุณหมอจะมาคุยกับเจ้าของไข้ พยาบาลเดินออกสวนกับรื่นจิตที่เดินเข้ามากับชลลดา เพื่อนรีบปล่อย มือจากวรัชช์ยกมือไหว้ ชลลดามองอย่างดูแคลนแล้วหันไปบอกรื่นจิตว่า ขอตัวกลับก่อน หวังว่าลูกเธอจะฟื้น

เพื่อนถามรื่นจิตว่าชลลดามาได้อย่างไร ผู้เป็นแม่ไม่ตอบเดินไปดูคนไข้ เพื่อนจับแขนแม่ให้หันมาตอบ รื่นจิตพูดนิ่งๆว่า เดี๋ยวกลับไปคุยเรื่องนี้ที่บ้าน เพื่อนยื้อจะถาม วรัชช์รีบดึงเพื่อนไว้


“ผมพาแพงไปหาอะไรทานรองท้องก่อนนะครับคุณน้า เธอยังไม่ได้ทานอะไรเลย”

“ปกติทำอะไรก็ไม่เคยรายงานกันอยู่แล้วนี่”

รื่นจิตประชดเพื่อนทำท่าจะเถียงแต่วรัชช์ดึงตัวออกไปเสียก่อน...

กันลองมาถึงโรงพยาบาล ตรงไปถามเจ้าหน้าที่ ชลลดาเข้ามาดึงแขน เขารีบถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับแพง ชลลดาเสียงแข็ง

“แกไปดูให้เห็นกับตา แล้วเลิกยุ่งกับเขาสักที”

กันลองไม่เข้าใจ “ลูกจะไม่มีวันเข้าใจหรอก ตราบใดที่ยังตามเกมของผู้หญิงคนนั้นอยู่...เขาเป็นนักแสดงมืออาชีพ”

พูดจบชลลดาปล่อยแขนลูกชายแล้วเดินไป กันลองรีบตรงไปห้องคนไข้...ระหว่างนั้นวรัชช์พาเพื่อนมานั่งสงบสติอารมณ์ในสวนของโรงพยาบาล เพื่อนมีอาการจิกเล็บลงบนหน้าขา เขาจึงถามว่าชลลดาเป็นใคร พอรู้ว่าเป็นแม่ กันลองก็ยิ่งขอให้เพื่อนบอกความจริงทุกคน

เพื่อนเสียงขุ่นหาว่าเขาไม่เข้าใจ ที่ตนทำทั้งหมดเพื่อแพง วรัชช์ย้อนว่าเธออยากได้ผู้ชายของน้องมากกว่า เพื่อนลุกขึ้นโวยให้เลิกดูถูกตนเสียทีแล้วเดินหนี วรัชช์ยิ่งคับแค้นใจ

กันลองเข้ามาในห้องคนไข้ พอเห็นหน้าคนที่นอนบนเตียงก็หลุดปากเรียกพะแพงออกมา รื่นจิตซึ่งอยู่ในห้องบอกว่านี่ไม่ใช่แพง เขามองหน้ารื่นจิตอย่างงงๆ

ooooooo

หมอเข้ามาจะรายงานผลการตรวจ เพื่อนเดินมาพอดี รื่นจิตยืนอยู่ข้างเตียงลำพัง หมอบอกว่าผล MRI สมองคนไข้เริ่มกลับมารับรู้มากขึ้นแล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองก็ดีถึงขั้นลืมตารับรู้มากขึ้น แต่ร่างกายต้องปรับตัวอีกเยอะ จะหลับๆตื่นๆอีกสักระยะ

เพื่อนถามว่าคนไข้จะพูดได้เมื่อไหร่ หมอบอกอีกไม่นาน ช่วงนี้ขอให้คนในครอบครัวดูแลอย่างใกล้ชิด ช่วยทำกายภาพบำบัดให้มากขึ้น หมอขอแอดมิตสองคืนเพื่อเช็กร่างกายอย่างละเอียด

พอหมอออกไป เพื่อนอ้าปากจะพูดกับรื่นจิต เธอรีบบอกว่าต้องกลับไปเคลียร์งานแล้วจะแวะมาใหม่

รื่นจิตเดินออกไป เพื่อนทรุดนั่งน้ำตาไหลอยู่ข้างเตียง ทวิตตี้โทร.เข้ามาตามไปทำงาน เพื่อนรับคำ วางสายแล้วหันมาพูดกับแพงว่า

“ไอต้องไปทำงานแป๊บนึงนะ เดี๋ยวไอมา” เพื่อนเดินออกไปกันลองค่อยๆโผล่ออกมาจากห้องน้ำ มองคนที่นอนอยู่อย่างพิศวง พลันนิ้วแพงกระดิก เขารีบจับมือเธอขึ้นมากุมโดยไม่รู้ตัว


รื่นจิตมาหามธุรสบอกว่าท่าทางแพงจะรู้ความจริงเรื่องเขามีแฝด มธุรสอ้าปากค้าง...ส่วนกันลองตัดสินใจโทร.นัดวรัชช์มาเจอที่บาร์แห่งหนึ่ง พอเจอหน้ากัน กันลองก็บอกว่าตนรู้ว่าวันนี้เขาไม่ได้ไปซ้อมบทกับแพง วรัชช์ยักไหล่ไม่แคร์ กันลองโพล่งออกมาว่าอยากรู้เรื่องแฝด

วรัชช์ยิ้มหยัน “แล้วทำไมคุณไม่ไปถามแพงเองล่ะ กลัวเขาคิดว่าคุณไม่เชื่อใจเขางั้นสิ”

“ผมแค่ไม่อยากทำให้เขาไม่สบายใจ”

“เลยต้องแอบมาเคลียร์กับผมลับหลัง” วรัชช์ประชดและทำหน้ายียวน กันลองโกรธ

“เพราะคุณนั่นแหละที่เข้ามายุ่งเรื่องของเรา พอเรามีปัญหาแพงก็ต้องเสียใจเป็นธรรมดา”

“แน่ใจเหรอว่าเป็นเพราะผมคนเดียว ลองถามตัวเองดูนะ ว่าหลังๆมานี่คุณมีความสุขจริงๆรึเปล่าเวลาอยู่กับเขา เคยรู้สึกไหมว่าเขาไม่เหมือนเดิม”

กันลองเหมือนโดนจี้ใจ กระแทกแก้วลงโต๊ะแล้วโทษเป็นเพราะเขา วรัชช์โต้ อยากคิดอย่างนั้นแล้วสบายใจก็แล้วแต่ แต่ขอบอกไว้ อะไรที่เขายอมรับเธอไม่ได้ ตนรับได้ วรัชช์ทำท่าจะหยิบเงินวาง กันลองกระชากไหล่แล้วพูดใส่หน้าว่าอย่ายุ่งกับแพงอีก วรัชช์สวน

“ผมไม่ได้อยากยุ่งเรื่องของคุณ แต่ผมจะยุ่งเรื่องของแพง เพราะผมจะทำทุกทางไม่ให้เธอเสียใจ เหมือนที่คุณกำลังทำมันอยู่ทุกวันโดยที่คุณไม่รู้ตัว”

กันลองยิ้มหยัน แน่ใจหรือว่าตนทำให้แพงเสียใจ แล้วชิงควักเงินวางบนโต๊ะก่อนจะลุกไป วรัชช์พูดอะไรไม่ออก ครุ่นคิดตามคำพูดของหนุ่มข้างบ้านแพง

เช้าวันใหม่ เพื่อนสะดุ้งตื่นพบว่าตัวเองฟุบหลับอยู่ข้างเตียงแพง เพื่อนลูบไล้ใบหน้าแพงอย่างอัดอั้นตันใจ รำพันว่าแม่ไม่กล้าบอกว่าทำไมถึงทิ้งตน แล้วถ้าตนบอกความจริงกับทุกคน...ทุกคนก็ต้องเลือกแพงแล้วทิ้งตนไปอีก ทำไมตนต้องเป็นคนสูญเสีย ทั้งๆที่ตนทำเพื่อแพงตลอด

เพื่อนน้ำตาไหลพรากคิดถึงคำพูดของวรัชช์ “ผม นี่มันโง่นะ ที่หลงเชื่อมาตลอดว่าคุณอยากจะเสียสละเพื่อแพง อย่านึกว่าผมไม่รู้นะว่า ช่วงหลังคุณไม่ยอมพาแพงมาหาหมอตามนัด ที่แท้คุณก็ตั้งใจขโมยทุกอย่างไปจากแพง คุณนี่มันแย่กว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก!”

เพื่อนปาดน้ำตาพูดกับแพงที่นอนนิ่ง นี่คือสิ่งที่ตนต้องยอมรับใช่ไหม ตนต้องเสียทุกคนไป แพงพูดเสมอว่าเราเป็นกันและกัน แต่ทำไมทุกคนถึงรักแต่แพง ตนทำดีเท่าไหร่ไม่มีใครเห็น แต่ทำเรื่องไม่ดีแค่เรื่องเดียว ทุกคนกลับเกลียดตนหมด

รื่นจิตเปิดประตูเข้ามา เพื่อนชะงักหันไปสบตา รื่นจิตบอกว่ามาเปลี่ยนเวร เพื่อนทำท่าอยากถามแต่ตัดใจลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเดินออกไป

ooooooo

ช่วงพักถ่ายละครเดือนประดับดาว ทวิตตี้บรีฟให้เพื่อนฟังว่า ฝาแฝดแม้จะถูกพรากจากกันแต่กำเนิด แต่ก็มีอะไรๆหลายอย่างคล้ายกันและรู้สึกถึงกันได้ นนท์ซึ่งนั่งรอจิตจีรังโพล่งขึ้นว่า คิดถึงโฮป เธอมักมีอาการแปลกๆ หน้าตาก็เหมือนแพงมาก วรัชช์แกล้งแทรกขึ้นว่า

“อ้าว ทุกคนไม่รู้หรอกเหรอ ว่าแพงเขามีแฝดจริงๆ ชื่อเพื่อนอาภา”

ทุกคนอึ้ง เพื่อนโกรธลุกเดินหนีออกไป วรัชช์ตามไปดักหน้า ถามคิดจะบอกความจริงวันไหน เพื่อนสะบัดหน้า หนี เขาขอร้องให้เธอหยุดการกระทำเพราะมันชักไปกันใหญ่ เพื่อนสวนว่าตนมีเหตุผลที่คนนอกอย่างเขาไม่เข้าใจ วรัชช์โต้

“คุณกล้าพูดได้ยังไงว่าคนที่รู้ทุกเรื่องในชีวิตคุณเป็นคนนอก เราเคยมีความสุขด้วยกันไม่ใช่เหรอ”

“ไอกำลังจะแต่งงานกับพะลอง”

“ผมยอมรับการตัดสินใจของคุณมาตลอด แต่นี่มันออกจะเกินไปหน่อยแล้วนะ”

“คงไม่เกินไปหน่อยสำหรับคนชอบแทงข้างหลังอย่างยู! เพราะยูคนเดียว”

วรัชช์พยายามบอกว่าตนไม่ใช่คนปล่อยคลิป แต่เพื่อนไม่ฟัง ผลักเขาออกเดินหนี กันลองยืนมองสีหน้าเคร่งเครียด

วรัชช์เดินมาที่รถ เจอกันลองยืนอยู่ จึงถามจะเอาอะไรอีก กันลองบอกมารับแพงไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขา วรัชช์ยัวะโต้ว่าไม่ได้อยากเกี่ยว แต่คงต้องเจอกับแพงทุกวัน เพื่อนเดินมาเห็นกลัววรัชช์พูดมาก จึงรีบเข้าไปยิ้มหวานกับกันลอง แต่เขากลับนิ่งเดินนำไปที่รถ วรัชช์มองนึกในใจ นี่หรือคนกำลังจะแต่งงานกัน

นั่งมาในรถจนถึงบ้าน เพื่อนพยายามอ้อนชวนกันลองคุย เขายอมรับว่าโกรธที่เธอปิดบังเรื่องแฝด แต่วรัชช์กลับรู้ก่อน เพื่อนชะงักรู้ว่าชลลดาคงเล่าให้เขาฟัง จึงแก้ตัวว่า

“ตั้งแต่เกิดมาแม่ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้แพงฟังเลย แพงเดาว่าแม่คงมีเหตุผลบางอย่าง แพงเลยไม่กล้า บอกใครเพราะไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าแม่ไม่ดี

ไม่มีใครอยากได้ชื่อว่าเป็นแม่ที่ทิ้งลูกหรอกค่ะ แพงเชื่ออย่างนั้น และแพงไม่ได้อยากให้วรัชช์รู้ แต่เขาดันมารู้โดยบังเอิญ แพงกลัวว่าเขาจะเอาไปบอกพะลองให้พะลองมองครอบครัวแพงไม่ดีหรือมีปัญหา...”

เพื่อนพร่ำพูดว่าอยากเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์พร้อมสำหรับเขา กลัวเขาไม่อยากแต่งงานด้วย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ชีวิตตนยุ่งเหยิงและก็ทิ้งโฮปไม่ได้ เธออ้อนถามว่าเขายังเหมือนเดิมใช่ไหม

กันลองฟังแล้วเครียดแต่ก็รับคำทั้งที่ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์เราอยู่ตรงไหน เพราะสิ่งที่แพงทำทุกวันนี้ เหมือนตนไม่มีความสำคัญ เพื่อนตกใจกลัวว่าเขาจะทิ้ง

“พี่ไม่ได้จะทิ้งแพง แต่แพงลองคิดดูดีๆนะ ที่ผ่านมาพี่เป็นหลักให้แพงอยู่ที่เดิมเสมอ มีแต่แพงที่ขึ้นๆลงๆ เราอาจจะยังหาจุดที่พอดีกันไม่เจอ จนกว่าจะถึงวันนั้นพี่อยากให้เราทั้งคู่ปรับตัวเข้าหากันให้มากกว่านี้ หวังว่าแพงจะเข้าใจพี่เหมือนที่พี่พยายามจะเข้าใจแพงมาตลอดนะ”

เพื่อนไม่พอใจลงจากรถเดินเข้าบ้าน กันลองจะตามแต่เปลี่ยนใจ ขับรถเลยไปเข้าบ้าน เพื่อนน้ำตาไหล

ด้วยความสับสนว้าวุ่นใจ...เข้าห้องเอาไดอารี่ของแพงมานั่งอ่านย้อนหลัง จนมาเห็นหน้าหนึ่งมีเครื่องหมายเน้นไว้ว่า วันที่ 7 กุมภาพันธ์เป็นวันแรกที่แพงได้เห็นน้ำตาพะลอง เพื่อนเหลือบดูปฏิทินเห็นว่าวันนี้วันที่ 5 ก็ครุ่นคิด

รุ่งเช้าเพื่อนลุกมาทำข้าวต้มปลาให้กันลองและทำเผื่อให้รื่นจิตด้วย ใจรายงานว่ารื่นจิตไม่ได้กลับบ้าน ไปนอนเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาล...เพื่อนเอาข้าวต้มไปให้กันลองที่บ้าน เจอโรยบุญหน้าบ้าน เธอทำหน้านิ่งไม่คุยด้วยเหมือนก่อน เพื่อนจึงฝากข้าวต้มไปให้กันลอง

สายวันนั้น กันลองเดินเข้ามาในครัวเห็นโรยบุญกำลังกินข้าวต้มหอมฉุย เธอรีบบอกว่าแพงทำมาง้อ ตอนแรก คิดว่าเป็นของกันลอง แต่พอเห็นว่าเป็นข้าวต้มปลา

กะพงแดงจึงรู้ว่าไม่ใช่ เพราะเขาแพ้ปลานี้ตั้งแต่เด็ก

กันลองแปลกใจเล็กน้อย

เพื่อนหิ้วข้าวต้มมาฝากรื่นจิตที่โรงพยาบาล แล้วถามไม่ไปทำงานหรือ รื่นจิตบอกว่าหอบงานมาทำ เพื่อนยิ่งน้อยใจตัดพ้อว่าทำไมดูห่วงโฮปมาก รื่นจิตบอกว่าฤดีขอลาออกเพราะต้องไปเฝ้าแม่ที่ป่วยหนัก และตนเห็นว่าลูกมีงานละครจึงช่วยแบ่งเบา

เพื่อนไม่พอใจเดินมาบอกหมอว่า จะให้โฮปนอนโรงพยาบาลต่อไป หมอเห็นว่าอาการคนไข้กำลังดีขึ้น น่าให้ญาติช่วยฟื้นฟู จะหาคนไปดูแลให้ใหม่ เพื่อนเสียงแข็งบอกตนต้องการให้โฮปอยู่โรงพยาบาล แล้วขอพยาบาลพิเศษเฝ้าไข้ด้วย หมอพยักหน้าอย่างจำใจ

ooooooo


นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ