ข่าว
100 year

'ท็อป' ยันไม่ขอเงินใคร ชทพ.ไม่ได้ไว้ขาย ลั่นขายพรรคเหมือนทรยศ 'บรรหาร'

ไทยรัฐออนไลน์8 พ.ค. 2560 14:16 น.
SHARE

"วราวุธ" ยันไม่ขาย ชทพ. ขอยืนด้วยลำแข้งตัวเอง ชี้พรรคไม่ได้มีไว้ขาย บอกขายเท่ากับทรยศจิตวิญญาณ "บรรหาร"

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.60 นายวราวุธ ศิลปอาชา บุตรชาย นายบรรหาร ศิลปอาชา และอดีต ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา จังหวัดสุพรรณบุรี ชี้แจงในนามตระกูลศิลปอาชา ปฏิเสธกระแสข่าวพรรคชาติไทยพัฒนาจะถูกเทคโอเวอร์ จาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยย้ำว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ครอบครัวและสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา พยายามพัฒนาพรรคให้เข้มแข็ง และการตัดสินใจต่างๆจะต้องผ่านมติจากที่ประชุมพรรค พร้อมยืนยันว่าพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ได้มีไว้เพื่อขายเหมือนบริษัทจำกัด ที่จะสามารถเทคโอเวอร์หรือขายเป็นธุรกิจได้ พร้อมมองว่าการขายพรรคถือเป็นการทรยศต่อนายบรรหาร ส่วนการทำงานของพรรคต่อจากนี้ เมื่อสิ้นนายบรรหารก็ไม่มีใครสามารถมีบารมีและเป็นหัวเรือแทนนายบรรหารได้ ดังนั้นผู้ใหญ่ในพรรคต้องมาร่วมมือกันช่วยกันสร้างพรรคให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็ง

ส่วนกรณีที่ นายทักษิณ ติดต่อมาก็แค่การแสดงความเสียใจต่อกรณีที่นายบรรหารเสียชีวิตเท่านั้น โดยติดต่อมาที่ตัวเองและ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา พี่สาว โดยระบุเพียงสั้นๆว่า "อาเสียใจด้วยนะ" ไม่ได้พูดคุยเรื่องการเมืองและจากนั้นก็ไม่เคยติดต่อกันอีกเลย

นายวราวุธ ยังกล่าวต่อว่า พรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ได้มีทุนหนา แต่มีพอใช้และไม่คิดจะขอการสนับสนุนจากใคร เพราะมีศักดิ์ศรีและเชื่อว่าเมื่อรัฐบาลเปิดโอกาสให้พรรคดำเนินกิจกรรมเพื่อระดมทุน พรรคก็จะดำเนินการเช่นเดียวกับพรรคการเมืองอื่นๆ และเมื่อถึงวันเลือกตั้ง ก็เชื่อว่า สมาชิกทุกคนพร้อมลงสนาม โดยไม่จำเป็นต้องมีท่อน้ำเลี้ยง

ส่วนการร่วมงานของพรรคชาติไทยพัฒนา กับพรรคการเมืองอื่นๆในอนาคตนั้น นายวราวุธ ระบุว่า เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย เป็นเรื่องปกติทางการเมืองที่สามารถเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งถ้าได้เป็นพรรคร่วม ก็จะเคารพเสียงข้างน้อย ทำตามนโยบายเสียงข้างมาก แต่ถ้าเป็นฝ่ายค้าน ก็จะทำงานอย่างสร้างสรรค์

ส่วนการที่สมาชิกจากพรรคการเมือง อื่นๆมาทาบทามขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนานั้น ก็มีจากทุกพรรค แต่เป็นการพูดหยอกล้อกันในวงสนทนา ไม่ได้มีลักษณะจริงจัง แต่อนาคตก็ยังไม่ทราบว่า จะมีผู้ใหญ่ในพรรค ลาออกไปสังสัดพรรคการเมืองอื่นๆ หรือไม่ แต่ทุกวันนี้ทุกคนยังยืนยันที่จะอยู่กับพรรคชาติไทยพัฒนา

ทั้งนี้ยืนยันว่าส่วนตัวไม่ยึดติดกับการเป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรค ซึ่งตัวเองสามารถเป็นสมาชิกได้ เพราะพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นพรรคที่นายบรรหาร ร่วมสร้างมา ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดก็พร้อมทำงาน แต่ตำแหน่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต คือ การเป็นลูกชายนายบรรหาร ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่มีใครสามารถปลดออกได้

"ส่วนหากผู้ใหญ่ในพรรคไว้วางใจและให้โอกาสเป็นหัวหน้าพรรค ก็พร้อมทำหน้าที่ และสานต่อเจตนารมณ์ของนายบรรหาร โดยไม่รู้สึกหนักใจหรือกดดัน แต่ถือเป็นความท้าทายในชีวิต" นายวราวุธ กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วราวุธ ศิลปอาชาขายพรรคชาติไทยพัฒนาให้ทักษิณลูกชายบรรหาร

Most Viewed