ไลฟ์สไตล์
100 year

ภูมิใจไทยฟัดพลังประชารัฐ วอล์กเอาต์ในสภา ชี้ไม่พอใจยื้อรัฐธรรมนูญ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
25 ก.พ. 2564 05:23 น.
SHARE

“ภูมิใจไทย” งัดข้อ “พลังประชารัฐ” ส.ส.ภท.แท็กทีมวอล์กเอาต์ไม่สังฆกรรมเลื่อนร่าง พ.ร.บ.ตำรวจกับ พ.ร.บ.นวัตกรรมแทรกคิวตัดหน้าถกร่างแก้ไข รธน.วาระ 2 “ภราดร” แจงห่วงแค่ 2 วันพิจารณาร่างแก้ รธน.ไม่ทันสมัยประชุมนี้ ไม่เห็นด้วยบางพรรคเจตนายื้อรื้อ รธน.60 โต้วุ่นไม่เกี่ยวเอาคืน 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์งดออกเสียงหักหน้า “ศักดิ์สยาม” ขณะที่ “สุทิน” เหน็บแก้กติกาเหมือนไก่ตรุษจีนรอวันถูกเชือด “ชวลิต” หวั่นคำตัดสินตัดหน้าวาระ 3 วันที่ 17 มี.ค. กมธ.เหนื่อยเปลืองงบฯฟรี “วิรัช” แบไต๋ถ้าศาล รธน.วินิจฉัยไม่ให้ตั้ง ส.ส.ร.ลุยแก้รายมาตราทันที นายกฯปิดปากไม่ตอบรอยร้าวพรรคร่วมฯ “มาดามเดียร์-ฐิติภัสร์” ยันโหวตเสียงไม่เกี่ยวปัญหาส่วนตัว

ข่าวแนะนำ

รอยร้าวการโหวตลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจบานปลาย พรรคภูมิใจไทยแสดงอาการไม่พอใจพรรคพลังประชารัฐเสนอให้เลื่อนร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติและร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม มาพิจารณาก่อนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 จนวอล์กเอาต์ไม่ร่วมสังฆกรรม

ถกแก้ รธน.ไม่จบ “ชวน” ให้ลากยาว

เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 24 ก.พ. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงการประชุมร่วมกันของรัฐสภาว่าจะเริ่มพิจารณาเรื่องด่วนที่ค้างพิจารณาจากเมื่อวันที่ 9 ก.พ.64 จำนวน 2เรื่อง คือร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติและร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม มีผู้อภิปรายค้างอยู่ประมาณ 15 คน คาดว่าจะเสร็จสิ้นช่วงบ่ายจากนั้นจะเริ่มเข้าสู่การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ 2 คาดว่าจะใช้เวลาถึงวันที่ 25 ก.พ. แต่ถ้าหากไม่แล้วเสร็จจะพิจารณาต่อวันที่ 26 ก.พ. วันมาฆบูชา ภาพรวมผู้อภิปรายมีจำนวนมากและคงมีเนื้อหารายละเอียดมากด้วย เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

“วิรัช” แบไต๋แก้ รธน.รายมาตรา

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 24-25 ก.พ.ว่าหากยังไม่มีคำตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาไปก่อน ประธานสภาฯบอกว่าหากไม่เสร็จจะเลื่อนเวลาออกไป ดังนั้นต้องพิจารณาให้เสร็จให้ได้ หลังจากลงมติวาระ 2/2 รายมาตราไปแล้ว จากนั้น 15 วันจะเปิด วิสามัญได้ อยู่ที่การเสนอขึ้นไปและโปรดเกล้าฯลงมา ตนไม่สามารถดึงเวลาให้เร็วหรือช้าได้ ขณะนี้รับหลักการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและเข้าสู่สภาวาระที่ 2/2 คือวาระพิจารณาครั้งสุดท้ายก่อนลงมติ เมื่อถามว่าวิปฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลจะตั้งธงแก้ไขรายมาตราอยู่แล้วหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า เคยตอบไปว่าหากไม่ผ่านจะแก้เป็นรายมาตรา ตอนนี้ยังไม่ได้นึกถึงตรงนั้น แต่รัฐบาลมุ่งว่าจะตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ให้ได้ 200 คน หลังจากนั้นค่อยว่ากันอีกครั้ง ต้องดูเหตุผล จะพยายามทำให้ดีที่สุด

รอปรึกษาวิป 3 ฝ่าย อย่าเร่งรัด

นายวิรัชกล่าวว่า ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่ว่าผลจะเป็นบวกหรือลบจะมีผลต่อวาระ 3 หากศาลให้ดำเนินการต่อได้ก็เดินต่อ หากต้องหยุดก็ต้องหยุด และหากศาลไม่สามารถให้ตั้งส.ส.ร.จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราทันทีหรือไม่ ส่วนนี้ต้องปรึกษากับประธานวิปฝ่ายค้านว่ามีความเห็นอย่างไร ต้องมีความเห็นร่วมด้วยทั้ง 3 ฝ่าย และหากต้องขยายเวลาการประชุมไปถึงวันที่ 26 ก.พ.ไม่มีปัญหา แต่อย่าเพิ่งเร่งรัด

“สุทิน” เหน็บเหมือนไก่ใกล้ตรุษจีน

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทยในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า บรรยากาศการแก้รัฐธรรมนูญเหมือนไก่ใกล้ตรุษจีน ไม่รู้ว่าจะถูกเชือดหรือไม่ จากข้อมูลที่ได้คือรัฐบาลต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ส.ส.ร.คงไม่ใช่เป้าหมายของรัฐบาล แต่ต้องดูการพิจารณาวันที่ 24-25 ก.พ. ส่วนรายละเอียด เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรกจากเดิมของรัฐบาล และ ส.ว.ใช้เสียง 3 ใน 5 หรือ 450 เสียง ฝ่ายค้านให้ใช้เสียงกึ่งหนึ่งก็แก้ได้ แต่เมื่อเข้าพิจารณาชั้นกรรมาธิการให้ลงมติใช้เสียง 2 ใน 3 ต้องใช้ 500 เสียง จะทำให้แก้รัฐธรรมนูญได้ยากขึ้น ส.ส.ร.รัฐบาลจะให้มาจากการแต่งตั้งส่วนหนึ่ง เลือกตั้งส่วนหนึ่ง ฝ่ายค้านจะให้เลือกตั้งทั้งหมดใช้เขตจังหวัด แต่ กมธ.ให้เลือกตั้งแบบเขตย่อย เราว่าไม่เหมาะ

“ชวลิต” หวั่นคำตัดสินตัดหน้าวาระ 3

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กังวลมากว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะถูกสกัดถ่วงเวลาสำเร็จ แม้พรรคร่วมรัฐบาลไม่เห็นชอบญัตติของนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่เสียงพรรคพลังประชารัฐ และ ส.ว.นำญัตติเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญได้แล้ว ที่น่ากังวลตามมาคือศาลรัฐธรรมนูญให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ และนายอุดม รัฐอมฤต ล้วนแต่ร่างรัฐธรรมนูญให้ คสช. ทำหนังสือให้ความเห็นประกอบการพิจารณาภายใน 3 มี.ค. เพื่อมีคำวินิจฉัยวันที่ 4 มี.ค. ตัดหน้ารัฐสภาที่จะลงมติวาระที่ 3 วันที่ 17 มี.ค. คงประเมินได้ไม่ยากว่าผลจะออกมาอย่างไรเป็นห่วงจริงๆว่า กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำงานเหนื่อยฟรี ประเทศชาติจะเสียงบประมาณฟรี

ภท.-พปชร.เปิดศึกงัดข้อกลางสภาฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมแห่งราชอาณาจักรไทย วาระ 2 แต่นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เสนอให้เลื่อนร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติที่ค้างพิจารณาอยู่และร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมขึ้นมาพิจารณาก่อน ตามมติวิป 3 ฝ่าย ขณะที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) คัดค้าน โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า ภท.ไม่เห็นด้วยเพราะไม่ได้ร่วมประชุมวิป 3 ฝ่าย เกรงจะทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 เสร็จไม่ทันก่อนปิดสมัยประชุมวันที่ 28 ก.พ.เพราะมีผู้อภิปรายจำนวนมาก ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่าแม้พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เข้าประชุมวิป 3 ฝ่าย แต่ได้แจ้งผลประชุมให้ทราบแล้ว การเลื่อนร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับมาพิจารณาก่อน ไม่มีเจตนายื้อการแก้รัฐธรรมนูญอย่าไปวิตก ถ้าเสร็จไม่ทันวันที่ 25 ก.พ.จะให้พิจารณาต่อวันที่ 26 ก.พ.

วอล์กเอาต์ไม่ร่วมถก พ.ร.บ.ตร.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นที่ประชุมเห็นชอบเลื่อนร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับมาพิจารณาก่อนด้วยคะแนน 331 ต่อ 160 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 1 ทำให้ ส.ส.ภูมิใจไทยวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมทันที ไม่ร่วมลงมติ และไม่ร่วมเป็น กมธ.พิจารณาวาระ 2 ด้วย ซึ่งที่ประชุมได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวางจนลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติด้วยคะแนน 565 ต่อ 2 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง

ยกทีมแจงไม่พอใจแทรกคิวถก รธน.

ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย พร้อม ส.ส.พรรคภูมิใจไทยกว่า 20 คน แถลงว่าไม่เห็นด้วยกับการขอเลื่อนระเบียบวาระร่าง พ.ร.บ.2 ฉบับ ขึ้นมาพิจารณาก่อนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 ได้แสดงจุดยืนตลอดตั้งแต่แรกเสนอแก้รัฐธรรมนูญ และเป็นพรรคแรกที่ประกาศว่าจะเดินหน้าแก้ไขโดยตั้ง ส.ส.ร. วันนี้เจตนารมณ์เรายังไม่เปลี่ยนแปลง เรามีเจตนาเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ อะไรก็แล้วแต่ที่จะขัดขวางไม่ให้การแก้ไขเดินหน้าเราไม่เห็นด้วย ประชุมร่วมรัฐสภา 2 วัน ลำดับความสำคัญของพรรคเรื่องรัฐธรรมนูญสำคัญที่สุด ไม่ควรเลื่อนเรื่องอื่นมาพิจารณาก่อน

ปัดเอาคืนดาวฤกษ์หัก “ศักดิ์สยาม”

นายภราดรกล่าวว่า ไม่มั่นใจว่าเวลาพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญจะเหลือเพียงพอหรือไม่ แม้ประธานรัฐสภาบอกว่าอาจนัดประชุมเพิ่มเติมวันที่ 26 ก.พ.ได้ แต่เหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น ยังไม่ได้นัดหมายในระเบียบวาระ จึงกังวลว่าจะมีกระบวนการมาดึงรั้งกระบวนการแก้ไขไม่ให้เดินหน้าหรือไม่ เราไม่กล้ามองว่าใครมีเจตนายื้อแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่พฤติกรรมที่ผ่านมาของแต่ละพรรคแสดงให้เห็นว่าใครมีเจตนาอย่างไร เวลาจำกัดแค่ 2 วันทั้งที่รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่มาก สมาชิกแปรญัตติไว้จำนวนมาก กังวลว่าจะพิจารณาไม่เสร็จในสมัยประชุมนี้ เมื่อถามว่ามีข้อสังเกตว่าเชื่อมโยงเหตุการณ์อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายภราดรตอบว่าไม่เกี่ยว แต่อยากให้พิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญโดยด่วน

“จิรายุ” ชงห้าม “มีชัย-คสช.” นั่ง ส.ส.ร.

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ลงพื้นที่พบปะประชาชนจำนวนมากต่างไม่เชื่อมั่นว่า ส.ส.รัฐบาล ส.ว. หรือผู้มีอำนาจจะจริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ส.รัฐบาลและ ส.ว.ร่วมยื่นขอแก้ไขแท้ๆ พอจะแก้กลับมายื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าจะแก้ไขได้หรือไม่ ได้ยื่นแปรญัตติแก้ไขไว้หลายประเด็น เช่น คุณสมบัติที่มาและจำนวนส.ส.ร. และการเปิดโอกาสให้รณรงค์ทำประชามติเสรี รวมถึงมาตรา 265/3 (2) “ห้ามมิให้ผู้ที่เคยยกร่างรัฐธรรมนูญ 2560 และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ และบริวารว่านเครือ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง” และในมาตรา 261/3 (4) ระบุไว้ชัดเจนในการแปรญัตติเรื่องคุณสมบัติ ส.ส.ร.ว่า “หากเคยเป็นผู้ฝักใฝ่การทำรัฐประหาร สนับสนุนรัฐประหารหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับ คสช. หรือเคยเป็น รมต. หรือนักการเมืองทุกตำแหน่งในรัฐบาล คสช.” เป็นคุณสมบัติต้องห้ามไว้ด้วย สังคมรู้แจ้งเห็นจริงแล้วคนเหล่านี้สุมหัวกัน ใช้ทฤษฎีสมคบคิด เขียนรัฐธรรมนูญปี 60 ขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจ

นายกฯไม่ตอบ ภท.-พปชร.ขัดแย้ง

เมื่อเวลา 15.40 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ...ได้เข้าสู่วาระที่ 1 ไปแล้ว และจะมีการพิจารณาวาระที่ 2 และวาระที่ 3 อยู่ในขั้นตอนการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษารายละเอียด ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ตำรวจรอคอย เพราะทุกอย่างเราต้องมีการปฏิรูป แต่จะทำอย่างไรไปว่ากันในวาระต่อไปในสภาแล้วกัน นี่คือกฎหมายตำรวจที่จะต้องมีการปฏิรูป ค้างคามานานพอสมควรแล้ว ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณี ส.ส.พรรคภูมิใจไทยวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมสภาฯระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ นายกฯไม่ได้ตอบคำถาม

“เดียร์-ฐิติภัสร์” ย้ำไร้ปมส่วนตัว

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กลุ่มดาวฤกษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีงดออกเสียงลงมติไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม โดย น.ส.ฐิติภัสร์กล่าวว่า พวกเราในฐานะผู้แทนฯเขตบางกะปิ วังทองหลาง และนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กทม. เขตหนองจอก พรรคพลังประชารัฐ เราตัดสินใจทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้รับผลประโยชน์หรืออามิสสินจ้างใดๆ ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาส่วนตัว เชื่อว่ารัฐธรรมนูญจะคุ้มครองเราในฐานะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต เมื่อถามว่า กรรมการตรวจสอบที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค เป็นประธานเชิญเข้าไปชี้แจงหรือยัง น.ส.ฐิติภัสร์กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบแต่เรายินดี จะให้ความร่วมมือ เชื่อว่าพรรคจะให้ความเป็นธรรม

ไม่หนักใจร่วมงานพรรคยึดหน้าที่ ส.ส.

เมื่อถามต่อว่า เหตุผลที่ตัดสินใจโหวตสวนมติพรรค น.ส.วทันยากล่าวว่า ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว เมื่อถามย้ำว่ากังวลหรือไม่ที่ทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐโกรธ น.ส.วทันยากล่าวว่า อย่างที่บอกได้ชี้แจงไปหมดแล้ว คิดว่าเราพยายามจะรักษามารยาททางการเมือง โดยงดออกเสียงไม่ได้โหวตสวนมติพรรค ถือว่าวันนี้เราทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับหัวหน้าพรรคหรือยัง น.ส.ฐิติภัสร์กล่าวว่า หลังจากได้ชี้แจงกับคณะกรรมการจะขอพูดอีกครั้งหนึ่ง ส่วนกรณี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐและภูมิใจไทยเรียกร้องให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น น.ส.ฐิติภัสร์กล่าวว่า พวกเราเป็น ส.ส.พรรค พปชร.ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยไม่สามารถไปข้องเกี่ยวได้ เมื่อถามอีกว่า ล่าสุด พล.อ.ประวิตรระบุว่าไม่ต้องโทร.ติดต่อไป น.ส.วทันยากล่าวว่า ไม่ทราบและทางพรรคได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว เราจะทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกพรรคให้ดีที่สุด และไม่หนักใจที่จะทำงานร่วมกับพรรคต่อไป รวมถึงเดินหน้าทำหน้าที่ของเราในฐานะผู้แทนของประชาชนต่อไป

“อันวาร์” โต้ รธน.กับมติพรรคอะไรสำคัญ

นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่ารัฐธรรมนูญให้เอกสิทธิ์ส.ส.เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ทุกคนต้องยึดถือมติและข้อบังคับพรรค เพื่อให้พรรคดำรงอยู่ได้ ทำให้ภาพพจน์พรรคเสียหาย แสดงว่าพรรคยอมทำทุกอย่างแม้จะฝืนความรู้สึกของประชาชน เพียงเพื่อประโยชน์ในการอยู่รอดเท่านั้นหรือ ขอให้กลับไปคิดในฐานะนักกฎหมาย ควรมีหลักเกณฑ์ ถ้ามติพรรคและข้อบังคับพรรคสำคัญมากกว่ารัฐธรรมนูญ เราจะอยู่กันได้อย่างไร จะพูดอะไรขอให้ใช้สมองคิดหลายแง่มุม

สภาเปิดฟลอร์ถกแก้ไข รธน.วาระ 2

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา ภายหลังจากที่ประชุมรัฐสภาอภิปรายร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติและร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเข้าสู่วาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมแห่งราชอาณาจักรไทยวาระ 2 มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธาน กมธ.ชี้แจงหลักการ อาทิ การรับหลักการและลงมติให้ความเห็นชอบวาระ 3 ต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภาให้ ส.ส.ร.200 คน มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เมื่อ ส.ส.ยกร่างเสร็จให้ส่งร่างแก้ไขต่อรัฐสภา เพื่ออภิปรายแสดงเห็นภายใน 30 วัน โดยไม่มีการลงมติ และให้ส่งร่างให้ กกต.ภายใน 7 วัน เพื่อทำประชามติ

“บัญญัติ” ห่วงแก้ยากพาสู่ทางตัน

จากนั้นที่ประชุมเปิดโอกาสให้ กมธ.เสียงข้างน้อย และสมาชิกอภิปราย เริ่มต้นที่มาตรา 3 เรื่องการเสนอให้แก้ไขมาตรา 256 วิธีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่ง ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนคัดค้านความเห็นของ กมธ. เสียงข้างมากที่ให้ใช้เสียง 2 ใน 3 ลงมติในวาระรับหลักการและวาระ 3 ทำให้โอกาสแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปได้ยาก โดยเสนอแก้ไขให้ใช้เสียงเพียงกึ่งหนึ่ง ขณะที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ตัวเลข 2 ใน 3 ถือว่าสูงเกินไป ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญ 8 ฉบับ ให้ใช้เสียงแค่กึ่งหนึ่ง การอ้างว่า การแก้รัฐธรรมนูญควรทำได้ยากนั้นจะต้องไม่ยากเกินไปจนเกิดทางตัน หรือวิกฤติรัฐธรรมนูญ ถ้าใช้ 2 ใน 3 ไม่เห็นด้วยเป็นอันขาด หาก ส.ว.ไม่ยินยอมจะทำให้ประชาชนรู้สึกว่า ประชาธิปไตยแก้ปัญหาให้ไม่ได้ อยากให้ใช้ 3 ใน 5 เหมือนเดิม

ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.อภิปรายว่า หากใช้เสียง 2 ใน 3 ถ้า ส.ว.ไม่เห็นด้วยจะไม่มีทางแก้ได้เลย ขณะนี้มี ส.ส. 487 คน เสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภาคือ 492 คน ต่อให้ประธานสภาฯลงมติด้วยยังไม่พอ

“สุทิน” หวั่นเปิดช่องให้รัฐประหาร

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกกล่าวหาสืบทอดอำนาจ เป็นตราบาป หาทางถอนฟืนจากกองไฟ โดยเฉพาะต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ถามว่า จะเป็น ไปได้จริงๆหรือไม่ที่จะรวมเสียงได้เพื่อแก้รัฐธรรมนูญ ทางออกคือ ขอให้ลดลงมาใช้เสียงกึ่งหนึ่ง อย่างน้อยก็ขอให้เป็น 3 ใน 5

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การใช้เสียง 2 ใน 3 เขียนมาเพื่อให้แก้ไม่ได้ ถ้าบังคับใช้แบบนี้ ทายได้เลยแก้ไม่ได้ จะแก้ได้ทางเดียวคือ รัฐประหาร อาจมีการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความขัดแย้งเพื่อยึดอำนาจ วิกฤติรัฐธรรมนูญคือ เขียนรัฐธรรมนูญไม่เข้าท่า เกิดเหตุกล้วยจุกปาก คนที่เสนอให้ใช้เสียง 2 ใน 3 คือ คนที่เสนอให้ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญตีความ รัฐบาลอยากให้แก้รายมาตรา สังหรณ์ใจว่า สิ่งที่กำลังคิดแก้ไขกันอยู่จะไม่ได้ใช้ จะล้มก่อนถึงวาระ 3 ถ้าจะใช้ 3 ใน 5 มาคุยกัน แต่ถ้าใช้ 2 ใน 3 วิกฤติข้างหน้ารออยู่

ยอมถอยกลับไปใช้ 3 ใน 5 โหวตแก้ รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทั่งเวลา 20.00 น.หลังที่ประชุมร่วมรัฐสภา ใช้เวลาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 3 เรื่องวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 นานเกือบ 4 ชั่วโมง ที่ประชุมจึงลงมติ 441 ต่อ 178 เสียง งดออกเสียง 13 ไม่เห็นด้วยกับร่างที่ กมธ.แก้ไขที่ให้ใช้เสียง 2 ใน 3 ในการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 1 และวาระ 3 โดยให้กลับไปใช้ร่างเดิมที่เสนอมาคือ ใช้เสียง 3 ใน 5 ในการลงมติ

“ส.จ.เซ้ม” เลื่อนเสียบแทน “อิสสระ”

ผู้สื่อข่าวพรรคประชาธิปัตย์รายงานว่า กรณีนายจุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร ที่ถูกตัดสิทธิ์การเมือง มีการหารือวางเครือญาติให้ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมแทน ส่วนนายถาวร เสนเนียม แม้ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี แต่ยังเป็น ส.ส.เขตต่อได้ เพราะไม่ถูกตัดสิทธิ์การเมือง สำหรับนายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ถูกตัดสิทธิ์การเมืองหลุดจาก ส.ส. โดยนายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ หรือ ส.จ.เซ้ม เจ้าของฟาร์มไก่ชน “โกเซ้มฟาร์ม” หลานชายนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 26 ได้ขึ้นมาแทนที่

พปชร.หารือ กก.บห.สัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า หลังศาลตัดสินให้รัฐมนตรีทั้ง 3 พ้นจากตำแหน่งทันที เริ่มมีความเคลื่อนไหวเตรียมเรียกประชุมกรรมการบริการพรรคสัปดาห์หน้า เพื่อหารือเตรียมพิจารณาปรับ ครม. ที่จะปรับเพื่อรองรับการเลือกตั้งในอนาคต ด้วย กระทรวงที่รัฐมนตรีเหล่านี้พ้นตำแหน่งไป นายกฯอาจมอบหมายให้รองนายกฯกำกับดูแลรักษาราชการแทนก่อน

“หลานประภัตร-ญาติเสี่ยเอ๋” ได้ขึ้น ส.ส.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่จะเลื่อนขึ้นมาแทนนายณัฐฏพลและนายพุทธิพงษ์ คือนายยุทธนา โพธสุธน ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 21 หลานชายนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ และเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา และนายต่อศักดิ์ อัศวเหม ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 22 เครือญาตินายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม แกนนำกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า

แกนนำ ปชป.หารือเขย่าเก้าอี้ รมต.

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหลังทราบผลการพิพากษาคดีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ว่า เบื้องต้นพรรคขอให้ได้คำพิพากษาของศาลอาญา เพื่อเรียนต่อหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคก่อน ส่วนจะปรับ ครม.ของพรรคหรือไม่ ยังไม่มีการพูดคุย เช่นเดียวกับที่มี ส.ส.ของพรรคบางคนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองจะขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. แต่ขอให้ได้คำพิพากษาอย่างเป็นทางการมาก่อนจึงจะพูดอะไรได้มากกว่านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาผู้บริหารพรรคเฝ้าติดตามผลการตัดสินคดีนี้ตั้งแต่ช่วงบ่าย ทันทีที่ทราบผลทำเอาหลายคนอึ้งไปชั่วขณะ เพราะกระทบต่อรัฐมนตรีและ ส.ส. คือนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร และนายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยหัวหน้าพรรคเลขาธิการพรรคและแกนนำพรรคจะหารือกันในวันที่ 25 ก.พ. ที่พรรค เรื่องการปรับ ครม.ในสัดส่วนของพรรค

“นิพนธ์” ตีกันโควตาของ ส.ส.ใต้

นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอรอดูรายละเอียดคำพิพากษาอย่างเป็นทางการก่อน พรรคยังไม่ได้หารือหรือเตรียมการใดๆเกี่ยวกับการปรับ ครม.ตามหลักปฏิบัติของเราถ้าจะปรับ ครม. เลขาธิการพรรคจะเป็นผู้เสนอเรื่องต่อหัวหน้าพรรคและนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรค ตำแหน่งดังกล่าวเป็นโควตาของภาคใต้คิดตามจำนวน ส.ส.ที่มีมากที่สุด จึงได้รับโควตา 2 รัฐมนตรี

“จิรายุ” จี้ปรับ ครม.พิสูจน์ “ลุงตู่” ยึด ก.ม.

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.กล่าวว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ควรปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แล้ว ยิ่งมีคำพิพากษาในคดีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ศาลสั่งจำคุก 3 รัฐมนตรีคือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอส และนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ออกมาเช่นนี้ยิ่งต้องปรับ เพราะเดี๋ยวจะค้านสายตาประชาชน เพราะประชาชนและโพลต่างๆบอกว่ารัฐบาลสอบตก เมื่อมีคำพิพากษาออกมาเช่นนี้ นายกฯพูดมาตลอดว่าต้องเคารพกฎหมาย กรณีนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่านายกฯเคารพกฎหมายหรือไม่

ภาค ปชช.ขยี้ซ้ำ “รบ.ตู่” นอกสภา

นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่า พรรคฝ่ายค้านทำการบ้านมาดี เชื่อมโยงให้ประชาชนเห็นภาพความไม่โปร่งใสในรัฐบาลที่มักอ้างจุดแข็งเข้ามาปราบการทุจริตคอร์รัปชันเป็นเพียงวาทกรรมเพื่อเข้าสู่อำนาจ แค่รับมือโควิด-19 แพร่ระบาด แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไร้ความชอบธรรมที่จะอยู่ต่อไปอีก ไม่นับรวมการทุจริตถุงมือยางโครงการนับแสนล้านบาทปล่อยให้ธุรกิจสีเทา ทั้งบ่อน แรงงานเถื่อนนำมาซึ่งการแพร่ระบาดรอบสอง รวมถึงการปฏิรูปตำรวจแค่เล่นละครตบตา เปิดโปงการแต่งตั้งโยกย้ายมีการแสวงหาผลประโยชน์ วิ่งเต้น สร้างเครือข่ายอิทธิพล การจัดหาวัคซีนยังบริหารผิดพลาด ไทยฉีดช้ากว่าประเทศอื่นในอาเซียน กลายเป็นผลประโยชน์ในอาณาจักรธุรกิจยา บริหารประเทศเอาชีวิตของคนไทยมาหาผลประโยชน์ ที่น่าอัปยศอดสูคือมีการใช้อำนาจและผลประโยชน์ซื้อตัว ส.ส.งูเห่า โหวตสนับสนุนเพียงหวังให้ได้ภาพลักษณ์เป็นรัฐมนตรีที่มีเสียงสนับสนุนมาก ไม่สนใจว่าทำลายระบบพรรคการเมือง วันที่ 27 ก.พ. เวลา 10.00 น. จะจัดเสวนานอกสภาฯไม่ไว้วางใจ “รัฐบาลลุงตู่” ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

“บิ๊กเมียนมา” บินแจง “บิ๊กตู่-ดอน”

ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศว่า เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 24 ก.พ.นายวันนะ หม่อง ลวิน รมว.ต่างประเทศเมียนมา ได้บินด่วนมาเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ที่ห้องพักรับรอง ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง ใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง ทั้งนี้เชื่อว่าบินมาชี้แจงสถานการณ์โดยเฉพาะการเมืองในเมียนมา การประท้วงของชาวเมียนมาทั้งในเมียนมาและอีกหลายประเทศเพื่อให้ประเทศอาเซียนคลายความวิตกกังวล พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า การหารือเป็นเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการอยู่แล้วในฐานะมิตรประเทศต้องรับฟังและเป็นกำลังใจให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย

ประท้วง 112 นาทีขอปล่อย 4 แกนนำ

ที่หน้าศาลอาญา เมื่อเวลา 16.00 น. กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย รวมตัวจัดกิจกรรมแต่งชุดดำ อ่านแถลงการณ์ จุดเทียนไขสีดำไว้อาลัย บางส่วนใช้เทปกาวปิดปาก ยืนไว้อาลัย 112 นาที เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข 4 แกนนำกลุ่มราษฎร ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯในคดีชุมนุมปักหมุดคณะราษฎร 19-20 ก.ย.63 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และท้องสนามหลวง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาตรา 116 และอื่นๆมีกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชนราว 40 นาย รักษาความสงบเรียบร้อยอยู่ในประตูรั้วศาล

ตร.ขอตัว “เอ๋” ส่งอัยการคดีรุกป่า

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เรื่องการขออนุญาตเรียกตัว ส.ส.ระบุตอนหนึ่งว่า กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สอบสวนปรากฏหลักฐานเชื่อได้ว่า น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ซึ่งเป็น ส.ส.ทำความผิดตามข้อกล่าวหา และมีความเห็นควรสั่งฟ้อง จำเป็นต้องเรียกตัวในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญาเพื่อส่งไปยังพนักงานอัยการพร้อมสำนวนการสอบสวน ด้วยเหตุที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างสมัยประชุมรัฐสภา จึงขออนุญาตออกหมายเรียก ส.ส.มายังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายดังที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาชวน หลีกภัยภูมิใจไทยพลังประชารัฐวิรัช รัตนเศรษฐข่าวหน้า1ข่าววันนี้

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 17 เมษายน 2564 เวลา 13:02 น.