ไลฟ์สไตล์
100 year

พลังประชารัฐไม่ให้ "ตู่" ออก ส.ว.ห้าวจัด ท้าทำ "ประชามติ"

ไทยรัฐฉบับพิมพ์23 ต.ค. 2563 05:15 น.
SHARE

“บิ๊กตู่” ถอยหนึ่งก้าว เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงใน กทม. ระบุสถานการณ์คลี่คลายแล้ว “วิษณุ” ขู่ถ้าจำเป็นประกาศใช้ได้อีก สภาหารือ 4 ฝ่ายประชุมรัฐสภาวิสามัญถกทางออกประเทศ เตือนระวังปมพาดพิงสถาบัน ฝ่ายค้านโวยรัฐบาลตุกติกมีแต่ญัตติโควิด-ปิดขบวนเสด็จ ไม่มี 3 ข้อเรียกร้องของราษฎร แต่ยันก้มหน้าทำหน้าที่ไม่ยอมเป็นเครื่องฟอกขาวให้รัฐบาล “ส.ว.สิงห์ศึก” ท้าทำประชามติชี้ชะตานายกฯอยู่หรือไป พปชร.ข้องใจนายกฯผิดอะไร ทำไมต้องลาออกภายใน 3 วันตามคำเรียกร้อง โวทำงานราบรื่น ครบ 4 ปีค่อยมาพูดเรื่องนี้ สั่ง ส.ส. ประชุมรัฐสภาวิสามัญพร้อมเพรียงไม่ต้องห่วงความปลอดภัย เตรียมเรือไว้เลี่ยงม็อบแล้ว วางกับดักฝ่ายค้านให้พูดเต็มที่เรื่องสถาบันก่อนรอเช็กบิล แต่ลูกพรรคยังหวั่น “บิ๊กตู่” ถอดใจลาออก-ยุบสภาฯ ม็อบราษฎรหยุดเคลื่อน พัก 1 วัน ยังมีชุมนุมประปราย ส่วนเสื้อเหลืองจัดเต็มพรึบทั่วประเทศ “พรเพชร” นำขบวน ส.ว.ปกป้องสถาบัน

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม วอนให้ทุกฝ่ายถอยคนละก้าว เพื่อออกห่างจากหนทางสู่ปากเหว พร้อมใช้เวทีรัฐสภาแก้ปัญหา ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ได้ยกเลิก ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่ กทม. ขณะที่กลุ่มมวลชนในนาม “ราษฎร” ขีดเส้นตายให้นายกฯลาออกจากตำแหน่งภายใน 3 วัน มิฉะนั้นจะยกระดับการชุมนุม ได้พักการเคลื่อนไหวรอดูคำตอบ มีเพียงกลุ่มย่อยที่ยังคงนัดชุมนุมในบางพื้นที่

ข่าวแนะนำ

ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรง กทม.

เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่อง ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ประกาศ ข้อกำหนด และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กทม.ลงวันที่ 15 ต.ค.63 และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กทม. (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 16 ต.ค.63 เพื่อใช้มาตรการเร่งด่วน ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เข้าระงับยับยั้งการกระทำอันกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ควบคุมและแก้ไขความปั่นป่วนวุ่นวายซึ่งนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อย ในเขตพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง จนถึงวันที่ 13 พ.ย.63 นั้น โดยที่ปรากฏว่า ปัจจุบันเหตุการณ์ร้ายแรงอันเป็นเหตุให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงได้คลี่คลายความรุนแรงและยุติลง อยู่ในภาวะที่เจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานรัฐสามารถดำเนินการบังคับใช้มาตรการตามที่กำหนดในกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาได้ตามปกติแล้ว นายกฯจึงออกประกาศให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กทม.ลงวันที่ 15 ต.ค. และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กทม. (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 16 ต.ค. รวมถึงบรรดาข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่ง ที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อันเนื่องจากมีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กทม.โดยประกาศดังกล่าวเป็นอันสิ้นสุดลง ตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป

“วิษณุ” ชี้ พ.ร.ก.เลิกแล้วก็ใช้ใหม่ได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีนายกฯยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ กทม.ว่า นายกฯได้หารือใน ครม.ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมบีบให้นายกฯลาออกภายใน 3 วัน นายวิษณุตอบเลี่ยงว่า ได้ยิน ได้ทราบแล้ว เมื่อถามว่าหากยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงไปแล้ว ยังมีกฎหมายอะไรสามารถควบคุมการชุมนุมได้อีกหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ประกาศในเรื่องของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 มันยังคงมีอยู่ซึ่งก็ครอบคลุมอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ห้ามเรื่องการชุมนุมอะไรทั้งสิ้น ถ้าจำเป็นก็ใส่เรื่องการห้ามชุมนุมเข้าไป แต่ถ้ามันมีอะไรเกิดขึ้นมาก็สามารถประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงใหมได้ เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้เรามุ่งในเรื่องของโควิด-19 มากกว่า

“บิ๊กป้อม” ตีกรรเชียงไม่ได้คุย “บิ๊กตู่”

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ลงนามในประกาศยกเลิกสถานการณ์ ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครว่า ต้องรอดูจากนายกฯ ผู้สื่อข่าวถามว่าแล้วสถานการณ์ในขณะนี้เบาลงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรได้ชี้นิ้วไปที่ผู้สื่อข่าวแล้วกล่าวว่า “คุณน่ะรู้ดีเพราะคุณไปอยู่ในที่ชุมนุมอยู่แล้ว เห็นออกทีวีอยู่เรื่อย” เมื่อถามถึงกรณีขีดเส้นตาย 3 วันให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้มีการหารือกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ได้คุยหรอก

รองนายกฯเตือนเด็กๆโฟกัสผิดจุด

ที่กระทรวงพลังงาน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและ รมว.พลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองต่อสภาพเศรษฐกิจไทยว่า การชุมนุมเกิดม็อบ เข้าใจว่าเป็นเรื่องของเด็ก เป็นเรื่องของความเข้าใจอีกแบบหนึ่งที่ต่างกัน น้องๆเอาเรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องประชาธิปไตยเป็นตัวตั้ง แต่อยากให้เข้าใจว่าวันนี้สถานการณ์อันดับสำคัญของประเทศคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และอันดับที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่จบ

แบ่งเวลา 4 ฝ่าย ถกทางออกประเทศ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานประชุม 4 ฝ่าย ได้แก่ ครม. ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ว. เพื่อกำหนด ประเด็นและกรอบเวลาในการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ วันที่ 26-27 ต.ค. เพื่อหาทางออกให้ประเทศจากสถานการณ์ชุมนุมของประชาชนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ภายหลังประชุม นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาลแถลงว่า ได้แบ่ง เวลาอภิปรายเป็น 4 กลุ่ม รวม 23 ชั่วโมง ได้แก่ฝ่ายค้าน 8 ชั่วโมง รัฐบาล ส.ว. และ ครม.ฝ่ายละ 5 ชั่วโมง และแบ่งเวลาให้ประธานรัฐสภาอีก 1-2 ชั่วโมง การประชุมในวันที่ 26 ต.ค. เริ่มเวลา 09.30-22.00 น. ส่วนวันที่ 27 ต.ค.จะอภิปรายต่อจนครบเวลาที่เหลืออยู่ หวังว่าในญัตติของรัฐบาลที่เสนอให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญครั้งนี้จะเป็นทางออกทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงบ้าง

ฝ่ายค้านผวากับดักผิดข้อบังคับ

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่าฝ่ายค้านเห็นเนื้อหาในญัตติที่ฝ่ายรัฐบาลขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญแล้ว กังวลว่าจะขัดข้อบังคับการประชุมหรือไม่ หากมีการพูดถึงเรื่องสถาบัน และการประชุมครั้งนี้จะตอบสนองความคาดหวังของสังคมในการหาทางออกให้ประเทศได้จริงหรือไม่ ถ้าพิจารณาแล้วไม่ใช่ทางออกฝ่ายค้านอาจพิจารณาทบทวนไม่เข้าร่วมการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ หรือถ้าเข้าร่วมประชุมจะเป็นในลักษณะใด เพราะประเทศไทยไม่เคยมีญัตติในลักษณะนี้มาก่อน โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือกันในวันที่ 22 ต.ค.เพื่อหาข้อสรุปเรื่องดังกล่าว แต่ฝ่ายค้านจะพยายามทำงานร่วมกับรัฐบาล และ ส.ว. เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสังคมให้มากที่สุด

เตือนพาดพิงสถาบันต้องมีวุฒิภาวะ

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในญัตติขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญของรัฐบาลมีการอ้างอิงถึงเรื่องขบวนเสด็จ ในวันที่ 14 ต.ค.2563 รวมถึงข้อเรียกร้องต่างๆของนักศึกษา 3 ข้อ เมื่อมีการกล่าวถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ใช้รัฐสภาเป็นตัวอย่างในการอภิปรายเรื่องเหล่านี้อย่างมีวุฒิภาวะ ผู้อภิปรายต้องอภิปรายภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเหมาะสม

ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า มองว่าการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญครั้งนี้แม้จะไม่ใช่ทางออกทั้งหมด แต่เป็นจุดเริ่มต้นการนำปัญหากลับเข้ามาในสภา เพื่อนำไปแก้ไข เช่น ส่วนการอภิปรายเรื่องสถาบันต้องพูดอย่างมีวุฒิภาวะ ใครพูดอะไรต้องรับผิดชอบ หากสิ่งที่พูดไปทำให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ

แนะทำประชามติชี้ชะตานายกฯ

พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา กล่าวถึงข้อเรียกร้องของคณะราษฎรที่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ลาออกจากตำแหน่งภายใน 3 วัน ว่า ไม่ทราบว่าเป็นไปได้หรือไม่ เนื่องจากกลไกการบริหารประเทศต้องยึดตามกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯที่มาตามกลไกรัฐธรรมนูญ หากเป็นข้อเรียกร้องอื่นอาจทำได้ แต่ประเด็นนี้ไม่ทราบเป็นไปได้หรือไม่ ทางออกที่ดีคือการทำประชามติให้เสียงประชาชนตัดสิน อาจคลี่คลายสถานการณ์ได้หากผลประชามติถูกยอมรับ เพราะคือการตัดสินใจของคนไทยทั้งประเทศ

ปชป.ชี้ไฮไลต์ตั้ง กมธ.สางปัญหา

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญว่า สังคมคาดหวังให้เป็นเวทีสะท้อนปัญหาและแนวทางแก้ไขกัน ด้วยเหตุผล แม้จะเป็นการอภิปรายทั่วไปไม่มีการลงมติ แต่สาระสำคัญคือการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อรับข้อเท็จจริงจากการอภิปรายในสภา และศึกษาต่อในรายละเอียด รวมทั้งให้ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ส.ว. นักวิชาการและตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้ามามีส่วนร่วมในการหาทางออกแก้ปัญหาให้กับประเทศต่อไป เชื่อว่า ส.ว.จะเห็นด้วยกับการใช้เวทีรัฐสภาแก้ไข คู่ขนานไปกับการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จ อย่าให้ประชาชนคิดว่าไม่มีความจริงใจ หรือยื้อเวลา

พท.ชี้เปิดวิสามัญแต่รัฐบาลปิดหู

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญว่า เชื่อว่าไม่มีประโยชน์เพราะรัฐบาลไม่นำเรื่องสำคัญที่กลุ่มเยาวชนและประชาชนเรียกร้อง คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่ที่ประชุมสภา แต่เป็นการเปิดให้รัฐบาลใช้เวทีฟอกตัวนายกฯมากกว่า และพล.อ. ประยุทธ์ไม่ยอมรับว่าตัวเองคือต้นตอปัญหา ต้องการ เอาชนะประชาชนมากกว่าที่จะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศสงบ หากยอมลาออกจะได้ชื่อว่าฮีโร่ แต่หากยังหวงอำนาจกอดเก้าอี้แน่น ท่านจะมีจุดจบไม่ต่างจากคนที่ได้ชื่อเป็นทรราชในอดีต

ฝ่ายค้านไม่ยอมให้เป็นเวทีฟอกขาว

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านประชุมหารือถึงการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ภายหลังการประชุมนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า จากที่นายกฯขอเปิดอภิปรายทั่วในการประชุมรัฐสภาตามมาตรา 165 พรรคฝ่ายค้านได้ประชุมร่วมกันเห็นว่า ญัตติดังกล่าวเป็นการตั้งใจให้ร้ายประชาชนมากกว่า ทำให้ประชาชนกลายเป็นสาเหตุของปัญหา ไม่จริงใจ ไม่ได้นำไปสู่ทางออก แต่พรรคฝ่ายค้านจะร่วมกันยืนหยัดปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของประชาชน โดยการเข้าร่วมอภิปรายในวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ จะไม่ยอมให้รัฐบาลใช้เวทีรัฐสภานี้ซักฟอกรัฐบาลให้ขาวสะอาด

ตุกติกมีแต่ญัตติโควิด-ขบวนเสด็จฯ

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ผิดหวังต่อ เนื้อหาในญัตติที่รัฐบาลยื่นเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ แทนที่จะหยิบยกข้อเรียกร้อง 3 ข้อของผู้ชุมนุม ได้แก่ การเรียกร้องให้นายกฯลาออกการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การปฏิรูปสถาบัน มาหารือ แต่ปรากฏว่าญัตติที่รัฐบาลยื่นมาไม่มีเรื่องเหล่านี้ กลับมีแต่เรื่องโควิด และการหยิบยกเรื่องการขัดขวางขบวนเสด็จฯมากล่าวหาประชาชน ซึ่งไม่ใช่ทางออกแก้ปัญหา แต่จะยิ่งเพิ่มความขัดแย้ง ผลิตซ้ำความไม่เป็นธรรม มีเจตนาซ่อนเร้น มุ่งให้พูดเฉพาะเรื่องขบวนเสด็จฯเพื่อฟอกตัวเอง อย่างไรก็ตาม แม้พรรคฝ่ายค้านจะผิดหวัง แต่จะเข้าร่วมประชุมอภิปรายเวทีดังกล่าว

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญของรัฐบาลเป็นการให้ร้ายประชาชนในหลายข้อ ดังนั้นพรรคฝ่ายค้านจำเป็นต้องเข้าไปอภิปราย เพื่อให้ความยุติธรรมและแก้ข้อกล่าวหาให้ประชาชน หวังว่าประธานที่ประชุมจะให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่ายในการอภิปราย

ปิยบุตรเตือนอย่าราดน้ำมันใส่ไฟ

ที่คณะศิลปศาสตร์ มธ.ท่าพระจันทร์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงแถลงการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯและ รมว.กลาโหม ว่า ปฏิกิริยาของนายกฯสายเกินไปทุกครั้ง นายกฯลาออกทำได้เลย บรรยากาศจะดีขึ้นมาก หากกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญในสภาฯจะพังหมด เพราะนายกฯลาออกก็ไม่เห็นเป็นไร หากมีความตั้งใจจริงรัฐบาลใหม่ก็รีบผลักดันเข้าไปได้อีก อยู่มาแล้ว 6 ปี เป็นตลอดชีวิตไม่ได้ เป็นนายกฯยาว 20 ปี ตามภาพฝันไม่ได้ ต้องออกไปก่อนสร้างรัฐบาลใหม่ว่ากันตามกระบวนการที่มีอยู่เปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบปกติ มาแก้รัฐธรรมนูญให้จบแล้วออกไปถ้าการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อช่วยนายกฯลดกระแสการชุมนุม หรือเปิดสภาฯแล้วปล่อยให้ถล่มนิสิต นักศึกษา ประชาชน จะเป็นการเทน้ำมันบนกองไฟอีก

ก้าวไกลขออย่าผลิตละครน้ำเน่า

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในช่วง 3 วันนี้ ที่นักเรียน นักศึกษายื่นข้อเสนอให้นายกฯลาออก หวังว่าท่านจะทบทวนอย่างจริงใจ มิใช่พยายามสร้างอีกกลุ่มขึ้นมาเพื่อเป็นเหตุผลว่ามีคนอยากให้อยู่ในตำแหน่ง ละครน้ำเน่าบทเดิมไม่มีคนดู ผู้มีอำนาจได้เห็นนวัตกรรมแห่งม็อบ 2020 ดีแล้ว การนำบทละครเก่าๆมาฉายซ้ำ แถลงการณ์บีบน้ำตาว่ายอมถอย แต่กลับเปิดเกมรุกเกณฑ์คนมาสู้ เพื่อการมีอำนาจต่อไป นายกฯควรหยุดเดินเกมโดยใช้ชีวิตของประชาชนเป็นเครื่องมือสืบสานอำนาจ แล้วใช้เวลาที่เหลือพิจารณาใบลาออกอย่างไรให้ประชาชนลดโทษให้มากที่สุดจะดีกว่า

พปชร.ยันนายกฯไม่ผิดไม่ต้องออก

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ มีการประชุมพรรคนัดพิเศษ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวก่อนการประชุมว่า เป็นการเตรียมประเด็นที่จะหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ วันที่ 26-27 ต.ค.นี้ ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมให้นายกฯลาออกภายใน 3 วันนั้นยืนยันว่าพรรคมีจุดยืนอย่างแน่วแน่ที่นายกฯไม่ต้องลาออก เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ที่ผ่านมาบริหารบ้านเมืองราบรื่น เอาไว้ครบ 4 ปีค่อยว่ากัน ความเห็นต่างไม่ใช่ต้องมาบังคับกัน ต้องนำมาพูดคุยกับทุกภาคส่วน และนำมติเสียงส่วนใหญ่มาดูว่าจะเดินไปอย่างไร และขอย้ำว่าฝั่งรัฐบาลไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการปฏิรูปสถาบัน โดยจุดยืนคือไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 และหมวด 2 ส่วนที่นายกฯให้ต่างฝ่ายต่างถอยคนละก้าวนั้นก็ขอให้ผู้ชุมนุมไปวางกรอบที่เป็นประชาธิปไตยตามที่พวกเขาอยากเห็น และถอยจนต่างฝ่ายต่างให้กันได้ เพราะบางสิ่งบางอย่างสังคมให้ไม่ได้อยู่แล้ว

กำชับ ส.ส.ประชุม-ไม่ต้องกังวล

ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประธานวิปรัฐบาลกล่าวภายหลังประชุมว่า การประชุมวันนี้เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมรัฐสภาวันที่ 26-27 ต.ค. ได้กำชับให้ ส.ส.อยู่ร่วมประชุมตลอดเวลา และไม่ต้องกังวลว่าจะกลับบ้านไม่ได้ เนื่องจากนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ได้เตรียมเรือรองรับทุกท่านไว้แล้ว ยืนยันว่าการเปิดสภาฯครั้งนี้จะไม่มีการเสนอญัตติเห็นชอบรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ร่าง เพราะรัฐบาลเป็นผู้ขอเปิดประชุมสภาฯโดยมีเพียงวาระเดียวคือการอภิปรายเพื่อรับฟังความเห็นของสมาชิกรัฐสภา อาทิ เรื่องการชุมนุมฯ สถานการณ์โควิด-19 และการจาบจ้วงในขบวนเสด็จฯเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา และวันนี้ได้มีการยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ กรุงเทพฯ ซึ่งนายกฯบอกให้ถอยคนละก้าว และบัดนี้นายกฯได้ยอมถอยแล้ว จึงต้องรอดูต่อไปว่าอีกฝ่ายจะยอมถอยหรือไม่

ส่งแนวทาง กมธ.แก้ รธน. 26 ต.ค.

นายวิรัชในฐานะ กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม 6 ฉบับ ยังกล่าวถึงการสรุปรายงานร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ฉบับว่า การทำงานของ กมธ.สิ้นสุดลงแล้ว คาดว่าจะยื่นรายงานของคณะ กมธ.ต่อสภาในวันที่ 26 ต.ค. ซึ่งจะเป็นแนวทางให้สมาชิกรัฐสภาใช้พิจารณาตัดสินใจว่าจะโหวตรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญให้ ส.ส.จัดกิจกรรมเทิดทูนสถาบัน

ต่อมา น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.สมุทรปราการ และนายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส. นครศรีธรรมราช รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ร่วมกันแถลงข่าว โดย น.ส.ไพลินกล่าวว่า ที่ประชุม พปชร. มีมติ 3 ข้อ 1.ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.มุ่งมั่นให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และ 3.สนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญผ่านกระบวนการรัฐสภา แต่ต้องไม่กระทบหมวด 1 และ 2 ด้านนายสัณหพจน์กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้สมาชิกและ ส.ส.ทุกคนปกป้องสถาบัน และสามารถจัดกิจกรรมในพื้นที่เพื่อแสดงออกถึงความ จงรักภักดี อาทิ การใส่เสื้อเหลือง ออกมาเคลื่อนไหวแสดงจุดยืน เช่นในหลายพื้นที่ที่จัดก่อนหน้านี้ เพื่อให้ผู้มีความเห็นต่างอีกฝ่ายได้เห็นว่ายังมีคนอีกจำนวนมากที่รักและพร้อมจะปกป้องสถาบัน

ปล่อยฝ่ายค้านจ้อให้รับผิดชอบเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า สำหรับแนวทางการอภิปรายในการเปิดรัฐสภาวิสามัญ ฝ่ายรัฐบาลได้นัดแนะกันว่าหาก ส.ส.พรรคฝ่ายค้านบางพรรคลุกขึ้นอภิปรายประเด็นสถาบัน จะไม่ลุกขึ้นประท้วงหรือตัดบท แต่จะปล่อยให้อภิปรายไป เพราะผู้อภิปรายนั้นต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พูดเอง เพราะตามข้อบังคับการประชุมระบุชัดเจนว่าต้องไม่มีการพาดพิงบุคคลที่ 3 หรือบุคคลภายนอก หรือสถาบันหนึ่งสถาบันใด เนื่องจากไม่มีโอกาสได้ชี้แจงในสภา ดังนั้น หาก ส.ส.มีการอภิปรายในสภาแล้วสร้างความเสียหายต่อบุคคลภายนอกหรือเสียหายต่อสถาบันใดก็ตาม อาจมีผู้ไปดำเนินการทางกฎหมายได้

หวั่น “บิ๊กตู่” ถอดใจลาออก-ยุบสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า แกนนำคนสำคัญของพรรคพลังประชารัฐคนหนึ่งได้แสดงความเป็นห่วงผ่านแกนนำและ ส.ส.หลายคนในพรรคว่า เห็นท่าที พล.อ.ประยุทธ์แล้วเกิดความรู้สึกไม่ดี เห็นได้ชัดว่า พล.อ. ประยุทธ์กำลังอยู่ในอาการเหนื่อยหน่ายกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นอยู่ จึงเกรงว่า พล.อ.ประยุทธ์จะถอดใจ และตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งจนส่งผลให้พลังประชารัฐต้องกลายเป็นฝ่ายค้าน ขณะที่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐต่างมองตรงกันว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจทางการเมือง สภาไม่ได้เกี่ยวข้องหรือผิดอะไร ไม่เห็นด้วยหากจะยุบสภา

ศาลยกคำร้องเพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

วันเดียวกัน ที่ศาลแพ่ง ศาลนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้อง คดีขอร้องขอเพิกถอนคำสั่งตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินรวม 3 สำนวน เป็นคดีที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กับพวก คดีที่ 2 คดีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง และคดีที่ 3 เป็นคดีที่ น.ส.ศุภกรียา วรรณยุวัฒน์ กับพวกรวม 6 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาจาก ม.ธรรมศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์กับพวก ทั้ง 3 สำนวน โจทก์ทั้งหมดยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวและขอให้ศาลไต่สวนขอคุ้มครองฉุกเฉินให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่ง หยุดการกระทำ โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ต่างๆ ทั้งนี้ ศาลได้มีคำสั่งว่า คดีที่นายวัชระ เป็นโจทก์ และคดีที่ นพ.ชลน่าน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ศาลนัดไต่สวนในวันที่ 28 ต.ค. เวลา 13.30 น. และในส่วนของการไต่สวนฉุกเฉินคดีของ น.ส.ศุภกรียานั้นศาลมีคำสั่งเมื่อเวลา 14.00 น. ว่าเนื่องจากนายกฯได้มีคำสั่งยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวมทั้งยกเลิกข้อกำหนดและคำสั่งต่างๆที่อาศัยโดยอำนาจตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวและได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เหตุและพฤติการณ์ตามคำร้องจึงสิ้นสุดลง ศาลจึงมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง

ยกเลิก พ.ร.ก.ไม่ได้ถอยแต่ป้องตัวเอง

นพ.ชลน่านกล่าวว่า กระบวนการทั้งหมดทางศาลไม่เกี่ยวกับการประกาศยกเลิกของตัวนายกฯเอง การที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศยกเลิกน่าจะมีผลจากการยื่นฟ้องของเราและของนักศึกษา ของนักศึกษานัดไต่สวนฉุกเฉินบ่าย แต่ของเรานัดไต่สวนทันที อาจเป็นเหตุให้ พล.อ.ประยุทธ์สำนึกว่าถ้าไม่ทำอะไรต่อไป กระบวนการทั้งหลายจะเป็นภัยแก่ตัวเอง เลยยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงไป แต่ไม่มีผลต่อรูปคดีที่จะสู้กันต่อ เราเห็นพ้องกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ทำผิดกฎหมาย ส่วนที่มีความเห็นว่าการที่รัฐบาลยกเลิกเหมือนถอยมาก้าวหนึ่งนั้นถือเป็นการคุ้มครองตัวเองมากกว่า เพราะถ้าไม่ยกเลิกประกาศแล้วศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว หมายความว่ากระบวนการที่ทำมา ประกาศ คำสั่งที่ออกมามิชอบ ศาลพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพของผู้ชุมนุมและประชาชนทั่วไป เป็นการดุลอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายตุลาการชัดเจน

พท.แฉเด็ก พปชร.รุมยำ นศ.ที่ราม

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์กลุ่มคนเสื้อเหลืองเข้าไปรุมทำร้ายกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลเคยประกาศห้ามฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง อ้างบังคับใช้กฎหมาย มาแสนจับแสน ถามว่ากลุ่มคนเสื้อเหลืองที่เข้าไปรุมทำร้ายนักเรียนนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย รามคำแหง เกิน 5 คนแน่นอน ต้องถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่ หรือถือว่าอยู่นอกเหนือกลุ่มที่ต้องการจับกุม เลยไม่ต้องดำเนินการอะไร มีหลักฐานพบทั้งภาพและคลิปของนายทศพล มนูญญรัตน์ ที่มีความสนิทสนมกับนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เคยเป็นอดีต กปปส. ด้วยกันมาก่อน และเป็นเครือข่ายของพรรคพลังประชารัฐ เป็นแกนนำบุกทำร้ายนักเรียน นิสิตนักศึกษา ที่ชุมนุมอยู่ภายในมหาวิทยาลัยรามคำแหง เรื่องนี้รัฐบาลต้องมีคำตอบ

“ณัฏฐพล” โต้คนใกล้ชิดทำร้ายเด็ก

ขณะที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เห็นภาพที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์แล้ว ขอยืนยันว่าไม่รู้จักบุคคลที่มีการพูดถึง และถ้าใครรู้จักตนดีพอจะทราบว่าถ้าเป็นคนสนิทจริงๆคงไม่ต้องมาแสดงความยินดีในตอนรับตำแหน่ง การกระทำเช่นนี้ ถือเป็นการนำข้อมูลเท็จมาสร้างความแตกแยกและสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในสังคม ตั้งใจให้เด็กและเยาวชนมีความเกลียดชังและต่อต้านกระทรวงศึกษาธิการ ขอฝากนักเรียนทุกคนให้มีสติและมีสมาธิในการเสพข้อมูลต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกโซเชียลด้วย และกรณีที่มีอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเรียกร้องให้ตนลาออกเพราะให้คนใกล้ชิดไปทำร้ายนักเรียนนั้น อาจารย์ก็ไม่แยกแยะว่าข้อมูลไหนถูกผิด ความจริงสามารถเข้ามาพบตนด้วยตัวเองได้ พร้อมจะอธิบายข้อมูลที่ถูกต้องให้ฟัง

จี้อธิการ ม.รามเเจง นศ.ถูกทำร้าย

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานอธิการบดี ม.รามคำแหง น.ส.ทิพอัปสร แก้วมณี อายุ 23 ปี นักศึกษาปี 4 คณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง ตัวแทนลูกพ่อขุนโค่นเผด็จการ 1 ในเครือข่ายกลุ่มเครือข่ายรามคำแหง เพื่อประชาธิปไตย พร้อมพวกประมาณ 10 คน ยื่นหนังสือผ่านตัวแทนไปถึง นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาราชการแทนอธิการบดี ม.รามคำแหง เรื่องการปล่อยให้บุคคลภายนอกเข้ามาทำร้ายนักศึกษาภายใน ม.รามคำแหง ขอให้รักษาการอธิการบดีฯ ออกมาชี้แจงภายใน 7 วัน ถ้าไม่ได้รับคำตอบที่พอใจจะนำมวลชนมากดดันต่อไป

มร.เสียใจเหตุปะทะพร้อมเยียวยา

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ ม.รามคำแหง (มร.) นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาราชการแทนอธิการบดี แถลงถึงกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงที่กลุ่มภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ไล่ทำร้ายกลุ่มเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตยและแนวร่วมคณะราษฎร ภายใน มร. เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า มหาวิทยาลัยขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง และขอตำหนิกลุ่มบุคคลที่กระทำการดังกล่าว ขอยืนยันว่ามหาวิทยาลัยไม่ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกของนักศึกษา ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมีความอดกลั้น และให้ความเคารพซึ่งกันและกันในความคิดเห็นที่แตกต่าง สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมหาวิทยาลัยพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย หรือความช่วยเหลืออื่นใดแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมกันนี้จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหากพบว่ามีบุคลากรของมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือนักศึกษา เข้าไปเกี่ยวข้อง มหาวิทยาลัยจะดำเนินการทางวินัยอย่างเคร่งครัด

นศ.ม.รามฯเเจ้งความ สน.หัวหมาก

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ สน.หัวหมาก น.ส.ฐิติมา บุตรดี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยรามคำแหง พิธีกรกลุ่มเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองบุกฝ่าแนวกั้นตำรวจเข้ามาทำร้าย เมื่อเย็นวันที่ 21 ต.ค. พร้อมทนายความ เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ รอง ผกก.สน.หัวหมาก มี ส.ส.พรรคก้าวไกล อาทิ นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา และ น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. พร้อมกลุ่มมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจ จากนั้น จ่านิว หรือนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ เดินทางมาสมทบ พร้อมกล่าวว่า กรณีคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลทุ่มลำโพงใส่นักเรียนไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ใหญ่ที่ดี ยอมรับว่าเรื่องทางคดีคงเชื่อมั่นตำรวจได้ยาก ที่ผ่านมายังไม่มีการจับกุม ผู้ที่ทำร้ายผู้เห็นต่างเลย

ทำกิจกรรมล้อเลียน “เพื่อนเราเจ็บ”

น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มนักศึกษาและประชาชนเดินทาง เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์แล้วรวม 5 คน จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบชื่อผู้ร่วมก่อเหตุแล้ว 7 คน ต่างเป็นคณะทำงานของพรรคการเมืองแห่งหนึ่งล้วนเป็น ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ทั้งสิ้น ทั้งนี้ พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.หัวหมาก ยืนยัน ให้ความเป็นธรรม กับทุกฝ่าย เบื้องต้นแจ้งข้อหาทั้งหมดรวม 4 ข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอาการบาดเจ็บ ทำให้เสียทรัพย์ ดูหมิ่นเกลียดชังผู้อื่น และประทุษร้ายด้วยวาจาผ่านสื่อสังคมออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นกลุ่มผู้มาให้กำลังใจนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บ ทำกิจกรรมโดยการนอนราบกับพื้นบริเวณหน้าบันไดทางขึ้น สน.หัวหมาก ใช้ผ้าดิบ สีขาวปิดคลุมร่างและราดด้วยน้ำแดง ก่อนร่วมตะโกน “เพื่อนเราบาดเจ็บ” ร่วมกันร้องเพลงชาติพร้อมกับชู 3 นิ้ว ก่อนสลายตัวในช่วงค่ำ

เปิดคลิปเช็กเหตุราษฎรยั่วยุก่อน

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ สตช. น.ส.กัญญ์ณาณัฏฐ์ ภาธรสืบนุกูล โฆษก กอร.ฉ. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. ร่วมแถลงสถานการณ์การชุมนุม ทีมงาน กอร.ฉ.เปิดคลิปวิดีโอเหตุปะทะระหว่างกลุ่มราษฎรกับกลุ่มแนวร่วมเทิดทูนสถาบัน ที่ย่านรามคำแหง น.ส.กัญญ์ณาณัฏฐ์บรรยายว่า ก่อนที่จะเป็นภาพกลุ่มแนวร่วมเทิดทูนสถาบัน กระทำการรุนแรง เป็นกลุ่มราษฎรที่ใช้วาจายั่วยุหยาบคาย ฝั่งความผิดมากหน่อยเป็นกลุ่มแนวร่วมเทิดทูนสถาบัน ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นบริเวณ ม.รามคำแหงตำรวจจะสืบสวนดำเนินคดีในมาตรฐานเดียวกัน ต้องตรวจสอบกลุ่มคนเสื้อเหลืองในทุกมิติเช่นกัน ว่ามีการชักชวนหรือไม่ มีท่อน้ำเลี้ยงหรือไม่

ยุบ กอร.ฉ.ใช้ ก.ม.ปกติดูแลชุมนุม

ขณะที่ พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า หลังมีประกาศราชกิจจานุเบกษา ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กทม. และคำสั่งอื่นที่เกี่ยวข้อง กอร.ฉ.ที่ตั้งขึ้นมาตามคำสั่งดังกล่าวต้องยุติการทำหน้าที่ แต่จะปรับไปเป็นรูปแบบอื่น การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินส่วนหนึ่งมาจากการที่ ผบ.ตร.เป็นผู้ประเมินสถานการณ์ต่อนายกฯ ที่เห็นว่าสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว จากนี้ตำรวจจะกลับไปใช้กฎหมายปกติดูแลการชุมนุม

“พรเพชร” นำ ส.ว.ปกป้องสถาบัน

เมื่อเวลา 10.15 น. ที่อาคารสุขประพฤติ ถนน ประชาชื่น นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วย พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา นำสมาชิกวุฒิสภาและข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แสดงจุดยืนปกป้องพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ โดยกล่าวปฏิญาณตน และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีจอมราชา จากนั้นนายพรเพชรกล่าวว่า วุฒิสภาแถลงจุดยืนปกป้องพิทักษ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยวุฒิสภาเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจอธิปไตย แต่วันนี้มีความเข้าใจที่สับสนจึงอยากแสดงเจตนารมณ์ให้ ส.ว. ประชาชน และสื่อมวลชน ทำความเข้าใจว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ว. ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจอธิปไตยโดยเฉพาะอำนาจนิติบัญญัติตามหลักการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ส่วนข้อเรียกร้องของคณะราษฎรให้นายกฯลาออกภายใน 3 วันนั้นการออกจากตำแหน่งต้องยึดตามขั้นตอนกฎหมาย หากนำเฉพาะข้อเรียกร้องมาพิจารณาอาจเปิดช่องทางนอกกฎหมายหรือเกิดการปฏิวัติได้

มท.1 ยันดูแลประชาชนทุกกลุ่ม

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าว ถึงการรวมกลุ่มแสดงกิจกรรมของกำนันผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน เพื่อปกป้องสถาบัน ในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศว่า กระทรวงมหาดไทยพร้อมดูแลประชาชนที่ออกมาแสดงความเห็นทุกกลุ่ม เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและปลอดภัย โดยผู้ชุมนุมทุกคนต้องปฏิบัติและอยู่ภายใต้กฎหมาย

ใส่เสื้อเหลืองแสดงพลังทั่วประเทศ

สำหรับความเคลื่อนไหวแสดงพลังปกป้องสถาบันฯ ยังมีการรวมตัวแสดงพลังหลายจุด ครบทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของมวลชนเป็นไปอย่างพร้อมเพรียง นัดหมายกันใส่เสื้อสีเหลืองออกมาโบกสะบัดธงชาติ ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ตะโกนทรงพระเจริญ และเรียกร้องให้อีกฝ่ายหยุดพฤติกรรมจาบจ้วง โดยตลอดทั้งวันไม่มีเหตุปะทะรุนเเรงใดๆ บรรยากาศที่น่าสนใจ อาทิ ที่ อ.เทพา จ.สงขลา ประชาชน ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อเหลืองแสดงความ จงรักภักดี และเดินขบวนรอบเมืองเทพา ขณะที่บริเวณโรงเรียนสงขลาวิทยาคม อ.สิงหนคร นักเรียน นักศึกษา ประชาชน จัดริ้วขบวนแสดงออกถึงความ จงรักภักดีต่อสถาบันของชาติ ส่วนกลุ่มประชาชนคนรักสถาบัน จ.เพชรบุรี นัดรวมพลลานรัฐพิธีหน้าศาลากลางจังหวัด มีนายสาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ ร่วมกับประชาชนแถลงการณ์เรียกร้องให้ยุติการกระทำอันไม่บังควร เพื่อหยุดสร้างบ่อเกิดของความแตกแยก

“สุวิทย์” โผล่รวมพลลานย่าโม

ที่สำนักงานสหกรณ์ จ.อุทัยธานี ข้าราชการ ประชาชน และสมาชิกสหกรณ์ จ.อุทัยธานี ร่วมกันร้องเพลงชาติ พร้อมใจกันสวดมนต์ขอพรให้ประเทศผ่านวิกฤติ ช่วงบ่าย ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพุทธะอิสระ เดินทางไปปรากฏตัวให้กำลังใจกลุ่มคนโคราชปกป้องสถาบันที่รวมตัวกันโบกธงชาติ ชูป้ายข้อความว่า “รวมพลคนรักสถาบัน กองทัพประชาชนปกป้อง จังหวัดนครราชสีมา รวมพล หน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี” พร้อมใจกันเปล่งเสียงทรงพระเจริญ ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ก่อนที่กลุ่มมวลชนทั้งหมดจะสลายตัวไปโดยไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง

แสดงพลังศูนย์ราชการชุลมุนเล็กน้อย

เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ที่บริเวณปากทาง เข้าซอยที่ 1 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติแจ้งวัฒนะ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ แกนนำองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน นัดหมายประชาชนสวมเสื้อสีเหลือง รวมตัวกันเพื่อแสดงพลังปกป้องสถาบัน โดยมีประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงชายวัยกลางคนจำนวนมาก ทยอยเดินทางเข้าร่วม พร้อมชูธงชาติไทย และพระบรมฉายาลักษณ์ สลับกับการเปิดเพลงปลุกใจ ให้รักชาติ อาทิ เพลงเราสู้ หนักแผ่นดิน กระทั่งเวลา 17.30 น. ได้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมพบชายรายหนึ่งสวมเสื้อสีเหลืองนำโทรศัพท์มาบันทึกภาพ ไลฟ์สดในพื้นที่การชุมนุม แต่พบมีสัญลักษณ์ของกลุ่มม็อบราษฎร ผู้ชุมนุมจึงเข้าไปสอบถามและพยายามกันออกนอกพื้นที่ ปรากฏว่าชายดังกล่าวไม่ยินยอม ดิ้นรนขัดขืน จึงเกิดการชุลมุนขึ้น ผู้ชุมนุมเสื้อเหลืองเข้ามารุมล้อมด่าทอ สุดท้ายจึงต้องใช้กำลังฉุดกระชากตัวขึ้นรถตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง พาออกไปสงบสติอารมณ์บริเวณภายนอกพื้นที่

ทำเนียบฯซ้อมแนวป้องกันเจอเด็กสวด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเหตุการณ์ผู้ชุมนุมคณะราษฎรเคลื่อนมาที่สี่แยกพาณิชยการ สะพานชมัยมรุเชฐ ติดกับทำเนียบรัฐบาล เมื่อคืน วันที่ 21 ต.ค.นั้น เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 ต.ค. ที่สี่แยกพาณิชยการ เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการฝึกซ้อมใหญ่ วางแนวระวังป้องกัน โดยมี พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รองจเรตำรวจ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้บัญชาการตำรวจ นครบาล ควบคุมการ ฝึกซ้อม โดยได้ปิดถนนพิษณุโลกตรงแยกพาณิชยการ ไปถึงแยกสวนมิสกวันชั่วคราว จากนั้นนำรถเมล์ 2 คัน มาขวางเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ แบบไม่เปิดให้มีช่องว่างเข้ามาฝั่งทำเนียบฯได้ แล้ววางแผงเหล็ก ลวดหนาม นำรถตู้ตำรวจมาจอดต่อเป็นแนวป้องกัน วางรั้วหนาม 2 ชั้นแล้ววางแผงเหล็กอีกชั้นหนึ่ง ทั้งนี้ ระหว่างซักซ้อมมีนักเรียนจากโรงเรียนบริเวณถนนพิษณุโลก เยื้องทำเนียบรัฐบาลที่อยู่บนอาคารเรียน ตะโกนให้นายกฯลาออกและด่าว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยถ้อยคำหยาบคาย

ราษฎรหยุดพักรอคำตอบนายกฯ

สำหรับความเคลื่อนไหวของม็อบราษฎร ภายหลังนำมวลชนเดินขบวนไปถึงบริเวณทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรีลาออก พร้อมขีดเส้นตายให้เวลา 3 วันนั้น ปรากฏว่าตลอดทั้งวันที่ 22 ต.ค. ผู้สื่อข่าวตรวจสอบการสื่อสารของม็อบราษฎรทางสังคมออนไลน์ในทุกแพลตฟอร์ม ไม่พบการประกาศนัดหมายรวมตัวตามสถานที่ต่างๆ ถือเป็นการพักการชุมนุมครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ที่มีการเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. โดยแกนนำม็อบราษฎรรายหนึ่งระบุว่า เป็นช่วงยุติเคลื่อนไหวชั่วคราวเพื่อรอฟังคำตอบจากรัฐบาล และประเมินสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม เวลา 15.00 น. กลุ่มเยาวชนปลดแอก หนึ่งในองค์กรแนวร่วมม็อบราษฎร เผยแพร่ข้อความประณามเหตุรุนแรงที่ ม. รามว่า “รักสถาบันกษัตริย์ ไม่ใช่ข้ออ้างในการทำร้ายใคร” การชุมนุมที่รามคำแหงเมื่อวันที่ 21 ต.ค. เกินครึ่งเป็นนักเรียนมัธยม และเป็นการชุมนุมโดยสงบ ไม่มีการใช้ความรุนแรง

รักสถาบันไม่ใช่ข้ออ้างทำร้ายใคร

แนวร่วมม็อบราษฎร ระบุว่า ข้อเรียกร้องจากประชาชนผู้รักในประชาธิปไตยมีเพียงการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้กลับมาอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างสง่างาม ไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ไม่เซ็นรัฐประหารอันจะเป็นการแทรกแซงประชาธิปไตยและสามารถตรวจสอบได้ดังที่ควรจะเป็น การเรียกร้องเช่นนี้มิใช่การล้มล้าง แต่ฝ่ายขวากลับจัดตั้งมวลชนทั้งจากฝ่ายรัฐบ้าง ทั้งจากข้าราชการที่กินภาษีจากประชาชนบ้าง ใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (io) ซึ่งมาจากภาษีประชาชนเช่นกัน เพื่อสร้างความเกลียดชัง และความหวาดกลัวบนโลกออนไลน์บ้าง เพื่อโฆษณา ชวนเชื่อว่าผู้ที่คิดแบบตนนั้นยังคงมีอยู่จำนวนมากและเพื่อใส่ร้ายผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ดังที่เคยทำมาเมื่อยุคสมัย 6 ตุลา การรักสถาบัน มิใช่ข้ออ้างในการทำร้ายใคร

นนทบุรีปลดแอกไล่เผด็จการ

อย่างไรก็ตามมีการชุมนุมกลุ่มย่อยบางจุด ที่หน้าเมเจอร์ฮอลลีวูด สาขาปากเกร็ด จ.นนทบุรี เวลา 15.00 น. กลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี และกลุ่มนนทบุรีปลดแอก รวมตัวชุมนุมขับไล่รัฐบาล มีนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำนนทบุรีปลดเเอกขึ้นปราศรัยขับไล่รัฐบาลเผด็จการให้ลาออก และเดินขบวนไปยังท่าน้ำปากเกร็ดปักหลักปราศรัยต่อจนถึงเวลา 18.00 น. ก่อนร่วมกันร้องเพลงชาติ เปิดเเสงไฟจากโทรศัพท์มือถือระยิบระยับทั่วพื้นที่ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัย นำโดย พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 150 นาย มาคอยป้องกันเหตุร้ายจากบุคคลผู้ไม่หวังดีและอำนวยการจราจรที่คับคั่งในช่วงเย็น

ขอนแก่นแผ่เมตตาฉบับราษฎร

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่บริเวณโรงยิมเนเซียม สนามหน้าที่ว่าการอำเภอทุ่งสง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช กลุ่มเยาวชนเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษาของ 2 โรงเรียนดังใน อ.ทุ่งสง รวมตัวภายใต้ชื่อ “คนคอนจะไม่ทน” ชุมนุมกันพร้อมแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว โดยมีป้ายข้อความเรียกร้องให้นายกฯลาออก ขณะที่ช่วงเย็นที่หน้าโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย จ.ขอนแก่น ภาคีนักเรียน KKC กลุ่มนักศึกษาดาวดิน กลุ่มขอนแก่นพอกันที รวมตัวชุมนุมขับไล่รัฐบาล และแผ่เมตตาฉบับคณะราษฎร 63 นายกฯและคณะรัฐบาลได้รับกรรมที่ทำไว้กับประเทศชาติโดยเร็ว ก่อนทุกคนจะร่วมร้องเพลงชาติชู 3 นิ้ว และแยกย้ายกันโดยไม่มีความรุนแรงใดๆ

ปล่อยตัว “มายด์” หลังคุมตัว 1 คืน

ส่วนความคืบหน้ากรณี พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ รอง ผกก.3 บก.ป. นำหมายศาลแขวงปทุมวัน เข้าจับกุม น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ แกนนำกลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย ตามหมายจับในความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ช่วงเวลา 23.00 น. วันที่ 21 ต.ค. ที่ซอยราชวิถี 3 ก่อนควบคุมตัวขึ้นรถนำส่ง ตชด.ภ.1 นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ต.ค. เวลา 10.00 น. พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ควบคุมตัว น.ส.ภัสราวลีไปขออำนาจศาลแขวงปทุมวัน ฝากขัง ระหว่างถูกควบคุมตัวน้องมายด์ชูสามนิ้ว ก่อนเล่าว่า ตอนถูกจับตกใจนิดหน่อย แต่โดยรวมกำลังใจดีไม่ท้อจะสู้ต่อไป และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งนี้ พอถึงศาลแขวงปทุมวันทนายความได้ยื่นขอประกันตัวทันที ศาลใช้เวลาพิจารณา 40 นาที ก่อนจะปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีเงื่อนไข

“ปิยะ” ยันทำตามขั้นตอนหน้าที่

เวลา 11.30 น. ที่สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.แถลงว่า ได้เข้าจับกุม น.ส.ภัสราวลีตามหมายจับที่มีมาก่อนหน้านี้ หากตำรวจไม่จับกุมจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ ส่วนที่ระบุว่าตำรวจเข้าไปจับกุม น.ส.ภัสราวลีในยามวิกาลนั้น ตำรวจทำตามขั้นตอนกฎหมาย แสดงตัว แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิ สถานที่จับกุมก็ไม่ใช่สถานที่ปิดลับซ่อนเร้น ส่วนประเด็นที่ตำรวจขอเลขบัญชีของ น.ส.ภัสราวลีระหว่างจับกุม คาดว่านำไปใช้เป็นข้อมูลขั้นตอนประกันตัว แม้จะมีประกาศจากนายกรัฐมนตรีขอให้มีการถอยคนละก้าว แต่การเข้าจับกุมในครั้งนี้ตำรวจปฏิบัติตามหน้าที่

“อานนท์” ไม่ประกันหวั่นอายัดอีก

ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 11.00 น. นายวีรนันท์ ฮวดศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน พร้อมทีมงานเข้าพบกับนายอานนท์ นำภา ทนายความนักสิทธิมนุษยชน ที่ถูกคุมขังในเรือนจำกลางเชียงใหม่ อ.แม่แตง เพื่อหารือถึงการยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว หลังศาลอุทธรณ์ภาค 5 อนุญาตให้ประกันตัวได้เมื่อวันที่ 21 ต.ค. หลังใช้เวลาหารือกันนานกว่า 2 ชั่วโมง นายวีรนันท์เปิดเผยว่า นายอานนท์แสดงความกังวลเรื่องหมายจับในพื้นที่อื่น เกรงว่าหากประกันตัวออกไปจะถูกอายัดตัวไปดำเนินคดีต่อ และขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ามีการออกหมายจับนายอานนท์ในพื้นที่ใดบ้าง นายอานนท์จึงมอบหมายให้ทีมทนายความและนายประกันประเมินสถานการณ์ เนื่องจากจะครบฝากขังผลัดแรกที่เรือนจำเชียงใหม่ ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ล่าสุด ตัดสินใจไม่ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวนายอานนท์ แต่เตรียมจะยื่นคัดค้านการขอฝากขังนายอานนท์

บีบีซีชี้ชุมนุมไทยพันธมิตรฮ่องกง

วันเดียวกัน สำนักข่าวบีบีซีอังกฤษ รายงานว่าสาเหตุที่การชุมนุมในไทยมีลักษณะคล้ายการชุมนุมในฮ่องกง เนื่องจากแกนนำทั้งสองฝ่ายประสานงานแลกเปลี่ยนคำแนะนำกันอย่างต่อเนื่อง ในฐานะกลุ่มพันธมิตรชานม และมองได้ว่ากลุ่มเคลื่อนไหวในไทยต้องการชุมนุมยืดเยื้อแบบฮ่องกง ส่วนนายคลอดิโอ โซปรานเซ็ตติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเซ็นทรัล ยุโรเปียนของยุโรป เขียนบทความลงสำนักข่าวอัลจาซีราว่า สถาบันทรงอำนาจของไทยกำลังถูกเซาะกร่อนเหมือนกรณีกำแพงเบอร์ลินยุคปลายสงครามเย็น เห็นได้จากผู้ประท้วงมีแนวคิดหัวรุนแรงเกี่ยวกับสถาบันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหลังจากนี้ไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าอนาคตของไทยจะไปสู่ทิศทางใด และเหตุการณ์นี้เสมือนเครื่องเตือนใจแก่คนทั่วโลกว่า โครงสร้างทาง
การเมืองที่เข้มแข็ง ก็สามารถพังทลายลงได้ทุกเมื่อ

แพทย์จุฬาฯช่วยทุกฝ่ายเสมอภาค

วันเดียวกัน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาด ไทย ได้ออกประกาศระบุว่า ตามที่เกิดเหตุการณ์การชุมนุมในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ขอแสดงจุดยืนที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสถาบันทางการแพทย์ และการศึกษาของประเทศ ในการให้การดูแลรักษาพยาบาลประชาชนทุกคนอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยเสมอภาค ไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางความเชื่อ ศาสนาหรือแนวคิดทางการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ข่าววันนี้ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินพ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงประชุมรัฐสภาวิสามัญทำประชามติกลุ่มเสื้อเหลืองข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 11:06 น.