ข่าว
100 year

สอบจัดมวย ต้นตอใหญ่แพร่โควิด "อภิรัชต์" ลุยเอง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์27 มี.ค. 2563 05:33 น.
SHARE

ศรีฯ ร้องนายกฯ ฟัน ผบ.ทบ.ด้วย

“บิ๊กแดง” กำชับทุกหน่วยหนุน รบ. เต็มที่ ย้ำ กอ.รมน.ห้ามเบ่ง-ออกนอกรีต สั่ง จก.กพ.ทบ.ตั้ง กก.สอบคนจัดมวย “บิ๊กไฟต์” เวทีลุมพินี “บิ๊กกบ” อ้ำๆอึ้งๆรับผู้จัดบกพร่องไม่รัดกุม “ศรีสุวรรณ” จี้นายกฯสอบ ผบ.ทบ.ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง องค์กรต้านโกงปลุกสังคมร่วมประณาม พท.เย้ยหลักฐานทนโท่หรือจะเป็นมวยล้ม “อนุดิษฐ์” แนะโยกงบเยียวยาแทนกู้เงิน “ก้าวไกล” ยุออก พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านรับมือ เด็ก ปชป.ฉะรัฐทิ้งธุรกิจโรงแรมไว้ข้างหลัง ลั่นจ่ายภาษีเหมือนกันแต่ไม่เหลียวแล “ชวน” เตือน ส.ส.รอบสองระวังเป็นตัวแพร่เชื้อ

หลังโดนกระแสกดดันให้มีการตรวจสอบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ปล่อยให้มีการจัดการแข่งขันชกมวยรายการใหญ่ “ลุมพินีแชมเปี้ยนเกียรติเพชร” จนเป็นเหตุให้เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายเป็นวงกว้าง ล่าสุด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. สั่งการเจ้ากรมกำลังพลทหารบก ตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนแล้ว

“บิ๊กแดง” กำชับทุกหน่วยหนุน รบ.

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 26 มี.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดย พล.อ.อภิรัชต์มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ในส่วนของกองทัพบกมีหน้าที่อยู่ในเรื่องความมั่นคงสนับสนุน พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.)

ย้ำ กอ.รมน.ห้ามออกนอกรีต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อภิรัชต์ยังกำชับเรื่องการสนับสนุนทางการแพทย์ของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า หลังจากลงไปตรวจความพร้อมเมื่อวันที่ 25 มี.ค.ด้วยตัวเอง พล.อ.อภิรัชต์เห็นว่ายังมีความพร้อมไม่สมบูรณ์มากนัก ทางกรมแพทย์ทหารบกต้องบริหารจัดการให้ดี รวมทั้งเรื่องหน้ากากอนามัยที่ใช้ในทางการแพทย์ควรใช้แบบไหน และพยาบาลต้องใช้แบบไหน เพื่อขอรับการสนับสนุนผ่าน พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ขณะที่เรื่องร้านค้าสวัสดิการภายในหน่วยทหาร ทางผู้บังคับหน่วยต้องดำเนินการตีเส้น และตีกรอบเว้นระยะห่างที่กำลังพลทุกคนต้องร่วมมือ และขอให้ทุกหน่วย รวมถึง กอ.รมน.ร่วมมือกับรัฐบาลให้เต็มขีดความสามารถ เรื่องการทำหน้าที่ของ กอ.รมน.อย่าให้มีทหารไปเบ่งหรือทำผิดระเบียบ และต้องปฏิบัติให้เป็นตัวอย่าง ขณะที่เรื่องการเกณฑ์ทหารจะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันนี้ (26 มี.ค.)

สั่งตั้ง กก.สอบจัดมวยเวทีลุมพินี

นอกจากนี้ พล.อ.อภิรัชต์ยังสั่งการให้ พล.ท.อยุทธ์ ศรีวิเศษ เจ้ากรมกำลังพลทหารบก ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีมีการจัดการแข่งขันชกมวยรายการใหญ่ “ลุมพินีแชมเปี้ยนเกียรติเพชร” เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่สนามมวยลุมพินี เพื่อพิจารณาความผิดในการลงโทษ เนื่องจากถูกร้องเรียน และมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นแหล่งแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 จนกลายเป็น Super Spreader ภายหลังกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสนามมวยลุมพินี จนทำให้เชื้อระบาดหนักจนถึงขั้นวิกฤติ โดยมีรายงานว่าเป็นกรณีสืบเนื่องมาจากนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว. ทำหนังสือถึงนายกฯให้ตรวจสอบการจัดชกมวยที่สนามมวยเวทีลุมพินีดังกล่าว เมื่อมีการร้องเรียนมาทางกองทัพบกก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต้องดำเนินการสอบสวน เพราะถือเป็นเรื่องทางวินัยทหารที่ต้องตรวจสอบ

“บิ๊กกบ” รับผู้จัดบกพร่องไม่รัดกุม

พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด ในฐานะผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคง ศบค. ตอบข้อถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่รัฐบาลสั่งห้ามรวมตัวกันในวันที่ 3 มี.ค. แต่กลับมีการจัดมวยรายการใหญ่ที่สนามมวยลุมพินี จนทำให้มีผู้ที่ติดเชื้อจำนวนมาก ว่า มีเรื่องของอดีตและมีเรื่องของวันข้างหน้า สิ่งที่ตนพูดเป็นเรื่องของวันข้างหน้า แต่ยอมรับเกิดจากความบกพร่องไม่รัดกุม ผู้เกี่ยวข้องจะตรวจสอบต่อไป และไม่ขอลงไปถึงส่วนที่ผ่านไปแล้ว

“ศรีสุวรรณ” จี้นายกฯ สอบ ผบ.ทบ.

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า วันที่ 27 มี.ค. จะส่งเรื่องไปยังศูนย์รับเรื่องร้องเรียนทำเนียบรัฐบาลถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้ตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดนายสนามมวยลุมพินี รวมถึง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ในฐานะประธานอำนวยการสนามมวยลุมพินี กรณีไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ส่งหนังสือขอความร่วมมือให้งดการแข่งขันชกมวยเมื่อวันที่ 6 มี.ค. จนทำให้เกิดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 อย่างกว้างขวางในขณะนี้ เพราะยังปล่อยให้โปรโมเตอร์มวยจัดชกมวยตามโปรแกรมเดิม นายกฯ ต้องตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ให้สังคมประจักษ์ว่า มติและข้อสั่งการของนายกฯ และ ครม. ยังมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่หรือไม่ หรือเอาผิดได้เฉพาะประชาชนธรรมดาเท่านั้น ส่วนนายทหารไม่กล้าแตะหรือไม่

กลุ่มต้านโกงปลุกสังคมประณาม

นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่รัฐปล่อยให้มีการทำขัดมติ ครม. จัดการชกมวยจนเกิดการ ระบาดไวรัสโควิด-19 ว่า ทำไมผู้บริหารสนามมวยและผู้จัดรายการมวยจึงกล้าฝืนมติ ครม. ปล่อยให้มีการจัดชกมวย เป็นเพราะมีผลประโยชน์ก้อนใหญ่เป็นเดิมพันหรืออย่างไร นักธุรกิจหมัดมวยกลุ่มนี้และเจ้าที่หน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องจึงมองข้ามความถูกต้องไป บางทีอาจเคยชินว่าเรื่องแค่นี้น่าจะเคลียร์หรือผ่อนปรนกันได้ ดังนั้นต้องสอบสวนเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่เกี่ยวข้อง มาลงโทษทางวินัยและอาญา หากมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องต้องมีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ส่วนเอกชนคนบงการต้องหาช่องทางตามกฎหมายให้ได้ อย่างน้อยสังคมต้องช่วยกันประณามให้เป็นเยี่ยงอย่าง

หลักฐานทนโท่หรือจะมวยล้ม

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ที่ปรึกษากรรมาธิการการทหาร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้โดยด่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน จะปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปกับสายลมแบบนี้ไม่ได้ โดยเฉพาะตัวละครสำคัญที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงปรากฏหลักฐานอยู่ทนโท่ หากปล่อยให้เป็นมวยล้ม ต้มคนดูเหมือนคดีอื่นที่หาคนผิดไม่ได้ ชาวบ้านจะ รู้ทันทีว่านายกฯ ตั้งใจอุ้มใครอยู่ จะคอยดูว่าผู้รับผิดชอบจะดำเนินการเรื่องนี้ให้ถูกต้องหรือไม่ วันนี้กองทัพต้องเป็นที่พึ่งที่หวังให้กับประชาชน เชื่อมั่นในรากฐานของประเทศนี้ว่ามีความมั่นคงและแข็งแกร่ง หวังว่าผู้มีอำนาจจะไม่ทำให้ความดีงามเหล่านี้ต้องพังคามือตัวเองในเวลาอันใกล้

แนะโยกงบเยียวยาแทนกู้เงิน

ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสำคัญและดำเนินการตามข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย ต่อการแก้ไขสถานการณ์วิกฤติโควิดเกือบทั้งหมด แม้ยังไม่ครบทุกข้อ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือมาตรการทางเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเพื่อเยียวยาจำนวนมหาศาล ขณะที่รัฐบาลเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้า และหลายสถาบันคาดการณ์ว่าจีดีพีปีนี้จะติดลบ เชื่อว่ารัฐบาลต้องขอสินเชื่อเงินกู้แน่นอน หากจำเป็นจะกู้ก็ต้องกู้ ขอเพียงรัฐบาลมีวินัยทางการเงินและกู้เท่าที่จำเป็น จึงอยากเสนอให้รัฐบาลใช้เงินตัวเองก่อน ด้วยการชะลอการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่จำเป็น และโยกเงินเหล่านี้มาใช้ในมาตรการเร่งด่วน เพื่อลดการกู้เงินลงไปให้น้อยที่สุด เช่น โครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหม การสร้างอาคารสถานที่ราชการใหม่ การเช่าซื้อรถประจำตำแหน่งใหม่ งบฝึกศึกษาอบรมในต่างประเทศ

วอนรัฐช่วยเหลือลูกหนี้บ้านมั่นคง

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากที่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงว่าไม่สามารถชำระสินเชื่อบ้านในโครงการได้ต่อไป เพราะตกงานจากมาตรการของรัฐในช่วงนี้ จึงขอเรียกร้องไปยังนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เร่งกำหนดมาตรการเยียวยาให้กับลูกหนี้บ้านมั่นคงด้วย โดยสั่งการให้พิจารณามาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นลูกหนี้ของสหกรณ์ด้วยการพักการชำระหนี้อย่างน้อยเป็นเวลา 3 เดือน และเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติให้ประกาศลดดอกเบี้ยศูนย์เปอร์เซ็นต์ และยกเว้นค่าปรับล่าช้า หรือมาตรการอื่นๆที่เห็นว่าเหมาะสม จะเป็นการช่วยลูกบ้านทั้งหลายให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้

“วิโรจน์” แนะรัฐต้องอัดฉีดเพิ่ม

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคก้าวไกลเห็นด้วยที่รัฐบาลออกมาตรการ “เราไม่ทิ้งกัน” เยียวยาแรงงานนอกระบบ แต่ประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตไว้คือวงเงินงบประมาณ 45,000 ล้านบาท อาจไม่เพียงพอ หากพิจารณาจากข้อมูลจำนวนแรงงานทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบัน 38.4 ล้านคน มีแรงงานนอกระบบ 18.7 ล้านคน แรงงานนอกระบบที่ได้รับผลกระทบทางตรงจากโควิด-19 มีอยู่ 9.5 ล้านคน รวมกับแรงงานในระบบประกันสังคมที่ยังส่งเงินสมทบไม่ครบ 6 เดือนอีกประมาณ 5 ล้านคนเศษ หมายความว่าประชาชนที่อยู่ในกลุ่มที่ต้องการการเยียวยามีทั้งสิ้นประมาณ 14.5 ล้านคน ด้วยเหตุนี้วงเงิน 45,000 ล้านบาท ที่ใช้เยียวยาประชาชน 3 ล้านคน นั่นเท่ากับว่าเยียวยาได้เพียง 20.7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ยังเหลือประชาชนอีก 11.5 ล้านคน ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา

ยุออก พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านรับมือ

นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า พรรคก้าวไกลขอเสนอแนะเชิงสนับสนุนรัฐบาล คือ 1.ควรพิจารณาออก พ.ร.ก.โอนงบประมาณ จากงบประมาณ 2563 จากทุกๆรายการที่ไม่ใช่รายจ่ายประจำ ตัดงบจากโครงการเหล่านั้นออก อาทิ งบเกณฑ์ทหาร งบจัดอบรมสัมมนา งบจัดงานอีเวนต์ต่างๆ งบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ หากรัฐบาลหารือกับสำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลางอย่างละเอียด น่าจะโอนงบประมาณได้ไม่น้อยกว่า 80,000 ล้านบาท 2.ให้รัฐบาลพิจารณาออก พ.ร.ก.เงินกู้ 200,000 ล้านบาท เพื่อให้รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอในการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขอย่างเต็มที่ 3.หลังรัฐบาลออก พ.ร.ก.เงินกู้แล้ว ขอเสนอให้เปิดสมัยประชุมวิสามัญเพื่อให้รัฐสภาอนุมัติ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม เพื่อจัดสรรงบประมาณในการรับมือผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 พรรคก้าวไกลยินดีให้ความร่วมมือกับรัฐบาล

บริหารบกพร่องทำบานปลาย

ต่อมาช่วงเย็น พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ระบุว่า เมื่อรัฐบาลตัดสินใจใช้ยาแรงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ปัญหาต้องจบเร็วที่สุด ไม่ควรเกินระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนดไว้ ต้องควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้ โดยมีตัวชี้วัดทางการแพทย์ชัดเจน ที่ผ่านมาตั้งแต่มีข่าวการแพร่ระบาดการบริหารวิกฤติของรัฐบาลค่อนข้างหละหลวมบกพร่อง รัฐบาล ปล่อยปละละเลยมาตรการสำคัญหลายประการตั้งแต่เริ่มต้นสภาวะวิกฤติ จนกระทั่งสถานการณ์บานปลาย ปล่อยให้มีการกักตุนหาผลประโยชน์จากอุปกรณ์ป้องกันตัว และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เห็นได้จากการขาดแคลนหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ และอุปกรณ์ที่จำเป็นในโรงพยาบาล กระทั่งทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนทะลุหลักพันคนในวันนี้

ให้เร่งใช้งบกลางอย่าสร้างหนี้

แถลงการณ์พรรคเพื่อไทยระบุอีกว่า ขอเรียกร้องนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ และแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ดังนี้ 1.ขอให้รัฐบาลปูพรมค้นหาผู้ติดเชื้อที่ยังไม่แสดงอาการ นำผู้ติดเชื้อทั้งหมดมารักษา พร้อมทั้งควบคุมไม่ให้สามารถแพร่เชื้อต่อ 2.นายกฯควรเรียกความเชื่อมั่นพี่น้องประชาชนคืนมา ด้วยการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย และลักลอบส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศให้ได้ 3.นายกฯควรตัดสินใจนำงบกลางมาใช้ในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดอย่างเร่งด่วน โดยไม่ต้องสร้างหนี้เพิ่มขึ้นอีก 4.ควรใส่ใจในการวางมาตรการช่วยเหลือดูแลคนยากจน ผู้มีรายได้น้อย หรือลูกจ้างรายวัน คนหาเช้ากินค่ำที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการ และวิกฤตการณ์ต่างๆ ในครั้งนี้อย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพ

ธุรกิจโรงแรมถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากมาตรการ “เราไม่ทิ้งกัน” ธุรกิจโรงแรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักกลับถูกรัฐบาลทิ้งไว้ข้างหลังแล้ว เพราะมาตรการที่ออกมาไม่ครอบคลุมธุรกิจประเภทนี้ มีเฉพาะธุรกิจที่รัฐสั่งให้ปิดกิจการเท่านั้น ขณะที่ธุรกิจโรงแรมแม้ไม่ถูกสั่งปิดแต่หลายแห่งต้องปิดตัวเองลงชั่วคราวเพราะไม่มีลูกค้าตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานมาตรา 75 นายจ้างต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างอัตราร้อยละ 75 ของค่าจ้าง แต่นายจ้างไม่มีศักยภาพจะทำเช่นนั้นได้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้โรงแรมที่ประสงค์จะปิดกิจการชั่วคราว ลงทะเบียนเพื่อปิดกิจการเป็นการชั่วคราว และขอให้รัฐบาลจัดงบประมาณรองรับการจ่ายเงินว่างงานจากเหตุสุดวิสัยในอัตราร้อยละ 50 เป็นเวลา 180 วัน เหมือนที่จัดสรรงบไปดูแลผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม เหตุผลที่ขอให้รัฐบาลเป็นผู้จ่ายชดเชยในส่วนนี้ เพราะไม่ต้องการให้ใช้เงินในกองทุนประกันสังคมมากเกินไป เนื่องจากจะกลายเป็นภาระที่อาจกระทบสถานะทางการเงินของกองทุนฯในอนาคตได้

จ่ายภาษีแต่กลับไม่ได้รับการดูแล

น.ส.พิมพ์รพีกล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องไม่ลืมว่าผู้ประกอบการโรงแรมได้รับผลกระทบมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว ทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงินรุนแรง และควรให้ธุรกิจเหล่านี้จัดทำบัญชีรายชื่อพนักงานบางส่วนที่ต้องหยุดงาน ตามนโยบายลดค่าใช้จ่ายของนายจ้างให้ได้รับสิทธิประโยชน์จากมาตรการรัฐตามที่ได้เสนอไปด้วย เพราะพนักงานโรงแรมก็เสียภาษี จ่ายเงินประกันสังคมเข้าระบบเช่นกัน แต่วันนี้เขากลับไม่ได้รับการดูแลอะไรเลย ทั้งที่พวกเขาทำเงินรายได้เข้าประเทศมูลค่า 3 ล้านล้านบาทต่อปีมายาวนาน ดังนั้นอย่าทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลัง ถ้ารัฐบาลไม่ทำตามข้อเสนอนี้เชื่อว่าคนในภาคธุรกิจโรงแรมจะลาออก เพื่อไปรับเงินประกันสังคมเป็นเวลา 6 เดือน สุดท้ายประกันสังคมก็ต้องจ่ายอยู่ดี แต่คนกลุ่มนี้เสียความรู้สึกกับภาครัฐไปแล้วที่ไม่คิดถึงหัวอกพวกเขา

ปชป.วอนเบรกวิวาทะการเมือง

นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังรัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในช่วงที่มีการปิดสมัยประชุมรัฐสภา อยากเรียกร้องนักการเมืองทุกพรรคว่าในช่วงที่ประเทศเผชิญหน้าไวรัสโควิด-19 ควรหยุดเล่นการเมือง โควิดต้องไม่มีการเมือง ไม่ควรเป็นการเมือง แต่นักการเมืองต้องทุ่มเทและจริงจังช่วยประเทศชาติให้รอดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือปฏิบัติตามประกาศของ ศอฉ.โควิด-19 อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การแก้ปัญหาประสบความสำเร็จโดยเร็วที่สุด ส่วนนักการเมืองอยากขอความร่วมมือพักการใช้ฝีปากตอบโต้กัน แต่ถ้าเป็นความเห็นหรือข้อเสนอที่สร้างสรรค์ ทำได้ตามปกติ ขอให้ทุกฝ่ายได้ตระหนัก ขอให้เชื่อมั่นว่าเราจะต้องก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดี

“ชวน” เตือน ส.ส.ระวังแพร่เชื้อ

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีมีผู้เสนอให้ใช้อำนาจประธานรัฐสภาปิดรัฐสภาชั่วคราว เพื่อยุติพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ยังไม่ทราบเรื่อง และคงไม่สามารถเลื่อนเปิดสมัยประชุมสภาฯออกไปได้ แต่โดยอำนาจประธานสภาฯสามารถสั่งงดการประชุม และเปิดประชุมเมื่อสถานการณ์คลี่คลายได้ หวังว่าในเดือน พ.ค.สถานการณ์จะดีขึ้น เบื้องต้นให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาวิธีการจัดประชุมที่เหมาะสม ทั้งนี้เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ได้ทำหนังสือไปยัง ส.ส.ให้ระวังตัว อย่าแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ไปยังประชาชน เพราะมี ส.ส.ลงพื้นที่ร่วมงานต่างๆ เช่น งานศพ ได้เตือนว่าอย่าประมาทและเป็นการทำหนังสือเตือนเป็นฉบับที่สอง ก่อนหน้านี้แจ้งให้ ส.ส.ร่วมให้ความรู้แก่ประชาชนในต่างจังหวัด

“เอนก” เชื่อมั่นบ้านเมืองไปรอด

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าวว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเราเข้าสู่ขั้นระดมสรรพกำลังต่อกรกับไวรัสโควิด-19 อย่างเด็ดขาด แม้วันนี้จะมีประชาชนหลายกลุ่มไม่เชื่อฝีมือ ไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่าจะนำพาประเทศฝ่าวิกฤติไปได้หลังประกาศใช้ยาแรง แต่รัฐบาลตัดสินใจแล้วว่าการใช้ยาแรงจะมีผลต่อเศรษฐกิจตกต่ำแค่ไหนก็ยอม โดยออกมาตรการต่างๆออกมาช่วยภาคแรงงาน ภาคธุรกิจ เพื่อทุเลาความเสียหาย ทำให้มั่นใจได้ระดับหนึ่งว่าจะไม่มีใครอด ใครลำบากจนเกินไป ที่สำคัญหากทุกคนร่วมมือกัน อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะไปรอด

“พิชัย” อัดพลาดมาตั้งแต่แรก

ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า อยากเห็นการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด-19 อย่างแท้จริงโดยไม่มีวาระซ่อนเร้น เป็นห่วงว่าจะมีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจัดการคนเห็นต่างเหมือนในอดีตที่ตนเคยถูกกระทำ การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาด ชะล่าใจ และไม่คิดล่วงหน้าของรัฐบาล จำนวนผู้ติดเชื้อของไทยนิ่งอยู่นาน หากรัฐบาลไหวตัวและเร่งออกมาตรการป้องกันล่วงหน้า ปัญหาคงไม่เพิ่มมากมายขนาดนี้ ทั้งนี้ การบริหารจัดการของรัฐบาลยังคงย่ำแย่ตั้งแต่แรกจนถึงขณะนี้ ปัจจุบันหน้ากากอนามัยยังคงขาดแคลน โดยที่ไม่มีการลงโทษผู้กักตุนรายใหญ่ มีแต่รายเล็กที่โดนลงโทษ อยากให้นายกฯนำตัวการรายใหญ่พร้อมเครือข่ายมาลงโทษให้ได้จริงตามที่ได้ประกาศไว้ นอกจากนี้ หากยังจำกันได้ ตนเคยเตือนรัฐบาลแล้วไม่ควรใช้จ่ายงบฯแบบสะเปะสะปะ ควรเก็บกระสุนไว้ในคราวจำเป็น หวังว่าตอนนี้จะได้สำนึกแล้ว ยิ่งตอกย้ำว่าปัญหาของรัฐบาลนี้คือการไม่คิดล่วงหน้า หรืออาจคิดไม่เป็น

อนค.นำลิ่วเงินบริจาคเข้าพรรค

วันเดียวกันเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข้อมูลเงินบริจาคแก่พรรค การเมืองช่วงเดือน ม.ค. และ ก.พ. มีพรรคการเมืองได้รับบริจาคทั้งสิ้น 11 พรรค พบว่าอดีตพรรคอนาคตใหม่ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคไปเมื่อวันที่ 21 ก.พ. มียอดรับบริจาคสูงกว่าพรรคการเมืองอื่น มียอดรับบริจาครวม 13,847,251 บาท ในจำนวนนี้ 10 ล้านบาท ได้รับบริจาคจากนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรค อนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 13 ม.ค. นายสถาพร ติยะวัชรพงศ์ บริจาค 2 ล้านบาท และนายพัฒนพงศ์ หนูอุดม บริจาค 1.5 ล้านบาท เดือน ก.พ.อดีตพรรคอนาคตใหม่มียอดรับบริจาครวม 4,035,000.08 บาท โดยในจำนวนนี้ 3.2 ล้านบาทเป็นการรับบริจาคจากนายบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชายนายธนาธร ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เดือน ม.ค.มียอดบริจาค 1,502,000 บาท เดือน ก.พ.มียอดบริจาค 1,318,000 บาท ขณะที่พรรคพลังประชารัฐเดือน ม.ค. มียอดบริจาค 10,000 บาท พรรคภราดรภาพ 1 แสนบาท พรรครวมพลังประชาชาติไทย 30,000 บาท พรรคพลังท้องถิ่นไท 180,000 บาท พรรคเสรีรวมไทย 180,000 บาท

เร่งสอบบัญชีพรรคก่อนส่ง สตง.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เงินที่พรรคอนาคตใหม่ได้รับบริจาคนี้ถูกรวมเป็นรายได้ของพรรค หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค อดีตพรรคอนาคตใหม่ได้นำส่งบัญชีงบแสดงฐานะทางการเงินรวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเงินของพรรคทั้งหมดมายัง กกต. เมื่อวันที่ 20 มี.ค. รวมกว่า 10 กล่อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบและทำสำเนา เนื่องจาก กกต.อาจต้องดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ก่อนนำส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ชำระบัญชี โดยหลังการชำระบัญชีเมื่อได้หักหนี้สินและค่าใช้จ่ายแล้ว มีทรัพย์สินเหลือเท่าใดจะโอนให้กับมูลนิธิกระจกเงา ตามข้อบังคับพรรคอนาคตใหม่ระบุไว้ ส่วนใดถือเป็นเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องตกเป็นของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง

ศม.บี้ กกต.สอบเลือก กก.บห.มิชอบ

ที่สำนักงาน กกต. นายเกียรติภูมิ สิริพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมตัวแทนพรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) ประมาณ 10 คน เข้ายื่นเรื่องต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบการประชุมใหญ่พรรคเศรษฐกิจใหม่ เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2562 เดือน ธ.ค.2562 และเดือน ก.พ.2563 มีความพยายามของกลุ่มบุคคลที่จะเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรค ในการประชุมใหญ่เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรค มีการปิดกั้นสมาชิกพรรคไม่ให้เข้าร่วมประชุม แต่พบว่ามีการจ้างให้ชาวบ้านเข้าร่วมประชุมเพื่อยกมือโหวตเลือกกรรมการบริหารพรรค ทั้งที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค และยังพบว่ามีการปลอมแปลงลายเซ็นสมาชิกพรรคด้วย โดย กกต.ได้สั่งให้การประชุมครั้งนั้นเป็นโมฆะแล้ว แต่ยังคงมีความพยายามจากกลุ่มบุคคลดังกล่าวดำเนินการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพรรค หากเราไม่ดำเนินการอะไรอาจทำให้พรรคถูกยุบได้ เพียงแค่กลุ่มคนที่ต้องการผลประโยชน์ในการร่วมรัฐบาลเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ข่าวหน้า1เวทีลุมพินีแพร่ระบาดอภิรัชต์ คงสมพงษ์ศรีสุวรรณ จรรยาข่าววันนี้

Most Viewed