ข่าว
100 year

“ธนาธร”-ส่งสัญญาณ มอบพิธา ถือธงนำในสภา (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์22 ก.พ. 2563 05:30 น.
SHARE

จัดตั้งคณะอนาคตใหม่ไม่รอสังคมลุกเป็นไฟ หลังโดนศาลยุบ อนค.ตัดสิทธิ 10 ปี-ห้ามร่วมจดทะเบียนพรรคใหม่

ไม่รอด ศาล รธน.มีมติ 7 ต่อ 2 ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมตัดสิทธิกรรมการบริหาร 10 ปี คดีกู้เงิน “ธนาธร” 191 ล้าน ยันไม่ได้รวบรัดพิจารณาคดี ฟันเข้าข่ายครอบงำชี้นำพรรค จับพิรุธใช้เงินคืนหลังยืมได้แค่ 2 วัน ส่งผล 11 ส.ส.ที่เป็น กก.บห.ต้องพ้นสมาชิกภาพทันที ส.ส.ในสภาเหลือ 487 คน “ปิยบุตร” แถลงค้านคำตัดสิน ประชดพรรคอื่นยิ่งทำโปร่งใสยิ่งถูกยุบง่าย ดึงประชาชนร่วมตัดสินศาล รธน.-กกต. คุยจะยิ่งโลดแล่นมากกว่าเดิม ขอเป็นปิศาจตามหลอกหลอนคนโลกเก่า “ธนาธร” น้ำตาซึมขอโทษที่ทำตามสัญญาไม่ได้ ประกาศตั้ง “คณะอนาคตใหม่” ส่งสัญญาณยื่นไม้ต่อ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” วิบากกรรมยังไม่หมด กกต.ตามไล่บี้อาญาต่อ เผยเตรียมพรรคสำรองไว้หลายชื่อ พรรคการเมืองออกแถลงการณ์ให้กำลังใจ “บิ๊กตู่” ขอกองเชียร์เคารพคำตัดสิน

ไม่เหนือความคาดหมาย เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่เป็นเวลา 10 ปี ในคดีกู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 191 ล้านบาท

แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ อนค.

เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่พรรคอนาคตใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้ามีกลุ่มผู้สนับสนุนทยอยเดินทางมาที่พรรคอนาคตใหม่ ให้กำลังใจนาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ก่อนที่ช่วงบ่ายศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่ โดยทางพรรคได้จัดพื้นที่รองรับไว้เป็นสองส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 เป็นห้องจัดแถลงข่าว และส่วนที่ 2 เป็นพื้นที่ทำงานของ ส.ส.ที่อยู่ติดกัน มีการนำจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ 2 จอมาติดตั้งไว้คอยรับชมการถ่ายทอดสดจากศาลรัฐธรรมนูญด้วย นอกจากนี้ ยังมีประชาชนทยอยสมัครสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ โดยจะได้รับบัตรสมาชิกพรรคในลวดลายเฉพาะตัวในวันนี้เท่านั้น และอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือผู้ที่บริจาคเงินให้พรรคมากที่สุดในวันนี้ จะได้รับเสื้อที่มีลายเซ็น ส.ส.พรรคชุดแรกทุกคนเป็นที่ระลึก

“ธนาธร” ขอเดินหน้าไปด้วยกัน

ต่อมาช่วงบ่าย บรรดาแกนนำและ ส.ส.พรรค อาทิ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ทยอยเดินทางมาที่พรรคเพื่อร่วมชมการถ่ายทอดสดการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ชั้น 8 ท่ามกลางการต้อนรับของผู้สนับสนุนที่ส่งเสียงเชียร์และให้กำลังใจอย่างเนืองแน่น โดยนายธนาธรกล่าวสั้นๆกับบรรดา ส.ส.ก่อนร่วมฟังการวินิจฉัยว่า หากดูจากข้อกฎหมายแล้ว ยืนยันว่าเราไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เรายังมีโอกาสที่จะไม่ถูกยุบพรรค ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นยืนหยัดในความถูกต้อง แต่หากเราถูกอภินิหารทางกฎหมายยุบพรรค เราจะยังเดินหน้าต่อ ขอให้ทุกคนร่วมเดินหน้าไปด้วยกัน

“ช่อ” ลั่นข้อมูลซักฟอกไม่เสียเปล่า

น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ทางพรรคยังอยู่ระหว่างการเตรียมตัวอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ตอนนี้มีปัญหาคือข้อมูลหลั่งไหลเข้ามามาก เพราะประชาชนอยากให้เราเป็นกระบอกเสียงเปิดเผยข้อมูลว่าสิ่งที่รัฐบาลทำไว้และสั่งสมมามีอะไรบ้าง เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประสบการณ์ยังน้อยแรงกดดันค่อนข้างมาก เพราะประชาชนคาดหวังกับเรา ทีเซอร์ออกไปวันเดียวมีคนดู 1 ล้านวิว ประทับใจมาก วันนี้เป็นเพียงแค่คำตัดสินของพรรค แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องของประเทศชาติ เราจึงต้องโฟกัสไปที่เรื่องประเทศชาติมากกว่า ไม่ว่าวันนี้คำตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไร แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจยังคงมีอยู่ และยืนยันว่าข้อมูลที่เตรียมมาหลายเดือนไม่เสียเปล่าแน่นอน

ตร.วางกำลังคุมรอบศาล รธน.

สำหรับบรรยากาศที่ศาลรัฐธรรมนูญก่อนอ่านคำวินิจฉัยในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 72 กรณีพรรคอนาคตใหม่กู้เงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค จำนวน 191.2 ล้านบาท โดยแกนนำของพรรคอนาคตใหม่และกลุ่มผู้สนับสนุนไม่ได้เดินทางมารับฟังคำวินิจฉัย มีเพียงสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศที่มาเฝ้าติดตามทำข่าวเท่านั้น ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล 2 และสน.ทุ่งสองห้อง นำกำลังเจ้าหน้าที่ 1 กองร้อย มาประจำการภายในตัวอาคารสำนักงานและบริเวณโดยรอบ ทั้งนี้บรรยากาศเริ่มคึกคักในช่วงบ่าย และมีผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่างประเทศ และตัวแทนสถานทูตทั้งสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร อียู และเยอรมนี ทยอยเดินทางมาถึง ขณะที่นายสมพล พรผล ผอ.สำนักกิจการพรรคการเมือง เป็นตัวแทนกกต.มารับฟังคำวินิจฉัย

ไม่ได้รวบรัดพิจารณาคดี

กระทั่งเวลา 15.00 น. องค์คณะตุลาการออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย โดยนายวรวิทย์ กังศศิเทียม ตุลาการรัฐธรรมนูญ เริ่มอ่านคำวินิจฉัยว่า ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่า กกต.มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ยุบพรรคการเมืองตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 และศาลเห็นว่าความเห็นของกรรมการ กกต. มีอิสระไม่ผูกพันกับคณะกรรมการไต่สวน สืบสวน และวินิจฉัย ส่วนที่พรรคอนาคตใหม่โต้แย้งว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจวินิจฉัยคดีนี้ ศาลเห็นว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่วินิจฉัยคดีได้ ข้อโต้แย้งของพรรคอนาคตใหม่ฟังไม่ขึ้น และศาลรัฐธรรมนูญได้ดำเนินการตามกระบวนการพิจารณา ตั้งแต่การรับคำร้อง มีการประชุมองค์คณะตุลาการต่อเนื่องรวม 11 ครั้ง ใช้เวลาพิจารณาคดีอย่างละเอียดถี่ถ้วนนานพอสมควร โดยให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่ายชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา รวมระยะเวลา 71 วัน จึงไม่ได้เร่งรัดหรือรวบรัด

ร่ายเจตนารมณ์ ก.ม.ตั้งพรรค

นายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านต่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 45 บัญญัติรับรองสิทธิเสรีภาพบุคคลในการรวมกันจัดตั้งพรรคการเมือง ตามวิถีทางประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และกำหนดบท บัญญัติเกี่ยวกับการบริหารพรรคการเมืองให้เป็นไปโดยเปิดเผยตรวจสอบได้ ให้สมาชิกมีส่วนร่วม เป็นอิสระไม่ถูกครอบงำจากบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ป้องกันมิให้พรรคการเมืองเป็นธุรกิจการเมือง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งอาศัยความได้เปรียบทางการเงินมาเป็นผู้บงการพรรคแต่เพียงผู้เดียว หรือกลุ่มเดียวได้ ส่วน พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 66 ห้ามบุคคลบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้พรรคการเมืองเกิน 10 ล้านบาทต่อปี เพื่อต้องการควบคุมพรรคการเมืองรับบริจาคเงินจากบุคคล เป็นมาตรการป้องกันไม่ให้พรรค บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดอาศัยความได้เปรียบทางการเงินมาเป็นนายทุนพรรค เพื่อบงการหรือมีอิทธิพลครอบงำและชี้นำการดำเนินกิจกรรมของพรรค ทำให้ขาดความเป็นอิสระการตรวจสอบถ่วงดุลกันภายในพรรคไม่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ทำลายหลักความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรค ทำให้พรรคการเมืองถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยมิชอบด้วยกฎหมายของผู้บงการ หรือผู้มีอิทธิพลเหนือพรรคการเมือง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมการรับบริจาคเงินของพรรค

ยกเหตุจำกัดจำนวนเงินบริจาค

นายปัญญาอ่านอีกว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรค การเมืองมาตรา 72 มีข้อห้าม 2 กรณี 1.พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทำการฝ่าฝืนรับบริจาคเงิน พรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรรู้ว่าได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นทั้งการได้มาและวิธีการได้มาซึ่งเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เปิดเผย 2.พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรค การเมืองกระทำการฝ่าฝืนรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการได้มาที่มีแหล่งที่มาจากการกระทำผิดกฎหมาย หรือเป็นเงินสกปรก การฟอกเงิน การค้าของเถื่อน ค้ามนุษย์ การทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งการได้มาทั้ง 2 กรณี ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าใด ย่อมถือว่าเป็นการกระทำมิชอบด้วยกฎหมายทั้งสิ้น และเพื่อให้การบริจาคของพรรคการเมืองเป็นไปตามกฎหมายเปิดเผยและตรวจสอบได้

ไม่ห้ามกู้แต่กฎหมายไม่รองรับ

นายปัญญากล่าวว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 62 แม้ไม่ได้ห้ามการกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองโดยชัดเจน แต่ไม่ได้รับรองว่าให้กระทำได้ ประกอบกับพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน เงินกู้แม้มิได้เป็นรายได้ แต่เป็นรายรับและเงินทางการเมือง การดำเนินการเกี่ยวกับการได้มาและการใช้จ่ายเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองจึงทำได้ภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น สำหรับการให้กู้ยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ย หรือคิดดอกเบี้ยโดยไม่ปกติทางการค้า หรือการทำให้หนี้พรรคการเมืองลดลง ย่อมถือว่าเป็นประโยชน์อื่นใดของที่หมายรวมถึงทรัพย์สิน การให้บริการ ส่วนลด โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนที่ไม่เป็นปกติทางการค้า และการทำให้หนี้ที่พรรคการเมืองเป็นหนี้สิ้นไปด้วย ฉะนั้นการให้ประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมืองจึงมีลักษณะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์

จับพิรุธใช้คืนหลังยืมแค่ 2 วัน

นายปัญญาอ่านอีกว่า ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏหมายงบการเงินประจำปี 2561 ของพรรคอนาคตใหม่ ตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค.-31 ธ.ค.61 ที่ยื่นต่อ กกต. ระบุว่า มีรายได้รวม 71,173,168 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายรวม 72,663,705 บาท ค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ 1,490,537 บาท แต่พรรคกลับทำสัญญากู้เงินจากนายธนาธร รวม 2 ฉบับ รวม 191.2 ล้านบาท แม้พรรคอนาคตใหม่จะชำระหนี้เงินกู้บางส่วนให้แก่นายธนาธรหลายครั้ง แต่การชำระคืนครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 ม.ค.2562 เป็นเงินสดจำนวน 14 ล้านบาท ภายหลังทำสัญญากู้ยืมเงินเพียง 2 วัน ถือเป็นการผิดปกติวิสัย นอกจากนี้ สัญญากู้ยืมเงินฉบับลงวันที่ 11 เม.ย.2562 มีวงเงินกู้จำนวน 30 ล้านบาท อัตรา ดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี แต่วันทำสัญญาพรรคอนาคตใหม่กลับรับเงินกู้เพียง 2.7 ล้านบาท การทำสัญญากู้เงินฉบับเพิ่มเติมโดยที่ยังมีหนี้เงินกู้ค้างชำระอยู่ ไม่เป็นไปตามปกติวิสัย มีลักษณะที่มีข้อตกลงในสัญญา และพฤติการณ์เอื้อประโยชน์ ช่วยเหลือพรรคอนาคตใหม่เป็นกรณีพิเศษไม่เป็นปกติ การชำระหนี้เงินกู้ยืมและการคิดดอกเบี้ยก็ไม่เป็นไปตามปกติทางการค้า เมื่อรวมประโยชน์อื่นใดที่พรรครับบริจาค กู้ยืมจำนวน 191.2 ล้านบาท กับเงินที่นายธนาธรบริจาคให้กับพรรคเมื่อปี 62 จำนวน 8.5 ล้านบาท ย่อมชัดแจ้งว่าเป็นกรณีการรับบริจาคเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทต่อปี ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 66 วรรคสอง

สั่งยุบพรรคอนาคตใหม่

นายปัญญาอ่านต่อว่า จากข้อเท็จจริงพฤติการณ์ดังกล่าวเห็นว่าการที่นายธนาธรให้เงินกู้พรรคอนาคตใหม่ เป็นการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด และการที่นายธนาธรซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค ให้พรรคกู้ยืมเงินจำนวนมาก กก.กห.พรรคอนาคตใหม่ ควรจะรู้ว่าการเป็นหนี้จำนวนมากต่อบุคคลใด ย่อมก่อให้เกิดการครอบงำชี้นำ โดยบุคคลที่เป็นเจ้าหนี้ เกิดความได้เปรียบทางการเงิน มาเป็นผู้บงการพรรคแต่เพียงผู้เดียวหรือกลุ่มเดียว อันส่งผลให้พรรคการเมืองเป็นธุรกิจการเมือง ดังนั้นการกู้ยืมเงินของพรรคอนาคตใหม่ จึงมีเจตนาหลีกเลี่ยงการรับบริจาคเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นตามมาตรา 66 เมื่อการรับบริจาคดังกล่าวต้องห้ามตามมาตรา 66 กรณีจึงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคอนาคตใหม่กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 72 อันเป็นเหตุให้สั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 วรรคสอง ประกอบวรรคหนึ่ง (3)

ตัดสิทธิกรรมการบริหารสิบปี

ต่อมานายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยในประเด็นที่ 3 ว่า เมื่อศาลตัดสินให้ยุบพรรคอนาคตใหม่แล้ว ต้องเพิกถอนสิทธิสมัครของกรรมการบริหารพรรคการเมือง ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ 2 ม.ค.62 และวันที่ 11 เม.ย.62 ซึ่งเป็นวันที่ทำสัญญากู้เงิน อันเป็นการกระทำความผิดจนเป็นเหตุให้ถูกยุบพรรค โดยกำหนดระยะเวลาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี และห้ามพรรคการเมืองรับบริจาคโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยกรรมการบริหารของพรรคที่ถูกยุบ จะจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่อีกไม่ได้ภายในเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่

กลุ่มกองเชียร์ถึงกับหลั่งน้ำตา

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรค 10 ปี บรรดาผู้สนับสนุนที่ร่วมเฝ้าติดตามต่างส่งเสียงโห่ มีมวลชนบางกลุ่มถึงกับหลั่งน้ำตา โดยพิธีกรประกาศบนเวทีว่าพรรคอนาคตใหม่น้อมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ขอให้จำไว้ว่าพรรคอนาคตใหม่คือผู้คนและการเดินทาง หลายคนบอกว่าให้เรารอ 10 ปีได้ แต่พัฒนาการของประเทศรอไม่ได้ สิ่งที่จะทำให้พรรคอนาคตใหม่พัง คือ 1.ประชาชนหมดศรัทธาในตัวพรรค 2.พรรคไม่ทำตามสัญญาสิ่งที่เคยให้ไว้กับประชาชน และขอให้มวลชนงดเว้นการวิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญ

แกนนำโพสต์ชวนมาให้กำลังใจ

ต่อมาเวลา 16.35 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โพสต์ข้อความและรูปภาพผ่านอินสตาแกรม เป็นรูปในวันปราศรัยใหญ่เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2562 พร้อมระบุข้อความว่า “เกี่ยวแขนที่แค้นคับทับถมใจ กุมมือเติมไฟให้ความหวัง” และมาให้กำลังกันและกันที่สำนักงานใหญ่อนาคตใหม่ และศูนย์ประสานงานทั่วประเทศ พร้อมระบุใต้ภาพว่า “The Journey continues”

ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กระบุว่า “ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 16 กรรมการบริหาร รวมทั้งตนและนายธนาธรเป็นเวลา 10 ปี มาให้กำลังใจกันตอนนี้”

ด้านเพจเฟซบุ๊กของพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความระบุว่า ค่ำคืนนี้อีกยาวนานนัก เชิญทุกคนมารวมพลังสานต่อภารกิจอนาคตใหม่ ร่วมกุมมือให้กำลังใจและรับฟังการแถลงแนวทางในอนาคตของอนาคตใหม่ ทั้งนี้ทางเฟซบุ๊กเพจพรรคอนาคตใหม่ยังได้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ เป็นรูปโลโก้พรรคอนาคตใหม่ แต่ใต้ภาพที่เขียนว่าพรรคอนาคตใหม่ ได้ขีดเส้นทับคำว่าพรรค และมีพื้นหลังเป็นสีส้ม

เปิดชื่อ 16 กก.บห.ที่ถูกตัดสิทธิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ วันที่มีการกู้เงิน และตอนนี้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่ออยู่ คือ 1.นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค 2.น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรค 3.นายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรค 4. พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค 5.น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค 6.นายไกลก้อง ไวทยการ 7.นายนิรามาน สุไลมาน 8.น.ส.เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ 9.นายสุรชัย ศรีสารคาม 10.นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ และ 11.น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรค และอีก 5 คนที่ไม่ได้เป็น ส.ส. คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายรณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค นายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ เหรัญญิกพรรค นายชัน ภักดีศรี และนายสุนทร บุญยอด

ส.ส.ในสภาฯเหลือแค่ 487 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคอนาคตใหม่ และตัดสิทธิคณะกรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา 10 ปี ส่งผลให้จำนวน ส.ส.ในสภาฯเหลือเพียง 487 คน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 83 วรรคสอง ระบุว่าในกรณีมีเหตุใดๆที่ทําให้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึง 150 คน ให้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่ ส่วน ส.ส.รายอื่นของพรรคอนาคตใหม่ที่ไม่ได้ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ยังคงมีสถานภาพ ส.ส.อยู่ โดยมีเวลาหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 60 วัน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101

“ปิยบุตร” แถลงค้านคำตัดสิน

กระทั่งเวลา 17.45 น. นายปิยบุตร แสงกนกกุล แถลงว่า รัฐธรรมนูญยืนยันไว้ว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ตนขอใช้อำนาจนี้ในการวิจารณ์และไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่การละเมิดอำนาจศาล เป็นการวิจารณ์เพื่อประโยชน์ของประชาธิปไตย ในทางกฎหมายคำวินิจฉัยของศาลได้มีผล คือ 1.พรรคการเมืองที่เป็นการรวมตัวของบุคคลและจดทะเบียนกับ กกต.ไม่ได้ถือครองอำนาจรัฐและไม่ได้ใช้อำนาจมหาชน แต่วันนี้ศาลวินิจฉัยว่าพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลมหาชน 2.เงินกู้อาจกลายเป็นเงินบริจาค และประโยชน์อื่นใดได้ทันที ดังนั้นพรรคการเมืองทุกพรรคด้วยความปรารถนาดี ที่กู้เงินอาจถูกตีความว่าเป็นเงินบริจาคหรือประโยชน์อื่นใด 3.การใช้มาตรา 72 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อยุบพรรคอนาคตใหม่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์กฎหมาย ผลคือทุกๆความผิดเกี่ยวกับการเงินในกฎหมายพรรคการเมือง จะส่งผลให้ถูกยุบพรรคทันที ต่อไปนี้ใครรับเงินบริจาคเกินมาหนึ่งบาทอาจถูกยุบพรรค ใครรับเงินและแจ้งบัญชีไม่ครบทุกอย่างจะถูกยุบพรรคได้ทันที เป็นการขยายความเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

เตือนพรรคอื่นยิ่งโปร่งใสยิ่งถูกยุบ

นายปิยบุตรกล่าวต่อว่า 4.หากกฎหมายต้องการห้ามไม่ให้พรรคการเมืองกู้เงินจริง ควรตรากฎหมายเพื่อกำหนดให้ชัดเจน พรรคการเมืองจะได้รู้ล่วงหน้าและดำเนินการได้ถูกต้อง ไม่ใช่ปล่อยให้คลุมเครือและปล่อยให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเอง โดยเฉพาะเมื่อโทษรุนแรงถึงขั้นยุบพรรคและประหารชีวิตทางการเมือง การใช้ควรเคร่งครัดอย่างยิ่ง 5.คำวินิจฉัยในวันนี้พูดถึงการไม่ให้นายทุนมาครอบงำพรรค และต้องการความโปร่งใส แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจะกลายเป็นเรื่องยอกย้อนที่สุด เพราะพรรคอนาคตใหม่ต้องการทำงานการเมืองอย่างโปร่งใส เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่ารายได้มาจากที่ใด ทุกอย่างเอาขึ้นบนโต๊ะแต่เรากลับถูกยุบพรรค ขณะที่พรรคอื่นตั้งขึ้นมาใหม่พร้อมกับเรา แต่กลับส่งผู้สมัครได้ครบหมด ขอถามว่าเอาเงินมาจากไหน ผลสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยคือต่อไปนี้พรรคการเมืองจงอย่าโปร่งใสและอย่าเปิดเผย แต่ต้องปิดให้มิดเพื่อให้อยู่รอด ยิ่งโปร่งใสยิ่งถูกยุบพรรค

ให้ ป.ป.ช.ตัดสินศาล รธน.–กกต.

นายปิยบุตรกล่าวว่า 6.ก่อนหน้านี้เราใช้รัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 เพิกถอนสิทธิ 5 ปีก็เยอะแล้ว แต่วันนี้กลับบอกว่านี่คือความพอสมควรแก่เหตุ จึงเพิกถอนสิทธิ 10 ปี กลายเป็นว่าการเพิกถอน 10 ปีเป็นการบอกว่าปรานีเอ็งแล้ว รัฐธรรมนูญก่อตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมากำหนดหน้าที่กระบวนการและที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้คำวินิจฉัยเป็นเด็ดขาดและผูกพันทุกองค์กร แต่คำวินิจฉัยจะมีผลผูกพันในใจ คนไทยทั้งประเทศไทยต้องตั้งอยู่บนความชอบธรรม กกต. ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบผู้อื่น ใครจะตรวจสอบ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ คำถามนี้ คำตอบชัดเจนที่สุด คือประชาชนผู้ทรงอำนาจอธิปไตยสูงสุด ดังนั้นคำวินิจฉัยในวันนี้ถูกต้องหรือไม่ประชาชนเป็นคนตัดสิน

คุยจะโลดแล่นยิ่งกว่าเดิม

นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า ประเทศไทยไม่อนุญาตให้มีพรรคการเมืองที่ทำงานสร้างสรรค์ ที่มีความคิดก้าวหน้าปฏิรูปประเทศถึงระดับโครงสร้าง เลือกใช้นิติสงครามกำจัดศัตรูทางการเมืองแบบเดิม และนิติสงครามเช่นนี้ไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งได้ ตรงกันข้ามกลับตอกลิ่มความขัดแย้งมากกว่าเดิม พวกเขาเจ็บช้ำน้ำใจ พวกเขาตั้งคำถามดังๆว่ายุบพรรคที่เขาสนับสนุนได้อย่างไร ณ วันนี้มีคนอีกจำนวนมากที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ที่ไม่รู้เหตุการณ์ 10 ปีที่ผ่านมา แต่วันนี้เขาเห็นแล้วว่านิติสงครามเป็นอย่างไร ของเดิมยังไม่แก้ ความวัวยังไม่หาย ความควายเข้ามาอีก หากการยุบพรรคครั้งนี้ เพียงเพราะผู้มีอำนาจต้องการผลักไสตนและนายธนาธรออกไป ยืนยันว่าพวกเขาคิดผิด เพราะความคิดแบบอนาคตใหม่จะเจริญงอกงามเติบโตกว้างยิ่งกว่า เพราะตนและนายธนาธรจะออกโลดแล่นทางการเมืองยิ่งกว่าเดิม หากคิดว่านี่เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม พวกเขาคิดผิด เพราะนี่คือไฟลามทุ่ง นี่เป็นอาการที่แสดงให้เห็นว่าอำนาจที่เขาถืออยู่ปราศจากความชอบธรรม จึงต้องหายามากำจัดพวกเรา

อ้างคำเป็นปิศาจตามหลอกหลอน

“นี่คือจุดเริ่มต้นของประชาชนเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย เราจะร่วมกันต่อสู้ต่อไป ความคิดแบบอนาคตใหม่จะเติบโตยิ่งกว่าเดิม ผมและนายธนาธรจะรณรงค์ทางการเมืองทั่วประเทศอย่างไม่รู้เหนื่อย นี่ไม่ใช่จุดจบแต่คือจุดเริ่มต้น เพราะพวกเราเป็นปิศาจที่กาลเวลาได้สร้างขึ้นเพื่อหลอกหลอนคนในโลกเก่า ผมขอเชิญประชาชนที่ฟังการแถลงข่าวที่บ้าน ออกมารวมตัวที่พรรคอนาคตใหม่ เพื่อให้กำลังใจกันและกัน และแสดงให้เห็นพลังของพวกเราและส่งสัญญาณไปยังผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเขาจะไม่ได้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการ” นายปิยบุตรกล่าว

ไม่รอวันสังคมลุกเป็นไฟ

ต่อมานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แถลงว่าขอขอบคุณทุกคน การเดินทางทั่วประเทศที่ผ่านมาเป็นการเดินทางที่สวยงาม รอยยิ้มของพี่น้องประชาชนทำให้มีกำลังใจในการสู้ต่อ แม้เราจะโดนทำลายจากข่าวปลอมหรือข้อร้องเรียนต่างๆเป็นสิ่งที่ผลักดันให้เรามาไกลอย่างทุกวันนี้ พรรคอนาคตใหม่สิ้นสุดลงแล้ว ในฐานะหัวหน้าพรรค ขอโทษพี่น้องประชาชนที่พวกเราทำตามสัญญาไม่ได้ เราสัญญากับทุกท่านว่า เราจะหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ คสช. ร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญ ปฏิรูปกองทัพ แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมาตนและกรรมการบริหารพรรคทุกคนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ สุดพละกำลัง เพื่อผลักดันให้ได้สิ่งเหล่านั้นมา แต่วันนี้อย่างน้อยที่สุดตนกล้าพูดได้เต็มปากว่า ในวันที่สังคมไทยมืดมนที่สุด ตนไม่นั่งเฉยๆเพื่อรอวันที่สังคมลุกเป็นไฟ แต่ลุกขึ้นมาเพื่อหวังจะเป็นส่วนหนึ่งเพื่อผลักดันสังคมไปข้างหน้า อย่างน้อยที่สุดเราบอกลูกหลานได้เต็มปากในเรื่องนี้

ประกาศตั้ง “คณะอนาคตใหม่”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าถึงช่วงนี้นายธนาธรมีน้ำตาไหลออกมาแต่ยังคงกล่าวต่อว่า วันนี้พรรคถูกยุบ กรรมการบริหารถูกตัดสิทธิ แต่การเดินทางยังไม่สิ้นสุดลง นี่ไม่ใช่เวลาเสียใจไม่ใช่เวลาที่จะร้องไห้ พวกเขาต้องการทำลายเรานี่เป็นเวลาที่จะพิสูจน์ว่าเขาทำลายเราไม่ได้ ขอประกาศจัดตั้งคณะอนาคตใหม่ เป็นที่รวมตัวกันของกลุ่มคนที่ต้องการสืบสานอุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ มีวัตถุประสงค์กลับไปเมื่อตอนที่เราตั้งพรรคครั้งแรก นั่นคือการปักธงความคิดเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเราทำให้ประชาชนเชื่อว่าประชาธิปไตยคือระบบที่ดีที่สุดของสังคมไทย เชื่อว่าทางออกทางเดียวคือการแก้รัฐธรรมนูญ ทำให้เชื่อว่าเราต้องปฏิรูปกองทัพก่อนเท่านั้นถึงจะปลดล็อกทางการเมืองได้ ถ้าเราทำได้เมื่อไรเสียงมาเอง ไม่ต้องรณรงค์ เลือกตั้งครั้งหน้าพรรคที่มีอุดมการณ์แบบนี้จะชนะการเลือกตั้งเอง นั่นคือสิ่งที่คณะอนาคตใหม่จะทำ คือการไปรณรงค์วาระทางการเมืองที่เคยเป็นนโยบายของพรรคอนาคตใหม่อย่างเข้มแข็ง มุ่งมั่น หนักแน่น ไม่ย่อท้อ แม้พวกเขาจะเหยียบเรากี่ครั้งก็ตาม

มั่นใจ ส.ส.หนักแน่นไปด้วยกัน

นายธนาธรกล่าวอีกว่า เชื่อว่า ส.ส.ที่ยืนกับพวกเราในวันนี้จะยังหนักแน่นและยังไปด้วยกัน เชื่อว่าพวกเขาจะสานต่ออุดมการณ์พรรค พวกเขาจะไม่เปลี่ยนใจ ไม่หมดไฟ ไม่หยุดฝัน ขอให้สมาชิกพรรคติดตาม พวกเขาไปอยู่พรรคไหนขอให้สมาชิกพรรคอนาคตใหม่กว่า 60,000 คน เดินตามพวกเขา ขอให้ทุกท่านเชื่อใจพวกเขาอย่างที่เชื่อใจตน ขอให้ทุกท่านให้ความสนับสนุนพวกเขาแบบที่เคยสนับสนุนพวกเรามา ก้าวต่อไปข้างหน้าแม้จะไม่มีพรรคอนาคตใหม่ แต่จะมีคณะอนาคตใหม่รณรงค์วาระก้าวหน้าทางการเมืองกับสังคม ยังมี ส.ส.ของพรรคที่จะเดินหน้าตามอุดมการณ์ต่อไปในสภาผู้แทนราษฎร “ผมภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพรรคอนาคตใหม่ ตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้าย และผมหวังว่าทุกท่านจะภูมิใจเช่นเดียวกับผม ขอให้พวกเราเดินต่อไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกล่าวจบนายธนาธรได้ปลดเข็มกลัดสัญลักษณ์พรรคอนาคตใหม่ที่ติดบนเสื้อ ก่อนส่งต่อให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นสัญญาณถึงการสืบทอดการทำงานในสภา

“พิธา” ขออีก 1 สัปดาห์รู้ไปไหน

นายพิธากล่าวว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะอ่อนแอซึมเศร้าหรือร้องไห้ แม้พวกเราจะไม่ใช่ดาวฤกษ์ แม้แต่หิ่งห้อยที่รวมกันยังสว่างได้ ถ้าพวกเราถือเทียนคนละเล่มคงสว่างเช่นกัน ในภาวะผู้นำแม้เราไม่ใช่ดาวฤกษ์แต่พวกเราจะเป็นดาวกระจายในช่วงเวลาที่สังคมต้องการ พวกเราคือกลุ่มคนที่เป็นครอบครัวเดียวกัน แม้ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน แต่พวกเรามีอุดมการณ์ร่วมกัน วันนี้เราจะไม่ละทิ้งเสาหลักของบ้าน เราจะถอดบทเรียนก้าวในพาหนะใหม่ที่พวกเราจะไปด้วยกัน ตนคงสัญญากับพี่น้องประชาชนไม่ได้ว่าพวกเราจะไม่ล้มเหลว แต่สัญญาได้ว่า เส้นทางที่จะก้าวไปไม่เป็นเส้นตรง และไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เราไม่มีวันล้มเลิก แม้จะล้มก็ล้มไปข้างหน้า ขับเคลื่อนสังคมให้ก้าวไปข้างหน้า พวกเราต้องก้าวต่อไป หากพี่น้องประชาชนยังโดนกดทับด้วยความยากจน นั่นจะเป็นหน้าที่ของเรา เราต้องก้าวต่อไป เมื่อถามว่าจะย้ายไปสังกัดพรรค การเมืองใด นายพิธาตอบว่า ขอเวลาอีก 1 สัปดาห์ โดยจะให้ความสำคัญกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นอันดับแรก

วิบากกรรมยังไม่หมด กกต.บี้ต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมจาก กกต.ว่า นอกจากโทษยุบพรรค และตัดสิทธิกรรมการบริหาร 10 ปีแล้ว ยังอาจถูก กกต.ดำเนินคดีอาญาตามหลังด้วย ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 124 ที่กำหนดเอาผิด ผู้บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกินกว่า 10 ล้านบาทต่อปี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้นั้น 5 ปี ประกอบมาตรา 125 ทั้งนี้ หากเงินที่กู้มา 191 ล้านบาท ที่ผิดกฎหมายต้องเข้ากองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง หากไม่มีเงินเหลือต้องบังคับเอากับคณะกรรมการบริหารพรรค ในลักษณะแบบลูกหนี้ร่วมของกองทุน และหัวหน้าพรรคต้องส่งบัญชีให้นายทะเบียนภายใน 30 วัน เพื่อชำระบัญชี ฝ่าฝืนมีโทษปรับและใบแดง 5 ปี

เตรียมพรรคสำรองไว้หลายชื่อ

นอกจากนั้น กกต.อาจดำเนินคดีอาญากรณีที่มีการนำเงินรายได้ของพรรคที่ได้จากการระดมทุน การรับบริจาค ขายของที่ระลึก ซึ่งกฎหมายกำหนดห้ามนำไปใช้เพื่อการอื่นใดนอกจากการดำเนินงานของพรรคการเมืองตามมาตรา 87 ไปใช้หนี้เงินกู้ให้กับนายธนาธร โดยมาตรา 132 กำหนดโทษไว้ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี ปรับตั้งแต่ 1-2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม หาก กกต.มีการเอาผิดทางอาญากับพรรคอนาคตใหม่จะต้องต่อสู้กันในชั้นศาลถึง 3 ศาล อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการดำเนินคดีอาญานั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ในคำวินิจฉัยด้วยว่าการดำเนินคดีอาญากับนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ ตามคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา นั้น เสร็จสิ้นจากคณะกรรมการไต่สวนฯ ของ กกต.แล้ว

แต่ยังไม่ถึงขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหา

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับชื่อพรรคการเมืองที่คาดว่าจะเป็นพรรคสำรอง มีอาทิ พรรคสามัญชน จดทะเบียนจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองแล้ว ส่วนพรรคพลังอนาคต ยังอยู่ระหว่างรอเสนอ กกต.ให้ความเห็นชอบจดทะเบียน ขณะที่พรรควิชั่นใหม่ มีการยื่นจดทะเบียนแล้ว แต่ได้มีการขอนำเอกสารจดจัดตั้งกลับไปแก้ไข

พท.ออกแถลงการณ์ให้กำลังใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 10 ปี พรรคเพื่อไทยรู้สึกเสียใจกับคำตัดสินดังกล่าว ส่งผลกระทบกับสมาชิกพรรค และประชาชนผู้สนับสนุนกว่า 6 ล้านคน ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคอนาคตใหม่และพรรคเพื่อไทย ยืนยันหลักการเดียวกัน คือ ต่อต้านการสืบทอดอำนาจ คสช. ระหว่างทางทั้ง 2 พรรคยืนหยัดต่อสู้ในอุดมการณ์ แม้ต้องเผชิญอุปสรรคอย่างมาก พรรคเพื่อไทยขอเป็นกำลังใจให้ผู้บริหารและสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ทุกคน มั่นใจว่าสมาชิกผู้ร่วมเดินทางในเส้นทางประชาธิปไตยทุกท่านจะยังไม่ท้อถอย รักษาอุดมการณ์ และมีกำลังใจเดินหน้าทำหน้าที่รักษาประชาธิปไตยต่อไป พรรคเพื่อไทยจะคงยึดมั่นอุดมการณ์รักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างมั่นคง และจะร่วมเดินหน้าเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้ร่วมอุดมการณ์ประชาธิปไตยทุกท่าน เพื่อต่อสู้กับการใช้อำนาจไม่เป็นธรรม ที่จ้องทำลายระบอบประชาธิปไตยของเราต่อไป

“ภูมิธรรม” ขอให้มีพลังใจเข้มแข็ง

ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊กให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่ว่า “ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับพรรคอนาคตใหม่ และขอเป็นกำลังใจให้คณะผู้บริหารพรรค นักการเมืองของพรรค และสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ทุกท่านกับสถานการณ์ที่ต้องเผชิญ ขอให้ทุกท่านมีพลังใจที่เข้มแข็งและก้าวเดินต่อไป บนหนทางที่จะร่วมกันสร้างสรรค์ประชาธิปไตย และช่วยกันแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนต่อไป”

“เสี่ยตือ” เข้าใจหัวอกเดียวกัน

เช่นเดียวกับนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตแกนนำพรรคชาติไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ยืดอก ยอมรับ อ่านกฎหมายไม่รู้ ดูกฎหมายไม่เป็นจริงๆด้วย ตัวเราเพิ่งรู้ตัวจริงๆ หลังคำวินิจฉัยของศาลเสร็จสิ้น ก็ต้องก้มหน้ารับคำวินิจฉัย จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ต้องยืดอกรับ ไม่บังอาจที่จะวิพากษ์ วิจารณ์ต่อคำวินิจฉัย เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนนักการเมืองด้วยกัน เพราะผมเคยรับรู้กับความเจ็บปวดนี้มาก่อน คงได้แต่ให้กำลังใจเพื่อนนักการเมืองด้วยกัน และผมเชื่อมั่นเพื่อนๆทุกคนว่าคงไม่มีใครละทิ้งอุดมการณ์ของตัวเอง และของพรรคอย่างเด็ดขาด ฆ่าพรรคการเมืองได้ครับ แต่พรรคการเมืองจะไม่ตายไปจากโลกนี้ เพราะอุดมการณ์และเจตนารมณ์พรรคจะได้รับการสืบสานต่อจากคนรุ่นต่อไป อะไรก็เกิดขึ้นได้ที่ประเทศของเรายามนี้ สิ้นเสียงศาลวินิจฉัยใจหมองหม่น ดาวการเมืองร่วงหล่นมืดมนแสง แต่ประกายศรัทธายังกล้าแรง หวังเห็นการเปลี่ยนแปลงสังคมงาม”

“บิ๊กตู่” ชิ่งสภากลาโหมรอลุ้นคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงกลาโหมว่า เดิม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มีกำหนดการเป็นประธานการประชุมสภากลาโหม แต่มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นประธานการประชุมแทน คาดว่า พล.อ.ประยุทธ์รอติดตามการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคอนาคตใหม่ แต่ช่วงสายก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์และครอบครัวได้ทำบุญครบรอบ 50 วันการเสียชีวิตของ พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา บิดา พล.อ.ประยุทธ์ ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร โดยมีคณะรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ ตัวแทนภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม

“คงชีพ” ยันไม่มีคุยเรื่องยุบ อนค.

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า ที่ประชุมไม่มีการพูดคุยเรื่องคดียุบพรรคอนาคตใหม่ ทุกส่วนราชการมีหน้าที่ทำตามกฎหมายก็ต้องช่วยกันรักษากฎหมาย กฎหมายออกมาเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสงบและสันติ ไม่ก้าวล่วงและละเมิดสิทธิกัน และวันนี้เป็นการใช้กฎหมายปกติทุกส่วน ราชการใช้อำนาจตามกลไกหน้าที่ที่มีอยู่

ชทพ.ปลอบเข้าใจความรู้สึก

ด้านนายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า เรื่องถูกยุบพรรคเป็นประสบการณ์ที่เคยเกิดกับพรรคชาติไทยที่ก่อตั้งขึ้นมายาวนานกว่า 35 ปี ตนและอดีตคณะกรรมการบริหารพรรคชาติไทยต่างเข้าใจความรู้สึกว่า เสียใจและมีความคับข้องใจอย่างไร พรรคชาติไทยพัฒนา ขอแสดงความเสียใจแก่สมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ขอเป็นกำลังใจให้ ณ โอกาสนี้

สนท.กร้าวติดป้ายได้เวลาสู้

ที่อาคารคณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ สหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) นำโดยนายชลธิศ โชติสวัสดิ์ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มธ. นำป้ายข้อความ “ประเทศนี้ ไม่มีความยุติธรรม” ไปติดบนชั้น 4 ของอาคาร เพื่อประท้วงมติศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นออกแถลงการณ์ใจความว่า ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม หมดเวลาทำใจและได้เวลาต่อสู้ถึงเวลาแล้วที่เพื่อนนักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศไทย การตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ เป็นจุดเริ่มต้นของการปกครองที่กดขี่ ปฏิเสธเสียงกว่า 6 ล้านเสียงของประชาชน สนท.เชื่อว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งสุดท้าย อาจถึงเวลาแล้วที่จะลุกขึ้นพร้อมกันเพื่อต่อสู้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และนี่จะเป็นสัญญาณแรกของการต่อสู้ไปด้วยกันของพวกเรา

รัฐสภาอาเซียนผิดหวังคำตัดสิน

ขณะที่สมาชิกกลุ่มรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (เอพีเอชอาร์) โดยนางฟรานซิสกา คาสโตร สมาชิกสภาฟิลิปปินส์ กล่าวว่า คำตัดสินส่งสัญญาณว่าเสียงประชาชน 6 ล้านคนไม่มีความหมาย และชัดเจนขึ้นเรื่อยๆว่าพรรคใดที่ท้าทายอำนาจทางการเมืองของทหาร จะไม่ได้รับการละเว้น ขณะที่นายอาเบล ดา ซิลวา สมาชิกสภาติมอร์-เลสเต ระบุว่าการลงโทษดูไม่สมเหตุสมผล และเป็นเรื่องยากที่จะไม่ตั้งคำถามว่า พรรคถูกเลือกปฏิบัติเพราะเป็นภัยต่อสถาบันการเมืองที่คุมอำนาจ นอกจากนี้เอพีเอชอาร์ยังออกแถลงการณ์เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐยุติการคุกคามต่อกลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตยและฝ่ายค้าน และหากประเทศไทยอยากฟื้นฟูความเชื่อมั่น ตามคำประกาศหวนคืนสู่ประชาธิปไตย ควรหยุดดำเนินคดีที่มีเจตนาทางการเมือง ควรทบทวนและแก้ไขกฎหมายที่กดขี่ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล

นายกฯโพสต์วอนเคารพกติกา

เมื่อเวลา 18.25 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ในระบอบประชาธิปไตย พรรคการเมืองเป็นองค์กรที่มีความสำคัญต่อการบริหารปกครองประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน พรรคการเมืองมีหน้าที่เชื่อมโยงความต้องการระหว่างประชาชนกับภาครัฐ ขอให้พี่น้องประชาชนเคารพในคำตัดสินของศาล เชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่เลือกพรรคอนาคตใหม่จะสามารถหากลไกอื่นๆในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ การมีฝ่ายค้านที่ดีและมีความรับผิดชอบจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อประชาชน และต่อการสร้างสรรค์ทางการเมือง ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศไทย

ห่วงอารมณ์กองเชียร์ อนค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยงานความมั่นคงได้ประเมินสถานการณ์ โดยเบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม มอบหมายให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับผิดชอบดูแลสถานการณ์เป็นหลัก บังคับใช้ พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ หากมีการปลุกระดมประชาชนลงถนน ยอมรับว่าประชาชนที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ยังคงมีอารมณ์ค้าง และมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดการชุมนุม ทั้งการกระทำและผ่านทางโซเชียล เป็นเรื่องที่น่ากังวล ต่อจากนี้ต้องจับตาสถานการณ์และท่าทีของแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ในส่วนของกองทัพจะติดตามด้านการข่าวบูรณาการกับฝ่ายตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เชื่อมั่น ควบคุมสถานการณ์ได้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยุบพรรคอนาคตใหม่ข่าวหน้า1ศาลรัฐธรรมนูญกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ตัดสิทธิทางการเมืองกู้ยืมเงินข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้