กีฬา
100 year

“ธนาธร” ปะทะ “ชูวิทย์” ปมถือครองหุ้นสื่อ เพราะอะไรทำไมถึงคิดแตกต่าง (คลิป)

ไทยรัฐออนไลน์14 พ.ย. 2562 12:59 น.
SHARE

เชื่อแน่ว่าวันที่ 20 พ.ย.นี้ คอการเมืองต้องมีรายการ "ซู้ดปาก" แถมกองเชียร์ของ "ส้มหวาน" พรรคอนาคตใหม่ ต้องมีลุ้นกันตัวโก่งเป็นแน่ เมื่อศาล รธน.นัดวินิจฉัยคดีถือครองหุ้นสื่อของหัวหน้าพรรค นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ถูกศาลสั่งให้ยุติปฏิบัติหน้าที่ แน่นอนว่าไม่ว่าผลตัดสินจะออกมาอย่างไร ย่อมสั่นสะเทือนการเมืองไทยมิใช่น้อย ไม่ว่าในแง่บวกหรือลบ

เชื่อว่าหลายคนคงยังจำลีลาการตอบคำถามของ "พ่อของฟ้า" นายธนาธร ในศาล รธน.ได้เป็นอย่างดี ที่สวมบทตอบเพียงว่า "ไม่รู้และจำไม่ได้" อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสสัมภาษณ์แบบเปิดใจหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ทั้ง "นั่งยัน-นอนยัน" ส่งสัญญาณว่าจะไม่หนีไปไหนอย่างแน่นอน ไม่ว่าผลจะลงเอยอย่างไรในอนาคต ทั้งนี้รวมไปถึงในคดีอื่นๆ

อย่างไรก็ดี ทุกอย่างย่อมมี 2 ด้านเสมอ เสมือนเหรียญ "มีหัวก็ต้องย่อมมีก้อย" กองเชียร์ของธนาธรก็ต้องคาดหวังให้ "พ่อของฟ้า" ไร้ความผิด ขณะที่อีกด้าน อดีตนักการเมืองชื่อดังอย่าง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ก็ออกมาให้ความเห็นส่วนตัวกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์เช่นกัน ส่วนจะมีความเห็นเป็นอย่างไรก็ลองไปดูกันได้เลย

 

เริ่มกันที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ตอบโต้ปมกล่าวหาว่า ลูกพรรคและ ส.ส.อนาคตใหม่ ต้องฟังคำสั่งตนเองกับนายปิยบุตรเท่านั้น ยากจะมีความเห็นเป็นอื่นว่า คนเป็นผู้นำองค์กรจะรู้แน่ว่ามีปัญหาเข้ามาทุกวัน เรื่องไหนต้องตัดสินใจเราก็ต้องตัดสินใจ อย่างน้อยตัวผมเองไม่มีปัญหาเรื่องการตัดสินใจ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าเรื่องไหนใหญ่เกินตัวเราเอง ตั้งเข้ามาประชุมพรรค ปรึกษาทีมงานจังหวัด

20 พ.ย.นี้ ศาล รธน.นัดวินิจฉัยปมถือครองหุ้นสื่อ ส่วนตัวรู้สึกอย่างไร นายธนาธร กล่าวว่า ประเด็นแรกก่อน ผมไม่ได้รู้สึกอะไรมากนะ ในการเป็นคุณสมบัติ ส.ส. ไม่ว่า จะเชื่อมั่นความบริสุทธิ์เราแค่ไหน ก็อย่าไปคิดอะไรมาก เป็นหรือไม่เป็น ส.ส.ก็เดินหน้าทำงานให้ประเทศไทยได้ สถานะการเป็น ส.ส.ไม่ใช่เรื่อง "ความชี้เป็นชี้ตาย" ถึงไม่ได้เป็น ส.ส. ก็เป็นแคนดิเดตนายกฯ อยู่ ไม่ได้เป็น ส.ส. ก็ออกไปพบปะประชาชน เอาปัญหาที่พบเห็นเอาไปให้เพื่อนที่เป็น ส.ส.อภิปรายในสภาได้อยู่ ก็ยังทำงานได้

"ฉะนั้นการจะได้เป็น ส.ส.หรือไม่ได้เป็น ส.ส. สำหรับผมแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันมากนัก ต่อมานิดนึงคำถามเราเห็นเรื่องนี้อย่างไร ถ้าใครดูการไต่สวนศาล รธน. ผมคิดว่าปัญหาใหญ่คือ เจตนารมณ์ของกฎหมายการที่ห้ามนักการเมืองถือหุ้นสื่อ นั่นคือเจตนารมณ์ของกฎหมาย ถามว่าที่ผ่านมาผมมีการกระทำใดๆ ไปทิศทางนั้นหรือไม่ "บริษัทวีลัคมีเดีย" ยังมีสถานะเป็นบริษัทหรือไม่? 1."วีลัค" ในวันที่ผมลงสมัคร ส.ส. ในทางปฏิบัติปิดตัวไปแล้ว แม้ตัวบริษัทยังไม่ได้ปิดเพราะอยู่ในการชำระบัญชี แต่ตัวบริษัทไม่มีกิจกรรมใดๆ ไปแล้ว 2.ต่อให้ทำอยู่ "วีลัค" ทำนิตยสารให้นกแอร์กับการบินไทย มีเรื่องการเมืองหรือไม่ ไม่มี ฉะนั้นเรื่องมันจบตั้งแต่ตรงนี้แล้วครับ ถ้าถามผม ผมเรียนมาตลอด มันมั่นใจในความบริสุทธิ์ตัวเอง ไม่โดนแน่นอน นี่ยังไม่ต้องพูดถึงว่าคนหรือองค์กรที่ตั้งคำถามซักถามผมทั้งหมด ไม่ว่าเป็น กกต. สื่อมวลชนสำนักไหนก็ตาม ก็ไม่มีใครมาหักล้างได้เลยจนถึงวันนี้" นายธนาธร กล่าว

กับคำถามหวั่นว่าพรรคอนาคตใหม่จะแตกกระจายไหม? หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวต่อว่า ผมเห็นว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องตลกดีครับ ถ้าจะให้ความเป็นธรรมกับพรรคของผมบ้าง พรรคกลุ่มคนที่พยายามจะมาดึงไป กำลังทำลายระบบพรรคการเมืองในประเทศไทยหรือเปล่า ส.ส.พรรคผมหลายคนไม่ใช่คนรวย ก็เหมือนกับเราๆ ท่านๆ ส่วนใหญ่ 80% ก็เหมือนคนทั่วไป ทุกคนแทบไม่เคยมีใครเคยเห็นเงินสด 10 ล้านมาก่อน ฉะนั้นผมก็ต้องถามว่า ตกลงเราไม่ต้องพูดถึงกลุ่มคนที่ตั้งใจพยายามจะทำลายพรรคการเมืองเลยหรือ ตกลงใครเป็นจำเลยกันแน่ เหมือนพยายามทำให้ผมกับพรรคผมเป็นจำเลยสังคม


คุณธนาธรเคยคุยกับภรรยา-คุณแม่ หรือญาติไหม ถ้าเกิดวันหนึ่งต้องถูกจำคุกจากการเมือง แล้วครอบครัวจะทำอย่างไร? หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า จำคุกก็จำคุก ผมพูดแต่แรกว่าไม่มีหนีแน่นอน เพราะตั้งใจมาทำตรงนี้สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่มีอะไรเลย ที่ไม่ได้คาดเดามาก่อน ไม่มีอะไรเลยนะครับ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเราตั้งพรรคมาเพื่ออะไร ยืนหยัดเพื่ออะไร ฉะนั้นไม่ว่าเป็นคดีความ, กรณีร้องเรียนในศาล รธน., ใน กกต. หรือที่อยู่ในชั้นศาลอาญา หรือชั้นอัยการ ทุกอย่างเราคาดเดาอยู่แล้ว ตั้งแต่วันตัดสินใจสร้างพรรคว่าต้องโดนแน่ๆ การกดดันทางสังคม คดีความทางกฎหมาย การข่มขู่คุกคาม ที่มาถึงตัวเอง ญาติมิตร และครอบครัว เรารู้อยู่แล้วว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ต้องเกิดขึ้น

"เมื่อเดินมาถึงตรงนี้ พูดกันตรงไปตรงมา เตรียมใจติดคุกไว้แล้ว ถ้าต้องถึงติดคุก ก็ต้องติดคุกไม่หนีแน่ๆ ผมก็อยากถาม ตกลงตั้งพรรคการเมืองเข้ามา ถึงแม้กติกามันจะห่วย บรรยากาศไม่เป็นคุณกับเราเลย แต่เราก็ตั้งพรรคการเมืองมาแบบนี้ เลือกตั้งเราก็เลือกตั้งมา เราทำงานในสภาให้ประชาชน เราก็ทำตรงไปตรงมา อยากเรียกร้องปฏิรูปกองทัพก็พูดตรงๆ อยากกระจายอำนาจให้ต่างจังหวัดเราก็พูดตรงๆ จะแก้ รธน.ก็พูดในสภาตรงๆ มันผิดบาปมากนักหรือในประเทศนี้ เราเดินทุกอย่างตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย หลักสิทธิมนุษยชนในประเทศนี้ มันผิดบาปนักหรือ ดังนั้นถามผมเตรียมตัวยังไง เตรียมใจอย่างไร เตรียมตัวยังไง ผมบอกกับทุกคนหลายครั้ง ตั้งใจทำตรงนี้แล้ว ทำให้สุดทาง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ให้ไปถึงความฝัน โดยไม่ใช่เงิน ไม่ใช่อิทธิพล คิดอะไรก็บอกประชาชนตรงๆ ถามว่า คุณเคยมีความฝันไหม ในเมื่อมีแล้วมันคุ้มหรือไม่" นายธนาธร กล่าว

มาที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ กรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะถูกศาล รธน.นัดวินิจฉัยคดีถือครองหุ้นสื่อ ว่า คุณธนาธร คิดว่าจะเข้ามาเปลี่ยนการเมือง ผมเข้าใจ แต่ผมเกรงว่าการเมืองจะเปลี่ยนแปลงคุณธนาธรมากกว่า เพราะการเปลื่ยน "องคาพยพ" ทั้งหมดมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คิดว่าเป็นเรื่องยากเหมือน "เข็นครกขึ้นภูเขา" แล้ววันหนึ่งการเมืองก็จะมาเปลี่ยนแปลงคนของคุณ ยกตัวอย่าง เช่น กรณีงูเห่า ตอนนี้ก็มีนะผมว่า แต่เขาก็บอกว่าไม่มีนะ ก็การเมืองมันไม่มีอะไรผิด มันไม่ใช่นิติศาสตร์ รอยร้าวเกิดขึ้นภายใน คุณธนาธรต้องเข้าใจด้วยว่า การทำธุรกิจกับการทำงานการเมืองมันไม่เหมือนกัน คนที่เป็น ส.ส.หน้าใหม่ ก็นึกว่า ตัวเองเก่ง จากสมัยก่อนเรียกว่า "คุณ" พอเป็น ส.ส.ปั๊บเขาเรียก "ท่านคะเชิญทางนี้ค่ะ" พวกนี้เป็น ส.ส.เป็นครั้งแรก "งง" ไปหมดเลย รับไม่ทัน เปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ทัน นี่คือสิ่งที่น่ากลัว คุณธนาธรเป็นเสี่ย พ่อแม่ทำธุรกิจมา เข้าไปถึงก็ชี้นิ้วสั่ง แต่งานทางการเมืองคุณต้องถูกชี้ก่อน คุณถึงไปชี้นิ้วคนอื่นได้ แต่ถ้าเข้ามาชี้นิ้วเลยเสียคนหมด เพราะอะไร เหมือนคุณเข้าไปกาสิโน เห็นคนอื่นเขาเล่นได้ เอ้าเราก็เล่นได้สิ แต่มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น มันไม่ง่ายอย่างนั้นจริงๆ ผมเข้าใจคุณธนาธร แล้วผมก็ไม่ได้ต้องการว่าร้ายคุณธนาธร ผมเห็นคุณธนาธรมีธุรกิจเยอะ

"การแก้ตัวกับศาลไม่ใช่บอกว่า ลืมเช็คในกระเป๋าแล้วเอาไปซักแห้ง ลืมไปเงินผมมีเยอะแยะ ผมก็ลืมไป ศาลไม่ได้ตั้งมาตรฐานแบบคุณ ศาลเขาตั้งมาตรฐานที่เป็นมาตรฐานจริงๆ เฮ้ยเงินคุณ 5-6 ล้านมันก็ไม่ใช่น้อยนะ เอ้า! คุณลืมมันเรื่องคุณนะ เพราะคุณรวย แต่ศาลเขาไม่ได้ตั้งมาตรฐานตัดสินแบบคนรวย ตัดสินแบบคนจน คนไม่มี ศาลเขาก็ต้องมีมาตรฐาน ฉะนั้น 20 พ.ย.นี้ ผมถือว่าคุณธนาธร พิ้ว!...พิ้ว! คุณธนาธรยังไม่เข้าใจการเมืองทั้งหมด" นายชูวิทย์ กล่าว

นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า ผมถามสั้นๆ ง่ายๆ คุณธนาธร ที่เอาเงินไปให้เขากู้ 100-200 ล้าน ที่เห็นเนื่ย ที่กำลังจะเป็นคดีต่อไปเนื่ย คุณธนาธรผมถามจริงๆ คุณธนาธรหวังจะได้เงินคืนไหม ถ้าคุณธนาธรบอกว่า หวังได้คืน แล้วคุณธนาธรจะเอาเงินคืนจากไหนล่ะ เพราะการเมืองมันไม่ใช่ธุรกิจ ถ้ากู้ไป เขาให้กู้ แสดงว่าคนกู้ทุกคนก็หวังเงินต้นคืน+ดอกเบี้ย เอาล่ะ บางคนอาจบอกว่าให้กู้ไป ไม่หวังดอกเบื้ย ขอเงินต้นคืนก็พอ แล้วพรรคอนาคตใหม่จะหาเงินจากการเมืองไปคืนทางไหนล่ะ คำถามสั้นๆ ง่ายๆ ถ้าคุณกู้ทุกคนที่ให้กู้ก็อยากให้เงินต้นคืน มีคนไหนให้กู้บอกยกให้เลยฟรี มันไม่มี ฉะนั้นคุณธนาธรเอาเงินให้พรรคอนาคตใหม่กู้ พรรคอนาคตใหม่สามารถหาเงินทางการเมืองมาคืนคุณธนาธรได้ไหม ถ้าบอกว่าคงไม่ได้ เพราะเราไปทำงานการเมืองไม่ได้ทำการค้า ถ้าอย่างนั้นคุณธนาธรเอาเงินให้กู้ไปได้อย่างไร เห็นไหม ไม่ใช่คนมันรวยอยู่แล้ว คุณธนาธรมีเงินเป็นหมื่นล้าน กู้ 100-200 ล้าน ก็ให้กู้ไปอย่างนั้นล่ะ มันคิดอย่างนั้นไม่ได้ ฉะนั้นถ้าถามคุณธนาธรมีอนาคตไหม ผมว่าลำบากนะ

"ถามต่อว่า มันจะถึงขั้นยุบพรรคไหม ผมเห็นว่า อาจไม่ถึงขั้น เรื่องคุณธนาธรมันเป็นเรื่องส่วนบุคคล เรื่องหุ้นก็ดี เรื่องเงินกู้ เป็นส่วนบุคคล จะลามไปถึงพรรคไหม ผมว่าอาจไม่ถึง พรรคอนาคตใหม่ก็อาจอยู่ได้ เป็นเจ้าไม่มีศาล" อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าว

งานนี้ "ดุเด็ดเผ็ดมันส์" ซึ่งต้องบอกก่อนว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของคนทั้งคู่ และคงไม่มีผลกระทบอะไร คงต้องรอฟังคำวินิจฉัยของศาล รธน. 20 พ.ย.นี้ดีกว่า อันนั้นถึงรู้ว่าชะตากรรมของธนาธร "ฟ้ารักพ่อ" จะเป็นเช่นไร ซึ่งจะส่งผลกระทบไปยังพรรคสีส้มอนาคตใหม่ในอนาคตอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

แน่นอน ทั้งด้านบวกและด้านลบ.... 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาธรธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์อนาคตใหม่ถือครองหุ้นสื่อถือหุ้นสื่อธนาธรปะทะชูวิทย์ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้