ข่าว
100 year

ศาลรัฐธรรมนูญเอกฉันท์ ไม่รับวินิจฉัยปมถวายสัตย์ฯ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์12 ก.ย. 2562 05:30 น.
SHARE

ไม่อยู่ ‘ในอำนาจ’ ตรวจสอบ พท.สวนจะได้ใส่กันเต็มที่! ธรรมนัสโต้ไม่เคยสารภาพ

ศาล รธน.มติเอกฉันท์ ไม่รับวินิจฉัยปมถวายสัตย์ฯของ “บิ๊กตู่-ครม.” อ้างไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรใดตามรัฐธรรมนูญ พท.บอกดีจะได้ปล่อยของเต็มที่

“สุทิน” ชี้เป็นหน้าที่อันชอบธรรมของสภาฯถกหาข้อยุติปัญหา “บิ๊กตู่” ทำหูดับไม่ได้ยินคำถามสื่อ วางคิวแน่นเอี้ยดก่อนวันซักฟอก เสรีรวมไทยมาตามนัดตั้งกระทู้ถาม “ธรรมนัส” เจ้าตัวลั่นไม่เคยสารภาพผิด ขู่ไล่ฟ้องดะใครพาดพิง “เสรีพิศุทธ์” แอ่นอกรับดีลสื่อออสเตรเลียขุดคุ้ยเอง บอก “จะไม่ทนเห็นอุ้มคนมีประวัติ” เด็ก ปชป. เรียกหาธรรมาภิบาลผู้นำ “พิชัย” ห่วงภาพลักษณ์ไทยไม่เหลือหลอ “พิเชษฐ” ขู่ลากไส้ทุจริตรัฐบาล “มงคลกิตติ์” แฉดวง “ลุงตู่” บริวารเป็นพิษ “สนธิรัตน์” ยังตื๊อมาคุยกันก่อน “ชวน” เหยียบเบรกญัตติด่วนตั้ง กมธ.ศึกษาแก้รธน.

สังคมต้องจับตามองเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ไว้วินิจฉัย โดยระบุว่าไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรใดตามรัฐธรรมนูญ

ไม่รับวินิจฉัยปมถวายสัตย์ฯ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 ก.ย. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาพิจารณาคดี ต่อมาเวลา 16.38 น. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า กรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยนายภาณุพงศ์ ชูรักษ์ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ ครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 อันเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียนหรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา เนื่องจากไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรใดตามรัฐธรรมนูญ เพราะการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์เป็นการกระทำทางการเมืองของ ครม. ในฐานะองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหารในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นายกฯนำ ครม.เข้าเฝ้าทูลละออง ธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณ

เอกสารยังระบุอีกว่า หลังกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณจบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรัส เพื่อให้นายกฯและ ครม.ได้น้อมนำไปเป็นแนวทางในการบริหารราชการแผ่นดิน ต่อมาวันที่ 27 ส.ค. นายกฯพร้อม ครม.เข้ารับพระราชดำรัสในโอกาส เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ซึ่งพระราชทานเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธย โดยเข้ารับต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบ–รัฐบาล การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ดังกล่าวจึงไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด และมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทย–รักษาชาติ ที่ขอให้พิจารณาว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161

นัดสอบพยาน “ธนาธร” ถือหุ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังพิจารณาคดีที่ กกต.ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญกำหนดวันนัดไต่สวนพยานบุคคลของศาล 10 ปาก ในวันที่ 18 ต.ค. ที่ห้องพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงมีคำสั่งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรจัดส่งเอกสารคำร้องให้ครบถ้วน กรณีที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 ว่า พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคหนึ่งหรือไม่ เพื่อประกอบการพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่

“บิ๊กตู่” หูดับไม่ได้ยินคำถามสื่อ

ช่วงเช้าที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ว่า สิ่งที่ต้องทำขณะนี้คือการปรับแผนจัดการด้านพลังงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม และได้รับประโยชน์ ต้องให้เกิดความสมดุล และมีความมั่นคงด้านพลังงาน อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้าประชุม พล.อ.ประยุทธ์หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงปัญหาที่พรรคประชาธรรมไทยถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ต้องเปลี่ยนตัวจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ เป็นคนอื่นหรือไม่ โดย พล.อ.ประยุทธ์เอามือป้องหู พร้อมตะโกนกลับมาว่า “ไม่ได้ยินคำถาม” และโบกมือให้สื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าไม่ได้ยิน แล้วเดินเข้าห้องประชุมทันที

วางคิวแน่นเอี้ยดก่อนวันซักฟอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 18 ก.ย. ซึ่งเป็นวันที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอกปมถวายสัตย์ปฏิญาณ พล.อ.ประยุทธ์ วางตารางงานไว้ตั้งแต่เวลา 08.00 น. มีงานเปิดประชุมสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประจำปี 2562 ที่อิมแพค เมืองทองธานี เสร็จเวลา 09.15 น. ขณะที่การประชุมสภาจะเริ่มขึ้นเวลา 09.30 น. ทั้งนี้ ก่อนวันที่ 18 ก.ย. มีภารกิจต่อเนื่อง วันที่ 12 ก.ย. เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคคนวัยทำงานในสถานประกอบการ และเปิดตัวแนวทาง 10 Packages ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วันที่ 13 ก.ย. ตรวจราชการ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี เย็นวันที่ 15 ก.ย. เปิดนิทรรศการ “จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ครม.เตรียมพร้อมหากถูกพาดพิง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯจะไปชี้แจงเองหรือไม่ ต้องถามนายกฯ เพราะตนไม่ทราบ กลัวตอบไปแล้วเกิดไม่ไปขึ้นมา ส่วนที่มีการเล็งมาอภิปรายตนนั้น ไม่เป็นไร เมื่อส่งผู้ช่วยรัฐมนตรีไปนั่งแทนไม่ได้ ตนก็ต้องไปเอง

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ประสานงานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ครม.ต้องไปร่วมรับฟัง ไม่ใช่เป็นการให้กำลังใจ เพราะเป็นการอภิปราย ครม.ทั้งคณะ นายกฯไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ แต่รัฐมนตรีทุกคนต้องเตรียมตัว หากมีการพาดพิงท่านใดเจ้าตัวต้องชี้แจง โดยจะมีหน่วยงานสนับสนุนข้อมูล เช่น สำนักงบประมาณ สำนักงานกฤษฎีกาและสำนักงานเลขา ครม.

พท.บอกดีจะได้ปล่อยของเต็มที่

ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัยคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีการถวายสัตย์ฯ ว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว จึงเป็นหน้าที่ของสภาในการตรวจสอบเพื่อหาข้อยุติ เพราะการที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับไว้พิจารณา ไม่ถือเป็นการชี้ถูกชี้ผิด หรือมีข้อยุติของปัญหาออกมา จึงเป็นหน้าที่ของสภาฯในการตรวจสอบหาข้อยุติ ก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลเขากลัวการอภิปรายจะเป็นการชี้นำ และละเมิดอำนาจศาล เมื่อศาลรัฐธรรมนูญไม่รับเรื่องไว้พิจารณาเช่นนี้ ก็เป็นหน้าที่ชอบธรรมของสภาฯแล้ว ถือว่าเราสามารถอภิปรายเนื้อหาได้กว้างขึ้นกว่าเดิม

“เสรี” รับขุดคุ้ย “ผู้กองนัส” เอง

วันเดียวกันที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อออสเตรเลียตีข่าวพาดพิง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ พัวพันคดียาเสพติด ว่า ถ้าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม คงลาออกไปแล้ว เพราะเสนอแต่งตั้งคนมีตำหนิเป็นรัฐมนตรีโดยไม่กลั่นกรอง ที่ ร.อ.ธรรมนัสระบุว่ามีการใช้สื่อเป็นขบวนการดิสเครดิตนั้น ขอพูดเลยว่าตนเป็นคนประสานและติดต่อไปยังสื่อออสเตรเลียให้หาข้อมูลและนำเรื่องดังกล่าวมาเปิดเผย เพราะรัฐบาลไม่ยอมดำเนินการ เมื่อรัฐบาลไม่ทำ ในฐานะฝ่ายค้านจึงต้องหาทางอ้อมในการตรวจสอบ หากจะด่าให้มาด่าตน เพราะเป็นคนโยนประเด็นให้สื่อออสเตรเลียเอง

“จะไม่ทนเห็นอุ้มคนมีประวัติ”

“จะไม่ทนเห็นรัฐบาลอุ้มคนที่มีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นรัฐมนตรี ตอนนี้ยังไม่ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส ขอดูท่าที พล.อ.ประยุทธ์ก่อน ความจริงเป็นเรื่องที่ตัดสินใจง่ายจะตาย ตอนตัวเองถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบยังตัดสินใจได้เลย คือยังหน้าด้าน ดื้อตาใส ในสภาฯผมจึงพูดว่า หน้าด้านทั้งนั้น ทั้งปล้น ทั้งโกง” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว

“ธรรมนัส” ยันไม่เคยสารภาพผิด

ต่อมาเวลา 15.30 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณากระทู้ถามสด โดย พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย ถามนายกรัฐมนตรีถึงความรับผิดชอบต่อการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ทั้งที่มีการทักท้วงเรื่องคุณสมบัติว่ามีปัญหาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อยากถามว่านายกฯจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบกระทู้แทนนายกฯว่า คดีที่เกิดขึ้นยืนยันว่า ไม่เคยรับสารภาพว่าขน หรือค้า หรือนำเข้ายาเสพติด ไม่เคยเข้าสู่กระบวนการไต่สวนหรือสอบสวน แต่เรียกว่ากระบวนการพรีบาร์เกนนิ่ง หรือการรอการตัดสิน ตนถูกกักขัง 8 เดือน จากนั้นเมื่อเข้าสู่กระบวนการพรีบาร์เกนนิ่งได้ถูกส่งไปอยู่ฟาร์มดูแลผู้ต้องขังเยาวชนที่เกเร 6 เดือน และกลับมาที่นครซิดนีย์อีกครั้ง ออกไปทำงานทุกเช้า ใช้ชีวิตแบบนี้ 4 ปี สิ่งเหล่านี้เคยชี้แจงไปหมดแล้ว อัยการนครซิดนีย์ และผู้พิพากษาท้องถิ่นเวลานั้น บอกว่าตนมีหน้าที่เป็นพยานให้ผู้ถูกกล่าวหาอีกคนซึ่งเป็นชาวต่างชาติ จึงต้องอยู่จนจบวาระการเป็นพยาน 4 ปี คดีจึงจบ เมื่อครบ 4 ปี ไม่คิดอยากกลับประเทศไทย อยากใช้ชีวิตที่ออสเตรเลีย แต่เมื่อออสเตรเลียไม่มีนโยบายให้อยู่ต่อ จึงต้องเดินทางกลับไทยโดยที่ไม่มีคดีติดตัว เพราะสุดท้ายแล้วผู้ต้องหาที่เป็นชาวต่างชาติได้รับการยกฟ้อง

ขู่ไล่ฟ้องดะใครพาดพิงใส่ร้าย

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ชีวิตตนผ่านพระราช-กฤษฎีกา และ พ.ร.บ.ล้างมลทินมาหลายฉบับ ขออยู่กับปัจจุบัน อย่านำเรื่องไร้สาระโจมตีกัน ถือว่าโชคดีที่ใช้เวทีสภาฯชี้แจงเรื่องในอดีตเมื่อเกือบ 30 ปี จะไม่ยอมให้อดีตทำลายอุดมการณ์ที่ตั้งใจทำเพื่อประชาชน ขอทำงานเพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน และรักษาเสาหลักของบ้านเมือง คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หลังจากวันนี้ฝันร้ายเหล่านี้ต้องหายไป หากใครสงสัยประเด็นนี้ไปถามตนส่วนตัวได้ ต่อไปนี้จะเอาจริงการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าใครพาดพิง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่าง พล.ต.ท.วิศณุตั้งคำถามนั้น พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ได้ลุกประท้วง พล.ต.ท.วิศณุที่นำเอกสารที่ไม่ได้รับอนุญาตมาอภิปรายในสภาฯ ถือว่าผิดข้อบังคับการประชุม ซึ่งนายศุภชัยวินิจฉัยว่าไม่ให้นำเอกสารดังกล่าวมาอ่านเพราะยังไม่ผ่านการตรวจสอบ

โบ้ยเลขา ครม.ตรวจคุณสมบัติ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รอง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีของ ร.อ.ธรรมนัสรัฐบาลยังไม่ถึงขั้นต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเรื่องคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ต้องให้เจ้าตัวเป็นคนตอบ เพราะเขารู้มากกว่าคนอื่น “สุทธิ อสุทธิ ปัจจัตตัง” บุคคลอื่นหารู้แทนได้ไม่ และการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีก่อนเข้ารับตำแหน่ง ตนไม่ได้เป็นผู้ตรวจ เป็นหน้าที่ของเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีอะไรเขาจะมารายงานให้นายกฯและตนรับทราบ เป็นเรื่องที่เล่าให้ฟังกัน เราทราบข้อมูลบางส่วนระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี จึงแนะนำให้เชิญเจ้าตัวมาถาม เขาเชิญแล้ว และ ร.อ.ธรรมนัสนำหลักฐานมาแสดงชั้นหนึ่งแล้ว ส่วนเรื่องคำพิพากษาของต่างประเทศ ไม่ทราบว่ามีการชี้แจงหรือไม่ เมื่อถามว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องธรรมาภิบาล นายวิษณุตอบว่า รัฐบาลคงต้องตระหนัก ส่วนจะวิธีไหนอย่างไร ตนตอบไม่ได้ อยู่ที่นายกฯและเจ้าตัวด้วย เพราะถือว่าใหญ่ที่สุด มีอะไรต้องเอามาแสดง

พปชร.ตื๊อ “พิเชษฐ” คุยกันก่อน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล เพราะไม่พอใจที่ถูกเปรียบเทียบพรรคเล็กเหมือนลิงกินกล้วย ว่า เรื่องนี้ต้องคุยกันเรามีหลายพรรค ตนต้องไปพูดคุยภายในพรรค พปชร.ด้วย ที่นายพิเชษฐระบุเป็นมติพรรคประชาธรรมไทยไปแล้วนั้น ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยๆคุยกัน เมื่อถามว่า ต้องเปลี่ยนตัวผู้ประสานงานพรรคเล็กจาก ร.อ.ธรรมนัสหรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบว่า เดี๋ยวค่อยคุยกัน ขอหารือกันก่อน

เด็ก ปชป.เรียกหาธรรมาภิบาล

ด้านนายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “มลทินของ ร.อ.ธรรมนัส คือความมัวหมองของรัฐบาลประยุทธ์สู่ความมืดมนปฏิรูปการเมือง” ตนเคยวิจารณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก่อนรับตำแหน่งรัฐมนตรี ที่อ้างว่าไม่ได้ทำผิด แต่ไปอยู่ผิดที่ผิดเวลาจนถูกควบคุมตัวนาน 8 เดือน และเป็นความผิดลหุโทษ ว่าความผิดติดคุกนาน 8 เดือนไม่ใช่ความผิดลหุโทษ ตามนิยาม ป.อาญามาตรา 102 จึงมีข้อกังขาเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของผู้นำรัฐบาล ที่ตั้งบุคคลที่มีประวัติเข้ามาเป็นรัฐมนตรี สะท้อนว่าผู้มีอำนาจไม่ได้คำนึงถึงคุณธรรมจริยธรรมเพียงพอในการแต่งตั้งรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัสและรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ควรทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง ต้องพิสูจน์ความจริงด้วยการนำคำพิพากษาศาลออสเตรเลียมาเปิดเผย แทนการพูดเหมือนที่ทำอยู่นี้ ไม่ควรจบปัญหาง่ายๆด้วยวิธีโยนกันไปมา พล.อ.ประยุทธ์ควรทบทวนบุคคลที่ตัวเองแต่งตั้งว่าเหมาะสมจะทำงานในฐานะรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ ถ้าไม่เหมาะก็ควรปรับเปลี่ยน ไม่เช่นนั้นมลทินจะสร้างความมัวหมองให้รัฐบาลชุดนี้ และ พล.อ.ประยุทธ์จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะเป็นผู้แต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัสมากับมือ

“พิชัย” ห่วงภาพลักษณ์ไทยไม่เหลือ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า หนังสือพิมพ์ The Sydney Morning Herald ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1831 หรือ 188 ปีมาแล้ว คงไม่น่าลงข่าวมั่วๆให้กับกลุ่มใด หาก ร.อ.ธรรมนัสยืนยันว่าไม่จริงโดยขู่จะฟ้องสื่อตามที่เป็นข่าว ก็ควรเร่งฟ้องเพื่อให้ความจริงปรากฏ ที่บอกว่าข้อมูลลงไม่ถูกต้อง ก็ต้องแสดงเอกสารข้อมูลที่ถูกต้องของศาลออสเตรเลีย ไม่ใช่แค่พูดลอยๆ เพราะขณะนี้มีสื่อใหญ่ระดับโลก เช่น South China Morning Post, The Associated Press, ABC News etc. ได้นำลงไปตีพิมพ์ด้วย อาจทำให้ความเชื่อมั่นของ ไทยลดลงไปอีก จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจไทยที่ย่ำแย่อยู่แล้วยิ่งแย่ลงไปอีก ประชาชนยิ่งลำบากอาจทนกันไม่ไหว เป็นการตอกย้ำผลโพลทุกสำนักที่สำรวจออกมาว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นในความสามารถของทีมเศรษฐกิจรัฐบาลปัจจุบัน แม้นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ยังยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้แย่ตามโพล แต่คงไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อมั่นในตัวนายอุตตม พล.อ.ประยุทธ์ต้องรีบตัดสินใจเร่งแก้ไข อย่าปล่อยให้ภาพลักษณ์ประเทศตกต่ำไปกว่านี้ เพราะแทบไม่เหลือแล้ว หากปล่อยปัญหานานไปประชาชนจะเริ่มสงสัยว่าเป็นความผิดของ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ ที่เสนอบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี

สื่อออสเตรเลียยังเกาะติดข่าว

ขณะที่เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ ของออสเตรเลีย ยังเกาะติดรายงานข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯของไทยอย่างต่อเนื่อง หลังซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ และหนังสือพิมพ์ดิ เอจ ของออสเตรเลีย รายงานพาดพิง ร.อ.ธรรมนัสเคยยอมรับว่า สมรู้ร่วมคิดลักลอบนำเฮโรอีนในปริมาณเพื่อการค้าเข้าสู่ออสเตรเลียในปี 2536 และถูกศาลออสเตรเลียตัดสินจำคุกสูงสุด 6 ปี ก่อนถูกเนรเทศกลับประเทศไทยหลังรับโทษจำคุกในเรือนจำพาร์เคลียในนครซิดนีย์ 4 ปี ว่าล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังปกป้อง ร.อ.ธรรมนัสในเรื่องนี้ พร้อมระบุว่า รู้สึกรำคาญเมื่อถูกนักข่าวถามเรื่องกระจ๊อกกระแจ๊ก หรือเรื่องเล็กๆเช่นนี้ ก่อนจะเปลี่ยนประเด็นไปพูดเรื่องอื่น ขณะที่รัฐมนตรีอาวุโสคนอื่นในรัฐบาลก็เบี่ยงเบนไม่ตอบคำถามนักข่าว ให้ ร.อ.ธรรมนัสชี้แจงเรื่องนี้เอง

“พิเชษฐ” ขู่ลากไส้ทุจริตรัฐบาล

อีกเรื่องที่รัฐสภา นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธรรมไทย แถลงถึงการถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้านอิสระ ว่า วันนี้เป็นวันเริ่มต้นการทำหน้าที่ใหม่ในฐานะฝ่ายค้านอิสระถือเป็นมิติใหม่ให้ประชาชนมีทางเลือกเพิ่มขึ้น หลังพรรคแถลงถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลมีคนติดตามเป็นล้านคนแสดงให้เห็นว่าการดำเนินการของพรรคเป็นสิ่งที่ได้รับการชื่นชม ภารกิจแรกของฝ่ายค้านอิสระคือ การตั้งตู้ ปณ.ในรัฐสภาเพื่อรับเรื่องร้องเรียนตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการทุจริต เพื่อทวงเงินแผ่นดินคืนให้ประชาชน จะเน้นตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลและทุกโครงการที่เป็นงบประมาณแผ่นดิน มีความถนัดด้านงานอุตสาหกรรม จะเน้นตรวจสอบเรื่องนี้ หลังแถลงถอนตัวยังไม่มีผู้ใหญ่ในรัฐบาลติดต่อมา ได้แจ้งไปว่าไม่เกิดประโยชน์อะไรแล้ว เพราะได้ดำเนินการตามมติพรรคไปแล้ว เรารับไม่ได้ที่เห็นพรรคเราเป็นตัวตลกทางการเมือง

แฉดวง “ลุงตู่” บริวารเป็นพิษ

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า ใครจะกินกล้วยต่อก็กินไป แต่ตนไม่สนใจเพราะมีเงินซื้อกล้วยกินเองได้ มองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ฝูงลิง แต่เหมือนซ่องโจรไปปล้นสะดมแล้วเอาเศษเนื้อควายมาให้กิน จนถึงตอนนี้อาจมีฝ่ายค้านอิสระเพิ่มอีก 3 พรรค ขอให้ไปถามพรรคพลังไทยรักไทย พรรคครูไทยเพื่อประชาชน และพรรคประชาธิปไตยใหม่ ถ้าจะมาอยู่ร่วมกันเป็นฝ่ายค้านอิสระ ก็ต้องแถลงเป็นมติพรรคออกมา ไม่ใช่พูดปากเปล่า ประเมินสถานการณ์แล้วขณะนี้รัฐบาลกำลังร่อแร่ เสียงปริ่มน้ำหนัก จากเดิมมี 254 เสียง หากหักเสียงประธานสภาฯและรองประธานสภาฯ 3 คน และ 2 พรรคเล็กที่ไปเป็นฝ่ายค้านอิสระแล้ว จะเหลือ 249 เสียง และคดีอื่นๆของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐอีก ถือว่าร่อแร่มาก ตนเอาดวง พล.อ.ประยุทธ์ ไปให้โหราธิบดีประจำพรรคไทยศรีวิไลย์ดู บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ดวงไม่ดีจากบริวารเป็นพิษ จะโดนหนักมากหากไม่ปรับบริวารที่เป็นพิษออก หากปรับบริวารเป็นพิษออกภาพลักษณ์รัฐบาลจะดีขึ้น

“วราวุธ” เชื่อไม่กระทบเสถียรภาพ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะสามารถหาวิธีเจรจาพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลได้รู้เรื่อง เป็นเรื่องปกติคนเราทำงานร่วมกันมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ถ้าได้จับเข่าพูดคุยน่าจะจบได้ด้วยดี ดูกรณีของตนยังอุตส่าห์จับมือกันได้หลังผู้ใหญ่ได้มาพูดคุยกัน เชื่อกรณีพรรคประชาธรรมไทยน่าจะจบลงด้วยดีเช่นกัน มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับเสถียรภาพของรัฐบาล เชื่อมั่นรัฐบาลอยู่ครบวาระแน่นอน

ส่ง กกต.สอบคุณสมบัติ “พิเชษฐ”

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึง กกต.ขอให้ตรวจสอบนายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ว่ามีคุณสมบัติเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (18) ประกอบมาตรา 235 วรรคสาม หรือไม่ เนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ส.ค.2546 เคยถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ และสั่งห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี แม้นายพิเชษฐจะพ้นระยะเวลาการห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ยังเข้าลักษณะต้องห้าม และเห็นว่า กกต.มีอำนาจที่จะตรวจสอบคุณสมบัติในการลงสมัคร ส.ส.ได้ตลอด แม้ว่าจะผ่านช่วงของการรับสมัครรับเลือกตั้งไปแล้วก็ตาม

“เอกชัย” ยื่นยุบพลังประชารัฐ

ต่อมานายเอกชัย หงส์กังวาน พร้อมนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ แกนนำคนอยากเลือกตั้ง เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้พิจารณาและเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งยุบพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากรับนาย ไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป เข้าเป็นสมาชิกพรรค และขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญให้สั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมืองด้วย นายเอกชัยกล่าวว่า มองว่านายไพบูลย์ต้องสิ้นสภาพขาดการเป็น ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (10) ไม่สามารถไปหาพรรค การเมืองอื่นสังกัดได้ การไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เห็นว่าเข้าลักษณะของการควบรวมพรรค จึงเข้าลักษณะพรรคพลังประชารัฐกระทำการให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิถีทางไม่เป็นประชาธิปไตย ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 เป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคได้

มอบกล้วยน้ำว้าบำรุงกำลัง กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกชัยและนายโชคชัย ได้นำกล้วยน้ำว้า 1 หวี มามอบให้กับ กกต. โดยระบุว่า กกต.อาจทำงานหนักในช่วงนี้จึงมีอาการเหนื่อยล้า กล้วยมีวิตามินครบถ้วน อยากให้ กกต.บำรุงเพื่อให้มีแรงทำงานให้คุ้มค่ากับภาษีของประชาชน โดยเฉพาะกล้วยมีวิตามินเอบำรุงสายตา จะได้เห็นอะไรได้ดีและถูกต้องขึ้น

ฝ่ายค้านอ้อนขอ ปชป.ร่วมดัน

ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตามความตั้งใจของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร อยากพิจารณาญัตติให้ได้มากที่สุด จึงนัดประชุมกรณีพิเศษในวันที่ 13 ก.ย. ซึ่งฝ่ายค้านจะเสนอให้นำญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษา และแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณาก่อน ส่วนเสียงจะพอหรือไม่อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ แต่ท่าทีล่าสุดดูเหมือนพรรคประชาธิปัตย์จะมาร่วมด้วย คาดว่าจำนวนจะเกินครึ่ง คิดว่าคงคุยกันไม่ยาก ทราบว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ พรรคพลังประชารัฐคงเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ทุกฝ่ายตั้งใจจะจัดการเรื่องนี้ก่อนปิดสมัยการประชุมสภาฯ เพื่อใช้เวลาหลังจากนั้นศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนกรณีพรรคประชาธรรมไทยประกาศถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้านจะดึงมาร่วมงานหรือไม่นั้น คงต้องขอดูไปก่อน แต่ฝ่ายค้านยินดีต้อนรับทุกคน หากเข้ามาทำงานด้วยกันต้องเคารพกฎกติกา ปล่อยให้สถานการณ์นิ่งจริงๆก็คงได้คุยกัน

ชทพ.ชงคลายล็อก 7 ชั้นแก้ รธน.

ด้านนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา แถลงภายหลังการยื่นญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ว่ามี ส.ส. พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน 8 คน ลงชื่อเสนอญัตติ โดยพรรคเห็นว่าตั้งแต่รัฐธรรมนูญบังคับใช้มากว่า 2 ปี พบปัญหาหลายประเด็น ในหลายมาตรา รวมถึงถูกวิจารณ์ถึงความไม่เป็นประชาธิปไตย แม้จะผ่านการทำประชามติมาแล้ว แต่ยังขาดการยอมรับจากประชาชน ในฐานะที่พรรคชาติไทยพัฒนามีประสบการณ์ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนเป็นรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ได้รับการยอมรับ เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีรายละเอียดซับซ้อนและติดล็อกอยู่ 7 ชั้น ควรใช้แนวทางของสภาผู้แทนราษฎร ข้อเสนอที่ให้รับฟังความเห็นประชาชน ถือเป็นมาสเตอร์คีย์ที่จะปลดล็อกให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ แต่คาดว่าคงไม่ทันสมัยประชุมนี้ คงต้องรอไปสมัยประชุมหน้า

“ชวน” เหยียบเบรกดันญัตติด่วน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านและพรรคประชาธิปัตย์เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ญัตติที่ฝ่ายค้านและนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น คงเป็นไปตามวาระปกติ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่หากจะผลักดันเป็นวาระเร่งด่วนขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมสภาฯจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษวันที่ 13 ก.ย. จะพิจารณาญัตติที่ค้างอยู่จำนวนมาก ประมาณ 100 กว่าเรื่อง ที่เสนอมาตั้งแต่เดือน ก.ค. จึงต้องนำมาพิจารณา

“ปิยบุตร” เอาแน่ล้างมรดก คสช.

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการแต่งตั้งประธานกรรมาธิการ 6 คณะ ในสัดส่วนพรรคอนาคตใหม่ว่า ทางพรรคได้พิจารณาคัดเลือกผู้เหมาะสมทั้ง 6 คณะ เรียบร้อยแล้ว ตนจะเป็นประธาน กมธ.กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นประธาน กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เป็นประธาน กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นประธาน กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ และนายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นประธาน กมธ.การแรงงาน ยืนยันว่า จะผลักดันประเด็นและการทำงานที่เป็นประโยชน์ นอกจากนี้พรรคอนาคตใหม่เตรียมยื่นร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ทั้ง 17 ฉบับ แม้ในช่วงท้ายของ คสช.จะยกเลิกไปหลายฉบับแล้ว แต่ยังมีตกค้างอยู่บ้าง เราต้องยกเลิกให้หมดตามนโยบายที่พรรคได้หาเสียงไว้ คือล้างมรดก คสช. เชื่อว่าอย่างช้าในสมัยประชุมหน้าน่าจะได้รับการบรรจุ

เด็ก ปชป. พร้อมลงซ่อมนครปฐม

นายสุรชัย อนุตธโต อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครปฐมเขต 5 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนางจุมพิตา จันทรขจร ส.ส.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ว่า ที่ประชุมพรรคเมื่อวันที่ 10 ก.ย. พูดคุยเบื้องต้นแล้วว่า อาจจะไม่เหมือนกับการเลือกตั้งซ่อมครั้งที่ผ่านมา เพราะไม่ได้เกิดจากการทุจริต จะไม่นำคะแนนมาคิดรวมในระบบปาร์ตี้ลิสต์ และทราบว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะส่งผู้สมัครเพียงพรรคเดียว โดยอาจส่งสามีของนางจุมพิตาลงสมัคร ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไร เพราะนายระวัง เนตรโพธิ์แก้ว อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ มาเป็นอันดับ 3 แต่เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุนตนลงสมัคร เพราะได้รับคะแนนเป็นอันดับ 2 ครั้งที่ผ่านมา

ขวาง 7 ตุลาการฯ ข้องแวะคดี “บิ๊กตู่”

ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ น.ส.อุบลกาญจน์ อมรสิน ประธานองค์กรตรวจสอบการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อคัดค้านมิให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 7 คน พิจารณาคดีเกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม โดย 5 คนแรก ได้แก่ นายนุรักษ์ มาประณีต นายจรัญ ภักดีธนากุล นายชัช ชลวร นายบุญส่ง กุลบุปผา และนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ได้รับการต่ออายุจากคำสั่งหัวหน้า คสช.ถือเป็นชั้นเชิงทางกฎหมายเพื่อยืดอายุให้ตุลาการฯทั้ง 5 คนทำงานต่อ ส่วนอีก 2 คน ได้แก่ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และนายปัญญา อุดชาชน เคยทำงานให้กับแม่น้ำ 5 สายในยุค คสช. และได้รับการสรรหาตามที่ คสช.ได้ออกแบบไว้ เกรงว่าอาจทำให้การวินิจฉัยเสียความยุติธรรม และอาจจะทำให้เข้าใจได้ว่ามีส่วนได้เสียหรือกระทำการอันเป็นเหตุให้เกิดการสมประโยชน์ระหว่างกันและกัน

“วิษณุ” แจง พ.ร.ก.ใช้ ก.ม.ครอบครัว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณากรณีรัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.ขยายเวลาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 ว่า รัฐบาลเชื่อว่าสามารถทำได้ เพราะมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน รัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ามีเหตุผลเพียงพอทุกอย่างก็จบ จะนำเรื่องกลับเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯโหวตว่าให้ผ่านหรือไม่ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่สามารถออก พ.ร.ก.ได้ก็ถือว่ารัฐบาลทำไม่ถูก สมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ เคยมี พ.ร.ก.ไม่ผ่าน รัฐบาลจึงต้องยุบสภาหรือลาออก อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอยู่ ยังใช้ตามที่ พ.ร.ก.ให้ยืดการบังคับใช้กฎหมายนี้ออกไปจึงไม่มีใครเดือดร้อนอะไร

“วัชระ” จี้ “ชวน” พักงานบิ๊ก ขรก.หัวงู

ที่รัฐสภา นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชื่อขึ้นต้นว่า ส. ที่ส่งข้อความทางแอปพลิเคชันไลน์คุกคามทางเพศข้าราชการหญิงรัฐสภา นายวัชระกล่าวว่า ตนได้ส่งเอกสารลับเฉพาะเป็นภาพแอปพลิเคชันไลน์ 29 ภาพ มีชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ของผู้ส่งไลน์และเวลาติดต่อชัดเจน ข้าราชการสาวพร้อมให้ข้อมูลหากตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ แต่ขอให้คณะกรรมการเป็นบุคคลภายนอก เช่น ตัวแทนอัยการสูงสุด คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพราะกลัวจะปกป้องกันเอง อยากให้นายชวนสั่งพักงานผู้บริหารคนนี้ทันที เพราะเป็นการคุกคามทางเพศผู้ใต้บังคับบัญชา มีการพูดเรื่องการเลื่อนขั้น การขึ้นเงินเดือนตามความพึงพอใจของผู้ให้ ขัดจริยธรรมร้ายแรง ทั้งผู้บริหารคนนี้มีภริยาจดทะเบียนรับราชการอยู่ในสภาฯด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศาลรัฐธรรมนูญมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องถวายสัตย์ประยุทธ์ จันทร์โอชาตรวจสอบข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้