ข่าว
100 year

ยืนยัน "ผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น" นายกฯสวนหมัด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์17 ส.ค. 2562 05:05 น.
SHARE

รับอภิปรายปมถวายสัตย์ฯ ฝ่ายค้านขอ 2-3 วันในการยำ ครม.เศรษฐกิจแจกแหลก

ฝ่ายค้านจัดเต็ม 214 ส.ส. ยื่นอภิปรายไม่ลงมติถล่ม “บิ๊กตู่” ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ ฉะจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ นายกฯ เองยอมรับผิดแต่ดื้อไม่แก้ไข “ชวน” คาดเปิดเวทีขย่มปมร้อนภายในเดือน ส.ค. ติงเบี้ยวกระทู้ไม่เคยแจ้งเหตุผลต่อสภาฯ แนะหัวหน้ารัฐบาลควรต้องมาตอบเอง “สุทิน” ขอเวลาขย่ม 2-3 วัน ซีกรัฐบาลไม่มีสิทธิจ้อ ดักคอเบี้ยวอีกเจอยื่นซักฟอก-ร้อง ป.ป.ช.-ฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ “พงศกร” ดักคอหนีอีกแน่ “ประยุทธ์” โต้ลั่นไม่กลัวอะไรทั้งนั้น แต่แทงกั๊กค่อยดูไปตอบญัตติเองหรือไม่ เสียงแข็งทำถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถก ครม.เศรษฐกิจ ทุ่ม 3.16 แสนล้านเข็น 4 มาตรการพยุงเศรษฐกิจแจกเงินเที่ยวไทยหัวละพันนาน 3 เดือน เติมเพิ่มอีกพันเงินบัตรคนจน ธ.ก.ส.ลดดอกเบี้ยต่ำสุดร้อยละ 0.1 ช่วยเกษตรกรสู้ภัยแล้ง “สนธิรัตน์” โลกสวยบอกรัฐบาลแพ้โหวตจัดการได้

พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม หลีกเลี่ยงไม่ยอมมาตอบกระทู้ถามสดในสภาฯ เรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่นายชวนสั่งให้เลขาธิการสภาฯ แจ้งให้นายกฯรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร คาดว่าจะสามารถเปิดการอภิปรายญัตติดังกล่าวได้ภายในเดือน ส.ค.

214 ส.ส.ยื่นอภิปรายทั่วไปนายกฯ

เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 16 ส.ค. ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคฝ่ายค้านนำโดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน นำ 214 ส.ส. ของ 7 พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นำ ครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ไม่ครบถ้วนด้วยถ้อยคำตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ถือว่าเป็นการจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ อันเป็นแบบแผน และขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญ “เป็นการกระทำต่อหน้าองค์พระมหากษัตริย์ผู้ใช้อำนาจแทนปวงชนชาวไทยผ่านทางรัฐสภา ครม.และศาล”

ฉะรับผิดแต่ไม่แก้ จะเสียหายร้ายแรง

ญัตติของพรรคฝ่ายค้านระบุด้วยว่า กรณีดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่ประจักษ์ชัดต่อประชาชนทั่วไปและ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยอมรับ แต่ยังไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง กลับเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดิน จึงเกิดเป็นปัญหาเกี่ยวกับการเข้ารับหน้าที่ จนส่งผลต่อเนื่องไปถึงความถูกต้องสมบูรณ์ของการแถลงนโยบายของ ครม.ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 25-26 ก.ค. อีกทั้งการแถลงนโยบายในครั้งนั้นก็ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบายไม่ละเอียดครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 อีกด้วย จึงขอเสนอเปิดอภิปรายทั่วไป เพราะหากปล่อยเนิ่นช้าไปอาจส่งผลกระทบเสียหายร้ายแรงต่อการบริหารราชการแผ่นดินได้

“ชวน” คาดเปิดเวทีขยี้ปมร้อนใน ส.ค.

นายชวนกล่าวว่า กระบวนการตามมาตรา 152 เพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไป ถือเป็นเรื่องที่ใหม่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ของเดิมไม่มีกำหนดไว้ ระเบียบตามมาตราดังกล่าวจะยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ มีแต่เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงต้องอนุโลมตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเดิมไปก่อน และจากนี้จะนำไปมอบให้นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ในฐานะรับผิดชอบเรื่องกระทู้และญัตติตรวจสอบความถูกต้อง หากไม่มีอะไรต้องแก้ไข จะแจ้งให้ผู้เสนอญัตติทรายภายใน 7 วัน ก่อนที่จะนำบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระเป็นเรื่องด่วน และแจ้งให้ ครม.ทราบต่อไป คาดว่าน่าจะเปิดอภิปรายทั่วไปตามญัตตินี้ได้ภายในเดือน ส.ค.นี้ อย่างไรก็ตามการพิจารณาต้องยึดตามข้อกฎหมายเป็นหลัก รัฐสภาไม่มีแนวทางอื่นนอกจากทำตามข้อบังคับการประชุม

ติง “บิ๊กตู่” เบี้ยวกระทู้ไม่เคยแจ้งสภาฯ

“พล.อ.ประยุทธ์จะมาตอบเองหรือไม่นั้น เป็นเรื่องต้องไปถามรัฐบาลเอง อย่างกระทู้ถาม ผมเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรต้องมาตอบ เพราะการไม่มาชี้แจงต่อสภาฯ ตามหลักการต้องแจ้งถึงเหตุผลตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 150 กำหนด หาก ครม.เห็นว่าเรื่องนั้นยังไม่ควรเปิดเผย เพราะจะกระทบต่อความมั่นคงต้องแจ้งมา หลังจากนี้จะให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แจ้งไปยังท่านนายกฯให้ทราบเรื่องดังกล่าว เพราะก่อนหน้านี้ ท่านนายกฯไม่เคยแจ้งเหตุผลอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรมายังสภาฯ เลย” นายชวนกล่าว

พร้อมถอนญัตติถ้าแก้ไขให้ถูก

ด้านนายสุทินกล่าวว่า หลังจากนี้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านต้องรอการพิจารณาของประธานสภาฯว่าจะดำเนินการอย่างไร ก่อนจะเปิดประชุมสภาฯเพื่ออภิปรายทั่วไป หาก พล.อ.ประยุทธ์แก้ไขกรณีการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตน ตามที่เคยระบุไว้ให้ลุล่วงและคลายกังวล พรรคฝ่ายค้านพร้อมถอนญัตติดังกล่าว แต่หากนายกฯไม่แก้ไขและปฏิเสธที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสภาฯตามญัตติดังกล่าว จะถือว่านายกฯจงใจเลี่ยงการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

หนีอีกเจอซักฟอก-ชง ป.ป.ช.-ศาล รธน.

นายสุทินกล่าวอีกว่า กระบวนการต่อไปพรรคฝ่ายค้านอาจพิจารณาช่องทางเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งกระบวนการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ และการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีการกระทำสิ่งที่ขัดต่อมาตรฐานจริยธรรม หรือช่องทางของสภาผู้แทนราษฎรด้วยการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายเพื่อไม่ไว้วางใจนายกฯ ดังนั้น ตนยืนยันว่ากรณีการชี้แจงนายกฯไม่สามารถเลี่ยงการชี้แจงหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นมาชี้แจงแทนตนเองได้ รวมถึงไม่สามารถใช้ข้ออ้างกรณีที่มีบุคคลยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบกรณีดังกล่าวและต้องรอผลการตรวจสอบ

ขอยำ 2-3 วันขั้ว รบ.ไม่มีสิทธิจ้อ

นายสุทินกล่าวด้วยว่า สำหรับการใช้เวลาอภิปรายในญัตติดังกล่าว ไม่สามารถเรียกว่าเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเนื้อหาหรือรายละเอียดไม่ใช่ประเด็นที่เกี่ยวกับการทุจริต อย่างไรก็ตามหากญัตติดังกล่าวได้รับการบรรจุในวาระประชุม พรรคฝ่ายค้านจะขอเวลาอภิปรายอย่างน้อย 2 วัน และมากสุดไม่เกิน 3 วัน และจะเป็นสิทธิของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านที่จะเป็นผู้อภิปรายได้เท่านั้น ส่วน ส.ส.พรรครัฐบาลไม่มีสิทธิอภิปราย ส่วนที่ต้องใช้เวลาจำนวนมาก เนื่องจากมีรายละเอียดที่ต้องซักถาม และมีรายละเอียดที่ต้องได้รับคำชี้แจง โดยเฉพาะกรณีการแถลงนโยบายของรัฐบาลเมื่อวันที่ 25-26 ก.ค. ที่ต้องระบุแหล่งที่มารายได้ซึ่งจะนำมาใช้ในนโยบายด้านต่างๆ

“พงศกร” ดักคอผู้นำชิ่งอีกแน่

พล.ท.พงศกร รอดชมพู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ไม่มาถามกระทู้ถามสดในสภาฯ ความจริงต้องมีมติ ครม.ชี้แจง แต่เห็นท่านนายกฯพูดกลายๆว่าท่านไปชักเย่อกับเด็กนักเรียน ส่วนที่ 7 พรรคฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายทั่วไป นายกฯต้องมาตอบเองคนอื่นตอบแทนไม่ได้ เพราะนายกฯเป็นผู้กล่าวถวายสัตย์ฯด้วยตัวเอง ถ้าไม่ยอมมาสังคมจะเคลือบแคลงสงสัย ยกตัวอย่างการพิจารณาคดีของศาลหากคุณบอกสาบานแค่ครึ่งคำคิดว่าศาลจะพิจารณาคดีให้ต่อหรือไม่ เรื่องนี้มีผลทั้งภายใน และภายนอกประเทศ ต่างชาตินักลงทุนมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ กลัวว่าหลายอย่างที่รัฐบาลดำเนินการไปจะเป็นโมฆะ พล.อ.ประยุทธ์ต้องรีบแก้ไขเกรงว่าจะทำให้ประเทศเสียหาย แต่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ยอมเข้าสภาฯมาตอบญัตติฯของฝ่ายค้าน แต่เราอยากให้ท่านมา

ถึงรอดตัวจากศาลเจอดาบซักฟอก

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติไทย กล่าวว่า ถึงอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ต้องชี้แจงเรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบต่อสภาผู้แทนราษฎร ไม่ชี้แจงไม่ได้ ล่าสุดดูเหมือน พล.อ.ประยุทธ์และเนติบริกรคู่ใจจะเตรียมหาทางออกเรื่องนี้ไว้อ้างจะไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องจบที่ศาลรัฐธรรมนูญที่เดียว หากมีคนร้องไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว ป.ป.ช.เห็นว่าผิดอาจฟ้องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ได้ “ไม่ว่าจบที่ศาลไหนหรือเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญจริง สภาฯยังสามารถพิจารณาเรื่องนี้ได้อยู่ดี ไม่มีปัญหาการชี้นำศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด เพราะทำหน้าที่คนละส่วนกัน และต่อให้หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ สภาอาจยังไม่ไว้ใจ พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงอภิปรายไม่ไว้วางใจกันต่อไปได้ อาจลงมติไม่ไว้วางใจเลยก็ได้ การที่พูดทำนองนี้เพราะไม่ต้องการให้บิดเบือนหลักการอย่างที่พยายามทำกันอยู่” นายจาตุรนต์ระบุ

“สนธิรัตน์” คิดบวก รบ.แพ้โหวต

ส่วนปัญหาเสียงสนับสนุนรัฐบาลปริ่มน้ำ ที่เริ่มมีสัญญาณเตือนจากการที่ฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวตร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯติดต่อถึง 2 ครั้งติดต่อกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่าวิปรัฐบาลต้องทำงานให้หนักขึ้น ไม่ใช่เรื่องของเสียงไม่พอ แต่เป็นเรื่องที่ ส.ส.และรัฐมนตรีบางคนติดภารกิจเข้าไปลงคะแนนไม่ทัน ต้องเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น เมื่อถามว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงในส่วน ส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบว่า ต้องพูดคุยกัน แต่ยืนยันว่าจะไม่กระทบกับการทำงานของรัฐบาล ถือเป็นสิ่งที่ดีที่มีเรื่องเสียงไม่พอในการพิจารณาร่างข้อบังคับ จะเป็นการกระตุ้นให้เน้นประสานงานกันมากขึ้น เมื่อถามว่าฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปกรณีนายกฯกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนจะกระทบการทำงานหรือไม่ นายสนธิรัตน์ ตอบว่าทุกคนต่างทำหน้าที่ อะไรเป็นสิ่งที่พึงทำได้ตามหน้าที่ก็ต้องทำ

“พุทธิพงษ์”ปัด รมต.-ส.ส.โดดร่ม

ขณะที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่าการลงมติที่แพ้โหวตครั้งที่ 2 ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลบางคนอาจเห็นต่างคิดอีกแบบหนึ่ง ถือเป็นสิทธิของสมาชิก ไม่ได้มาจากเสียงของรัฐบาลน้อยกว่า เหตุการณ์จะไม่เกิดในลักษณะนี้อีก เนื่องจากเข้าใจแนวทางแล้วว่าสาเหตุไม่ใช่มาจากมาไม่ครบหรือขาดประชุมกันเยอะ หรือไม่รับผิดชอบมันไม่ใช่ หากไปดูรายละเอียดการโหวต ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่ได้โหวตในทิศทางเดียวกัน เหมือนฟรีโหวตที่ทุกคนสามารถมีความคิดเห็นแตกต่างกันในข้อบังคับแต่ละข้อ ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นการพิจารณากฎหมายสำคัญแล้วรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ติดภารกิจจะแก้ปัญหาอย่างไร นายพุทธิพงษ์ตอบว่า พูดคุยกันแล้วจะให้มีการดูแลให้มีระเบียบวินัยครบถ้วนทุกคน ต้องรับผิดชอบ และตอนนี้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ยังไม่ต้องลาออก

“สุริยะ”เชื่อวาระใหญ่เสียงมาครบ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรมและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่าปัญหารัฐบาลแพ้ฝ่ายค้านโหวตในการลงมติร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร จริงๆแล้วทุกพรรค เห็นด้วยกับร่างข้อบังคับประชุมสภาฯอยู่แล้ว แต่ตอนหลังพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าจะต้องแก้ไข แต่ตนมองว่าจะออกซ้ายหรือขวาไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ไม่ใช่ปัญหาพรรคฝ่ายค้านและพรรคฝ่ายรัฐบาลแพ้หรือชนะ เพราะไม่ใช่ทำให้เกิดผลเสียหาย หรือทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ส่วนที่มีรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.บางคนไปโหวตไม่ทัน เพราะติดประชุม แต่เชื่อว่าเมื่อถึงเรื่องสำคัญพรรคร่วมรัฐบาลพร้อมเพรียง เชื่อว่าวิปรัฐบาลคุยกับพรรคร่วมอยู่ตลอด

“วราวุธ”มั่นใจ รบ.เรือเหล็กยังอยู่ได้

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่าพอรัฐบาลเป็นเสียงข้างมากบอกว่าพวกมากลากไป หรือเผด็จการทางสภาฯ พอบอกว่ารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำก็เป็นเสียงปริ่มน้ำ แต่เชื่อว่าอยู่ได้ไม่เป็นไร เมื่อถามว่าการแพ้โหวตในเวลาไล่เลี่ยกันถึง 2 ครั้ง จะกระทบการทำงานรัฐบาลหรือไม่ นายวราวุธตอบว่า เรื่องนี้เป็นการพิจารณาข้อบังคับ ยืนยันว่าอยู่ได้ แต่ถ้าเป็นการพิจารณาวาระสำคัญสมาชิกจะเข้าประชุมตามปกติ “เขาเรียกว่าแพ้กันบ้างชนะกันบ้าง ชนะหมดเขาก็หาว่าเผด็จการสภาฯพอปริ่มน้ำก็หาว่าปริ่มน้ำ แต่ผมมั่นใจว่าอยู่ได้” เมื่อถามว่าถือเป็นการแก้ลำข้อครหาเผด็จการสภาฯใช่หรือไม่ นายวราวุธตอบว่า เรายอมกันบ้างนิดๆหน่อยๆ และทางพรรคยังไม่มีนโยบายให้ผู้เป็นรัฐมนตรีลาออกจากการเป็น ส.ส.

“บิ๊กแดง” หลบสื่อชิ่งปมการเมือง

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่สนามกีฬากรมยุทธ์ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. มอบหมายให้ พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เป็นประธานตรวจเยี่ยมการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การทดสอบภาษาอังกฤษ และการทดสอบความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของผู้บังคับหน่วยระดับกรม และกองพัน ประจำปีงบประมาณ 2562 ครั้งที่ 2 โดยมีผู้บังคับหน่วยระดับกรมจำนวน 73 นาย และผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน 325 นายเข้าทดสอบ ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.อภิรัชต์ได้แจ้งยกเลิกกำหนดการตรวจเยี่ยมด้วยตัวเองก่อนถึงเวลาตามกำหนดการเพียง 5 นาที โดยมอบหมายด่วนให้ พล.อ.กู้เกียรติ เป็นประธานตรวจเยี่ยมแทน เชื่อว่าเป็นการหลีกเลี่ยงที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนประเด็นการเมือง

“บิ๊กตู่” ถก ครม.เศรษฐกิจนัดแรก

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจครั้งที่ 1/2562 เพื่อพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรับมือความผันผวนจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว กระทบการส่งออกของไทย โดยกระทรวงการคลังเสนอมาตรการเร่งด่วนมุ่งการบริโภคภายในประเทศ เพิ่มรอบการหมุนของเม็ดเงินไปยังกลุ่มต่างๆ รวมทั้งติดตามความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดยมีรองนายกฯ รัฐมนตรี และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยนายกฯมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสหันมายิ้มให้ผู้สื่อข่าว

เร่งขับเคลื่อนพยุงเศรษฐกิจปี 63

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างการประชุมว่าเป็นการประชุมครั้งสำคัญของคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจครั้งแรก มีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ทุกคนทราบดีว่าเรามีปัญหาพอสมควรด้านเศรษฐกิจ ขอให้ทุกคนติดตามรายละเอียดเพื่อหาหนทางขับเคลื่อน เรื่องที่พิจารณาอนุมัติเพราะเป็นสถานการณ์เร่งด่วน เพื่อให้ทันต่อการเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งต่อไป และเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไตรมาส 3 และ 4 หากทำไม่ได้ตอนนี้จะมีผลต่องบประมาณปี 2563 ไตรมาส 1 และ 2 ด้วยสถานการณ์โลกในวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาสงครามเศรษฐกิจจาก 2 ประเทศยักษ์ใหญ่

บอกสื่อทุกอย่างเรียบร้อยดี

ต่อมาเวลา 11.40 น.ภายหลังการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจเสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆว่า “เดี๋ยวมีแถลงผลประชุม ทุกอย่างเรียบร้อยดี” จากนั้นนายกฯได้กลับตึกไทยคู่ฟ้าทันที ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่รองนายกฯและรัฐมนตรีต่างทยอยเดินกลับหลังเสร็จสิ้น มีเพียงนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่เดินขึ้นไปตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อหารือกับนายกฯต่อ

สั่งประเมินผลอัปเดตบัตรคนจน

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯกำชับให้ประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และนำผลการประเมินมาปรับปรุงการแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน นายกฯย้ำว่าบิ๊กดาต้าผู้มีรายได้น้อยจะต้องปรับปรุงแก้ไขวิเคราะห์ข้อมูลอย่างถี่ถ้วนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนให้ครบถ้วนทุกมิติ ปีที่ผ่านมาผู้มีรายได้น้อยเข้าพัฒนาอาชีพ 3.2 ล้านคน ช่วยให้พ้นจากเส้นความยากจนที่ระดับรายได้ 30,000 บาทต่อปีได้ถึง 1 ล้านคน ช่วยให้พ้นเพดานรายได้ที่ 100,000 บาทได้ 1 แสนคน นายกฯยังเชิญชวนภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐพัฒนาทักษะอาชีพ จ้างงานผู้มีรายได้น้อย

ยกพลระดมสมอง 20 ผู้ว่าฯอีสาน

นางนฤมลกล่าวอีกว่า นอกจากนี้นายกฯ จะนำคณะลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ พร้อมเป็นประธานการประชุม ผวจ. 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บูรณาการบริหาร จัดการน้ำใน จ.สุรินทร์ และ จ.บุรีรัมย์ วันที่ 19 ส.ค. ช่วงเช้านำคณะสังเกตการณ์ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง โครงการชลประทานสุรินทร์ ฟังบรรยายสรุปและแนวทางการให้ความช่วยเหลือ ปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชน ประชุมแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 20 จังหวัดภาคอีสาน ณ ศาลากลาง จ.สุรินทร์ ช่วงบ่ายตรวจเยี่ยมอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก โครงการชลประทาน บุรีรัมย์ ฟังบรรยายสรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำและแนวทางการแก้ไขปัญหา จ.บุรีรัมย์

รัฐทุ่ม 3.16 แสนล้านต่อลมหายใจ ศก.

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุม ครม.เศรษฐกิจว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ รวมใช้เม็ดเงิน 316,000 ล้านบาท เป็นสินเชื่อจากธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 200,000 ล้านบาท ส่วนอีก 100,000 ล้านบาท ครึ่งหนึ่งเป็นเงินงบประมาณที่จัดสรรในกองทุนต่างๆ และอีกครึ่งหนึ่งเป็นงบประมาณใหม่ ตั้งเป้าอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้ไม่ต่ำกว่า 3% โดยจะเสนอที่ประชุม ครม.วันที่ 20 ส.ค.นี้

ธ.ก.ส.ลด ดบ.-ช่วยชาวนาไร่ละ 500

นายอุตตมกล่าวว่า มาตรการที่ ครม.เศรษฐกิจเห็นชอบมี 4 มาตรการใหญ่ 1.มาตรการบรรเทาค่าครองชีพเกษตรกรประสบภัยแล้งปี 2562 ใน 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ลูกค้าที่ประสบภัยแล้ง 13 จังหวัด จะมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนี้ 909,040 ราย ได้รับสิทธิกู้เงินรายละไม่เกิน 30,000 บาทเป็นเวลา 1 ปี อัตราดอกเบี้ย 0.1% ต่อปี โครงการขยายเวลาชำระหนี้ประสบภัยแล้ง 13 จังหวัด ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณา และโครงการสินเชื่อใหม่ช่วยเหลือภัยแล้ง กำหนดวงเงินกู้ไว้ 50,000 ล้านบาท ปล่อยกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท ไร้ดอกเบี้ยปีแรก ปีต่อไปอัตราดอกเบี้ยปกติ 7% ต่อปี และสินเชื่อฟื้นฟูซ่อมแซมความเสียหายวงเงิน 5,000 ล้านบาท กู้ได้รายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี 2.มาตรการลดต้นทุนปลูกข้าวนาปีการผลิต 2562/63 ธ.ก.ส.สนับสนุนเงิน 500 บาทต่อไร่ไม่เกิน 20 ไร่ ให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้จำนวน 2,979,453 ราย และที่จะทยอยขึ้นทะเบียนเข้ามาอีก

แจกเงินเที่ยวไทยหัวละพัน 3 เดือน

นายอุตตมกล่าวว่า 3.มาตรการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ ประกอบด้วย มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านโครงการ “ชิมช็อปใช้” สนับสนุนค่าใช้จ่ายในระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างเดือน ก.ย.-พ.ย. โดยให้คนละ 1,000 บาท ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (g-Wallet) ใช้จ่ายท่องเที่ยวในจังหวัดที่ไม่ใช่ถิ่นที่อยู่ในบัตรประชาชน ธนาคารกรุงไทยจะเปิดแอปพลิเคชันให้ประชาชนและร้านค้าร่วมลงทะเบียน และยังมีเงินชดเชยหรือ Cash Rebate อีก 15% ในยอดค่าอาหารและเครื่องดื่ม ซื้อสินค้าท้องถิ่น และค่าที่พักจากการท่องเที่ยว รวมกันแล้วสูงสุดได้ไม่เกินคนละ 30,000 บาท สรุปจะได้รับเงินคืนสูงสุด 4,500 บาท ผ่านระบบ g-Wallet เมื่อรวมกับเงินสนับสนุนคนละ 1,000 บาท รวมเงินที่ได้รับจาก “ชิมช็อปใช้” สูงสุดไม่เกิน 5,500 บาท ตั้งเป้าคนร่วมโครงการไว้ 10 ล้านคน เปิดลงทะเบียนวันที่ 1-22 ก.ย. คาดว่าจะใช้งบฯ 19,000-20,000 ล้านบาท

ยกเลิกวีซ่าดึง นทท.จีน-อินเดีย

นายอุตตมกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันจะมีโครงการยกเลิกการตรวจลงตราหรือวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนและอินเดียเข้ามาพำนักในไทยได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน เริ่มเดือน ต.ค.-ก.ย. รัฐจะสูญรายได้ ทั้งปี 12,133 ล้านบาท รวมถึงมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนได้ 1.5 เท่า เป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อลงทุนซื้อเครื่องจักร ตั้งแต่วันที่ ครม.เห็นชอบถึงวันที่ 31 มี.ค.63 คาดว่ารัฐบาลสูญเสียรายได้ประมาณปีละ 1,000 ล้านบาท รวม 5 ปี 5,000 ล้านบาท

เติมเงินบัตรคนจน-คนชรารับ 2 ต่อ

นายอุตตมกล่าวว่า มาตรการที่ 4 ประกอบด้วย 1.โครงการช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคือ มาตรการพยุงการบริโภคโดยเพิ่มเงิน 500 บาทเพื่อใช้จ่ายอุปโภคบริโภค ผู้ถือบัตรที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้เพิ่มขึ้นรวมเป็นเงิน 800บาทต่อเดือน ผู้มีรายได้มากกว่า 30,000 บาทแต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ได้เพิ่มขึ้นเป็น 700 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่ ส.ค.-ก.ย. มาตรการมอบเงินผู้สูงอายุที่ถือบัตรอีกคนละ 500 บาทต่อเดือน เป็น เวลา 2 เดือน ตั้งแต่ ส.ค.-ก.ย. ดังนั้นผู้สูงอายุที่ถือบัตรจะได้รับเงินตามข้อที่ 1 ด้วย และมอบเงินช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตรแก่ผู้ถือบัตรภายใต้โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อีก 300 บาทต่อเดือน ตั้งแต่เดือน ส.ค.-ก.ย. และ 2.โครงการพักชำระหนี้เงินต้นกองทุนหมู่บ้าน โดย ธ.ก.ส.และธนาคารออมสินพักชำระหนี้เงินต้นให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นระยะเวลา 1 ปี

“บิ๊กตู่” อัดการเมืองพูดไม่รับผิดชอบ

ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น.ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นำคณะผู้แทนประเทศไทย ผู้บริหารและคณะทำงานกว่า 20 คน เข้าพบนายกฯเพื่อรายงานผลการแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ โดยนายกฯกล่าวว่า เป็นอีกวันที่มีความสุขได้พบกับเด็กทุกคน รัฐบาลกำลังแก้ไขทุกปัญหา ขอเพียงเข้าใจให้กำลังใจรัฐบาลและรัฐมนตรี ส่วนการเมืองเป็นเรื่องของการเมือง แต่พูดแล้วไม่รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น ต้องเปลี่ยนแปลงได้แล้ว ขอฝากให้ทุกคนรักสามัคคีกัน คนไทยอดทนน้อย ไม่ชอบอะไรที่รอนาน คิดแต่ว่าโลกประชาธิปไตยจะทำอะไรก็ได้ แต่แล้วไม่ได้อะไรกลับมาเป็นชิ้นเป็นอันหากไม่มีหลักการ ประชาธิปไตยอาจดีที่สุดในโลกปัจจุบัน แต่มีปัญหามากพอควรในการบริหารประเทศ ไม่ใช่ว่าประเทศเรามีประชาธิปไตยน้อยกว่า ใคร หากน้อยคงไม่มีใครมาพูดจาเลอะเทอะอยู่แบบนี้ นี่คือประชาธิปไตยเต็มที่ สื่ออยากเขียนอะไรก็เขียน ขออย่าเบื่อหน้าลุง สื่อจะพาดข่าวหน้า 1 ทุกวัน ขอร้องอย่าเบื่อกัน เพราะได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด

ยันนายกฯ-ครม.ทำถูกต้องตาม รธน.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ยืนยันรัฐบาลมุ่งมั่นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ดีที่สุด การนำตัวอย่างประเทศมหาอำนาจมาใช้ ต้องมองด้วยว่าที่ผ่านมาประเทศเหล่านั้นผ่านอะไรมาบ้าง อาจมีทำสงครามรบรากัน ขณะที่ประเทศไทยรบกันด้วยปาก ทะเลาะ เบาะแว้งกันและทำให้ตนอารมณ์เสียอยู่ทุกวันนี้ แม้จะพยายามอารมณ์ดี และมีคนข้างนอกเข้ามาช่วย เช่น โฆษกรัฐบาลคนสวยมาช่วยเป็นปากเป็นเสียงให้ จะพยายามไม่ไปโต้เถียง ขี้เกียจพูด พูดมา 5 ปีแล้วเหนื่อย อยากให้เด็กๆมาเยี่ยมชมทำเนียบฯ วันหน้าจะได้มาเป็นนายกฯ ถ้าไหวช่วยนายกฯหน่อย เพราะประเทศไทยต่อให้ “ลี เซียนลุง” ก็เอาไม่ไหว หากความเกลียดชังยังอยู่ประเทศไทยจะเดินต่อไปไม่ได้ โดยเฉพาะความพยายามที่จะให้รัฐบาลเป๋ไปเป๋มา ความน่าเชื่อถือจะหายไป ยืนยันว่าผมทำทุกอย่างถูกต้องทุกประการ เราไม่อาจไปก้าวล่วงใดๆได้ทั้งสิ้น ถือว่าเป็นการกระทำของนายกฯกับทั้ง ครม.ตามรัฐธรรมนูญ อย่ากังวลไม่ต้องห่วง

ถกโผทหารก่อนประชุมสภากลาโหม

จากนั้นเวลา 14.30 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาประชุมสภากลาโหมครั้งแรกก่อนเวลาร่วมหารือวงเล็กร่วมกับคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล ประจำปี 2562 ประกอบด้วย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.เหล่าทัพและ พล.อ.ชัยพฤกษ์ พูนสวัสดิ์ เจ้ากรมเสมียนตรากระทรวงกลาโหม จากนั้นเวลา 15.00 น. จึงเป็นประธานประชุมสภากลาโหม กระทั่งเวลา 15.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่าได้เน้นย้ำให้นำนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ ขอร้องให้ช่วยกันสนับสนุนภารกิจของหน่วยราชการต่างๆ เช่น การแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย การปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลได้สอบถาม ผบ.เหล่าทัพอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการพิจารณาของเหล่าทัพ ขอร้องสื่อมวลชนอย่าเพิ่งวิพากษ์วิจารณ์ไปเกินกว่าเหตุ ใจร้อนกันจริงๆ ตนยังไม่เห็นอะไรเลย แต่บอกให้เขาไปปรับให้เป็นธรรม ให้ดูตามความเหมาะสม ความอาวุโส ขีดความสามารถและสอบประวัติให้ดี อย่าให้มีปัญหา และเป็นเรื่องของหน่วยที่จะพิจารณาเสนอรายชื่อเข้ามา ไม่ใช่ตนเสนอ เมื่อถึงเวลาเขาก็ส่งรายชื่อมาเอง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ยันศึกษามาดีไม่เทงบฯฟุ่มเฟือย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่าในฐานะประธาน ครม.เศรษฐกิจ ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้อะไรเลย ต้องนำข้อมูลจากทุกหน่วยงานมาดูว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจภูมิภาคเป็นอย่างไร ประเทศไทยอยู่ตรงไหน ส่วนใดอ่อนหรือตกลงไปจำเป็นต้องเพิ่มการใช้จ่ายลงไปในระบบหรือไม่ มาตรการต่างๆที่ออกมาจะเห็นว่าครอบคลุมทุกอย่าง งบฯประจำปีมีอยู่จำกัด เรามีงบฯเพียงไม่กี่หมื่นล้านต้องไปช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย และได้รับผลกระทบ เช่น การเยียวยา เป็นไปตามมาตรการการเงินการคลังอยู่แล้ว โดยใช้ธนาคารของรัฐ ลดดอกเบี้ยและลดระยะเวลาการชำระหนี้ ทุกประเทศก็ใช้วิธีแบบนี้ ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าจะใช้งบฯอย่างคุ้มค่าและประหยัดที่สุด ไม่ใช่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ฟุ่มเฟือยไม่ได้ ขอให้เข้าใจด้วยว่ามาตรการต่างๆเป็นการเฉพาะกลุ่มไม่ใช่การให้เปล่า

แทงกั๊กค่อยดูไปตอบอภิปรายหรือไม่

เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปประเด็นการถวายสัตย์ฯไม่ครบว่า ถือเป็นกลไกรัฐสภา ตนเคารพขั้นตอนสภา ทุกครั้งที่ไม่ไปตอบกระทู้เพราะมีวาระการทำงานล่วงหน้า ครั้งที่แล้วลงพื้นที่ จ.ยะลา นัดไว้แล้วต้องไปตามนั้น ทุกวันมีตารางงานกำหนดไว้ล่วงหน้า แต่หากจะตั้งกระทู้ขึ้นมาใหม่จะดูอีกทีว่าจะไปได้หรือไม่ ครั้งที่แล้วก็ไปทำกิจกรรมดูแลผู้ด้อยโอกาสพิการทางสายตา ไม่ใช่เอาเวลาว่างไปเตะฟุตบอลไปเล่นชักเย่อ ช่วยตนด้วยสิ ทอดทิ้งเขาไม่ได้ เป็นหน้าที่และต่อไปจะไปตรวจภัยแล้ง เมื่อถามว่าหากประธานสภาฯบรรจุญัตติอภิปรายเกี่ยวกับนายกฯจะไปตอบคำถามเองหรือไม่ นายกฯตอบว่า แล้วแต่ท่านเดี๋ยวค่อยดู เมื่อถามว่า ประธานสภาฯระบุว่าไม่ว่ากระทู้หรืออภิปราย นายกฯควรต้องไปตอบเอง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าขอบคุณท่านประธานสภาฯ

ไม่กลัวอะไรทั้งนั้นเดินตรงไม่เป๋หกล้ม

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านบอกนายกฯกลัวสภา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทันทีว่า “ผมจะกลัวเขาทำไม ผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ส่วนที่ได้ชี้แจงการถวายสัตย์ปฏิญาณกับเยาวชนผู้เข้าแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศนั้น เพราะเชื่อมั่นว่าทำครบถ้วนกระบวนการ ไอ้เรื่องอื่นๆไปว่ากันตามกฎหมายแล้วกัน” เมื่อถามว่าจะเคลียร์คิวงานเพื่อเข้าสภาฯบ้างหรือไม่ ถ้ามีการอภิปรายหรือตั้งกระทู้ต่อนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่รู้ ไว้ค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน มีขั้นตอนและมีการแก้ปัญหาของตนอยู่แล้ว มีฝ่ายกฎหมายก็ต้องฟัง อะไรที่มีผลกระทบไปถึงเรื่องอื่นๆ ต้องระมัดระวังให้มากที่สุดเข้าใจหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนกระทำต่อหน้าพระพักต์ถวายพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ขอให้เข้าใจตรงกัน เมื่อถามว่านายกฯระบุการเมืองพยายามทำให้รัฐบาลเป๋ไปเป๋มา นายกฯ กล่าวว่าตนไม่เคยเป๋ ยังเดินเข้มแข็ง เดินตรงทางตลอด ไม่มีหกล้มเลย

“บิ๊กป้อม” เน้น 9 แผนยกระดับแรงงาน

ที่กระทรวงแรงงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน โดย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ให้กระทรวงดำเนินการตาม 9 แผนงานหลัก อาทิ พัฒนาแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรม 4.0 และอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล เตรียมรองรับเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ พัฒนาทักษะอาชีพให้คนทุกช่วงวัย ตอบโจทย์รองรับการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ส่งเสริมการมีงานทำที่มีคุณค่าให้ทุกกลุ่ม คุ้มครองแรงงานทั้งในและนอกระบบให้มีรายได้สวัสดิการ และ หลักประกันทางสังคมที่เพียงพอเหมาะสมกับการดำรงชีพ สร้างกระบวนการยอมรับผ่านกลไกคณะกรรมการไตรภาคีเพื่อกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำให้แรงงานแรกเข้า และค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือที่เหมาะสมกับทักษะความเชี่ยวชาญ เป็นต้น

“เสี่ยหนู” เจียด 3,800 ล้าน หนุน สสส.

เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ครั้งที่ 7/2562 โดยนายอนุทิน และนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ได้ถอดสูทนำผู้บริหาร สสส.และเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมประชุม ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายบริหารร่างกายสไตล์ไทย อาทิ ท่าบัวตูมบัวบาน ท่าไผ่ลู่ลม ท่ายักไหล่ และท่าสวัสดี เป็นต้น เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อและสมองช่วยให้ปอดกับหัวใจแข็งแรง ก่อนเริ่มประชุม นายอนุทินกล่าวหลังประชุมว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนงานประจำปี 2563 และงบประมาณของ สสส.จำนวน 3,800 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้ว 100 ล้านบาท

“ธนาธร” จุดพลุแก้ รธน.คืนอำนาจท้องถิ่น

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมวงเสวนา“Next Station ประชาธิปไตยไทย ปักหมุดเลือกตั้งท้องถิ่น”จัดโดยสถาบันพระปกเกล้า นายธนาธรกล่าวตอนหนึ่งว่า พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องท้องถิ่นมาก เป็นรากฐานการพัฒนาประเทศสำคัญที่สุดละเลยมานาน การออกแบบรัฐที่ไม่ตอบสนองประชาชน อำนาจที่รวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลางแบบนี้ ทำให้ปัญหาในประเทศไทยมีมากมายและไม่ได้รับการแก้ไข ถ้าเราไม่ปฏิรูประบบ รัฐราชการที่รวมศูนย์อำนาจจริงๆ ประเทศเราเดินต่อไปไม่ได้ และพาประเทศเราไปไกลกว่านี้ไม่ได้ เหตุผลที่พรรคจะลงการเมืองท้องถิ่นไม่ได้มาจากต้องการฐานเสียง แต่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น ต้องการปฏิรูประบบราชการรวมศูนย์ ต้องการสร้างประชาธิปไตยจากพื้นฐาน อยากจะสร้างเมืองดีๆ จังหวัดที่น่าอยู่ ประเทศจะก้าวหน้าไปไกลกว่านี้ไม่ได้เลย ถ้าแข็งแต่หัวแล้วข้างล่างอ่อนแอ ประเทศจะเข้มแข็งก้าวหน้าไปได้ ต้องเริ่มจากส่วนที่เล็กที่สุด อยากเสนอให้ดึงภาษีให้ท้องถิ่นนำมาบริหารได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องเอาไปรวมที่กรุงเทพฯแล้วค่อยแบ่ง ไม่ต้องเอาไปรวมในสภาฯแล้วไปแย่งกันในสภาฯ เราต้องค่อยๆดึงอำนาจมาจากรัฐราชการทีละอำนาจทีละตัว เปิดให้ท้องถิ่นค่อยๆเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพตัวเอง จะทำได้ต้องไปแก้ที่รัฐธรรมนูญ

ทนาย ปชป.ขนหลักฐานสู้คดีหุ้นสื่อ

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญนายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ นำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา พร้อมหลักฐานของ 6 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกร้องถือหุ้นสื่อโดยใช้รถกระบะ 1 คัน ขนเอกสารจำนวน 17 กล่องมาส่ง นายราเมศกล่าวว่า ในจำนวน 6 คน มี 3 คน ประกอบด้วย น.ส.จิตภัสร์ (ตั๊น) กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสมชาติ ประดิษฐพร น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ที่มีการโอนหุ้นก่อนลงสมัคร ส.ส. วันที่ 4 ก.พ.ไปแล้ว โดยทั้ง 6 ส.ส. ยืนยันว่า ทั้ง 6 บริษัทที่แต่ละคนถือหุ้นไม่มีบริษัทใดที่ประกอบกิจการธุรกิจสื่อเลย ที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นคำร้องต่อศาลจึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ อย่างไรก็ตามส.ส.อีก 1 คน ของพรรคคือนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ได้ตั้งทนายรวบรวมยื่นหลักฐานเอง

ร้องสอบ “สุภา” คดีถุงสินบนอินโดฯ

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสยามราช ผ่องสกุล ที่ปรึกษากฎหมายของนางแนนซี่ มาตาซูตะ อดีตประธานสภาหอการค้าไทยอินโดนีเซีย ชาวอินโดนีเซียเข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้พิจารณาตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะทำงานตรวจสอบพยานหลักฐานในคดีทุจริตโครงการปลูกปาล์มน้ำมันที่อินโดนีเซีย เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไทยแล้วเรื่องยังเงียบอยู่ โดยนางแนนซี่พยานในคดีดังกล่าว รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกกลั่นแกล้ง ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีไว้กับตำรวจอินโดนีเซียแล้วให้ดำเนินคดีทางอาญากับ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.และนางรสยา เธียรวรรณ ผู้บริหารบริษัท ปตท.กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ในข้อหาความผิดเกี่ยวกับการให้ถุงสินบนพยานและสร้างพยานหลักฐานเท็จ รวมถึงการไต่สวนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายค้านอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติถวายสัตย์ฯไม่ครบประยุทธ์ จันทร์โอชาชวน หลีกภัยมาตรา 152ข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้