ข่าว
100 year

พิชัย เย้ย สมคิด หากยังไม่รู้จริง ศึกษาข้อมูลให้ดี ก่อนพูดปมพลังงาน

ไทยรัฐออนไลน์16 ส.ค. 2562 14:00 น.
SHARE

“พิชัย” ติง “สมคิด” ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนพูดเรื่องพลังงาน ชี้ เห็นด้วยเจรจาเรื่องพลังงานจากพื้นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชา แนะเร่งตรวจสอบคดีสวนปาล์มอินโดฯของ ปตท.ที่กำลังอื้อฉาว

วันที่ 16 ส.ค. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เพิ่งจะมาให้ความสนใจเรื่องนโยบายพลังงาน ทั้งๆ ที่ 5 ปีที่ผ่านมาไม่เคยเห็นนายสมคิดพูดเรื่องพลังงานเลย และรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ก็ไม่มีผลงานอะไรในด้านพลังงานตลอด 5 ปี ยกเว้นให้บริษัทลูกของ กฟผ.ไปซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินที่โลกกำลังจะเลิกใช้แล้ว ในประเทศอินโดนิเซีย ใช้เงิน 1.17 หมื่นล้านบาท แต่ได้หุ้นมาเพียง 11-12% เท่านั้น และอนาคตการลงทุนนี้น่าจะย่ำแย่ตามอนาคตของถ่านหิน ซึ่งผมได้เคยทักท้วงไว้แล้ว เพราะเชื่อว่าน่าจะมีข้อครหาเรื่องการทุจริต ดังนั้นการที่นายสมคิดออกมาพูดเรื่องพลังงานอาจจะมีเจตนาเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนจากบางเรื่อง เช่น เรื่องการถวายสัตย์ผิดพลาดก็เป็นได้

อย่างไรก็ดี ผมเห็นด้วยกับหลายนโยบายที่รัฐบาลเสนอ โดยเฉพาะการเจรจาเพื่อนำพลังงานจากแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชาขึ้นมาแบ่งกัน ซึ่งผมได้เสนอแนวคิดและเรียกร้องเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะไทยที่มีความพร้อมมากกว่าจะได้ประโยชน์อย่างมหาศาล และจะทำให้รัฐได้รายได้เพิ่มปีละเป็นแสนๆ ล้านบาท เพื่อนำมาช่วยสนับสนุนการประกันสุขภาพ หรือช่วยสวัสดิการผู้สูงอายุที่จะต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต ทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องเลยกับแบ่งเขตแดน เป็นแค่การนำพลังงานขึ้นมาแบ่งกันเท่านั้น อีกทั้งในอนาคตโลกอาจจะเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานที่เป็นฟอสซิล ซึ่งอาจจะทำให้แหล่งพลังงานนี้ไม่มีมูลค่าอีกต่อไปแล้วก็เป็นได้ จึงควรรีบเจรจาและรีบขุดมาใช้ขณะที่ยังมีมูลค่าและความต้องการอยู่ ในสมัยที่ผมดำรงตำแหน่ง รมว.พลังงาน ก็ได้พยายามผลักดันเรื่องนี้เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน อีกทั้งยังน่าจะสามารถทำให้ราคาก๊าซและราคาไฟฟ้าในประเทศถูกลงได้ด้วย

อย่างไรก็ดี อยากให้นายสมคิดได้ศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนที่จะพูด เพราะตามข่าวนายสมคิดได้พูดว่าสหรัฐฯ ขอให้ไทยเป็นตัวกลางในการเจรจา เหมือนกับว่าแหล่งพลังงานนั้นเป็นของสหรัฐฯ แล้ว ซึ่งไม่ใช่ แหล่งพลังงานนี้ต้องเป็นของไทยและกัมพูชาที่จะต้องเจรจากันเอง จริงอยู่ว่าในอดีตนานมากแล้วไทยได้มีการให้สัมปทานไปแล้วกับบริษัทพลังงานของสหรัฐฯ แต่นายสมคิดคงยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลละเอียดจึงไม่ทราบว่า กัมพูชาเองก็ให้สัมปทานทับซ้อนในพื้นที่ให้กับบริษัทพลังงานของประเทศอื่นไปแล้วเหมือนกัน ในขณะที่มีการให้สัมปทานนั้น เข้าใจว่า บมจ.ปตท.ยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ ดังนั้นหากประเทศไทยตกลงกับประเทศกัมพูชาได้ ทั้งสองประเทศ อาจจะต้องร่วมกันเปิดประมูลกันใหม่ เพื่อให้บริษัทพลังงานทั่วโลกรวมถึงบริษัทพลังงานของไทยได้มีส่วนร่วมประมูลด้วย ซึ่งจะทำให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด และเป็นแนวทางที่หลายประเทศได้ทำกัน ดังนั้นจะอ้างว่าสหรัฐฯ ขอให้เป็นตัวกลางน่าจะไม่ถูกต้อง และอาจสร้างความเสียหายได้ เหมือนกับว่านายสมคิดตั้งใจยกแหล่งพลังงานนี้ให้กับบริษัทพลังงานของสหรัฐฯ ไปแล้ว คล้ายกับที่ผ่านมาโดนครหาว่านายสมคิดได้ยกรถไฟความเร็วสูงให้กับจีน ดังนั้นจึงอยากให้นายสมคิดศึกษาให้ดีก่อนที่จะพูด

นายพิชัย กล่าวต่อว่า เรื่องแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนนี้เป็นเรื่องใหญ่มีผลประโยชน์สูงมาก อีกทั้งยังเป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความรู้สึกของประชาชน โดยต้องทำให้โปร่งใสทุกขั้นตอน และควรเจาะจงไปเลยว่าจะนำรายได้มหาศาลที่จะเกิดขึ้นนี้ไปใช้เรื่องใดที่ประชาชนจะต้องได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ จะมาทำงุบงิบเหมือนสมัยอยู่ในช่วงรัฐบาลเผด็จการไม่ได้แล้ว เรื่องนี้ยังมีรายละเอียดอีกมาก ดังนั้นอย่าเพิ่งพูดมั่วๆ ถ้ายังไม่รู้จริง

อีกเรื่องที่อยากให้ศึกษาให้ดีคือเรื่องที่จะให้ ปตท.ผลิตปุ๋ยราคาถูกเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งทำให้นึกถึงโครงการปุ๋ยแห่งชาติในอดีตที่มีวัตถุประสงค์แบบเดียวกัน แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จเพราะต้นทุนการผลิตปุ๋ยในประเทศไทยสูงกว่าการนำเข้าปุ๋ยมาก จึงอยากให้มั่นใจว่าต้นทุนจะต่ำกว่าจริง อีกทั้งไม่แน่ใจว่านายสมคิดได้สอบถามผู้นำเข้าปุ๋ยรายใหญ่ที่สนิมสนมกับนายสมคิดแล้วหรือยังในเรื่องนี้

"ท้ายสุดนี้ เรื่องของพลังงานที่เป็นเรื่องสำคัญ และเป็นเรื่องที่ผมเรียกร้องมาตลอด 5 ปีนี้คือการขอให้รัฐบาล และ ป.ป.ช.ได้เร่งตรวจสอบการทุจริตโครงการสวนปาล์มในประเทศอินโดนีเชีย ของ ปตท.ที่กำลังอื้อฉาวอยู่ในปัจจุบัน โครงการนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ โดยผมได้สั่งให้ทำการตรวจสอบโครงการนี้ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ารับตำแหน่ง รมว.พลังงาน จนต่อมา ปตท.ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโครงการนี้จนพบความผิดและได้ส่งให้ ป.ป.ช.แล้ว แต่เรื่องดำเนินไปล่าช้ามาก จนมามีเรื่องอื้อฉาวมากมายอยู่ในขณะนี้ โดยมี การกล่าวหาว่ามีบุคคลระดับสูงใน ป.ป.ช.มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย จึงอยากให้มีการเร่งตรวจสอบนำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีเพื่อกำจัดการทุจริตคอร์รัปชัน และเป็นข้อเตือนใจว่าแม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่ก็ยังสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่ทุจริตคอร์รัปชันได้ และจะได้เป็นบทเรียนให้แก่รัฐบาลนี้ด้วย" นายพิชัย กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พิชัย นริพทะพันธุ์พลังงานศึกษาข้อมูลให้ดีสมคิด จาตุศรีพิทักษ์รมว.พลังงานไทย-กัมพูชาปตท.ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้