ข่าว
100 year

ฝ่ายค้านลงชื่อขอยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปนายกฯ “ชวน” มอง ควรมาตอบเอง

ไทยรัฐออนไลน์16 ส.ค. 2562 10:38 น.
SHARE

ฝ่ายค้านแนบ 214 รายชื่อ ส.ส. ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป “บิ๊กตู่” ปมถวายสัตย์และไม่แจงแหล่งรายได้ต่อสภา “ชวน” คาด เปิดอภิปรายได้ภายในเดือนนี้ มอง นายกฯ ควรมาตอบเอง

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย พร้อมตัวแทน ส.ส. 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นหนังสือต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอยื่นญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามช่องทางมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ กรณีนายกรัฐมนตรีกระทำผิดรัฐธรรมนูญถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วน และกรณีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาโดยไม่แสดงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะใช้ดำเนินนโยบาย เพราะยังคลางแคลงใจต่อฝ่ายค้านและอาจส่งผลกระทบต่อการบริหารบ้านเมือง โดยนำรายชื่อ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ร่วมลงชื่อ 214 คน ยื่นต่อประธานสภาฯ ด้วย

ทางด้าน นายชวน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า จะให้เจ้าหน้าที่นำส่ง นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ซึ่งดูแลเรื่องญัตติเพื่อตรวจความถูกต้องสำหรับการยื่นผ่านช่องทางมาตรา 152 ตามรัฐธรรมนูญใหม่ เนื่องจากของเดิมไม่มีและข้อบังคับที่อนุโลมใช้อยู่ ก็ไม่ได้กำหนดเรื่องนี้เอาไว้ ทั้งนี้ จะพิจารณาไปตามข้อบังคับที่ใช้อยู่ในขณะนี้ เมื่อตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยก็สามารถบรรจุได้เป็นเรื่องด่วนสามารถพิจารณาได้ก่อน ซึ่งแล้วแต่มติของที่ประชุม และคาดว่าจะเปิดอภิปรายได้ภายในเดือนนี้ โดยทางสภาฯ จะแจ้งไปยังรัฐบาลให้รับทราบ และไม่ต้องรอให้รัฐบาลมีความพร้อม เพราะสามารถกำหนดเวลาบรรจุเป็นวาระได้เอง

ส่วนรัฐบาลจะมีสิทธิ์เลี่ยงการมาตอบหรือไม่ ต้องถามรัฐบาล หน้าที่ของสภาคือทำตามข้อบังคับและกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ส่วนตัวเห็นว่านายกรัฐมนตรีจะต้องมาตอบเอง แม้แต่เรื่องกระทู้ก็ควรจะต้องมาตอบ จะตอบว่าไม่ตอบ หรือส่งใครมาก็ควรจะตอบ แต่ถ้าไม่ตอบก็ควรแจ้งมา โดยให้เป็นความเห็นของคณะรัฐมนตรี สำหรับก่อนหน้านี้ที่นายกรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ ยังไม่มีการแจ้งมาเป็นลายลักษณ์อักษร

นอกจากนี้ นายสุทิน กล่าวต่ออีกว่า หากสามารถเปิดอภิปรายได้ภายในเดือนนี้ ก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นประโยชน์ และทางฝ่ายค้านก็พอใจ เพื่อจะได้ทำให้สถานภาพของคณะรัฐมนตรีได้ความกระจ่าง และทันการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 อีกทั้ง ขณะนี้สังคมรับทราบโดยทั่วไปว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวคำปฏิญาณไม่ครบ และนายกรัฐมนตรีมีท่าทีเสมือนยอมรับแล้ว การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก็ไม่ได้แสดงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะใช้ดำเนินนโยบาย ดังนั้น 2 ประเด็นนี้จึงคิดว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ และจะเป็นปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลเอง หากปล่อยไว้จะเกิดผลเสียต่อประเทศ และประชาชน

เพราะฉะนั้น การใช้ช่องทางมาตรา 152 ของฝ่ายค้าน เพื่อซักถามและเสนอแนะน่าจะเป็นทางออกหนึ่งตามกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ จึงขอใช้โอกาสนี้แนะนำและทำให้เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล โดยฝ่ายค้านจะรอฟังจากนายกรัฐมนตรีก่อน หากชี้แจงได้ชัดเจนโดยไม่มีข้อติดใจและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่ทำให้ฝ่ายค้านยอมรับได้ ทางฝ่ายค้านพร้อมถอนญัตติดังกล่าว แต่หากคำชี้แจงฟังแล้วไม่มีเหตุผล ก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปผ่านช่องทางตุลาการ โดยการยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนทางฝ่ายนิติบัญญัติก็อาจจะถึงขั้นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 151

อย่างไรก็ตาม หากนายกรัฐมนตรีมอบหมายผู้อื่นมาตอบแทนนั้น นายสุทิน ระบุว่า ถามใครคนนั้นต้องมาตอบ ซึ่งเทียบเคียงหรืออนุโลมได้เหมือนกับการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งกำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องมาตอบ โดยการดำเนินการครั้งนี้ ย้ำว่าฝ่ายค้านไม่ได้จงใจที่จะล้มหรือขัดขวางการบริการราชการแผ่นดินของรัฐบาล แต่ต้องการเห็นการดำเนินการที่ถูกต้องเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประชุมสภาอภิปรายพรรคร่วมฝ่ายค้านอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติประยุทธ์ จันทร์โอชาข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้