ข่าว
100 year

"พรุบ้านฉัน" สารคดีสะท้อน "คน-พื้นที่ชุ่มน้ำ" หวังตระหนักความสำคัญ

ไทยรัฐออนไลน์28 มี.ค. 2563 03:46 น.
SHARE

สผ. และ UNDP ปล่อยสารคดี "พรุบ้านฉัน" ดึงพาชมวิถีชีวิต-ธรรมชาติป่าพรุ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์คนกับพื้นที่ชุ่มน้ำ พร้อมสะท้อนผลกระทบจากไฟป่าครั้งใหญ่

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายวันที่ผ่านมาสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ได้เผยแพร่สารคดี "พรุบ้านฉัน" ความยาว 9.22 นาที บอกเล่าเรื่องราวความสำคัญของป่าพรุ ที่มีต่อวิถีชีวิตของมนุษย์และสัตว์ป่า รวมถึงประโยชน์ของป่าพรุในการกักเก็บคาร์บอนซึ่งช่วยในการลดโลกร้อน และการเป็นเกราะป้องกันภัยทางธรรมชาติ ดำเนินเรื่องโดยนักแสดงหนุ่ม "อนันดา เอเวอริงแฮม" และชาวบ้านบริเวณพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช

โดย นายเรอโน เมแยร์ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ หรืออนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) ลำดับที่ 110 และสำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ได้กำหนดหัวข้อวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก 2563 คือ "พื้นที่ชุ่มน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ (Wetlands and Biodiversity) ในโอกาสนี้ สผ. และ UNDP จึงได้จัดทำและเผยแพร่สารคดี "พรุบ้านฉัน" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเสริมศักยภาพการจัดการระบบนิเวศป่าพรุ เพื่อเพิ่มความสามารถการกักเก็บคาร์บอนและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) เพื่อแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางธรรมชาติของป่าพรุ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญทางระบบนิเวศ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่ อีกทั้งต้องการให้สาธารณะชนรับทราบ และตระหนักถึงความสำคัญของป่าพรุในการกักเก็บและดูดซับคาร์บอน ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยลดโลกร้อน รวมถึงก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้าน ในการร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าพรุ การเฝ้าระวังไฟป่าซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลต่อระบบนิเวศ ตลอดจนการป้องกันบุกรุกพื้นที่เพื่อทำการเกษตร ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยหวังว่าสังคมจะตระหนักถึงปัญหา และมองเห็นคุณค่าของป่าผ่านมุมมองการเล่าเรื่องของสารคดีพรุบ้านฉัน และหวงแหนความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ระบบนิเวศป่าพรุให้มีความยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้เนื่องในวันที่ 21 มี.ค.ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันป่าไม้โลก (International Day of Forests) เพื่อให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้และอนุรักษ์ป่าไม้ สผ.และ UNDP จึงใช้โอกาสนี้เผยแพร่สารคดีดังกล่าว

"ป่าพรุเปรียบเหมือนหม้อข้าวของคนภาคใต้ หลายคนต้องพึ่งพาป่าพรุทั้งในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ การปล่อยให้ป่าพรุถูกทำลายก็เหมือนการทุบหม้อข้าวของพวกเขา นอกจากนี้ป่าพรุยังช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากป่าพรุทำหน้าที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนเป็นล้านๆตัน อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ป่าพรุถูกทำลายไปมาก ทั้งจากการพัฒนาที่ดิน การตั้งถิ่นแบบถูกและผิดกฎหมาย และไฟป่า โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติจึงร่วมกับภาคประชาสังคม และรัฐบาลสร้างความตระหนักรู้เรื่องการอนุรักษ์ป่าพรุ นอกจากนี้ยังจัดหาเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เพื่อปรับปรุงการจัดการทรัพยากรในป่าพรุ" นายเรอโน กล่าว

ด้าน อนันดา เอเวอริงแฮม นักแสดงชื่อดัง กล่าวว่า การลงพื้นที่ถ่ายทำในครั้งนี้รู้สึกมีความสุขมากๆ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆแต่รู้สึกประทับใจ 2 อย่าง คือ ธรรมชาติ ที่สวยงามของป่าพรุ และคนในพื้นที่ที่ได้พบปะพูดคุย ที่ให้มุมมองของคนที่อาศัยอยู่กับธรรมชาติ ที่ทำให้รู้สึกว่าเรานำวิธีคิดของเขามาปรับใช้ในชีวิตของเราได้ และส่วนตัวอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งชาวบ้านในพื้นที่ตำบลไสขนุน ตั้งแต่รุ่นเด็กไปจนถึงรุ่นใหญ่ก็ให้ความสนใจ ร่วมขอถ่ายรูปกันไว้เป็นที่ระลึกเป็นจำนวนมาก และไม่พลาดที่จะใช้กล้องส่วนตัวเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกด้วย หวังว่าจะนำภาพแหล่านี้ไปเป็นส่วนหนึ่งของโฟโต้บุ๊กตัวเอง ที่ได้วางแผนที่จะทำมานานแล้ว แต่ยังไม่เสร็จเป็นรูปเป็นร่างเสียที

ติดตามชมภาพความประทับใจทั้งหมดและวิถีชีวิตของคนพรุ ในสารคดีพรุบ้านฉัน ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของภาคส่วนต่างที่ต้องการเผยแพร่ความสำคัญของป่าพรุ และส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนได้ผ่านทางเฟซบุ๊ก Peat Swamps Thailand และ เว็บไซต์ www.peatswamps.com

ชมสารคดี "พรุบ้านฉัน" (sub thai) ที่นี่

ชมสารคดี "พรุบ้านฉัน" (sub eng) ที่นี่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ป่าพรุป่าพรุควนเคร็งพื้นที่ชุ่มน้ำพรุบ้านฉันระบบนิเวศข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้