ข่าว
100 year

ก.ต.ตั้งอนุกก.สอบข้อเท็จจริง "คณากร" ยิงตัวในศาล

ไทยรัฐฉบับพิมพ์8 ต.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

ที่ประชุมใหญ่มีมติทันที ให้รายงานภายใน ‘15วัน’ นายกฯยํ้าไม่มีแทรกแซง

มติที่ประชุม ก.ต.ตั้งอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมตรวจสอบข้อเท็จจริงปมผู้พิพากษาศาลยะลายิงตัวเอง โดยให้รายงานผลให้ ก.ต.ทราบภายใน 15 วัน ส่วนที่ รพ. ศูนย์ยะลา บรรดากลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ภาคใต้แห่เยี่ยมให้กำลังใจผู้พิพากษาไม่ขาดสาย ขณะที่ “นิพิฏฐ์” โพสต์ประเด็นผู้พิพากษายิงตัวเองกลายเป็นการเมืองไปแล้วจะทำให้การแก้ปัญหาหายไป ด้านนายกฯย้ำไม่มีใครแทรกแซงคำพิพากษาได้

จากเหตุการณ์นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ใช้ปืนจ่อยิงตัวเองบาดเจ็บสาหัสคาห้องพิจารณา ศาลจังหวัดยะลา หลังพิพากษายกฟ้องจำเลย 5 คน ในคดีร่วมกันฆ่าคนตาย 5 ศพ ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา จากนั้นเจ้าหน้าที่รีบนำตัวนายคณากรส่ง รพ.ศูนย์ยะลาแพทย์ระดมยื้อชีวิตผ่าตัดจนพ้นขีดอันตราย ขณะเดียวกันนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมระบุผู้พิพากษามีอิสระในการตัดสินคดีไม่มีการแทรกแซงอย่างแน่นอน พร้อมนำข้อมูลปัญหาทั้งหมดเข้าที่ประชุม ก.ต.หรือคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ในวันที่ 7 ต.ค.นี้ เพื่อหาแนวทางแก้ไข

ที่ศาลฎีกา เวลา 14.00 น. วันที่ 7 ต.ค. นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกาในฐานะ ประธานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ ก.ต. เป็นประธานการประชุม ก.ต.ทั้งคณะ ครั้งที่ 15/2562 พิจารณาวาระต่างๆ อาทิ การมีมติให้ความเห็นชอบปรับปรุงองค์ประกอบคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ อ.ก.ต. เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ และแนวทางการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ มติเห็นชอบรายงานผลการดำเนินการของ อ.ก.ต. เพื่อกลั่นกรองคุณสมบัติของผู้เข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัว จำนวน 8 ศาล

จากนั้นนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนัก งานศาลยุติธรรม ในฐานะเลขานุการ ก.ต. ได้มีวาระพิเศษรายงานให้ที่ประชุม ก.ต.รับทราบ เกี่ยวกับกรณีนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลาใช้อาวุธปืนยิงตัวเองจนได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ภายในห้องพิจารณาคดีที่ 4 ศาลจังหวัดยะลา หลังจากที่นายคณากรได้อ่านคดีพิพากษาฆาตกรรม 5 ศพเสร็จ จากนั้นในที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับเรื่องนี้จนแล้วเสร็จในเวลา 17.00 น.

หลังการประชุมเสร็จ นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า การประชุม ก.ต.ครั้งนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 15 คนได้มาประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน หลังจากพิจารณาระเบียบวาระการประชุมตามที่ฝ่ายเลขาฯ ได้แจ้งไปล่วงหน้าเสร็จสิ้นแล้ว ตนได้แถลงสรุปข้อเท็จจริงกรณีนายคณากรที่ใช้ปืนยิงตัวเองในห้องพิจารณาคดีให้ที่ประชุม ก.ต.ทราบ ภายหลังจากที่ประชุม ก.ต.รับทราบข้อมูลและพิจารณาแล้ว มีมติให้ตั้งอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมวิสามัญทันที

นายสราวุธกล่าวอีกว่า คณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมวิสามัญ ประกอบด้วย ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็น “อนุกรรมการวิสามัญ” จำนวน 3 คน ประกอบด้วย 1.นางวาสนา หงส์เจริญ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลฎีกา เป็นประธานอนุกรรมการวิสามัญ 2.นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลอุทธรณ์ เป็นอนุกรรมการวิสามัญ และ 3.นายสุวิชา สุขเกษมหทัย ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลชั้นต้นเป็นอนุกรรมการวิสามัญ โดยกำหนดให้อนุกรรมการวิสามัญ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และรายงานให้ ก.ต. ทราบภายใน 15 วัน ทั้งนี้หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมสำนักงานศาลยุติธรรมจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ส่วนที่ รพ.ศูนย์ยะลา อ.เมืองยะลา น.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ หัวหน้ากลุ่มด้วยใจจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มชาวบ้านจาก อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี กลุ่มเครือข่ายสตรียุติความรุนแรงและกลุ่มเยาวชนชายแดนใต้ได้นำกระเช้าดอกไม้เดินทางเข้าเยี่ยมนายคณากร แต่เจ้าหน้าที่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้เฉพาะตัวแทนกลุ่มละหนึ่งคนเพื่อต้องการให้คนไข้ได้พักผ่อนซึ่งอาการของผู้พิพากษาดีขึ้นตามลำดับ โดย น.ส. อัญชนาเปิดเผยว่า การมาเยี่ยมครั้งนี้เพราะความเป็นห่วง ไม่เฉพาะตนเท่านั้นยังมีกลุ่มอื่นๆที่จะเดินทางมาเยี่ยมอีก เนื่องจากที่ผ่านมาท่านเคยอยู่ที่จังหวัดปัตตานี และช่วยเหลือชาวบ้านในด้านการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายมาโดยตลอด จนเป็นที่รักของชาวบ้านโดยเฉพาะชาวบ้าน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี

“สำหรับกระบวนการยุติธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ยืดเยื้อมากว่า 15 ปี และเป็นวัฏจักร 15 ปีในความรุนแรง เนื่องจากการใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกฎหมายพิเศษนี้ หลังการใช้ได้มีการร้องเรียนมาโดยตลอดถึงการทำร้ายร่างกาย ซึ่งผู้ที่ถูกควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษนี้ มีมากมายหลายพันคนและบุคคลเหล่านี้เขามีครอบครัวที่ต้องดูแล” นส.อัญชนากล่าว

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ น.ส.นูมี ลาเต๊ะ ญาติของผู้เสียชีวิต 1 ใน 5 ศพ ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา กล่าวว่า การพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 5 คน ในคดี ถ้าไม่มีความผิดจริงไม่เป็นไร แต่อยากให้ดำเนินการหาตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุมาลงโทษให้ได้เพราะเป็นเหตุการณ์ที่โหดร้ายและสร้างความเสียใจให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามต้องอาศัยการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “การเมืองกับการที่ผู้พิพากษายิงตัวเอง” ใจความว่า ในที่สุดการยิงตัวเองของผู้พิพากษากลายเป็นการเมืองไปโดยสมบูรณ์แล้ว ฝ่ายที่เห็นด้วยกับผู้พิพากษาดูเหมือนจะมีสมาชิกพรรคอนาคตใหม่เป็นหลัก ฝ่ายไม่เห็นด้วยมีสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ บางคนออกมาให้ข่าวว่าเป็นเพียงการจัดฉากยิงตัวเอง ความสนใจว่ามีการแทรกแซงคำพิพากษาจนผู้พิพากษาขาดความเป็นอิสระจริงหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นหลักไปแล้ว ความคิดในการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมหายไปแล้วโดยสิ้นเชิง

“ความยุติธรรมในประเทศนี้ยังเข้าถึงยาก ราคาแพงและใช้เวลานานมาก จนบางคนที่ชีวิตต้องจับพลัดจับผลูเข้าไปในกระบวนการยุติธรรม ต้องแบกรับเอาความอยุติธรรมไว้แนบอกเพื่อแลกกับอิสรภาพ หากเราคิดทุกอย่างเป็นการเมืองไปหมดการแก้ปัญหาที่ควรจะเป็นเกิดขึ้นไม่ได้ สุดท้ายประชาชนที่คลั่งไคล้การเมืองแบบไม่ลืมหูลืมตานั่นแหละจะตกเป็นเหยื่อ” นายนิพิฏฐ์กล่าว

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุอีกว่าการที่ผู้พิพากษาคนหนึ่งเขาจะเชื่อหรือศรัทธาในพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งมันเป็นเรื่องปกติ เพราะเขาเป็นพลเมืองที่มีสิทธิเลือกตั้งคนหนึ่งเหมือนกัน เราจะไปขัดแย้งเรื่องนี้กันทำไม ตราบใดที่ดุลยพินิจในทางคดีของเขาไม่เอนเอียงไปทางพรรค การเมืองที่เขาสนับสนุนก็ไม่เห็นเป็นไร ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยหลายประเทศ ผู้นำประเทศเป็นคนเลือกผู้พิพากษาศาลสูงด้วยตนเองแต่ไม่เห็นมีเรื่องความลำเอียงในทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นอย่ามองว่าการที่ผู้พิพากษาพกปืนเข้าไปในศาลทำให้เจตนาเรื่องนี้ถูกลดความสำคัญไป เหมือนคนกำลังถูกไล่ยิงแล้วขับรถหนีฝ่าไฟแดง อย่าเพิ่งประณามเขาเรื่องฝ่าไฟแดงเลย ช่วยเขาเรื่องที่เขาถูกไล่ยิงก่อนดีกว่า

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังประชุม ครม.ถึงเรื่องเดียวกันว่า การตัดสินคดีเป็นเรื่องของศาล เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครสามารถไปแทรกแซงได้ เลขาธิการศาลยุติธรรมได้ชี้แจงแล้วว่า ไม่มีใครสามารถจะไปแทรกแซงกระ-บวนการของศาลได้ อันนี้เป็นเรื่องของศาล กระบวน การ ยุติธรรม ส่วนกรณีที่มีการแสดงความคิดเห็นในโซเชียล มีเดียเป็นเรื่องของโซเชียล วันนี้มีเยอะแยะอยู่แล้ว วิพากษ์วิจารณ์กันไปมาอยู่แล้ว แต่ตนยึดถือตามกระบวนการยุติธรรมทั้งหมดทุกประการ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้พิพากษายิงตัวเองศาลจังหวัดยะลาคณากร เพียรชนะคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมยะลาข่าวหน้า1

Most Viewed