ข่าว
100 year

เกษตรกรนราฯ ขอบ่อน้ำแก้แล้ง พร้อมปรับพื้นที่"ศูนย์เรียนรู้ ศก.พอเพียง"

ไทยรัฐออนไลน์22 พ.ค. 2562 18:22 น.
SHARE

เกษตรกรนราธิวาสแห่ขอความช่วยเหลือจากสถานีพัฒนาที่ดินฯ ขอบ่อน้ำทำการเกษตร แก้ปัญหาแล้งหนักและเพิ่มประสิทธิภาพเก็บกักน้ำ พร้อมเปิดเป็น "ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง" สนับสนุนการทำเกษตรแบบผสมผสานตามหลักทฤษฎีใหม่และหลักเศรษฐกิจพอเพียง...

น.ส.วเสาวณีย์ นาแซ เจ้าพนักงานการเกษตรปฏิบัติงาน สถานีพัฒนาที่ดินนราธิวาส เปิดเผยว่า เนื่องจากเกษตรกรได้ขอความช่วยเหลือจากหมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน ถึงสภาพปัญหาน้ำไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตรโดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถทำการเกษตรได้ เกษตรกรจึงขอยื่นเรื่องกับทางสถานีพัฒนาที่ดินนราธิวาสขอบ่อในโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ตามโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน โดยการขุดสระน้ำในไร่นา ขนาด 1,260 ลูกบาศก์เมตร และให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการออกค่าใช้จ่าย 2,500 บาทต่อบ่อ

ทั้งนี้ในช่วงหน้าแล้งจะประสบปัญหาภัยแล้งอย่างมาก เกษตรกรจำเป็นต้องมีบ่อน้ำเพื่อกักเก็บน้ำใช้ในการเกษตร จากเดิมพื้นที่ตรงนี้เป็นชุดดินที่ 17 ซึ่งเป็นดินร่วนละเอียด ซึ่งดั้งเดิมพื้นที่ของเกษตรกรมีบ่อน้ำบ้างแล้วแต่ไม่เพียงพอ เกษตรกรจึงขอยื่นเรื่องกับทางสถานีพัฒนาที่ดินนราธิวาสขอบ่อในโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน โดยขอจากเกษตรอาสาและหมอดินของสถานีพัฒนาที่ดินนราธิวาส ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาดูพื้นที่ว่าสภาพดินสามารถที่จะเก็บกักน้ำได้ตลอดทั้งปีหรือไม่ ปรากฏว่าจากชุดดินที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาส่งเสริมตรงนี้ ชุดดินมีความเหมาะสมเต็มศักยภาพสามารถกักเก็บน้ำได้ตลอดทั้งปี

ด้านนายอับดุลเล๊าะ อูเซ็ง เกษตรกร บ้านตะโละแน็งอามาน ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส กล่าวว่า พื้นที่ของตนเดิมเป็นทุ่งนา ซึ่งประสบปัญหาภัยแล้ง ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ ขายไม่ได้ราคา ส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวว่างงานเป็นจำนวนมาก จึงมีความคิดที่จะปรับเปลี่ยนพื้นที่ โดยการรวบรวมพื้นที่ของพี่-น้องและคนในครอบครัวจำนวน 12 ไร่ มาทำเกษตรผสมผสาน เพื่อให้ลูก-หลานมีอาชีพและมีรายได้เพิ่มขึ้น และได้เปิดเป็น "ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง" ให้เกษตรกรในชุมชนได้เข้ามาศึกษาเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป

โดยมีความสนใจที่จะพัฒนาพื้นที่เป็นศูนย์เรียนรู้ของหมู่บ้าน โดยการทำเป็นเกษตรผสมผสาน เพื่อดึงวัยรุ่นในหมู่บ้านมาสอนในการทำงานและช่วยกันพัฒนาพื้นที่ โดยการปลูกผัก รดน้ำ ส่งผลให้คนในหมู่บ้านมีงานทำและยังเป็นการออกกำลังกายอีกด้วย ซึ่งจะมีกิจกรรมสอนการทำเห็ด การปลูกผักสวนครัว การปลูกพืชผล ทำปุ๋ยหมัก น้ำหมัก เพื่อช่วยลดต้นทุน เน้นการพัฒนาพื้นที่ในการปลูกพืชผสมผสาน และจะมีการอนุรักษ์ดินและน้ำโดยการปลูกหญ้าแฝกให้ทั่วบ่อน้ำ เพื่อกันที่ดินสไลด์และช่วยในการกักเก็บน้ำได้เป็นอย่างดี

อีกหนึ่งพื้นที่ของ นายมะดือเร๊ะ อาแว เกษตรกร บ้านทำเนียบ หมู่ 6 ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส จากอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือน จึงหันมาปลูกพืชผสมผสานเป็นรายได้เสริม แต่ประสบปัญหาน้ำที่มีไม่เพียงพอต่อแปลงเกษตร จึงขอเข้าร่วมโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน เพื่อให้มีน้ำใช้ในแปลงเกษตรตลอดทั้งปี ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่จำนวน 3 ไร่ ปลูก ข้าวโพด ผักบุ้ง พริก ถั่ว และพืชอื่นๆ หมุนเวียนกันไป ส่งผลให้มีรายได้เสริมจากการขายผลผลิตวันละ 350-500 บาท ทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม

ขณะที่นายมะดือเร๊ะ อาแว เกษตรกร บ้านทำเนียบ ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส กล่าวว่า เดิมไม่รู้เลยว่าทฤษฎีใหม่เป็นอย่างไร แต่หลังจากที่ได้อบรมการทำการเกษตรทฤษฎีใหม่แล้ว ทำให้ปัจจุบันสามารถปลูกพืชหมุนเวียนได้ โดยเฉพาะต้นข้าวโพด ที่ตัดผลผลิตไปแล้วสามารถนำต้นไปให้วัวกิน ส่วนปุ๋ยคอกที่ได้จากขี้วัวก็นำมาใช้ประโยชน์แก่พืชผักได้อีกด้วย การเกษตรผสมผสานทำให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น ผักที่ปลูกไม่ได้ใช้สารเคมี จึงปลอดภัยต่อคนในครอบครัว ทางสถานีพัฒนาที่ดินนราธิวาส ได้มีการส่งเสริมให้ปลูกหญ้าแฝก ซึ่งเป็นพืชมหัศจรรย์ ที่ช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน และรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดิน และมีการให้ความรู้ในเรื่องของการทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักไว้ใช้เอง เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต ปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงขุดบ่อแก้แล้งเกษตรผสมผสานสถานีพัฒนาดินนราธิวาสเกษตร

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้