คำค้นหา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าว

พรรคพลังประชารัฐ ชู 3 เหตุผลสำคัญ หนุน บิ๊กตู่ เข้าชิงเก้าอี้นายกฯ

คลิปวีดีโอ

กีฬา

บุกจับแก๊งโฉด กักขังหนุ่มลาว บังคับหากัญชา 500 กก.เป็นค่าไถ่

ไทยรัฐออนไลน์20 พ.ค. 2562 15:21 น.
SHARE

รอง ผบช.ภ.9 ร่วมกับผู้การฯพัทลุง นำกำลังบุกเข้าช่วยเหลือหนุ่มชาวลาว ถูกกลุ่มผู้ต้องหาชาวไทย 3 คน ล่อลวงให้เข้ามาลงทุน ก่อนกักขังไว้ในบ้าน บังคับให้หากัญชา 500 กิโลกรัม เป็นค่าไถ่ตัว 

ที่ จ.พัทลุง เมื่อตอนเย็นวันที่ 19 พ.ค.62 ที่ผ่านมา พล.ต.ต.โชติ ชัยชมพู รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ธรัฐชา ถมปัทม์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิรัตน์ จีนเมือง หน.ชุด ชปส.ภ.จว.พัทลง ตำรวจชุด กก.3 บก.ปส.4 กำลังทหาร กอ.รมน.ภาค 4 กำลังทหารชุด ชป.รส.ประจำพื้นที่ จ.พัทลุง เจ้าหน้าที่สำนักงานปราบปรามยาเสพติด และกำลังตำรวจชุด กก.สส.ฯชป.1 พร้อมพวก บุกเข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 293 หมู่ 3 ต.นาโหนด อ.เมืองพัทลุง จับกุมตัวผู้ต้องหา 3 คน พร้อมของกลางหลายรายการ

สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้ในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายณรงค์เดช ด้วงรัตน์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 3 ต.นาโหนด อ.เมืองพัทลุง นายกรชวัล นะคงคา อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131 หมู่ 7 ต.นาโหนด อ.เมืองพัทลุง และนายศราวุธ เตยแก้ว อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 137 หมู่ที่ 5 ต.แประ อ.ท่าแพ จ.สตูล 

ของกลางที่ยึดได้ มี 1.อาวุธปืนยางเดียวไรเฟิล ขนาด .22 แม็กนั่ม พร้อมเครื่องช่วยเล็ง และกระสุนปืน .22 จำนวน 8 นัด 2.อาวุธปืนยาวเดี่ยวขนาด .22 พร้อมเครื่องช่วยเล็ง จำนวน 2 กระบอก และกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 15 นัด 3.อาวุธปืนพกสั้นออเมติกกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ซองบรรจุกระสุน 2 ซอง พร้อมกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 51 นัด 4.รถยนต์เก๋งโตโยต้าวีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กง 1777 พัทลุง 5.เสื้อผ้าของท้าวไมน้อย ออวันไซ อายุ 31 ปี เหยื่อคาไถ่ชาวลาว ซึ่งเป็นเสื้อยืดแขนสั้น 1 ตัว และกางเกงขาสั้น 1 ตัว ที่กลุ่มผู้ต้องหาไปซื้อให้สวมใส่ จากตลาดแม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง 6.โทรศัพท์มืถถือ 6 เครื่อง 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำ 3 ผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งให้ พ.ต.ท.นพรัตน์ แก้วใจ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทลุง เพื่อดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันหน่วงเหนี่ยว กักขัง เพื่อให้เสื่อมเสียสิทธิเสรีภาพ โดยมีและใช้อาวุธปืน และหน่วงเหนี่ยวกักขังเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ โดยทั้ง 3 คนได้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา 

ทั้งนี้ ที่มาจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจากสถานทูตลาว ประจำประเทศไทย ว่ามีคนลาวชื่อ ท้าวไมน้อย ออวันไซ อายุ 31 ปี ถูกคนไทยล่อลวงมาหน่วงเหนี่ยวกังขังเพื่อเรียกค่าไถ่เป็นกัญชา 500 กิโลกรัม อยู่ในพื้นที่ ต.นาโหนด อ.เมืองพัทลุง พล.ต.ต.ธรัฐชา ถมปัทม์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาในตอนเย็นวันที่ 19 พ.ค. ชุดจับกุมจึงได้สนธิกำลังไปตรวจค้นที่บ้านพักเลขที่ 293 หมู่ 3 ต.นาโหนด อ.เมืองพัทลุง ซึ่งเป็นบ้านพักอีกหลังของนายณรงค์เดช ด้วงรัตน์ (ผู้ต้องหาคนที่ 1) เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ไปถึงบ้านหลังดังกล่าว ท้าวไมน้อย เหยื่อชาวลาวได้วิ่งออกจากบ้านมาหาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม โดยบอกว่าตนเป็นชาวลาวที่ถูกกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คนหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ และให้หากัญชามาเพื่อไถ่ตัว จำนวน 500 กิโลกรัม

ท้าวไมน้อย เผยว่า ตนได้รู้จักกับนายกรชวัล (ผู้ต้องหาคนที่ 2) ทางเฟซบุ๊กมา 5-6 เดือนแล้ว ได้พูดคุยการร่วมลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจค้าข้าว และธุรกิจอาหารทางทะเล จากนั้นผู้ต้องหาได้ให้ท้าวไมน้อยเดินทางมายัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต่อมาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 ท้าวไมน้อย ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยทาง จ.บึงกาฬ เดินทางต่อมายังสถานีขนส่งสายใต้ในกรุงเทพฯ แล้วโดยสารรถทัวร์มายังสถานีขนส่ง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในเวลาประมาณ 22.00 น. ในวันที่ 1 พ.ค.62 โดยตลอดการเดินทางได้ประสานงานกับนายกรชวัลตลอด และในคืนเดียวกันกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มารับไปดูธุรกิจสถานบันเทิงในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ติดกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งนายกรชวัลอ้างว่าเป็นเจ้าของ โดยใช้รถเก๋งคันที่ชุดจับกุมตรวจยึดได้เป็นยานพาหนะในการเดินทาง จากนั้นได้นำเหยื่อชาวลาวเข้ามาพักในบ้านเกิดเหตุที่ตำรวจบุกเข้าช่วยเหลือ โดยกลุ่มผู้ต้องหาได้ไปซื้อเสื้อผ้าเหยื่อสวมใส่ด้วย

ระหว่างถูกกักขัง นายณรงค์เดช ได้เรียกท้าวไมน้อยมาพุดคุย โดยบอกว่าธุรกิจของตนในประเทศมาเลเซียประสบปัญหา จึงขอให้ท้าวไมน้อยช่วยแก้ไขปัญหาให้หน่อย โดยขอให้ท้าวไมน้อย ช่วยหากัญชาอัดแท่งให้ 500 กิโลกรัม ทำให้ท้าวไมน้อยรู้ตัวว่าตัวเองถูกจับตัวเรียกค่าไถ่เสียแล้ว จึงได้ประวิงเวลาเพื่อหาทางช่วยเหลือตัวเองมาตั้งแต่วันที่ 2–19 พ.ค.62 โดยตลอดเวลาตนเองได้ถูกกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้พูดจาบีบบังคับให้ติดต่อญาติในประเทศลาวเพื่อให้ส่งกัญชามาแลกชีวิต และขู่บังคับห้ามมิให้บอกกล่าวเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งห้ามออกนอกบ้านโดยเด็ดขาด ขณะที่กลุ่มผู้ต้องหาได้นำอาวุธปืนมายิงขึ้นฟ้า พกพาอาวุธปืน และนำอาวุธปืนมาทำความสะอาดเพื่อให้ตนเกรงกลัว

ขณะเดียวกันญาติของท้าวไมน้อย ได้ประสานกับทางสถานทูตลาว ประจำประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือ จนเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาและช่วยเหลือเหยื่อชาวลาวได้ดังกล่าว  ซึ่งการที่สามารถจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาได้ในครั้งนี้ เนื่องจากจากท้าวไมน้อยแอบส่งทะเบียนรถยนต์เก๋งกับบ้านเลขที่ของผู้ต้องหาไปให้ภรรยาและญาติๆ ได้รับทราบ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กักขังหนุ่มลาวช่วยหนุ่มลาวเรียกค่าไถ่เป็นกัญชาข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้