ข่าว
100 year

เผาคุก-บุรีรัมย์ นักโทษก่อจลาจล (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์30 มี.ค. 2563 05:28 น.
SHARE

แหกหนี 5-จับได้ 7 หัวโจกคดีประหาร ปมห้ามญาติเยี่ยม

นักโทษเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ก่อจลาจล ขว้างปาสิ่งของและทำร้ายผู้คุมวินาศสันตะโร เผาโรงอาหาร โรงฝึกอาชีพ ที่นอนและเฟอร์นิเจอร์เกิดควันโขมง มีนักโทษชายพยายามแหกคุกแต่จับได้ทัน 7 คน หนีไปได้ 5 ปมเหตุคาดไม่ให้ญาติเข้ามาเยี่ยม หลังเกิดโรคระบาด ขณะที่ผู้คุมแจ้งประกาศแยกนักโทษไม่เกี่ยวข้องออก ย้ายไปขังที่อื่น ขณะที่ “สมศักดิ์” แจงหัวโจกเป็นนักโทษประหารก่อหวอดป่วน ห้ามญาติมาเยี่ยมช่วงโรคระบาดโควิด-19

เหตุนักโทษเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ก่อจลาจล เปิดเผยเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 มี.ค. พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ รับแจ้งเหตุนักโทษในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ถนนสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ ก่อการจลาจลทำร้ายผู้คุมเรือนจำ และเผาทำลายอาคารได้รับความเสียหาย ไปตรวจสอบพร้อมรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบประกอบด้วย นายดำรงชัย เนรมิตตกพงศ์ รอง ผวจ.บุรีรัมย์ พล.ต.ศราวุธ มาศิริ ผบ.มทบ.26 พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ผบก.ภ.จ.บุรีรัมย์ พ.ต.อ.รุทธพล เนาวรัตน์ รอง ผบก. พร้อมระดมกำลังตำรวจ นปพ.บุรีรัมย์ ชุดกองร้อยควบคุมฝูงชน ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ รถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เทศบาลตำบลอิสาณ อบต.เสม็ด หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม และหน่วยงานข้างเคียงจำนวน 5 คัน เข้าระงับเหตุ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สั่งปิดถนนในเส้นทางรอบเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ในรัศมี 2 กิโลเมตร ตั้งแต่บริเวณทางโค้งศิลาชัย ใกล้กับสนามฟุตบอลช้างอารีนา ไปจนถึงบริเวณยูเทิร์นปั๊ม ปตท.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ กั้นพื้นที่ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้าใกล้เรือนจำ พร้อมวางกำลังทหาร และตำรวจติดอาวุธครบมือยืนประจำจุดรอบกำแพงเรือนจำ รวม 200 คน เพื่อป้องกันนักโทษหลบหนี

ส่วนบริเวณภายในเรือนจำพบกลุ่มควันไฟสีดำพวยพุ่งออกมาเป็นจำนวนมาก ตรวจสอบต้นเพลิงลุกไหม้อยู่ที่โรงไม้ฝึกอาชีพ โรงอาหาร และเรือนหญิง ได้ยินเสียงโห่ร้องของนักโทษดังกึกก้อง และขว้างปาสิ่งของใส่ผู้คุมอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเสียงปืนและระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปด้านในเรือนจำได้ ต้องฉีดน้ำแรงดันสูงจากด้านนอกกำแพงสกัดเพลิงเป็นระยะ ขณะที่ ผบ.เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้คุมนักโทษ ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน และหน่วยจู่โจม นำแผนผังเรือนจำวางแผนสกัดเส้นทางนักโทษหลบหนี และเข้าไประงับเหตุ

ต่อมาเวลา 13.00 น. เหตุการณ์เริ่มบานปลาย เมื่อมีนักโทษได้รับบาดเจ็บอยู่ในเรือนจำ ผู้คุมต้องเปิดประตูเหล็กทยอยนำตัวออกมาปฐมพยาบาล จังหวะนั้นมีนักโทษบางส่วนอาศัยจังหวะที่ผู้คุมเปิดประตูเหล็กเข้าไปรับผู้บาดเจ็บ ผลักดันตัววิ่งหนีออกทางประตูหน้าเรือนจำ เจ้าหน้าที่ต่างวิ่งไล่จับพร้อมฉีดน้ำสกัดจนล้มลงจับกุมได้ 7 คน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบนักโทษ 5 คน ปีนกำแพงด้านข้างเรือนจำหนี แล้วเดินลัดเลาะแยกย้ายกัน โดยนักโทษ 3 คนไปขโมยรถ จยย.ของชาวบ้าน เปลี่ยนเสื้อและกางเกงหลบหนี ส่วนอีก 2 คน วิ่งหลบหนีไปในพงหญ้า

เวลา 14.40 น. สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง นักโทษตะโกนโห่ร้องเสียงดังขึ้น ขนเฟอร์นิเจอร์ และที่นอนมาวางกองรวมกันที่หน้าเรือนพยาบาล อยู่ใกล้กับประตูใหญ่ทางเข้าเรือนจำแล้วจุดไฟเผา ทำให้เกิดควันไฟสีดำทะมึนมากขึ้น พร้อมกับได้ยินเสียงปืนดัง 5 นัด นักโทษส่วนใหญ่มารวมตัวกันอยู่ที่ทิศใต้ของเรือนจำ เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงกันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนนำกำลังมาเสริมอีก 1 กองร้อย 150 นาย เข้าไปบริเวณด้านในเรือนจำเพื่อช่วยระงับเหตุ

ต่อมาเวลา 15.45 น. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รอง ผบช.ภ.3 เดินทางมาถึงที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ประชุมหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว สำหรับนักโทษที่ถูกขังในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์มีทั้งหมด 2,100 คน แยกเป็นนักโทษชาย 1,800 คน นักโทษหญิง 300 คน

เบื้องต้นคาดปมเหตุมาจากในช่วงเกิดโรคระบาด เจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ห้ามญาติเข้ามาเยี่ยม ทำให้นักโทษไม่พอใจก่อเหตุในครั้งนี้ ขณะที่ภายในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ นักโทษยังคงเผาที่นอน เพื่อทำให้เกิดกลุ่มควันไม่ให้เจ้าหน้าที่มองเห็นสถานการณ์ภายใน ขณะที่ชาวบ้าน 100 คน เดินทางมาที่บริเวณถนนหน้าเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่นำตัวนักโทษที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ภายในเรือนจำ นำตัวไปส่งโรงพยาบาล แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าขอระงับเหตุก่อน

จากนั้นผู้คุมประกาศเสียงตามสาย แจ้งนักโทษที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แยกตัวออกมาจากกลุ่มหัวโจก โดยจะคัดแยกนักโทษสูงอายุ และนักโทษหญิงออกมาก่อน ให้เดินแถวเรียงหนึ่งตามกันมาขึ้นรถบัส 5 คัน จอดรออยู่ด้านหน้าเรือนจำ มีเจ้าหน้าที่ตรวจนับจำนวนนักโทษอย่างเข้มงวด รวมนักโทษทั้งหมด 700 คน ย้ายไปขังที่ทัณฑสถานเปิดเขาพริก อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา 500 คน เรือนจำคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา 100 คน ส่วนที่เหลือไปขังที่เรือนจำจังหวัดสุรินทร์และเรือนจำในจังหวัดใกล้เคียง

ขณะที่สถานการณ์ยังตึงเครียด ชุดปฏิบัติการพิเศษ ประจำกรมราชทัณฑ์ พร้อมอุปกรณ์ครบมือ ทยอยเดินทางเข้าไปยังภายในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นชุดที่ 2 ต่อจากตำรวจชุดควบคุมฝูงชน ภ.จ.บุรีรัมย์ นปพ.ภาค 3 และชุดควบคุมฝูงชน มทบ.26 เตรียมเข้าระงับเหตุ

ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ต้องขังกว่า 2,000 คน แต่กลุ่มผู้ต้องขังที่ก่อเหตุมีเพียงประมาณ 100 คน เริ่มพังห้องเยี่ยมญาติ ทุบทำลายประตู และกระจกภายในห้องเยี่ยมญาติ จนเสียหายแตกกระจัดกระจาย รวมถึงพื้นห้องแตกพังเสียหาย นอกจากนี้ ยังทำลายสิ่งของอื่นๆภายในห้องด้วย เมื่อเกิดเหตุขึ้นเรือนจำรีบประสานขอกำลังสนับสนุน ทั้งตำรวจ ทหาร พร้อมประสานผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ช่วยกันระงับเหตุ รวมถึงตั้งด่านสกัดจับบริเวณโดยรอบทั้งหมด จากข้อมูลผู้ต้องขังหลบหนีออกจากเรือนจำไปได้จำนวนหนึ่ง ต้องรอสรุปตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่เวลานี้จับได้ 7 คนแล้ว เหตุที่เกิดขึ้นผู้ต้องขังอาศัยจังหวะที่ผู้คุมเรือนจำกำลังปรับปรุงห้องกักโรค โดยเผาทำลายโรงเลี้ยงอาหาร เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานผู้เสียชีวิต คาดว่าการก่อเหตุน่าจะมาจากกลุ่มผู้ต้องขังถูกตัดสินประหารชีวิต และกลุ่มผู้ต้องขังถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต ถือเป็นกลุ่มนักโทษหนัก ก่อหวอดป่วนช่วงเกิดโรคระบาดโควิด-19 ห้ามญาติมาเยี่ยม

รมว.ยุติธรรม เผยอีกว่า ทุกเรือนจำตื่นตัวในการปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นห้องกักโรค บางเรือนจำแบ่งพื้นที่เดิมที่มีอยู่ด้วยการให้ผู้ต้องขังเชื่อมเหล็กกั้นห้องเพิ่ม แล้วนำพลาสติกใสมาคลุมเพื่อความปลอดภัย การแยกห้องชัดเจนขึ้น เช่น ทำห้องกักโรคผู้ต้องขังเข้าใหม่ จากนั้นจะขยับห้องไปเรื่อยจนครบ 14 วัน ก่อนปล่อยสู่แดนขังรวม นอกจากนี้ ยังทำรถเข็นคนไข้ดัดแปลงโดยใช้พลาสติกคลุม ป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ในการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังที่ป่วย นอกจากนี้ กำชับเรื่องการรักษาความสะอาดในเรือนจำ ต้องถูกต้องตามหลักอนามัย ทำห้องขังให้ลมปลอดโปร่ง ห้องน้ำต้องสะอาด คอยสอดส่องผู้ต้องขังว่ามีไข้ มีการไอหรือไม่ หากพบต้องรีบแยกตัวและให้พบแพทย์เพื่อเช็กอาการ เพราะมีนักโทษถึง 380,000 คน เวลานี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าพบผู้ต้องขัง หรือผู้คุม ติดเชื้อ ดังนั้น ต้องช่วยกันและห้ามมีนักโทษติดเชื้อเป็นเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นการบริหารจัดการต้องวุ่นวายแน่นอน เชื่อปัญหาจะไม่เกิดถ้าพวกเราใส่ใจและไม่ประมาท

ต่อมาเวลา 19.30 น. ที่บริเวณหน้าเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผวจ.บุรีรัมย์ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 พล.ต.ศราวุธ มาศิริ ผบ.มทบ.26 พล.ต.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ผบก.ภ.จ.บุรีรัมย์ แถลงความคืบหน้าของเหตุการณ์นักโทษก่อเหตุจลาจล

พ.ต.อ.ณรัชต์เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พยายามเจรจาต่อรองกับผู้ต้องขัง และคัดแยกผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออก ขณะนี้สามารถแยกผู้ต้องขังไม่เกี่ยวข้องแล้ว 1,500 คน ยังคงเหลือ 500 คน อยู่ระหว่างการควบคุม ส่วนประเด็นที่หัวโจกเป็นนักโทษประหารป่วนเรื่องโรคระบาดโควิด-19 นั้น เป็นข้ออ้างของนักโทษอยู่แล้วที่ก่อเหตุหลบหนี เรือนจำมีมาตรการเข้มงวด และป้องกันเกี่ยวกับโรคระบาดอยู่แล้ว ส่วนผู้ต้องขังที่หลบหนีอยู่ระหว่างตรวจสอบ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1จลาจลในคุกนักโทษแหกคุกเรือนจำบุรีรัมย์เผาเรือนจำเผาเรือนจำบุรีรัมย์ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้