ข่าว
100 year

เปิดตัว "กระต่ายดำภูพาน" หวังเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ เลี้ยงง่าย ราคาดี (คลิป)

ไทยรัฐออนไลน์20 ก.พ. 2563 14:01 น.
SHARE

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เปิดตัวกระต่ายดำภูพานหวังเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ ข้อดี เลี้ยงง่าย ขายได้ราคาดี อุดมด้วยโปรตีน ถือเป็นสุดยอดมหัศจรรย์ที่ 4 ต่อจาก ไก่ดำภูพาน หมูดำภูพาน และวัวดำภูพาน

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.63 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านนานกเค้า ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร นับว่าประสบความสำเร็จจากการวิจัยและศึกษาทางการเกษตร นำไปสู่การต่อยอดให้เกษตรกรได้กินดี อยู่ดี ตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง โดยสิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างเด่นชัดก็คือ 3 ดำมหัศจรรย์ ประกอบด้วย ไก่ดำภูพาน หมูดำภูพาน และวัวดำภูพาน สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับผู้เลี้ยงเป็นอย่างมาก ล่าสุด ทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ได้เปิดตัวมหัศจรรย์ที่ 4 นั่นคือ กระต่ายดำภูพาน ที่คาดหวังว่าจะเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ให้กับทางศูนย์ฯ ตลอดจนเกษตรกรที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นเลี้ยงเพื่อความสวยงาม หรือเลี้ยงเพื่อการค้า และเลี้ยงเพื่อการบริโภค

สำหรับกระต่าย หลายๆ คนก็คงจะคิดถึงสัตว์ตัวเล็กๆ น่ารัก มีขนปุกปุย กินผักกินหญ้าเป็นอาหาร แต่ในความเป็นจริงมุมหนึ่งของสังคมโลก กระต่าย คือ อาหารชนิดหนึ่งของคนมาตั้งแต่บรรพกาลแล้ว เนื่องจากเนื้อกระต่ายมีรสชาติอร่อย เนื้อนุ่ม ขาวคล้ายๆ เนื้อไก่ มีโปรตีนสูง ประเทศไทยมีกระต่ายสายพันธุ์ท้องถิ่นหลายสายพันธุ์ ลักษณะเด่นของกระต่ายสายพันธุ์ไทย ขนจะสั้น มีหลากหลายสี ว่องไว ปราดเปรียว หูยาว หน้าแหลม เลี้ยงลูกเก่ง ตกลูกปีละประมาณ 6-8 ครอก โดยเฉลี่ยครอกละ 5-10 ตัว ทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี กระต่ายไทยมีกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรง สามารถกระโดดได้สูงเกิน 1 เมตร ตัวโตเต็มที่น้ำหนักจะอยู่ประมาณ 1-2 กิโลกรัม

นายสัตวแพทย์วิศุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร หัวหน้างานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า เพื่อสนองพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้สร้างแหล่งอาหารโปรตีนคุณภาพ ใช้ต้นทุนน้อยที่สุด ให้เด็กนักเรียนและประชาชน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จึงได้ริเริ่มโครงการพัฒนากระต่ายเนื้อขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกร มีอาชีพ มีรายได้ นอกเหนือจากการทำนา เลี้ยงสัตว์

หัวหน้างานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์ฯ กล่าวต่อว่า สำหรับหลักของการพัฒนา ได้นำกระต่ายพันธุ์ไทยเพศเมีย นำมาผสมกับพ่อพันธุ์กระต่ายยักษ์จากฝรั่งเศส ที่มีรูปร่างใหญ่ น้ำหนักประมาณ 7-8 กิโลกรัม เพื่อปรับปรุงสายพันธุ์กระต่ายพันธุ์ไทย พัฒนาให้มีโครงสร้างใหญ่ขึ้น แต่ยังคงความแข็งแรง เลี้ยงง่าย ทนต่อทุกสภาพอากาศได้ดี คุณภาพเนื้อมีรสชาติดีไม่มีกลิ่นสาบ อาหารที่ใช้เลี้ยงต้องหาง่าย เกษตรกรไม่เสี่ยงขาดทุน


นายสัตวแพทย์วิศุทธิ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่กระต่ายมีความน่ารัก จึงเกิดกระแสคัดค้านที่จะนำมาเลี้ยงขายเป็นเนื้อสัตว์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกระแสดราม่าตามมา จึงให้เด็กนักเรียนที่แวะเวียนมาดูงานที่ศูนย์ฯ หลายกลุ่มเลือกกระต่ายที่ตัวเองชอบมาอุ้ม ผลปรากฏว่า เด็กเลือกอุ้มกระต่ายทุกสี ยกเว้นแต่เพียงกระต่ายสีดำ ไม่มีเด็กคนไหนอุ้ม จึงสรุปว่า ถ้าจะส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงกระต่ายขายเป็นเนื้อสัตว์ ต้องปรับปรุงพันธุ์กระต่ายให้ออกมามีขนสีดำเท่านั้น จึงออกมาเป็นผลสำเร็จ เรียกชื่อใหม่ว่า "กระต่ายดำภูพาน"

หัวหน้างานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์ฯ กล่าวด้วยว่า ทางศูนย์ฯ พัฒนาจากพันธุ์เยอรมันไจแอนท์ จนได้กระต่ายลูกผสม F4 คือ ได้กระต่ายรุ่นลูกที่มีขนาดใหญ่ขึ้น น้ำหนัก 4.5 กก. จากปกติกระต่ายพื้นเมืองจะหนักตัวละไม่เกิน 1-2 กก.เท่านั้น อายุ 1 เดือนสามารถขายได้ตัวละ 250 บาท เมื่อมีการชำแหละแล้วจะมีการขายอยู่ที่ กก.ละ 200-300 บาท กระต่ายดำเนื้อภูพาน ยังมีคุณภาพเนื้อโปรตีนสูง ไขมันต่ำ มัดกล้ามเนื้อขนาดเล็ก ย่อยง่าย เหมาะกับกลุ่มคนรักสุขภาพ นักเพาะกาย และกลุ่มผู้สูงวัยมีปัญหาเรื่องระบบการย่อย


ขณะนี้ กระต่ายดำภูพาน พร้อมส่งเสริมให้ชาวบ้าน จ.สกลนคร นำไปต่อยอด เลี้ยงเพื่อสร้างอาชีพ รายได้แล้ว โดยผู้ที่สนใจสายพันธุ์กระต่าย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 0-4274-7458 ต่อ 602 งานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระต่ายดำภูพานเนื้อกระต่ายศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริเลี้ยงกระต่ายสพ.วิศุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชรสกลนครอ.ภูพานข่าวทั่วไป

Most Viewed