ข่าว
100 year

โครงการหลวงพลิกชีวิตชาวเขายั่งยืน ภารกิจศูนย์ฯ “แม่ลาน้อย-แม่สะเรียง”

ไทยรัฐฉบับพิมพ์29 มี.ค. 2563 05:01 น.
SHARE

(ภาพ) พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ตรวจดูแปลงเพาะพันธุ์พืชผัก ภายในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง ต.ป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

โครงการหลวง เป็นโครงการส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาวแก่ชาวเขา ทดแทนการปลูกฝิ่น

ปัจจุบัน โครงการหลวง ดำเนินงานใน 8 จังหวัดภาคเหนือ คือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา และ แม่ฮ่องสอน มีสถานีวิจัยหลัก 4 สถานี และสถานีส่งเสริมปลูกพืชทดแทนฝิ่น เรียกว่า ศูนย์พัฒนาโครงการ จำนวน 21 ศูนย์ และหมู่บ้านพัฒนาอีก 6 หมู่บ้าน รวมหมู่บ้านในเขตปฏิบัติการทั้งสิ้น 267 หมู่บ้าน

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง มีป้ายขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่บริเวณทางเข้าศูนย์ฯ ซึ่งทางโครงการฯ ส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกสร้างรายได้.

โดยมี พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานเป็นประจำ และล่าสุดไปตรวจเยี่ยม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย ต.บ้านดง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน และ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง บ้านอมพาย ต.ป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

สำหรับ โครงการหลวงแม่ลาน้อย นั้น จัดตั้งขึ้นสืบเนื่องมาจากเมื่อปี พ.ศ.2514 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหา ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วย สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินตรวจเยี่ยมราษฎรชาวเขา บ้านห้วยห้อม ขณะนั้นยังมีฐานะเป็นกิ่งอำเภอแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน.

พบว่าสภาพพื้นที่แห่งนี้มีการตัดไม้ทำลายป่า ปลูกฝิ่นเป็นพื้นที่กว้าง ล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ได้ทอดพระเนตรแหล่งน้ำ แปลงผัก และแกะที่ราษฎรเลี้ยงไว้ หลังจากนั้นได้เสด็จพระราชดำเนินไปที่บ้านห้วยห้อมอีก 2 ครั้ง ในปี พ.ศ.2519 และ พ.ศ.2521 พระราชทานสิ่งของ พ่อพันธุ์แกะต่างประเทศ เพื่อใช้ผสมพันธุ์กับแกะพื้นเมืองแก่ราษฎร

ต่อมาได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรบ้านห้วยห้อมเป็นครั้ง ที่ 4 ในปี พ.ศ.2522 ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ มูลนิธิโครงการหลวง เข้ามาดำเนินงานพัฒนาอาชีพ และจัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยขึ้นในปี พ.ศ.2523

ผ้าทอมือ ซึ่งเป็นฝีมือของชนเผ่าในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย นับเป็นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ทางโครงการฯ ส่งเสริมและสร้างรายได้ชาวเขา.

ปี พ.ศ.2535 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมอีกครั้ง ทอดพระเนตรแปลงปลูกผักของชาวเขาเผ่าละว้า ซึ่งมีการปลูกซ้ำๆ จนดินเสื่อมสภาพ จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้โครงการหลวงนำหญ้าแฝกไปส่งเสริมเกษตรกรปลูกตามแนวคันดินเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน

ปัจจุบัน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย มีขอบเขตพื้นที่รับผิดชอบ 27,842.49 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พื้นที่สำหรับทำ การเกษตร ที่อยู่อาศัย และแหล่งน้ำตามธรรมชาติ มี 5 หมู่บ้าน 9 หย่อมบ้าน ประชากร 764 ครัวเรือน 3,345 ราย เป็นชนเผ่าปกากะญอและชนเผ่าละว้า นับถือศาสนา พุทธ และคริสต์

พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ที่ช่วยพลิกชีวิตชาวเขาสู่ชีวิตที่มั่งคั่งยั่งยืน.

ศูนย์ฯ แม่ลาน้อยมุ่งลดการบุกรุกที่ดินเนื่องจากการย้ายที่ทำกิน เน้นส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน อาทิ ด้านเศรษฐกิจ ได้จัดทำแปลงสาธิตการผลิตพืชที่จะผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ อะโวคาโด กาแฟอราบิก้า องุ่น

นอกจากนี้ยังมีงานส่งเสริมเกษตรทั่วไป ประกอบด้วย พืชผัก ไม้ผล กาแฟ พืชไร่ และเลี้ยงสัตว์ ซึ่งผลิตภายใต้มาตรฐานอาหารปลอดภัย มีเกษตรกรที่ได้รับรองมาตรฐาน 473 ราย

ของที่ระลึก เป็นอีกหนึ่งงานฝีมือของชนเผ่าที่มีการส่งเสริมและกลายเป็นสินค้าสำคัญเป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยวที่ไปเยือน และสร้างรายได้ให้แก่ชาวเขาที่เข้าร่วมโครงการ.

มีผลผลิตได้แก่ เบบี้ฮ่องเต้ เบบี้คอสโอ๊คลีฟแดง โอ๊คลีฟเขียว คะน้าฮ่องกง พริกเม็กซิกัน ผักกาดขาวปลี มะเขือม่วงก้านเขียว อะโวคาโด เสาวรส เคพกูสเบอร์รี กาแฟอราบิก้า ถั่วแดงหลวง ข้าวไร่ ข้าวนา

นอกจากนี้ยังเสริมสร้างอาชีพ ได้แก่ การอนุรักษ์งานหัตถกรรมชนเผ่า ประกอบด้วย กลุ่มทอผ้าขนแกะบ้านห้วยห้อม กลุ่มผ้าฝ้ายทอมือละว้าบ้านดง กลุ่มทอผ้ากะเหรี่ยงบ้านห้วยห้า บ้านห้วยผึ้ง กลุ่มตีเครื่องเงินโบราณบ้านละอูบ ส่งเสริมการแปรรูปกาแฟคั่วบดจำหน่ายในชุมชน

พื้นที่ภายในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง ในอดีตเคยเป็นไร่ฝิ่น แต่ปัจจุบันกลายเป็นแปลงผัก ตระการตาและผลผลิตเจริญงอกงามดี ทำให้ราษฎรมีรายได้ อยู่ดีกินดี.

ด้านสังคม ดำเนิน โครงการหมู่บ้านสะอาด หมู่บ้านปลอดยาเสพติด พัฒนายุวเกษตรกรโครงการหลวง มุ่งเน้นให้เยาวชนรุ่นใหม่รักการเรียนรู้ และนำความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด

ด้านสิ่งแวดล้อม รณรงค์และส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ควบคู่กับการปลูกป่าชาวบ้านและปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน และที่สำคัญคือ การดำเนินการโครงการพัฒนาชุมชนโครงการหลวงเพื่อเป็นชุมชนคาร์บอนต่ำและยั่งยืน

ต้นอะโวคาโดกำลังให้ผล เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีการส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูก.

ส่วน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง เดิมเป็นพื้นที่ดำเนินงานส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย ต่อมาได้แยกพื้นที่ดำเนินงานออกมาตั้งเป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง เมื่อปี พ.ศ.2536

มีพื้นที่รับผิดชอบ 5 หมู่บ้าน 12 หย่อมบ้าน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและละว้าโดยมุ่งพัฒนาและส่งเสริมเกษตรกร สามารถพึ่งพาตนเองได้ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

พริกหยวก ที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง ส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกสร้างรายได้ ออกผลงาม.

ทุกวันนี้ชาวบ้านในพื้นที่ทั้ง 2 โครงการจึงมีอาชีพสุจริต มีผลิตผลผลไม้เมืองหนาวคุณภาพดี ปลอดภัยนานาชนิดรับประทานกัน และส่งเสริมการเลี้ยงปลาน้ำจืดเพื่อเป็นแหล่งอาหารของชุมชน ดำเนินการโครงการปล่อยสัตว์น้ำสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความสมดุลของระบบนิเวศโดยหน่วยประมงในพื้นที่

ต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าทั้ง 2 พระองค์ ที่ทรงห่วงใยและทรงวางรากฐานการพัฒนาชีวิตให้อย่างมั่งคั่งและยั่งยืน.

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ รายงาน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โครงการหลวงชาวเขาฝิ่นแม่ลาน้อยแม่ฮ่องสอนแม่สะเรียงข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้