กีฬา
100 year

'กรมการข้าว' หนุนผลิตข้าวอินทรีย์ พร้อมแปรรูปขาย สร้างรายได้สู่เกษตรกร

ไทยรัฐออนไลน์11 พ.ย. 2562 11:58 น.
SHARE

"กรมการข้าว" หนุนเกษตรกรผลิตข้าวอินทรีย์ ยืนยันช่วยลดต้นทุนการผลิต ล่าสุดได้ออกใบรับรองมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ให้แก่เกษตรกรชาวนครปฐม แนะเกษตรกรที่สนใจสามารถเข้าไปขอคำแนะนำจากศูนย์วิจัยข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ของจังหวัดตนเอง

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.62 นายชัยศรี หลุนเลิศผล เกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์ จ.นครปฐม กล่าวว่า ตนมีแนวคิดในการประกอบอาชีพการทำนาอินทรีย์ โดยปราศจากสารเคมีทางการเกษตร ปลูกข้าวอินทรีย์ 2 พันธุ์ คือข้าวไรซ์เบอร์รี่และปทุมธานี 1 ผ่านหลักปฏิบัติข้าวอินทรีย์ 9 ข้อกำหนด จนได้รับรองมาตรฐานระบบการผลิตข้าวอินทรีย์จากกรมการข้าว มีขอบข่ายที่สามารถขอรับรอง 3 ขอบข่ายได้ทั้งแหล่งผลิตข้าวอินทรีย์ การแปรรูปข้าวอินทรีย์ และการคัดบรรจุข้าวอินทรีย์ เพื่อผลิตและแปรรูปข้าวอินทรีย์ขายส่งต่อให้กับผู้บริโภค โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมการข้าวเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งการผลิตข้าวอินทรีย์ช่วยลดต้นทุนในการผลิต เมื่อผลิตข้าวอินทรีย์แล้วยังสีแปรรูปเป็นข้าวสารบรรจุถุงขายในท้องตลาดได้อีกด้วย นอกจากแปรรูปเป็นข้าวสารแล้ว ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี่และไอศกรีมมะพร้าวอ่อน เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างรายได้ ที่ผู้บริโภคให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

การที่จะผลิตข้าวอินทรีย์ จะต้องงดใช้สารเคมีทั้งระบบ ใช้น้ำหมักชีวภาพ แทนสารเคมี ปลูกแนวกันชนรอบพื้นที่ผลิตข้าว ทำให้ผลผลิตข้าวอินทรีย์ปลอดภัยอย่างแท้จริง ทำให้มีรายได้ทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี ทำแนวกันชนรอบนอก และแนวกันชนรอบใน แนวกันชนรอบนอก คือพืชผักสร้างรายได้รายวันนำไปขายที่ตลาด จึงอยากแนะนำให้เกษตรกรทั่วไปหันกลับมาปลูกข้าวอินทรีย์ ที่นอกจากจะสร้างรายได้แล้วนั้น ยังลดต้นทุนการผลิต ปลอดภัยต่อตัวของผู้ผลิตและผู้บริโภค

นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า การขอรับรองข้าวอินทรีย์กับกรมการข้าวเกี่ยวกับมาตรฐานข้าวอินทรีย์ เกษตรกรที่สนใจสามารถเข้าไปขอคำแนะนำจากศูนย์วิจัยข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ของจังหวัดตนเอง สามารถเข้าไปสอบถามรายละเอียดได้ว่าหากจะผลิตข้าวอินทรีย์ จะต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เนื่องจากว่าการผลิตข้าวอินทรีย์มีอยู่ 3 ขอบข่าย คือการผลิตข้าวอินทรีย์ การแปรรูป และการคัดบรรจุ ในข้อกำหนดทั้ง 9 ข้อ จะควบคุมไปถึงทั้ง 3 ขอบข่าย ข้อกำหนดที่ 1. พื้นที่ปลูก ต้องไม่มีวัตถุอันตรายที่จะทำให้เกิดการตกค้างหรือปนเปื้อนในข้าว 2. แหล่งน้ำ น้ำที่ใช้ปลูกต้องได้จากแหล่งที่ไม่มีสภาพแวดล้อม ซึ่งก่อให้เกิดการปนเปื้อนวัตถุอันตราย 3. การจัดการดินและปุ๋ย ห้ามใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตรและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ 4. การจัดการคุณภาพในกระบวนการผลิตก่อนการเก็บเกี่ยว เมล็ดพันธุ์มาจากแหล่งผลิตข้าวอินทรีย์ ป้องกันกำจัดศัตรูพืชและข้าววัชพืช อย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่ปลูกจะต้องมีแนวป้องกันการปนเปื้อน ทั้งทางน้ำและอากาศ

5. การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว อุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บเกี่ยว ภาชนะบรรจุ และวิธีการเก็บเกี่ยวต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพของผลผลิต และต้องเก็บเกี่ยวอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดการปนของข้าวพันธุ์อื่น 6. การขนย้าย การเก็บรักษา และการรวบรวมผลผลิต อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุ และพาหนะที่ใช้ในการขนย้ายการเก็บรักษาต้องแยกออกจากแปลงเคมี และสถานที่เก็บรักษาต้องถูกสุขลักษณะ 7. การแปรรูป ทำความสะอาดและกำจัดข้าวปนออกจากเครื่องสีข้าว กระบวนการแยกสีข้าวอินทรีย์ที่ชัดเจน และจัดเก็บผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์แยกจากผลิตภัณฑ์ข้าวทั่วไป 8. การคัดบรรจุ ข้าวที่บรรจุต้องเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์เท่านั้น ต้องสะอาด ปราศจากการปนเปื้อน ข้อความบนถุงจะต้องถูกต้อง หรือครบถ้วนตามมาตรฐานบรรจุภัณฑ์ และ 9. การบันทึกและการจัดเก็บข้อมูล ต้องมีการจดบันทึกข้อมูลการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอและครบถ้วน

"เมื่อกรมการข้าวออกใบรับรองมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ให้ นายชัยศรี ผลผลิตข้าวอินทรีย์ อย่างข้าวไรซ์เบอร์รี่ยังสามารถนำแปรรูปเป็นไอศกรีม เพิ่มมูลค่าข้าวอินทรีย์ มีรสชาติหอมอร่อย ผู้บริโภคติดใจจนมีการกลับมาซื้อซ้ำ ทั้งไอศกรีมและข้าวอินทรีย์บรรจุถุง สร้างรายได้เข้ามาให้แก่ครอบครัวได้จากหลายทาง เกษตรกรเกิดความสุข สุขภาพร่างกายดีขึ้น มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์จากที่นี่ปลอดภัยจากสารเคมีอย่างแน่นอน" อธิบดีกรมการข้าว กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมการข้าวข้าวอินทรีย์ศูนย์วิจัยข้าวมาตรฐานข้าวอินทรีย์เกษตรกรชาวนครปฐมเกษตร

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้