ข่าว
100 year

จัดระเบียบริมแม่น้ำแคว ปรับโฉมต้อนรับ ครม.สัญจร

ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 พ.ย. 2562 05:05 น.
SHARE

“จังหวัดกาญจนบุรี” มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ สภาพภูมิประเทศอุดมไปด้วยความหลากหลายทางกายภาพ หากแบ่งตามสภาพภูมิประเทศ สามารถจำแนกออกเป็นสามโซน

โซนเหนือ ตั้งแต่ไทรโยค ทองผาภูมิ สังขละบุรี ศรีสวัสดิ์ มีพื้นที่ป่าสมบูรณ์ ทั้งอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก มรดกโลกทางสิ่งแวดล้อมที่มีชื่อเสียงโด่งดังควรค่าแห่งการอนุรักษ์

โซนที่สองคือ โซนตะวันออก ที่ประกอบด้วย อำเภอเลาขวัญ ห้วยกระเจา บ่อพลอย พนมทวน ที่ในอดีตเคยมีการวางแผนพัฒนากำหนดให้เป็นพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมและการแปรรูปเกษตรเพื่อรองรับการเป็นแหล่งการผลิตและคลังอาหารของประเทศไทย

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ไปตรวจพื้นที่โรงงานกระดาษแห่งแรกของประเทศไทย สร้างสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 2481 ที่พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว.

สุดท้ายเป็น โซนเขตชุมชนเมือง ที่ประกอบด้วย อำเภอเมืองกาญจน์ ท่าม่วง ท่ามะกา ที่สภาพชุมชนเป็นที่อยู่อาศัยและมีการประกอบธุรกิจรวมถึงภาคอุตสาหกรรมอย่างหนาแน่น

แต่ทุกพื้นที่มีสถานที่มีความสวยงาม เหมาะต่อการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ที่สำคัญต่อสถานการณ์ของโลกและประเทศไทย

ทั้ง สงครามโลกครั้งที่สอง เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์แห่งความมั่นคงที่สำคัญ เส้นทางการเดินทัพในการสู้รบทำศึกสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีมาแต่อดีต อาทิ สงครามเก้าทัพ เป็นต้น โดยสภาพพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ ที่มีทั้งป่า เขา และแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์รังสรรค์ขึ้น

ภาพมุมสูงบ้านเรือนประชาชนบุกรุกสร้างริมแม่น้ำแคว อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี และแพล่องที่จอดริมฝั่งแม่น้ำในอดีตเมื่อปี 2561 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายให้ จ.กาญจนบุรี จัดระเบียบใหม่.

หากมองภาพรวมทางกายภาพของภูมิประเทศ สภาพพื้นที่มีแหล่งภูเขาและสายน้ำ มีแม่น้ำหลักสำคัญ 3 สาย ได้แก่ แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ และ แม่น้ำแม่กลอง ที่ก่อเกิดจาก ป่าต้นน้ำชั้น 1 เอ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางตอนเหนือของกาญจนบุรี

นายวิฑูรย์ สิรินุกุล นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี เผยว่า แม่น้ำทั้ง 3 สายถือเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงคนเมืองกาญจน์ โดยไหลผ่านเมือง ชุมชนต่างๆ วิถีชีวิตของประชาชนจำนวนมากจึงผูกพันกับแม่น้ำทั้ง 3 สายในการดำรงชีพ ประกอบอาชีพ และทำมาหากิน เกิดธุรกิจต่างๆตามมามากมาย

นายวิฑูรย์ สิรินุกูล นอภ.เมืองกาญจนบุรี ร่วมยินดีกับชาวบ้านที่เข้าอยู่บ้านหลังใหม่.

เช่น การแพล่อง การท่องเที่ยวทางน้ำ การให้บริการห้องพัก และอื่นๆ ซึ่งธุรกิจดังกล่าวสามารถสร้างรายได้ให้กับราษฎรที่ดำรงชีพบริเวณแม่น้ำสายหลัก เป็นเหตุให้มีการปลูกสร้างบ้านเรือนอาศัยของราษฎรรุกล้ำบริเวณริมแม่น้ำ โดยเฉพาะ แม่น้ำแควใหญ่ เพิ่มขึ้นจำนวนมาก บดบังทัศนียภาพของแม่น้ำ

จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปตรวจราชการและเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 7 พ.ย.2561 นับเป็นจุดเริ่มต้นการแก้ปัญหาและจัดระเบียบพื้นที่ริมแม่น้ำแคว

นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี ได้นำเสนอปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณริมแม่น้ำแควใหญ่ และบริเวณโรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี รวมทั้งแนวกำแพงเมืองเก่า ซึ่งถือเป็นการเสนอแผนและยุทธศาสตร์พัฒนาเมืองกาญจนบุรีต่อผู้บริหารประเทศ

ทหารและจิตอาสาช่วยกันรื้อบ้านที่บุกรุกริมแม่น้ำแคว เพื่อจัดระเบียบตามนโยบายรัฐบาล.

เมื่อรับทราบปัญหา พล.อ.ประยุทธ์ จึงให้ จ.กาญจนบุรี เร่งแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ประกอบกับตามมติที่ประชุมการเดินทางไปกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคของคณะทำงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก-รัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2561 ได้สั่งการให้ จ.กาญจนบุรี เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว

เริ่มก่อสร้าง ที่พักอาศัยบนที่ดินราชพัสดุ บริเวณเกาะ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก หมู่ที่ 1 ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี เป็นที่พักอาศัยอาคารชั้นเดียว จำนวน 6 คูหา คูหาละ 10 ห้อง รวม 60 ห้อง พร้อมทั้งจัดให้มีสาธารณูปโภค ก่อสร้างรั้วและถนน

พระกิตติสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเทวสังฆาราม ทำพิธีเจิมป้ายหมู่บ้าน “บ้านแม่ลำใย” ที่สร้างให้กับชาวบ้านที่ย้ายจากจุดรุกล้ำริมแม่น้ำแคว.

ใช้งบประมาณ 11 ล้านบาท จัดซื้อวัสดุก่อสร้าง โดยได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรและแรงงานจาก มณฑลทหารบกที่ 17, กองพลทหารราบที่ 9, หน่วยพัฒนาการทหารเคลื่อนที่ 11, อ.เมืองกาญจนบุรี, เทศบาลตำบลปากแพรก และ กรมธนารักษ์ โดย สนง.ธนารักษ์พื้นที่กาญจนบุรี, ม.เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย

บ้านหลังใหม่จำนวน 60 ห้อง บนที่ราชพัสดุ บริเวณเกาะ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก หมู่ที่ 1 ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี ที่สร้างให้ชาวบ้านริมแม่น้ำแควที่มีการจัดระเบียบ เป็นการช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้าน.

นอกจากนี้ ยังมี ผู้นำท้องถิ่น และ ประชาชนจิตอาสา จากทั้ง 13 อำเภอ ใน จ.กาญจนบุรี ร่วมก่อสร้างโดยไม่คิดค่าแรงงาน อีกทั้งได้รับการสนับสนุนอาหารและน้ำดื่มจากภาคเอกชนและผู้มีจิตศรัทธา จัดเลี้ยงจิตอาสาและผู้ที่มาก่อสร้างบ้านจนแล้วเสร็จ ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.2561 ถึงวันที่ 31 ต.ค.2562 รวม 6 เดือน 27 วัน

หลังการจัดระเบียบแล้ว เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2562 นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี ได้แถลงข่าวเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ริมแม่น้ำแคว และ “โรงงานกระดาษกาญจนบุรี” ภายใต้แนวคิด “ปู่กลับมาแล้วจ้า” เทศกาลแห่งความสุข ต้อนรับการกลับมาของพื้นที่ความทรงจำ

โรงงานกระดาษเก่าแก่แห่งประเทศไทย อายุ 81 ปี แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ริมแม่น้ำแคว.

สำหรับ โรงงานกระดาษ แห่งนี้ ถือเป็นตำนานปล่องไฟสัญลักษณ์ของคนเมืองกาญจน์ในยุคก่อน สร้างขึ้นสมัย สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยช่างชาวเยอรมัน เปิดใช้วันที่ 18 ก.ย. พ.ศ.2481 เป็นโรงงานกระดาษแห่งแรกของไทย และยังเคยผลิตธนบัตรให้กับแบงก์ชาติ ส่วนราชการได้จำหน่ายตัวอาคารให้ภาคเอกชนตั้งแต่ปี 2530

“การพัฒนาและปรับภูมิทัศน์ท่าจอดแพ หรือโรงงานกระดาษเก่าซึ่งแหล่งท่องเที่ยวในเขตชุมชนเมือง เพื่ออนุรักษ์สถานที่ทางประวัติศาสตร์ เพิ่มศักยภาพและดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้มีเวลาในการท่องเที่ยวใช้จ่ายในตัวเมืองมากขึ้น และพัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สามารถมาเที่ยวชมได้ในทุกฤดู เราเน้นการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการใช้จ่าย กระตุ้นเศรษฐกิจให้ค้าขายได้มากขึ้น” นายจีระเกียรติกล่าว

นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี ที่เดินหน้าจัดระเบียบริมแม่น้ำแคว.

ประจวบเหมาะกับวันที่ 11 พ.ย.2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะไป ประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.กาญจนบุรี และร่วมกิจกรรมลอยกระทง ที่บริเวณท่าเทียบแพขุนแผน จะได้ชื่นชมผลงานแก้ปัญหาของรัฐบาล

พร้อมทั้งหวังว่าจะช่วยวางแนวทางการพัฒนา จ.กาญจนบุรี ไปสู่ “เมกะท่องเที่ยวตะวันตก” ในอนาคต.

สรวุฒิ จงสกุล

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ครม.สัญจรครม.สัญจร กาญจนบุรีจัดระเบียบแม่น้ำแคววิฑูรย์ สิรินุกุลกาญจนบุรีสรวุฒิ จงสกุลข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้