ข่าว
100 year

พัวพันอุ้มบุญ จ่อจับอีก 8 คน (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 ก.พ. 2563 05:01 น.
SHARE

9 คนแรกส่งฝากขัง นัดถกจีนขยายผล!

ผบก.ปคม.เผย จ่อหมายจับแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติเพิ่มอีก 8 คน 2 คนแรก เป็นชาวจีนพาบินไปคลอด ที่เหลือเป็นนายหน้า
คนไทย โดยวันที่ 17 ก.พ. จะประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขเพื่อขยายผลในอีกหลายประเด็น ระบุอาจจะต้องเชิญตัวแทนจากประเทศจีนร่วมหารือ เพื่อพิสูจน์ทราบชะตากรรมทารก ส่วนกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ก่อนหน้า 9 คน คุมตัวฝากขังก่อนยัดเข้าเรือนจำ ตะลึงแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติโผล่อีกแก๊ง หลังชุดสืบสวนบุกรวบนายหน้าคนไทย จ้างสาวประจวบฯ 4 แสนบาท พาไปฉีดตัวอ่อนจนตั้งท้องแล้วบินไปคลอดที่จีน ยันก่อนคลอด ได้เจอหน้าคนจีนที่อ้างรับเป็นพ่อแม่ หลังคลอดถูกพาบินกลับไทยทันที สุดช้ำโดนโกงค่าจ้างอีก 2 แสน

กรณี บก.ปคม.ร่วมกับชุดคอมมานโด 904 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกทลายเครือข่ายขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ จับกุมนายเจ้าหลาน นางซู ยิง ถิง 2 ผัวเมียชาวจีน นางวิลาสินี ซู ชาวจีน และคนไทยร่วมแก๊งรวม 9 คน พร้อมช่วยเหลือทารก 2 คน และหญิงไทยที่รับจ้างตั้งท้องอีก 7 คนในบ้านเป้าหมายย่านนาคนิวาส แฉพฤติกรรมอุบาทว์ กลุ่มนายหน้าชาวจีนรับออเดอร์จากเศรษฐีชาวจีนที่ต้องการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะภายในด้วยการชักชวนสาวไทยให้ตั้งท้องแทนในราคา 4-5 แสนบาทต่อการคลอดลูก 1 คน หากตกลงกันได้จะพาไปฉีดสเปิร์มที่ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเลี่ยงกฎหมาย เมื่อตั้งท้องแล้วจะพากลับมาประคบประหงมในไทยก่อนจะพาไปคลอดที่จีน ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ก.พ. ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม.เผยหลังประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติว่า ในส่วนแม่อุ้มบุญทั้ง 7 คนที่ช่วยเหลือได้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา โดยจะส่งตัวให้กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รับไปดูแลตรวจสภาพร่างกายเรื่องการตั้งครรภ์ ทั้งนี้ จะมีแม่อุ้มบุญส่วนหนึ่งต้องถูกดำเนินคดี หลังผันตัวเป็นนายหน้าชักชวนคนอื่นกระทำผิด แต่บางส่วนจะกันไว้เป็นพยาน หากให้การเป็นประโยชน์ในการขยายผลไปสู่การจับกุมตัวการสำคัญ สำหรับผู้ต้องหาคนที่ 10 คือ น.ส.ณัฐกมล จิตรวิชัย ที่ออกหมายจับได้รับการยืนยันแล้ว ถูกจับกุมที่ประเทศจีนในข้อหาลักลอบพาคนข้ามแดนตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.62

ผบก.ปคม.กล่าวอีกว่า ส่วนผลหารือในที่ประชุม เชื่อว่าจะเอาผิดกับผู้ต้องหาได้ทุกคน แม้ว่าชาวจีนที่ถูกจับ 3 คนจะให้การปฏิเสธอ้างว่ามาทำหลอดแก้ว ขณะที่ผลสอบสวนพยานทำให้มีหลักฐานเพียงพอจะขออนุญาตศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 8 คนเร็วๆนี้ โดย 2 คนเป็นชาวจีนทำหน้าที่พาแม่อุ้มบุญคนไทยไปคลอดที่จีน อีก 6 คนเป็นคนไทยเป็นนายหน้า และดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องการเดินทาง โดยขณะนี้ยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐให้การช่วยเหลือเรื่องการนำพ่อแม่ชาวจีนมาจดทะเบียนเป็นพ่อแม่เด็ก เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในการพาเดินทางไปต่างประเทศ ในส่วนที่ต้องขยายผลสอบสวนเพิ่มเติม จะประสานกับกระทรวงสาธารณสุขในหลายประเด็น ทั้งการตรวจสอบยาและเวชภัณฑ์ที่พบในบ้านผู้ต้องหา เอกสารการรับฝากครรภ์แม่อุ้มบุญ รวมถึงข้อมูลการเข้าตรวจสถานพยาบาลต้องสงสัยที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) มีข้อมูล 9 แห่ง จะนัดหารือในบ่ายวันที่ 17 ก.พ.

พล.ต.ต.วรวัฒน์กล่าวต่อว่า ในการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชุดจับกุมได้เตรียมหลักฐานเรื่องการเดินทางเข้าออกประเทศไทยไปประเทศจีนของกลุ่มผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยในห้วงเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมา มีการเก็บรวบรวมประวัติหญิงตั้งครรภ์ที่ไปประเทศจีนแล้วกลับมาในสภาพคลอดบุตรเป็นที่เรียบร้อยแต่ไม่ได้นำบุตรกลับมา ตลอดจนประวัติของหญิงที่อุ้มทารกขึ้นเครื่องบินไปประเทศจีนแต่กลับเข้าประเทศเพียงลำพังไว้อย่างละเอียด เชื่อว่าจะเป็นหลักฐานสำคัญในการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้อีกนับ 10 ราย สอดคล้องกับข้อมูลที่ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. แถลงข่าวไว้ในวันจับกุมว่า ตั้งแต่ปี 2555 พบหลักฐานหญิงสาวทั่วประเทศไทยรับจ้างอุ้มบุญไม่ต่ำกว่า 100 ราย อีกทั้งมีทารกถูกส่งตัวออกนอกราชอาณาจักรไทยไปแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ราย

ผบก.ปคม.กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นหัวข้อสำคัญที่รอการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การพิสูจน์ทราบชะตากรรมของทารกที่ถูกส่งไปประเทศจีน เนื่องจากตั้งข้อสังเกตว่า เด็กที่เกิดจากการรับจ้างอุ้มบุญแท้จริงแล้วสามารถกระทำได้โดยวิธีการใดบ้าง กระทำโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้เท่านั้นจริงหรือไม่ และเมื่อผู้เป็นแม่ตั้งครรภ์หรือคลอดบุตรแล้ว เดินทางออกราชอาณาจักรไทยได้อย่างไร อีกประการหนึ่งคือ การนำทารกไปปลูกถ่ายอวัยวะ ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ รวมถึงการนำไปทดลองทางวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ในประเทศจีน สามารถกระทำได้อย่างถูกต้องหรือไม่ มีองค์กรใดในประเทศจีนรองรับ ทั้งๆที่ทางการจีนเองมีอัตราโทษเกี่ยวกับคดีรับจ้างอุ้มบุญค่อนข้างสูง ทั้งนี้อาจต้องเชิญผู้แทนจากจีนเข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วยเพื่อให้สอดคล้องกับการแจ้งข้อหาแก๊งดังกล่าวที่ถูกจับกุมในประเทศไทย

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ร.ต.อ.อาคม จำปามูล พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคม. คุมตัวนายจ้าวหลาน อายุ 37 ปี นางซู ยิงถิง อายุ 48 ปี 2 ผัวเมียชาวจีน นางวิลาสินี ชู อายุ 50 ปี ชาวจีน ผู้ต้องหาที่ 1-3 และผู้ต้องหา 4-9 เป็นชาวไทย ไปยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 1 โดยกล่าวหาว่า กระทำผิดข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติหรือมีส่วนร่วมกระทำการใดๆไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจกรรมหรือการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยรู้ถึงวัตถุประสงค์และการดำเนินกิจกรรมหรือโดยรู้ถึงเจตนาที่จะกระทำความผิดร้ายแรงขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติดังกล่าวและร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้าตาม พ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 มาตรา 5, 25 และ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 มาตรา 24, 48

คำร้องฝากขังใจความสรุปว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ได้รับหนังสือแจ้งเบาะแสการรับอุ้มบุญผิดกฎหมายจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน (พม.) กรณีได้รับข้อมูลจากบุคคลในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ต.สวนพริก อ.เมืองปทุมธานี พบผู้หญิงหลายคนในหมู่บ้านมีพฤติกรรมที่อาจคาดได้ว่าเป็นการตั้งครรภ์แทน โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ที่ไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมาย มีบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย 8 คนที่กำลังตั้งครรภ์ พิจารณาข้อเท็จจริงแล้วพบว่าการกระทำเกี่ยวกับการรับตั้งครรภ์ดังกล่าวเข้าข่ายที่ถูกกล่าวหา โดยผู้หญิงทั้ง 8 คนรับจ้างอุ้มบุญจากนายจ้าวหลาน ผู้ต้องหาที่ 1 ให้ไปปลูกฝังตัวอ่อนที่ประเทศลาว

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปคม. ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องทุกคน ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1, 2, 3 และ 4 ให้การปฏิเสธ ส่วนผู้ต้องหาที่ 5, 6, 7, 8 และ 9 รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา แต่การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ขอฝากผู้ต้องหาที่ 1-9 ไว้ระหว่างการสอบสวนมีกำหนด 12 วันนับตั้งแต่วันที่ 14-25 ก.พ.63 พร้อมคัดค้านการประกันตัวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงประกอบกับพฤติกรรมในการกระทำความผิดของผู้ต้องหาเป็นภัยต่อสังคม เศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ หากได้รับการประกันตัวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดี

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังยื่นคำร้องขอฝากขัง น.ส.เหอ เถิง เย่ว อายุ 31 ปี ชาวจีน โดยขณะพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดเดียวกันกับผู้ต้องหาที่ 1-9 โดย น.ส.เหอ เถิง เย่ว ให้การปฏิเสธ แต่ในชั้นจับกุมมีความจำเป็นเร่งด่วนไม่อาจขอให้ศาลออกหมายจับได้ทัน ได้แจ้งข้อกล่าวหาสอบปากคำอย่างต่อเนื่อง และนำผู้ต้องหามาศาลเพื่อขอออกหมายขัง และฝากขัง พร้อมคัดค้านการประกันตัวเช่นเดียวกัน ศาลสอบผู้ต้องหาทั้ง 10 แล้วไม่คัดค้านอนุญาตให้ฝากขัง ก่อนนำตัวทั้งหมดส่งเข้าเรือนจำ

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปคม. นำกำลังจับกุมนายจักรัตน์ กิตติวานิชกุล อายุ 59 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 14 ก.พ. 63 ข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า จับได้ที่ จ.เชียงใหม่ หลัง น.ส.แนน (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ชาวประจวบคีรีขันธ์ ร้องเรียนว่า มีเพื่อนชักชวนให้ไปเป็นแม่อุ้มบุญ รายได้ดีมีค่าจ้างถึง 4 แสนบาท หลังตอบตกลงเพื่อนได้พามาหาผู้ต้องหาก่อนจะให้ไปฉีดสเปิร์มที่โรงพยาบาลในประเทศกัมพูชา แต่ตัวอ่อนหลุด ได้เงินกลับมา 1 หมื่นบาท จากนั้นได้พาไปฉีดสเปิร์มที่โรงพยาบาลในประเทศมาเลเซียอีก 3 ครั้ง กระทั่งตั้งท้อง 8 เดือน นายจักรัตน์ให้กลับมาอยู่บ้านที่จัดเตรียมไว้รวมกับกลุ่มแม่อุ้มบุญในกรุงเทพฯ 3 เดือน ก่อนบินไปผ่าคลอดที่จีนเมื่อเดือน มี.ค.62 ก่อนคลอดได้พบกับพ่อแม่ชาวจีนที่ต้องการเด็ก แต่เมื่อคลอดออกมาแล้วจะถูกแยกไม่ให้เห็นหน้าเด็กอีกเลย ก่อนจะถูกพากลับประเทศเพื่อรับค่าจ้างที่เหลือ แต่สุดท้ายถูกนายจักรัตน์โกงเงินค่าจ้างไปอีก 2 แสนบาท

รายงานข่าวระบุว่า สำหรับนายจักรัตน์เป็นคนละแก๊งกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ตำรวจจับได้เมื่อวันที่ 13 ก.พ. คาดว่าน่าจะมีนายหน้าชาวจีนเข้าประเทศไทยมาหาหญิงไทยไปเป็นแม่อุ้มบุญหลายแก๊ง แต่จุดหมายปลายทางแต่ละแก๊งจะไปสิ้นสุดที่ประเทศจีนทุกราย ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประชุมร่วมกันกับหลายหน่วยงานจนพอจะทราบว่า นอกจากกลุ่มผู้ต้องหาจะนำเด็กไปให้ชาวจีนรับเลี้ยงเป็นลูก ยังเกี่ยวพันกับการขายอวัยวะภายในด้วย เนื่องจากแนวทางการสืบสวนพบว่า เด็กที่ไปคลอดที่ประเทศจีน หรือถูกส่งจากประเทศไทยไปจีน ล้วนแต่ไม่พบฐานข้อมูลแสดงตัวตนที่ประเทศปลายทางอีกเลย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อุ้มบุญข่าวหน้า1แก๊งอุ้มบุญรับจ้างอุ้มบุญรับจ้างท้องแก๊งค้ามนุษย์ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้