ข่าว
100 year

หว่ามก๋อซัดหนัก เรือจมนับสิบลำ ‘500ชีวิต’ ติดเกาะล้าน สัตหีบไฟดับทั้งเมือง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์17 ก.ย. 2558 05:02 น.
SHARE

พายุ “หว่ามก๋อ” ยังไม่สิ้นฤทธิ์พัดถล่มชลบุรี นักท่องเที่ยวกว่า 500 ชีวิตติดบนเกาะล้าน เร่งนำเรือโดยสารขนาดใหญ่รับกลับขึ้นฝั่งส่วนชายหาดบางเสร่คลื่นถล่มเรือประมงจมกว่า 10 ลำ ชุมพรพายุจมเรือประมงอวนล้อม ลูกเรือ 31 ชีวิต ลอยคอรอดตายหวุดหวิด ปัตตานีพายุถล่มโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำพังทั้งหลังโชคดีไร้คนเจ็บ กรมอุตุฯ เตือน 13 จังหวัด เตรียมรับมือฝนตกหนัก ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก “สสนก.” จับตาพายุ-หย่อมความกดอากาศต่ำลูกใหม่เสี่ยงเข้าไทย คาดอีก 7 วันรู้ผล

ฤทธิ์พายุ “หว่ามก๋อ” (VAMCO) ทำให้หลายภาคของประเทศมีฝนตกหนัก ส่งผลให้ประชาชนหลายพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 16 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทำให้ต้นประดู่ขนาดใหญ่หักโค่นล้มขวางถนนสุขุมวิท กม.169 ขาเข้าพัทยา ต.สัตหีบ รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่การทางหมวดทางหลวงสัตหีบ เร่งนำเลื่อยไฟฟ้าและขวานมาตัดต้นไม้เป็นท่อนๆ เพื่อเคลื่อนย้ายออกนอกช่องทางจราจร ท่ามกลางฝนที่ตกลงมา อย่างหนัก โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง สามารถเปิดการจราจรได้ นอกจากนี้ ยังเกิดกระแสไฟฟ้าดับเกือบทั้งเมือง ทำให้เจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าสัตหีบต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน ส่วนบรรยากาศบริเวณอ่าวพัทยา มีลมกระโชกแรง คลื่นสูงประมาณ 1-3 เมตร สำนักงานเจ้าท่าภาคที่ 6 สาขาพัทยา ชักธงแดงขึ้นเสาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่ง เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามข้อกฎหมาย

นายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี กล่าวถึงการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวประมาณ 500 คน ที่ติดอยู่บนเกาะล้านว่า ภายหลังเกิดพายุและคลื่นลมแรงทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวจีน เดินทางไปท่องเที่ยวเกาะล้านตั้งแต่วันที่ 14-15 ก.ย.ที่ผ่านมา ไม่สามารถเดินทางกลับเข้าฝั่งได้ ตนประสานส่งเรือโดยสารขนาดใหญ่ 5 ลำ ไปรับโดยมีเรือยางของสำนักงานเจ้าท่าภาคที่ 6 สาขาพัทยา พร้อมอุปกรณ์เผชิญเหตุขับตามประกบเพื่อสร้างความมั่นใจ โดยนักท่องเที่ยวทั้งหมดขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย

นายชาครกล่าวถึงกรณีน้ำท่วมถนนมอเตอร์เวย์ สาย 7 ตอน 5 หลัก กม.116-117 ทั้งขาเข้าและขาออก เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า สาเหตุมาจากการพัฒนาพื้นที่เป็นโรงงานและหมู่บ้านจัดสรร ทำให้ทางเดินน้ำเปลี่ยนช่องทางจนเกิดน้ำท่วมกะทันหัน ขณะนี้สั่งให้เปิดทางน้ำด้วยการลอกวัชพืช และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมอีก

ที่บริเวณชายหาดบางเสร่ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พายุและคลื่นลมแรงทำให้เรือประมงขนาดเล็กที่ลอยลำอยู่ตามแนวชายหาด ถูกคลื่นซัดจมได้รับความเสียหายกว่า 10 ลำ แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ ขณะเดียวกันเจ้าของเรือบางส่วน นำรถเครนมากู้ซากเรือที่ลอยมาติดชายฝั่ง เพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้น และคาดว่าพายุฝนและคลื่นลมแรงอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เรือประมงขนาดเล็กได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น

น.อ.บัณฑิตย์ ชื่นอิ่ม รอง ผอ.กองกิจการ กองทัพเรือภาคที่ 1 ฐานะหัวหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าแจ้งออกเรือประมงจังหวัดชุมพร รับแจ้งจาก น.ต.เอกพัฒน์ วัฒนรณชัย ผบ.เรือรบหลวงท้ายเหมือง ได้ช่วยเหลือลูกเรือชาวประมง 31 คน ภายหลังจากเรือประมงถูกพายุคลื่นซัดเรือจมบริเวณหลังเกาะเต่า ห่างจาก จ.ชุมพร ประมาณ 80 กิโลเมตร ลูกเรือทั้งหมดอยู่ในสภาพอิดโรย นำตัวเข้าฝั่งและส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลปากน้ำชุมพร

จากการสอบถามนายนฤพล นาคจู อายุ 28 ปี ไต๋เรือ ช.โชคสมุทรนาวี 18 เปิดเผยว่า นำเรือประมงอวนล้อมออกไปหาปลาอยู่กลางทะเลลึกตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีลูกเรือชาวไทยและชาวเมียนมารวม 31 คน กระทั่งช่วงค่ำวันที่ 15 ก.ย. เกิดฝนตกหนักมีคลื่นลมแรงทำให้เรือได้รับความเสียหาย ท้องเรือแตก และคันเกียร์เสียหาย ติดต่อวิทยุขอความช่วยเหลือจากเรือประมง ต.โชค-รุ่งระวี ให้ช่วยลากเรือไปหลบพายุบริเวณหลังเกาะเต่า ขณะที่กำลังลากเรือมีคลื่นสูงประมาณ 5 เมตร ซัดใส่เรือ ช.โชคสมุทรนาวี 18 จำนวน 3 ลูกติดกัน ทำให้เรือตะแคงและจมลงก้นทะเล ลูกเรือทั้งหมดพากันกระโดดหนีลงทะเลและว่ายน้ำไปยังเรือ ต.โชครุ่งระวี และขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่นำลูกเรือเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย

ส่วน จ.ปัตตานี เกิดฝนตกหนักส่งผลให้โรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ เลขที่ 135/1 หมู่ 9 บ้านแหลมนก ต.บานา อ.เมืองปัตตานี ทำจากไม้และสังกะสี กว้างประมาณ 12 เมตร ถูกพายุพัดถล่มจนพังลงมาทั้งหลัง นายถาวร เก้านพรัตน์ อายุ 54 ปี เจ้าของโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ เปิดเผยว่า เกิดพายุฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา ทำให้โรงงานแปรรูปถูกพายุพัดถล่มพังเสียหายเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้พบว่ามีบ้านเรือนประชาชนถูกพายุพัดถล่มได้รับความเสียหายกว่า 10 หลัง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง “พายุหมุนเขตร้อนบริเวณทะเลจีนใต้” ฉบับที่ 13 ความว่า เมื่อเวลา 04.00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังจากพายุดีเปรสชัน หว่ามก๋อ ยังคงปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ยังคงมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา นครสวรรค์ ลพบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก รวมถึงฝนที่ตกสะสม สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย มีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังในการเดินเรือในช่วงวันที่ 16-18 ก.ย.นี้

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ สรุปภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันว่า ทุกภาคฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางทั่วไป และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังช่วงสั้นๆหลายพื้นที่ ปัจจุบันสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้ว สภาพน้ำท่าแม่น้ำสายหลักภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์น้อย สำหรับปริมาณน้ำในเขื่อน หรืออ่างเก็บน้ำ ภาพรวมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ปริมาณน้ำยังคงอยู่ในเกณฑ์น้อย ส่วนภาคใต้ปริมาณน้ำในเขื่อนยังอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งเขื่อนและแม่น้ำสายหลักมีปริมาณน้ำใช้เพื่อการเกษตรเพิ่มขึ้น ไม่ปรากฏภาวะภัยพิบัติ อย่างไรก็ตาม ได้แจ้งเตือนให้เฝ้าระวัง ในวันที่ 16-17 ก.ย. อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ในพื้นที่ราบต่ำริมลำน้ำบริเวณ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด

สถาบันสารสนเทศน้ำเพื่อการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) แจ้งว่า พายุหว่ามก๋อ อ่อนกำลังกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง คาดการณ์ว่าวันที่ 16-18 ก.ย. หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงดังกล่าว จะเคลื่อนที่ขึ้นทางทิศเหนือไปยังภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากโดยเฉพาะบริเวณ จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด นครสวรรค์ ลพบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท กาญจนบุรี ชุมพร ระนอง พังงา และสุราษฎร์ธานี ต่อเนื่องวันที่ 19-22 ก.ย. ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ดังกล่าวจะยังคงมีกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคเหนือ ส่งผลให้ฝนตกหนักในบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคอื่นๆฝนจะลดลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ สสนก. อยู่ระหว่างการจับตาหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ และพายุในมหาสมุทรแปซิฟิก กำลังจะก่อตัวทางด้านทิศตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ เวลานี้แบบจำลองสภาพอากาศ หรือ วาฟ ตรวจพบค่าความแตกต่างอุณหภูมิของน้ำทะเล หมายความว่าโอกาสที่จะก่อตัวเป็นพายุเป็นไปได้สูง อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของทั้งสองพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำและพายุ โอกาสที่จะเคลื่อนที่มาทางทิศตะวันตกและเข้าสู่ประเทศไทยมีค่อนข้างสูง อีกไม่เกิน 7 วัน จะมีความชัดเจนกับพายุและหย่อมความกดอากาศต่ำทั้งสองลูก

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พายุหว่ามก๋อฝนตกหนักนักท่องเที่ยวติดเกาะเกาะล้านเรือประมงจมชลบุรี

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้