ข่าว
100 year

ผบ.ตร.รับปมบึม เหตุส่งอุยกูร์ให้จีน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์16 ก.ย. 2558 08:09 น.
SHARE

ส่ง‘จักรทิพย์’บินด่วนถกมาเลเซีย

ผบ.ตร.รับแล้วชนวนเหตุบึมมาจากการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ ส่งอุยกูร์ไปประเทศที่สาม รวมทั้งการส่งผู้ลี้ภัยผิดกฎหมาย กลับไปประเทศจีน ยืนยันรัฐบาลปฏิบัติตามหลักสากล สอดคล้องกับความเห็นของ “บิ๊กป้อม” ขณะที่ “บิ๊กตู่” แทงกั๊กไม่เกี่ยวส่งอุยกูร์ให้จีน ยังไม่กล้าตัดประเด็นนี้ทิ้ง ส่วนทนาย 1 ในผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวยันลูกความไม่มีเอี่ยวซ้ำถูกยัดของกลาง ด้านชุดคลี่คลายนำโดยว่าที่ ผบ.ตร. “จักรทิพย์ ชัยจินดา” บินไปมาเลย์ แล้วเตรียมประสานข้อมูลตำรวจมาเลย์จับ 3 ผู้ต้องสงสัย สื่อนอกตีข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลตุรกีระบุรายงานไม่ถูกต้องกรณีมีชาวตุรกีเกี่ยวข้องคดีนี้ จ่อออกหมายจับหญิงไทยที่ถูกคุมตัวขณะค้นหอพักสตรี เป็นรายที่ 13

กรณีคนร้ายลอบวางระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ และโยนระเบิดลงแม่น้ำใกล้ท่าเรือสาทร หน่วยงานความมั่นคงประเมินสถานการณ์ทั้งสองเหตุเชื่อมโยงกัน มีชนวนเหตุพัวพันกลุ่มชาติพันธุ์ที่ทางการไทยเคยผลักดันออกนอกประเทศ ชุดคลี่คลายคดีสามารถจับผู้ต้องหาก่อเหตุได้แล้ว 2 คน นายบิลา มูฮัมหมัด หรือนายอาเดม การาดัค และนายเมียไรลี ยูซูฟู จนถึงขณะนี้มีผู้ต้องหาถูกออกหมายจับรวม 12 ราย ท่ามกลางกระแสข่าวการออกหมายจับหญิงไทย 1 ใน 3 รายที่ถูกคุมตัวไปสอบที่พัน ร.มทบ.11 หลังการค้นหอพักสตรี ย่าน ม.หอการค้าฯ พบมีส่วนพัวพันกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ขณะที่รัฐบาลไทยเตรียมประสานรัฐต่อรัฐกับประเทศมาเลเซียเพื่อขอความชัดเจนกรณีจับ 3 ผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวพันในคดีนี้

“จักรทิพย์” บินด่วนเข้ามาเลย์

ความคืบหน้า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ก.ย. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.เปิดเผยว่า ไม่ยืนยันว่าชายทั้ง 3 คน ที่ถูกจับในประเทศมาเลเซีย เป็นผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับคดีระเบิด เรื่องนี้ทางการประเทศมาเลเซียเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อให้เกิดความกระจ่างรวมถึงการประสานงานระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจมาเลเซีย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะประกอบด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ส. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสละเวช รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผบก.ตท. เดินทางไปประเทศมาเลเซียในวันนี้ เพื่อร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร นำไปสู่การปฏิบัติการร่วมกันของ 2 ประเทศ จะไม่ไปสอบปากคำหรือดำเนินการใดๆทั้งสิ้นจนกว่าจะมีหลักฐานที่ชัดเจน ทำอะไรในประเทศมาเลเซียโดยพลการไม่ได้ จากรายงานข่าวทราบว่าทางการมาเลเซียควบคุมผู้ต้องหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการวางระเบิด แต่จะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาที่เข้ามาก่อเหตุระเบิดหรือไม่ ต้องประสานงานพูดคุยกับทางการมาเลเซียก่อน

ระบุ “อิซาน” เครือข่ายขนอุยกูร์

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่ออีกว่า กรณีใดๆที่เป็นข่าวหรือเป็นประเด็นสงสัย เพื่อให้เกิดความชัดเจนและตอบคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้น มีความจำเป็นต้องส่งเจ้าหน้าที่ของเราไปประสานงาน ขณะนี้ยังไม่ทราบอะไรทั้งสิ้น ว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในประเทศมาเลเซียเป็นใคร ถูกจับกุมด้วยเหตุผลใด ต้องประสานว่าบุคคลเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับคดีระเบิดหรือไม่

ที่ผ่านมาตำรวจมาเลเซียและตำรวจไทย มีความสัมพันธ์ที่ดีมาตลอด ด้านการติดตามตัวนายอิซานยังต้องดำเนินการต่อตามขั้นตอน แม้ประเทศตุรกีจะปฏิเสธว่าไม่ได้หลบหนีเข้าประเทศ แต่มีข้อมูลจากประเทศบังกลาเทศว่านายอิซานเดินทางออกจากประเทศบังกลาเทศไปประเทศตุรกี พบนายอิซานมีเครือข่ายในประเทศตุรกีเป็นขบวนการค้ามนุษย์ เคลื่อนย้ายชาวอุยกูร์จากประเทศหนึ่งไปประเทศหนึ่ง

ปมเหตุจากปราบการค้ามนุษย์

พล.ต.อ.สมยศกล่าวอีกว่า เหตุระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์ เกิดจากที่ทางการประเทศไทยไปทำลายธุรกิจการค้ามนุษย์ของขบวนการ จนไม่สามารถทำการได้ต่อ พูดง่ายๆเป็นการพังธุรกิจที่ดำเนินมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง เป็นเหตุของการโกรธเคือง เหตุที่เกิดแยกราชประสงค์กับที่สถานทูตไทย ประจำประเทศตุรกี เป็นเรื่องเดียวกัน ขบวนการเคลื่อนย้ายมนุษย์มีต้นทางที่ประเทศไทยปลายทางที่ประเทศตุรกี จึงมีความเชื่อมโยงกัน เมื่อต้นทางถูกทำลายปลายทางต้องโกรธแค้น การส่งตัวชาวอุยกูร์ 109 คน กลับไปยังประเทศจีน เป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยทำตามกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ได้มีส่งไปที่ประเทศจีนประเทศเดียว บางส่วนส่งไปประเทศตุรกี ส่วนทำไมต้องส่งไปประเทศจีนและประเทศตุรกี เพราะคนที่พิสูจน์ทราบว่าเป็นชาวตุรกีต้องส่งไปประเทศตุรกี ส่วนที่พิสูจน์ทราบว่าเป็นชาวจีนต้องส่งกลับประเทศจีน ตามหลักกฎหมายสากลเรื่องนี้รัฐบาลไทยปฏิบัติถูกต้องตามขั้นตอน

รบ.ทำถูกต้องตามหลักสากล

“ชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยในประเทศไทยเขาไม่ได้ถือสัญชาติไทย แต่ถ้ามาออกลูกออกหลานในประเทศไทย เด็กเหล่านั้นถือว่าเป็นคนไทย ส่วนคนที่ไม่ได้เกิดที่เมืองชินเจียงก็ไม่ใช่คนจีน เมื่อรัฐบาลไทยพิสูจน์ทราบว่าไม่ใช่คนจีนต้องส่งไปประเทศที่ถือสัญชาติ ส่วนลูกหลานเมื่อพิสูจน์ทราบหรือรัฐบาลจีนมีหลักฐาน ต้องส่งไปประเทศจีน เพราะเราไม่มีทางส่งไปประเทศตุรกีได้ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายสากล ส่วนความรู้สึกเป็นอีกเรื่องหนึ่ง โลกนี้มีกฎหมาย กติกา ระหว่างประเทศ จำต้องปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ ถึงเป็นประเทศอื่นก็ต้องทำอย่างนี้ ยืนยันรัฐบาลไทยทำถูกต้อง ความรู้สึกของคนเหล่านั้นอาจไม่ใช่เป็นเหตุให้เขารู้สึกว่าเราไปปิดกั้นการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของชนชาติที่ผิดปกติจะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ เพราะประเทศไทยเป็นทางผ่าน ดังนั้นเราต้องแก้ปัญหาอย่าให้เขามาใช้ประเทศเราเป็นทางผ่าน ต้องปิดช่องทางเหมือนกรณีไม่ยอมให้ชาวโรฮีนจาขึ้นฝั่ง เมื่อเข้ามาไม่ได้เขาต้องไปหาทางอื่นจะไปประเทศไหนก็เรื่องของเขาเราไม่เกี่ยว แต่เราอย่าเป็นประเทศทางผ่าน เพราะเมื่อถึงเวลาเราไม่ให้ผ่าน กลับมาโกรธเรามาทำกับประเทศเรา มันไม่ถูกต้อง เพราะเราไม่สนับสนุนการลักลอบเคลื่อนย้ายผู้อพยพแบบผิดปกติ” พล.ต.อ.สมยศกล่าว

ไม่ให้น้ำหนักผู้ต้องหาปฏิเสธ

พล.ต.อ.สมยศยังกล่าวถึงกรณีที่ทนายความของนายอาเดม การาดัค ปฏิเสธลูกความไม่เกี่ยวกับเหตุระเบิดว่า สุดแท้แต่จะพูดอย่างไร อย่างที่เคยบอกไว้คำให้การของผู้ต้องสงสัยหรือของพยาน ต้องมีความแน่ชัดก่อนว่าพูดจริงหรือพูดไปเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด บางครั้งต้องฟังหูไว้หู การสอบสวนไม่ใช่สอบสวนครั้งเดียวจบ ต้องเอาพยานหลักฐานมาเชื่อมโยงว่าสิ่งที่พูดเป็นความจริงหรือไม่ เชื่อมั่นในชุดพนักงานสอบสวน ที่สำคัญเมื่อดำเนินคดีแล้ว สามารถเอาผิดส่งฟ้องศาลได้ จะลงโทษได้หรือไม่เป็นดุลพินิจศาล พยานให้การอย่างไรต้องพิสูจน์ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้ต้องหารับสารภาพสอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่ ไม่ใช่พูดแล้วเชื่อ ต้องนำพยานหลักฐานหลายๆอย่างมาประกอบกัน จนมั่นใจว่าเจือสมกัน ส่วนข่าวชายเสื้อเหลืองหลบหนีไปอยู่ในประเทศปากีสถานเห็นว่าเวลาเป็นข่าวรายงานทีไรเจ๊งทุกที หงายเงิบไปหลายฉบับแล้ว ขอให้ใจเย็นๆตนยังไม่กล้าพูดเลย

“ตู่” สั่ง “ป้อม” ประสานมาเลย์

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีตำรวจมาเลเซียจับผู้ต้องสงสัย 3 คนที่เกี่ยวข้องกับคดีระเบิดที่ราชประสงค์และท่าเรือสาทรว่า ยังไม่ได้รับรายงาน ทราบจากข่าวที่มาเลเซียออกมาเปิดเผยเท่านั้น มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ประสานขอความร่วมมือหากจับกุมได้จริง เพราะมาเลเซียอาจไม่ส่งตัวให้ก็ได้ อย่าเพิ่งเร่งรัดมาก ขณะนี้คดีมีความคืบหน้ามาก ฉะนั้นการสืบสวนต้องทำทุกอย่างให้สงบนิ่งให้เจ้าหน้าที่ทำงานเงียบๆ เดี๋ยวจะจับไม่ได้สักคน

ยันไม่เกี่ยวส่งอุยกูร์ให้จีน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่ออีกว่า เหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกับการส่งชาวอุยกูร์ให้กับรัฐบาลจีนเพราะถ้าเป็นอย่างนั้นมันต้องมีคนออกมาแสดงความรับผิดชอบ แต่ไม่ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้ง เป็นได้ทั้ง 3 เรื่อง ทั้งอาชญากรรมธรรมดา ขบวนการค้ามนุษย์ และถ้าเป็นกรณีเกี่ยวข้องกับการส่งชาวอุยกูร์ให้จีน ต้องมาพิจารณาว่าจะทำอย่างไร เพราะจะมาบังคับรัฐแบบนี้ไม่ได้ เราดำเนินการพิสูจน์สัญชาติแล้วส่งกลับประเทศบ้านเกิด ต่อไปใครมาบ้านเราแล้วให้ส่งไปที่อยากไป วันนั้นบ้านเราจะกลายเป็นชุมทางการค้ามนุษย์ จะผิดจะถูกไปสอบที่ต้นทาง มาตำหนิตนอย่างเดียวไม่ถูก

รับทราบ “บิ๊กแป๊ะ” ไปมาเลย์

พล.อ.ประยุทธ์ยังเผยด้วยว่า ได้รับรายงานกรณีคณะทำงานของ พล.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. เตรียมเดินทางไปตรวจสอบการจับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับคดีวางระเบิดที่มาเลเซียแล้ว ทราบว่าชุดทำงานจะไปดูข้อเท็จจริง เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ทุกคนเป็นเพื่อนรอบบ้านเราหมด ถ้าไม่เป็นเพื่อนอยู่ไม่ได้หรอก มันไม่แข็งแรงพอต้องไปด้วยกันในอาเซียน

รมว.กห.เชื่อค้ามนุษย์เหตุบึม

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีทางการมาเลเซียควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดว่า ยังตอบอะไรไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจับใครได้ เกี่ยวกับเรื่องอะไร และมีส่วนเกี่ยวข้องเหตุการณ์บ้านเราอย่างไร ต้องรอประสานงานก่อน ให้ตำรวจที่เกี่ยวข้องไปดู ซึ่งการประสานงานให้เป็นระดับตำรวจของ 2 ประเทศ ต่อข้อถามที่ว่าจนถึงขณะนี้พอจะสรุปได้หรือยังว่ามูลเหตุเกิดจากเรื่องใด พล.อ.ประวิตรตอบมีหลายเรื่อง ยังไม่แน่ใจ เรื่องการค้ามนุษย์ก็สำคัญเพราะทำมานานเป็นขบวนการ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปทลายเกิดความเสียหายกับผู้อยู่ในขบวนการจนเกิดความแค้น ถือเป็นเหตุจูงใจได้ ส่วนประเด็นอื่นไม่น่ามีอะไร

จับตา 1 ต.ค.วันชาติจีน

เมื่อถามว่า ในวันที่ 1 ต.ค.เป็นวันชาติจีนต้องเฝ้าระวังเหตุการณ์เป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ต้องระวังเป็นพิเศษเพราะระวังตลอดอยู่แล้ว ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจดูแลทุกพื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีประชาชนไปรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างจังหวัด สั่งการไปเรียบร้อยแล้วให้วางแผนเตรียมการดูแล เรื่องเหล่านี้ไม่ว่าทหาร ตำรวจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ต้องร่วมมือดำเนินการ ส่วนกรณีนายชูชาติ กันภัย ทนายความนายอาเดม คาราดัก ระบุว่านายอาเดมปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดครั้งนี้ ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

ชี้คุม ผตห.ที่ มทบ.11 เหมาะสม

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. แถลงผลการดำเนินงานของศูนย์ติดตามสถานการณ์ คสช.ถึงความคืบหน้ากรณีเหตุลอบวางระเบิดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า การติดตามสืบสวนคดีมีความคืบหน้าต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 14 ก.ย. เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ควบคุมตัวนายอาเดม การาดัค หรือบิลา มูฮัมหมัด อายุ 24 ปี และนายเมียไรลี ยูซูฟู อายุ 26 ปี สองผู้ต้องหาในคดีนี้จากเรือนจำพิเศษมีนบุรี ไปควบคุมตัวที่เรือนจำชั่วคราว มทบ.11 แขวงถนนนครไชยศรี ด้วยเหตุผลจากเรือนจำทั่วไปมีผู้ต้องขังจำนวนมาก พนักงานสอบสวนไม่สะดวกเข้าสอบปากคำและการชี้ตัวผู้ต้องหา รวมถึงการเบิกตัวผู้ต้องหาออกไปทำแผนพื้นที่ต่างๆ อีกทั้งเป็นคดีความมั่นคง กรมราชทัณฑ์ จึงขอตั้ง มทบ.11 เป็นเรือนจำชั่วคราว นับว่ามีความเหมาะสม

อ้างถูกยัดสารประกอบบึม

ที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำชั่วคราว พัน.ร.มทบ.11 นายชูชาติ กันภัย ทนายความนายอาเดม การาดัค หรือนายบิลา มูฮัมหมัด 1 ใน 2 ผู้ต้องหา อยู่ระหว่างถูกควบคุมตัว เดินทางเข้าเยี่ยมลูกความ หลังถูกนำตัวมาควบคุมพร้อมกับนายเมียไรลี ยูซูุฟู ผู้ต้องหาคดีนี้อีกราย นายชูชาติเปิดเผยว่า จากการพูดคุย นายอาเดมยืนยันมีสัญชาติตุรกี เดินทางมาจากเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อเดือน เม.ย. ก่อนเดินทางเข้าประเทศเวียดนามและทำพาสปอร์ตปลอม จากนั้น เดินทางไป สปป.ลาว พักอยู่นาน 35 วัน ก่อนมีนายหน้าพาเข้าประเทศไทย พักอาศัยอยู่ที่พูลอนันต์ อพาร์ตเมนต์ ย่านหนองจอก เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ต่อมานายหน้ารายนี้บอกนายอาเดมว่าอยู่ระหว่างดำเนินการพาไปประเทศที่สาม นายอาเดมอ้างว่าระหว่างพักอาศัยในประเทศไทย อาศัยอยู่แต่ภายในห้องพัก มีเพียงตู้เย็นและหม้อหุงข้าวเป็นสิ่งอำนวยความสะดวก กระทั่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 29 ส.ค. พร้อมระบุว่าภายในห้องพักไม่มีสารประกอบระเบิด แต่ของกลางที่พบเจ้าหน้าที่นำมาจากที่อื่น ยืนยันไม่มีความรู้การประกอบระเบิด

เตรียมประสานญาติสู้คดี

นายชูชาติกล่าวต่ออีกว่า ระหว่างถูกควบคุมตัวนายอาเดมระบุว่าทหารดูแลเป็นอย่างดี ไม่กังวลกรณีถูกย้ายสถานที่ควบคุมเพราะได้รับคำชี้แจงและทำความเข้าใจแล้ว มีความกังวลเรื่องอาหาร เพราะนายอาเดมค่อนข้างเคร่งครัดในการรับประทานอาหารอิสลาม จากนี้จะติดต่อญาตินายอาเดม ที่ประเทศตุรกี เพื่อเตรียมวางแผนสู้คดี ในฐานความผิดเบื้องต้นคือเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและใช้พาสปอร์ตปลอม ขณะนี้ยังไม่ได้ติดต่อสถานทูตตุรกี

ตรวจเข้มหน้าเรือนจำชั่วคราว

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่เรือนจำชั่วคราว พัน.ร.มทบ.11 ทหารยังคงวางกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ตรวจสอบรถทุกคันที่ผ่านเข้า-ออก อย่างละเอียด พร้อมบันทึกภาพหมายเลขทะเบียนด้วยกล้องดิจิตอล ส่วนสื่อมวลชนที่เฝ้าติดตามสถานการณ์นั้น ทหารไม่อนุญาตให้ตั้งกล้องบันทึกภาพที่ด้านหน้าเรือนจำชั่วคราว โดยให้สังเกตการณ์อยู่บริเวณด้านนอกเท่านั้น

ชุดสืบมือดีบินไปมาเลย์

ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 14.30 น. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ส. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผบก.ตท.ต่างทยอยเดินทางมาเคาน์เตอร์สายการบินไทย บริเวณประตู 1 ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เพื่อเช็กอินเดินทางไปประเทศมาเลเซีย โดยสารเที่ยวบิน ทีจี 417 เครื่องออกเวลา 16.40 น. ถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ เวลา 19.50 น.ตามเวลาประเทศมาเลเซีย หลัง ผบ.ตร.สั่งการให้เดินทางไปประสานข้อมูลบุคคลที่ตำรวจมาเลเซียจับกุมได้ โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการตรวจสอบพบเพียงผู้ร่วมคณะ 3 คน ที่เดินทางมาเช็กอินด้วยตัวเอง ยกเว้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. ที่มีรายงานว่าได้เช็กอินเดินเข้าช่องทางพิเศษก่อนหน้า

สื่อนอกตีข่าวขัดแย้งทางการไทย

วันเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานกรณี พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. ระบุว่าได้ข้อมูลจากสถานทูตบังกลาเทศที่เปิดเผยว่านายอิซานเดินทางไปกรุงอาบูดาบีของประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ ก่อนมุ่งหน้าไปประเทศตุรกีเป็นจุดหมายสุดท้าย พร้อมกล่าวว่าสถานทูตตุรกีได้รับการแจ้งเรื่องแล้วนั้น เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของรัฐบาลตุรกีกลับให้ข้อมูลคนละทิศทางกัน ระบุว่าไม่มีหลักฐานบันทึกว่านายอิซานเดินทางเข้าประเทศตุรกีแล้ว อีกทั้งไม่มีเจ้าหน้าที่ไทยแจ้งมาว่ามีผู้ต้องสงสัยในคดีระเบิดเดินทางเข้าประเทศตุรกี ทั้งยังระบุด้วยว่ารายงานที่บอกว่ามีชาวตุรกีเกี่ยวข้องเหตุลอบวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม ถือเป็นรายงานไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างทำงานหนักเพื่อเข้าใจสิ่งที่รัฐบาลไทยพยายามหาทางเชื่อมโยงประเทศตุรกีเข้ากับเหตุระเบิดดังกล่าว

จ่อออกหมายจับหญิงไทยเพิ่ม

มีรายงานความคืบหน้า กรณีทหารคุมตัว น.ส.ปณิฐ์สรา ชาลีรัฐรมย์ อายุ 39 ปี ไปสอบสวนตามกฎหมาย ม.44 หลังการเข้าตรวจค้นที่หอพักสตรี ย่าน ม.หอการค้าฯ พร้อมกับนักศึกษาสาวอีก 2 รายที่ถูกปล่อยตัวไปก่อนหน้า คาดว่าทหารเตรียมส่งตัว น.ส.ปณิฐ์สราให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำภายในวันที่ 19 ก.ย. พบ น.ส.ปณิฐ์สรามีส่วนเกี่ยวข้องเคยติดต่อรถแท็กซี่ให้ไปรับชายเสื้อฟ้าที่คาดว่าชื่อนายซูแบร์ ผู้เขี่ยระเบิดลงแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ท่าเรือสาทร เจ้าตัวยังให้ข้อมูลว่าคบหามีความสัมพันธ์กับนายอับดุล ทาวับ หนึ่งในผู้เกี่ยวข้องคดีระเบิด ที่เป็นผู้โอนเงินให้กลุ่มผู้ต้องหานำไปซื้ออุปกรณ์และสารประกอบระเบิด โดยนายอับดุล ทาวับ พักอยู่แมนชั่นย่านพระโขนง ไหวตัวหลบหนีไปได้ พนักงานสอบสวนเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ น.ส.ปณิฐ์สราในความผิดฐานให้การสนับสนุนการกระทำความผิด หากรับส่งมอบตัวจากทหาร

สถานทูตตุรกีปฏิเสธข้อมูลไทย

วันเดียวกัน สถานทูตตุรกีประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์ว่าด้วยเรื่องความเป็นห่วงเกี่ยวกับกรณีที่สื่อรายงานการแถลงของ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. เรื่องผู้ต้องสงสัยคนสำคัญหลบหนีเข้าประเทศตุรกี ซึ่ง 1 ในรายงานข่าว อ้างถึงถ้อยแถลงของ พล.ต.ท.ประวุฒิที่ระบุว่า สถานทูตตุรกีและเจ้าหน้าที่ไทยทำงานร่วมกันเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับนายอิซาน จนถึงขณะนี้สถานทูตตุรกียังไม่ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ไทยในเรื่องนี้และไม่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับการสอบสวน โดยในวันที่ 15 ก.ย.สถานทูตตุรกีส่งหนังสือที่เป็นสารบันทึกวาจาถึงกระทรวงการต่างประเทศไทยเพื่อขอการยืนยันถ้อยแถลงข้างต้น เป็นการแถลงโดยโฆษก ตร.จริงหรือไม่ การตอบรับอย่างเป็นทางการของกระทรวงการต่างประเทศไทยจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศตุรกีต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ระเบิดราชประสงค์บึมราชประสงค์สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วงอุยกูร์ผู้ลี้ภัยผิดกฎหมายมาเลเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยจักรทิพย์ ชัยจินดาตุรกีบิ๊กแป๊ะอาเดม การาดัคบิลา มูฮัมหมัดเมียไรลี ยูซูฟูมทบ.11ข่าวไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้