ข่าว
100 year

เชือด ตม.สระแก้ว เด้งด่วน งาบสินบน 'อุยกูร์'

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ก.ย. 2558 05:05 น.
SHARE

ชุดคลี่คลายคดีบึมสะท้านกรุง ออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 ราย เป็นชาย 1 หญิง 1 คาดหนีเข้าเขมร ส่งรอง ผบก.ป. มือดีออกติดตาม เผยนายบิลา มูฮัมหมัด ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้าถูกสอบเครียด ยอมเปิดปากบอกรายชื่อผู้ร่วมขบวนการหลายราย รวมทั้งระบุจ่ายเงินให้ตำรวจ ตม.ด่าน จ.สระแก้ว 1.8 หมื่นบาท เพื่อเข้าไทยโดยเลี่ยงการตรวจหนังสือเดินทางปลอม “บิ๊กตู่” รู้ควันออกหูสั่ง ผบ.ตร.เชือดด่วน ขณะที่เงินรางวัลนำจับลอตแรกถึงมือชุดจับแล้ว 3 ล้าน ด้าน “โอ๊ค พานทองแท้” ตั้งแง่ บอกให้แน่อีก 7 ล้าน รอให้โฆษกรัฐบาลแถลงเป็นทางการ

กรณีตำรวจสนธิกำลังทหารเข้าตรวจค้นพูลอนันต์ อพาร์ตเมนต์ ปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 11 ย่านหนองจอก หลังสืบทราบเป็นแหล่งกบดานของผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องเหตุระเบิดที่ศาลพระพรหม เอราวัณและท่าน้ำสาทร โดยสามารถคุมตัวนายอาเดม การาดัค หรือชื่อตามหนังสือเดินทางประเทศตุรกี นายบิลา มูฮัมหมัด พร้อมอุปกรณ์การประกอบระเบิดและหนังสือเดินทางปลอมจำนวนมาก ก่อนนำตัวไปสอบสวนขยายผลที่กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 เบื้องต้นคาดผู้ต้องสงสัยรายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดทั้ง 2 จุด อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบสัญชาติที่แท้จริง ต่อมาตำรวจกองปราบฯและตำรวจ สน.มีนบุรี นำกำลังเข้าตรวจค้นหอพักไมมูณา การ์เด้นโฮม ซอยราษฎร์อุทิศ 25/8 เขตมีนบุรี พบอุปกรณ์และสารตั้งต้นวัตถุระเบิดเพิ่มอีกจำนวนมาก ทำให้ต้องจัดชุดเร่งติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดที่คาดว่ามีชาวไทยร่วมอยู่ด้วยมาดำเนินคดี

“สมยศ” บอกไม่เกี่ยวก่อการร้าย

ความคืบหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติวันที่ 31 ส.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวอยู่ขณะนี้ให้การเป็นประโยชน์มาก ส่วนจะมีผู้ใดอยู่เบื้องหลังบ้างยังไม่ขอเปิดเผย คำให้การของผู้ต้องสงสัยทำให้การสอบสวนของตำรวจสามารถสืบสวนถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องได้อีกจำนวนหนึ่ง คาดว่าจะมีการออกหมายจับเพิ่ม ต้องรอศาลว่าจะอนุมัติออกหมายจับกี่คน ขณะนี้หลายๆขั้นตอนยังต้องมีการพิสูจน์ทราบ ทุกอย่างมีขั้นมีตอนถ้ารีบสรุปอาจทำให้เกิดความเสียหายราย ละเอียดพนักงานสอบสวนยังต้องดำเนินการทุกส่วนที่ยังสงสัย ทั้งหมดเกิดจากการสอบสวนขยายผลจากพยานหลักฐานต่างๆ ตอบได้เพียงว่าผู้ต้องสงสัยมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยง ไม่อยากรีบด่วนสรุปว่าควรจะตัดประเด็นใดทิ้ง เพียงแต่ความคิดส่วนตัวไม่น่าจะเกี่ยวกับการก่อการร้าย

นายกฯเน้นปมพาสปอร์ตปลอม

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่ออีกว่า ประเด็นเรื่องพาสปอร์ตปลอม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรี ให้ความสำคัญ เมื่อพบพาสปอร์ตปลอมจำนวนมากน่าจะเป็นขบวนการที่ใช้พาสปอร์ตปลอมเหล่านั้น รายละเอียดต้องขยายผลต่อไปว่ามีความเกี่ยวข้องอย่างไรแค่ไหน ในอดีตที่ผ่านมาจับกุมขบวน การพาสปอร์ตปลอมมาโดยตลอด และมีการเฝ้าระวังอยู่แล้ว แต่มีผู้ร่วมขบวนการจำนวนมากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนช่วยเหลือสนับสนุนและมีผลประโยชน์เกี่ยวเนื่องด้วย

เชื่อขบวนการมีกว่า 10 คน

พล.ต.อ.สมยศระบุด้วยว่า จากหลักฐานและสิ่งต่างๆที่เจ้าหน้าที่ค้นพบ ทำให้พบร่องรอยที่บ่งบอกว่ามีการเตรียมการที่จะทำระเบิดจำนวนไม่น้อย เพราะจากหลักฐานที่เรายึดได้มีให้เห็นว่ามีการเตรียมวัสดุที่เตรียมการไว้ ดังนั้น เรายังมีความกังวล ตรงนี้ทางรัฐบาลรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีการประชุมหารือถึงมาตรการต่างๆที่จะต้องมีการดำเนินการอย่างไร ทุกอย่างดำเนินการอย่างเต็มที่ คิดว่ามาตรการเหล่านั้นน่าจะทำให้สามารถควบคุม ดูแลสถานการณ์ได้ สามารถสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ ผู้ที่อยู่ในขบวนการนี้มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 คน และเป็นไปอย่างที่พูดจริงๆ มีทั้งคนไทย คนต่างชาติเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีคนไทยเข้ามามีส่วนรู้เห็นเป็นใจให้ความช่วยเหลือ

มอบเงินชุดจับ 3 ล้านบาท

“เอาเรื่องดีๆกันบ้าง วันนี้ผมเตรียมเงินในส่วนของผม เนื่องด้วยการจับกุมคนร้ายในครั้งนี้ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าเป็นผลงานของเจ้าหน้าที่โดยแท้ เป็นฝีมือความสามารถของเจ้าหน้าที่ จนนำมาสู่การ จับกุมคนร้ายในครั้งนี้ ชัดเจนว่าเป็นความสามารถของเจ้าหน้าที่โดยลำพัง จะสืบสวนด้วยวิธีอะไรก็แล้วแต่ จะใช้เทคโนโลยีหรือไม่อย่างก็ตาม แต่เป็นความสามารถของตำรวจไทย ดังนั้น เงิน 1 ล้านบาทเป็นเงินของผม ส่วนอีก 2 ล้านบาท เป็นเงินของเพื่อนผมที่เป็นนักธุรกิจไม่ประสงค์ออกนามมอบมา เงินจำนวนนี้คงต้องมอบให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ส่วนกรณีที่มีข่าวบอกว่ามีคนนั้น คนนี้โทร.มาบอกข่าว สงสัยที่นั้นที่นี่ไม่มีครับ ตำรวจล้วนๆ เตรียมไว้มอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้มีขวัญกำลังใจ ผลงานจับกุมในครั้งนี้เป็นผลงานการทำงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่ ทั้งทีมชุดสืบสวนของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ส. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. และ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. เราทำงานกันเป็นทีม แบ่งหน้าที่กันทำ ขณะนี้ตำรวจทุกส่วนที่รับผิดชอบแบ่งหน้าที่กันทำ หวังว่าจะมีความคืบหน้ามานำเสนอกับสื่อมวลชนอีก” ผบ.ตร.กล่าว

ติดสินบน 1.8 หมื่นเข้าไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายบิลา มูฮัมหมัด ผู้ต้องสงสัยคดีระเบิด ที่ถูกชุดสืบสวนควบคุมตัวหลังตรวจค้นภายในห้องพักพูลอนันต์ อพาร์ตเมนต์ ปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 11 ย่านหนองจอก มีความเชื่อมโยง ขบวนการค้ามนุษย์ที่มีชาวต่างชาติ คนไทยและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องรับผลประโยชน์ ปลอมแปลงหนังสือเดินทางให้กับชาวอุยกูร์เพื่อไปประเทศที่ 3 และประเทศตุรกี โดยนายบิลาให้การว่าขึ้นเครื่องบินจากประเทศตุรกี ใช้หนังสือเดินทางปลอมเข้าประเทศเวียดนามและเดินทางเข้า สปป.ลาว ก่อนว่าจ้างรถรับจ้างขับมาส่งที่ช่องด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ด่าน ตม.จ.สระแก้ว จ่ายเงินติดสินบนเจ้าหน้าที่เป็นเงินประมาณ 18,000 บาท เพื่อเลี่ยงการตรวจหนังสือ เดินทางที่ปลอมแปลงขึ้นมา ขณะนี้กองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยรายนี้ เพื่อนำมาตรวจสอบกับเศษกระเป๋าเป้ที่บรรจุวัตถุระเบิด รวมทั้งตรวจสอบรายนิ้วมือภายในห้องเลขที่ 412 และ 414 ของอพาร์ตเมนต์ดังกล่าวว่า มีลายนิ้วมือของผู้ต้องสงสัยหรือของบุคคลอื่นอีกหรือไม่ ทั้งหมดต้องใช้เวลาตรวจสอบ

ยังปากแข็งไม่เกี่ยวเหตุบึม

มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า จากการสอบปากคำนายบิลา มูฮัมหมัด ที่ถูกควบคุมตัวไว้ที่พัน.ร.มทบ.11 เจ้าตัวอ้างว่า ลักลอบอยู่ในประเทศไทยประมาณ 1 ปี สามารถพูดและฟังภาษาไทยได้เล็กน้อย ส่วนใหญ่เวลาสื่อสารกับผู้อื่นจะใช้ภาษาอังกฤษ ชุดสอบสวนเชื่อว่านายบิลาเป็นชาวอาหรับหรือแขกขาวอย่างแน่นอน เนื่องจากเมื่อเจ้าหน้าที่นำล่ามพูดคุยนายบิลาจะพูดคุยด้วยภาษาอาหรับอย่างคล่องแคล่ว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประสานสถานทูตตุรกีเพื่อตรวจ สอบสัญชาติของนายบิลา นอกจากนี้ นายบิลายังรับสารภาพว่า เป็นเจ้าของอุปกรณ์ประกอบระเบิดของ กลางทั้งหมดที่พบอยู่ในห้องพัก แต่ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์คนร้ายวางระเบิดทั้ง 2 แห่ง และเมื่อสอบเค้นถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ร่วมขบวนการมารับระเบิดไปก่อเหตุ รวมทั้งมือระเบิดชายเสื้อเหลืองสะพาย กระเป๋าเป้โดยสารรถตุ๊กตุ๊กนำระเบิดไปวางที่ศาลพระพรหม แต่นายบิลายังปากแข็งอ้างว่าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดทั้ง 2 จุดดังกล่าว

เผยนายกฯปลื้มชุดทำงาน

วันเดียวกัน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงภายหลังการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์ คสช. กรณีการจับกุมผู้ต้องสงสัยวางระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าน้ำสาทร ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดย พ.อ.วินธัยกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม แจ้งที่ประชุมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องที่ทุ่มเททำงานหนัก ด้วยความอดทนและอดกลั้น จนทำให้ผลการสืบสวนคดีในภาพรวมมีความคืบหน้าไปมาก พล.อ.ประวิตรยังกำชับให้เจ้า หน้าที่คลี่คลายคดี และขยายผลการจับกุมผู้กระทำผิดและเครือข่ายด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ

ขอบคุณ ปชช.ที่แจ้งเบาะแส

พ.อ.วินธัย กล่าวต่ออีกว่าขณะนี้ยังไม่สรุปหรือตัดประเด็นใดๆทิ้ง จนกว่าจะได้องค์ประกอบพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล วัตถุพยานและผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ มาสนับสนุนให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด คสช.ขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือแจ้งเบาะแส ทำให้สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ เพื่อให้การขยายผลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ อาคารที่พัก เกสต์เฮาส์และห้องเช่าต่างๆ หากพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยเข้ามาพักอาศัย ให้แจ้งทหาร ตำรวจจุดที่ใกล้สุดหรือติดต่อมายังเบอร์โทรศัพท์สายด่วน 1515 ได้ทันที ขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกแขนงเพิ่มความระมัดระวังในการนำเสนอข่าวสารและข้อมูลสู่สาธารณชน เฉพาะประเด็นที่อาจทำให้สังคมเกิดความสับสนหรือตื่นตระหนก ให้หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์เชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดจากการคาดเดา เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเสี่ยงกระทบความมั่นคงของชาติและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ยึดรถบังคับพร้อมรีโมต

ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิเผยความคืบหน้าของคดีนี้ว่าสามารถขยายผลจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย และสืบทราบว่ามีเครือข่ายหรือความเกี่ยวเนื่องอยู่ในอพาร์ตเมนต์ไนมูณา การ์เด้น จึงสนธิกำลังระหว่างตำรวจและทหารเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา พบอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการประกอบระเบิด ประกอบด้วยดินดำ เป็นดินที่ใช้ประกอบและขยายแรงระเบิด ปุ๋ยยูเรียสามารถนำมาประกอบเป็นดินระเบิดได้ถ้ามีการผสม รถบังคับวิทยุพร้อมรีโมตคอนโทรลในการบังคับวิทยุใช้เป็นตัวจุดชนวนระยะไกล กล่องวิทยุสื่อสาร นอตตัวผู้และตัวเมียใช้แทนสะเก็ดระเบิด หลอดไฟขนาดเล็กที่ใช้แทนเป็นเชื้อปะทุไฟฟ้า นาฬิกาดิจิตอล นาฬิกาตั้งเวลา และอื่นๆอีกหลายรายการ

ออกหมายจับเพิ่ม 2 ราย

“ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลเพื่อขอศาลออกหมายจับผู้ที่เป็นผู้เช่าห้องพัก คือ น.ส.วรรณา สวนสัน หรือไมซาเลาะห์ อายุ 26 ปี ชาว จังหวัดพังงา และผู้อาศัยอยู่ในห้องเป็นชายที่ยังไม่ปรากฏสัญชาติตามภาพสเกตช์อีก 1 คน ขอชี้แจงไปยังเจ้าของอพาร์ตเมนต์ หอพักหรือบ้านเช่าที่มีผู้พักอาศัยเป็นชาวต่างชาติ ลักษณะคล้ายกับกลุ่มชาวต่างชาติกลุ่มนี้ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่โดยด่วน เพราะกลุ่มบุคคลเหล่านี้อาจมีวัตถุที่อาจเกิดอันตราย พร้อมให้บันทึกข้อมูลสำรองของกล้องวงจรปิดไว้อย่าลบทิ้ง เพื่อประโยชน์ในการสอบสวน” พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าว

บก.ป.ปฏิเสธจับไมซาเลาะห์

ทั้งนี้มีรายงานว่า พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. ปฏิเสธข่าวการจับกุม น.ส.วรรณา สวนสัน หรือชื่อทางมุสลิม ไมซาเลาะห์ ผู้ต้องหาร่วมขบวนการที่ถูกออกหมายจับ โดยบอกเพียงว่ายังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ เช่นเดียวกับ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. ที่ถูกระบุว่าเป็นชุดจับกุมได้ปฏิเสธข่าวการจับกุมเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของ กก.5 บก.ป. มีการประชุมชุดสืบสวนตลอดตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวและมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งนี้แหล่งข่าวชุดสืบสวนกองปราบฯ กล่าวยืนยันว่า พล.ต.ต.อัคราเดช ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบก.ป. เดินทางไปประสานกับตำรวจกัมพูชา เพื่อสืบสวนจับกุมตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเหตุระเบิด เนื่องจากตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบว่าหลังเกิดเหตุผู้ต้องหาทั้ง 2 รายที่เพิ่งถูกออกหมายจับ เดินทางออกจากไทยทางด่านตรวจคนเข้าเมือง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา เชื่อว่าคนร้ายยังอยู่ในประเทศกัมพูชา คาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ภายในเร็ววัน เนื่องจากการประสานงานมีความคืบหน้าไปมาก

ค้นบ้านญาติบอกไปตุรกี

ที่ จ.พังงา พล.ต.ต.ชลิต แก้วยะรัตน์ ผบก.ภ.จ.พังงา เปิดเผยว่าได้สั่งการให้ตำรวจ สภ.คุระบุรี ร่วมกับทหาร เข้าค้นบ้านเลขที่ 232 หมู่ 6 ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา ของ น.ส.วรรณา สวนสัน หรือไม–ซาเลาะห์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับเกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิด เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย โดยญาติรายหนึ่งเปิดเผยสั้นๆว่า ขณะนี้ น.ส.วรรณาหรือไมซาเลาะห์ อาศัยอยู่ในประเทศตุรกี จากการสืบสวนทราบว่า น.ส.วรรณามีความเกี่ยวข้องกับชายชาวตุรกีรายหนึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง

สอบพยานจ่อออกหมายเพิ่ม

มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลังสอบปากคำพยานแวดล้อมที่พูลอนันต์อพาร์ตเมนต์ พบมีกลุ่มเพื่อนของนายบิลา มูฮัมหมัด เคยพักอยู่ด้วยกัน แต่บางส่วนแยกไปพักอยู่ที่ไมมูณา การ์เด้นโฮม ซอยราษฎร์อุทิศ 25/8 เขตมีนบุรี ชุดสืบสวนจึงเข้าตรวจค้น กระทั่งพบสารประกอบระเบิด จนสามารถออกหมายจับ น.ส.วรรณา สวนสัน หรือไมซาเลาะห์ อายุ 26 ปี ผู้เช่าห้องและชายตามภาพสเกตช์อีก 1 คน โดยพยานแวดล้อมรายนี้ระบุว่าห้องพักดังกล่าวเคยมีกลุ่มพรรคพวกผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับเคยมาหาที่ห้องประมาณ 4-5 คน ซึ่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เตรียมเชิญไปสอบปากคำและสเกตช์ภาพเพื่อออกหมายจับเพิ่ม นอกจากนี้ ชุดสืบสวนตรวจสอบพบข้อมูลความเชื่อมโยงกันระหว่าง น.ส.วรรณและนายบิลา คาดทั้ง 2 กลุ่มเกี่ยวข้องกับคดีนี้อย่างแน่นอน

“บิ๊กตู่” สั่งขันนอตหอพัก

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการคลี่คลายคดีลอบวางระเบิดว่า มีความคืบหน้าสามารถหาความเชื่อมโยงได้มากขึ้น ทั้งหมดต้องใช้การสืบสวนสอบสวนหาหลักฐานที่เป็นพยานบุคคล วัตถุพยาน อย่าเพิ่งไปลงความเห็นว่าเป็นเรื่องใด มันมีคนหลายกลุ่มเข้าไปเกี่ยวข้อง ต้องสืบหาใครบ้างเป็นคนบงการหรือทำเอง อย่าเพิ่งไปสรุป การประเมินที่เป็นเรื่องความมั่นคง ค่อนข้างอันตราย อยากให้ทุกคนเห็นว่ายังมีคนเหล่านี้อยู่ในประเทศมีการจัดหาระเบิด จัดหาอะไรได้ในประเทศไทย คือสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญจะได้ไม่เกิดขึ้นอีก ยิ่งตามแนวชายแดนทหาร-ตำรวจ ก็ดูแล อย่าลืมว่าคนเหล่านี้ไม่เข้าตามช่องทาง จะข้ามไปข้ามมานอกช่องทาง ต้องหาวิธีการ ในพื้นที่ กทม.ต้องเช็กการเช่าห้อง ซึ่งปกติแล้วที่ไหนก็ตามถ้ามีเรื่องขึ้นมาสามารถเช็กได้หมด แต่นี่ถามมีแต่ชื่อ บัตรประชาชนไม่มี อะไรก็ไม่มี ต้องเริ่มจากตรงนี้ เจ้าของกิจการบ้านเช่าต้องมีที่มาที่ไป ถ้าใครรู้อย่าไปกลัวขอให้แจ้งมา มีวิธีการปกป้องพยานอยู่แล้ว

ชี้เอี่ยวลักลอบขนอุยกูร์

เมื่อถามว่า ผู้ต้องสงสัยคนแรกที่จับได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการลักลอบขนส่งชาวอุยกูร์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า มีส่วนคือมันมีส่วนทั้งหมด ทั้งภายในของเราและอาจเกี่ยวข้องกับกระบวน การลักลอบขนคน ฉะนั้นอย่าลืมว่าสิ่งที่เราไม่อยากให้บ้านเมืองเป็นจุดพักหรือจุดผ่านการอพยพ กลุ่มต่างๆที่ไม่ปกติ ที่เขาเรียกว่าการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานโดยไม่ปกติ มันต้องมีคนได้ประโยชน์และต้องมีกระบวนการในการทำพาสปอร์ต เข้ามาซุ่มซ่อนรอเวลาที่เหมาะสมแล้วออกนอกประเทศ ตรงนี้เป็นสาเหตุได้เหมือนกัน หากมีความขัดแย้งกันหรือมีความเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่มันก็หมดไป สำหรับผู้ต้องสงสัยคนแรกที่จับได้ต้องตรวจสอบว่าพาสปอร์ตปลอมหรือเปล่า ถ้าปลอมก็ต้องหากระบวนการทำพาสปอร์ตปลอม ต้องสอบต่อหมด จะหยุดเฉยไม่ได้ไม่ใช่ได้ตัวมาแล้วเลิก ต้องมีกระบวนการมาตรการป้องกันเฝ้าระวัง บ้านเช่าต้องไล่หมด การรั่วไหลระเบิดซีโฟร์ ทีเอ็นที เชื้อปะทุโรงโม่หินต่างๆ ต้องตรวจสอบ

“บิ๊กป้อม” ชี้ผลงานฝ่ายมั่นคง

ที่กระทรวงแรงงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพแห่งชาติ (กพร.ปช.) ว่า การจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องเหตุวางระเบิด เป็นผลมาจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ไม่มีผู้ใดแจ้งเบาะแส พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากต้องทำงานจากข้อมูลที่มีอยู่น้อย ต้องสอบสวนขยายผลว่ามีผู้ใดเข้ามาเกี่ยวข้องอีกบ้าง พยานหลักฐานที่ได้มีความชัดเจนว่าเป็นคนกลุ่มนี้แต่ต้องพิสูจน์ต่อไปว่าใครที่เป็นคนวางระเบิด

ยันไม่มีการจับแพะ

“ไม่มีหรอกการจับแพะ ไปจับถึงหนองจอกไกลจากราชประสงค์ขนาดนี้ ไม่มีแพะหรอก ไม่ได้ตัดประเด็นเรื่องก่อการร้ายข้ามชาติออกไป เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาทำงานบ้าง กว่าจะจับได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุสัญชาติของผู้ต้องสงสัย ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพราะมีการถือหนังสือเดินทางหลายประเทศ อยากให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจเข้ามาท่องเที่ยวเหมือนเดิม หากพบเบาะแสสามารถแจ้งเข้ามาได้ที่ 1515” พล.อ.ประวิตรกล่าว

“บิ๊กโด่ง” เผยรู้ชื่อเพิ่ม 2–3 ราย

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ทหารควบคุมตัวสอบสวนนายบิลา มูฮัมหมัด เพื่อขยายผลทางคดีเพิ่มเติม โดยมีตำรวจร่วมสอบสวนด้วย เบื้องต้นผู้ต้องหายอมเอ่ยชื่อบุคคลที่ร่วมขบวนการก่อเหตุแล้ว 2-3 ราย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้บงการใหญ่ ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าเป็นบุคคลใดหรือกลุ่มใดบ้าง ยืนยันว่ากระบวนการสอบสวนของทหารไม่ใช้ความรุนแรง แต่ดำเนินการสอบสวนในลักษณะพูดคุยและสอบถามอย่างระมัดระวัง ส่วนการตรวจสอบสัญชาติที่แท้จริงของผู้ต้องหานั้นยังไม่ชัดเจนว่าเป็นชาวตุรกีหรือไม่ เนื่องจากการตรวจสอบพาสปอร์ตแล้วเชื่อว่าเป็นการใช้พาสปอร์ตปลอม ขณะเดียวกันยังไม่ชี้ชัดว่าจะเชื่อมโยงกับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ที่อาจไม่พอใจทางการไทย ที่ส่งตัวชาวอุยกูร์จำนวนหนึ่งให้กับทางการจีน ต้องรอผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ก่อน คาดว่าใช้เวลาสอบสวนประมาณ 7 วันจึงจะแล้วเสร็จ

“ดอน” สั่งเข้มพาสปอร์ตเก๊

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดว่า ความคืบหน้าต้องฟังคำแถลงจากทางการ เนื่องจากผู้ต้องสงสัยอยู่ในการควบคุมแล้ว ส่วนประเด็นพาสปอร์ตปลอมที่พบจำนวนมากนั้น ต้องมาทบทวนว่าที่ผ่านมามีช่องโหว่จุดใด ไม่ใช่ว่าพอเป็นประเทศนั้นประเทศนี้แล้วจะเข้าประเทศเราได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันว่าจะปรับปรุงอย่างไร ต้องเลิกวัฒนธรรมธุระไม่ใช่ ต้องช่วยกันหากพบสิ่งผิดปกติ ส่วนท่าทีของต่างชาตินั้น หลังจากนี้ต้องเรียกความมั่นใจกลับคืนมา

“โอ๊ค” ให้แน่รอโฆษก รบ.แถลง

วันเดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุถึงการตั้งเงินรางวัลนำจับ 7 ล้านบาท แก่ผู้ชี้เบาะแสเหตุการณ์วางระเบิดแยกราชประสงค์ว่ารางวัลนำจับ 7 ล้านบาทจาก “พานทองแท้” พร้อมเสิร์ฟทันทีที่โฆษกรัฐบาลแถลงอย่างเป็นทางการ ให้คนทั้งโลกรับทราบว่า ทางการไทยจับแก๊งวางระเบิดที่ราชประสงค์ได้แล้ว โฆษกรัฐบาลไทยเรียนผูกต้องเรียนแก้ ผูกเรื่องทำร้ายประเทศไว้ ควรแก้ปมที่ผูกไว้กับประเทศด้วย ทันทีที่มีเหตุระเบิดเกิดขึ้น กลุ่มควันยังไม่ทันจาง กระบวนการสืบสวนยังไม่เริ่มต้น โฆษกรัฐบาลออกมาผูกเงื่อนไขทำลายชื่อเสียงคนไทยด้วยกันเอง โยนความผิดว่าเป็นการกระทำของนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามแล้ว จากคำพูดพล่อยๆของโฆษกรัฐบาลครั้งนี้ ทำให้การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ดูสับสน วิ่งหาธงกันวุ่นไปหมด การให้สัมภาษณ์ของแต่ละฝ่ายดูเกร็ง เหมือนกลัวจะหลุดจากทิศทางแนวธงที่โฆษกรัฐบาลปักชี้เป้าหมายไว้ ถ้าจะให้บอกว่าเป็นการกระทำของชาวต่างชาติ เป็นการก่อการร้ายของคนชาติโน้นชาตินี้ เพื่อตอบโต้เรื่องที่รัฐบาลตัดสินใจดำเนินการบางอย่างแล้ว อย่าหวังว่าจะมีใครกล้าเผยอปากพูดเลย ภาพจากกล้องวงจรปิดเด็กอมมือยังรู้ว่าเป็นต่างชาติ ยังจะพูดว่าอาจเป็นคนไทยปลอมตัวมา จะบอกว่าต่างชาติทำก็ต้องพูดว่ามีคนไทยคอยช่วยเหลือ การสืบสวนไม่คืบหน้าโยนกันไปมา พอมีคนจิตตกโพสต์ข้อความป่วนเมืองโยงคนเสื้อแดง แพล๊บเดียวก็จับตัวมาสอบสวน

ชี้โฆษกสร้างความแตกแยก

นายพานทองแท้ระบุต่อว่า รอดูจนผ่านไป 4 วัน ชักไม่ไหว การสืบสวนหาผู้ทำผิดมาลงโทษ ยิ่งช้า โอกาสที่คนร้ายหลบหนียิ่งสูง ขณะนั้นมีคนตั้ง รางวัลนำจับให้ผู้ชี้เบาะแสแล้ว 3 ล้านบาท แต่ในส่วนเจ้าหน้าที่รัฐยังไม่มี ถ้าบุคคลเหล่านี้ไม่กล้าสืบสวนไปเกินแนวธงที่วางไว้แล้ว โอกาสจับย่อมน้อยลง นี่คือสาเหตุที่ต้องอัดฉีดเงินเพิ่มให้เจ้าหน้าที่ เพื่อให้กำลังใจทำงานสืบสวนอย่างตรงไปตรงมา มาวันนี้เมื่อผลการสืบสวนมีการจับกุมดำเนินคดี กลับกลายเป็นคนต่างชาติ ไม่เหมือนที่โฆษกรัฐบาลไทยแถลงไว้ ถ้ายังตะแบงโยนขี้ให้คนไทยด้วยกัน ความเชื่อมั่นจากต่างชาติคงเหลือศูนย์ กระทำการรัฐประหารชิงอำนาจการบริหารประเทศไปจากเสียงของประชาชนแล้ว กลับเอาไปใช้สะเปะสะปะแบบนี้ ประเทศไทยคงใกล้เป็น Failed State รัฐประหารครั้งนู้น โฆษกคนนี้เคยแถลงเรื่องผังล้มเจ้ามาแล้ว หลังจากนั้น จึงออกมาแก้ตัวต่อศาลว่าไม่ได้พูด สื่อมวลชนไปขยายผลกันเอง รัฐประหารครั้งนี้โฆษกฯคนเดียวกันยังขยันสร้างความแตกแยกในหมู่คนไทยด้วยกัน แบบนี้น่ายืมคำพูดสุดฮิตของ ผบ.ตร.ตอนนักข่าวถามเรื่องจับแพะ มาใช้ถามว่า “คุณไม่สร้างสรรค์เลย คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า”

ผบ.ตร.หารือลับนายกฯ

มีรายงานว่า เมื่อเวลา 15.35 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เรียก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อรายงานสถานการณ์คืบหน้าเหตุระเบิดที่มีการจับกุมชาวตุรกีและชาวปาเลสไตน์ รวมทั้งการตรวจค้นห้องพักพบระเบิดและเอกสารหนังสือเดินทางที่มีการปลอมเอกสารชื่อและเล่มหนังสือเดินทางที่เตรียมไว้ทำปลอมแปลงให้กับชาวอุยกูร์จำนวนมาก คาดเกี่ยวข้องเป็นเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ชาวอุยกูร์ โดยมีข้อมูลทางลับเชื่อมโยงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. จ.สระแก้ว มีส่วนช่วยเหลือสนับสนุนอำนวยความสะดวกและมีส่วนเรียกรับผลประโยชน์กับขบวนการค้ามนุษย์ชาวอุยกูร์ ซึ่งใช้เส้นทางด่าน ตม.จ.สระแก้ว เป็นช่องทางอำนวยความสะดวกให้ชาวอุยกูร์หลบหนีเข้ามาไทยเพื่อปลอมแปลงเอกสารเดินทางต่อไปยังประเทศตุรกีและประเทศที่สาม

เด้งด่วน ผกก.ตม.จ.สระแก้ว

โดยในการหารือมีสรุปเป็นชาร์ตรูปถ่ายผู้ต้องสงสัยที่มีความเชื่อมโยง ของกลาง หนังสือเดินทางปลอมแปลง รวมทั้งคำให้การผู้ต้องสงสัยชาวตุรกี มีการจ่ายเงินให้ตำรวจประจำด่าน ตม.เพื่อเดินทางเข้าประเทศไทย มีเครือข่ายทำเป็นขบวนการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ ผบ.ตร. ดำเนินการเฉียบขาดกับตำรวจที่เกี่ยวข้อง มีรายงานว่า พล.ต.อ.สมยศมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ไพรัช พุกเจริญ ผกก.ตม.จ.สระแก้ว มาช่วยราชการประจำ ศปก.ตร. โดยไม่มีกำหนด โดยคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. พร้อมเรียก รอง ผกก.และ สว.ด่าน ตม.จ.สระแก้ว มาช่วยราชการที่ ศปก.ตร.เช่นกัน

นักบิดญี่ปุ่นร่วมอาลัยผู้เสียชีวิต

ที่ศาลพระพรหม เอราวัณ แยกราชประสงค์ นายอากิระ โกโตะ รองเลขาธิการสมาพันธ์รถจักรยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น พร้อมนักแข่งรถ จยย.ชาวญี่ปุ่นอีก 6 คน เดินทางมาคารวะผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิด และสักการะองค์พระพรหมโดยมีนายพรหมโชติ ไตรเวช รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว สมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย และชมรมมัคคุเทศก์ (จีนกลาง) แห่งประเทศไทย ร่วมต้อนรับ นายอากิระเปิดเผยว่า รู้สึกสะเทือนใจกับเหตุร้ายที่เกิด ขึ้นในประเทศไทย ส่วนตัวเมื่อเดินทางมาไทยจะต้องมาสักการะองค์พระพรหมทุกครั้ง ขอส่งกำลังใจให้ชาวไทยทุกคนเข้มแข็งต่อไป ทีมนักแข่งทุกคนจะเดินทางมาเมืองไทยอีกแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ระเบิดราชประสงค์ระเบิดแยกราชประสงค์ระเบิดพระพรหมระเบิดสยามหนังสือเดินทางปลอมพาสปอร์ตปลอมคำสั่งย้ายไพรัช พุกเจริญผกก.ตม.จ.สระแก้วสินบนอุยกูร์ผู้ต้องหาออกหมายจับข่าวข่าวทั่วไทยข่าวภูมิภาค

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้