กีฬา
100 year

ระเบิดครบ 7 วัน! ตร.ของบพันล้าน ซื้อเครื่องมือด่าน ไว้ติดตามคนร้าย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์25 ส.ค. 2558 07:20 น.
SHARE

“ประยุทธ์” สั่งเพิ่ม รปภ.สถานที่สำคัญ ทั้งที่ท่องเที่ยวสำคัญ แหล่งชุมชน สนามบิน สถานีขนส่งและสถานีรถไฟ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวและป้องกันเกิดเหตุซ้ำ ส่วนการตามล่ามือระเบิดศาลท้าวมหาพรหมหลังเหตุระเบิดครบ 7 วัน ชุดสืบสวนยังเร่งคลี่คลายคดี ตามตัวคนขับรถแท็กซี่ทะเบียนที่ขึ้นต้นด้วย มฏ 2 มาถ่ายรูปรถเปรียบเทียบกับภาพวงจรปิด เพราะเชื่อว่าจะทำให้รู้แหล่งกบดานของมือระเบิด “สมยศ” ของบพันล้านซื้อเครื่องมือไบโอเม็ททริค สแกนใบหน้าคนร้ายติดตามสนามบินและด่านชายแดน ขณะที่หลายหน่วยงานยังทยอยจ่ายเงินเยียวยาเหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง กรมศิลปากรส่งทีมช่างสิบหมู่ไปบูรณะท้าวมหาพรหมที่ได้รับความเสียหายวันที่ 26 ส.ค. ดำเนินการเสร็จวันที่ 4 ก.ย. กลุ่มธุรกิจเครือ ดิ เอราวัณ กรุ๊ป และเซ็นทารารับ ยอดจองตกนิดหน่อยแต่ไม่มาก หวังรัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นให้ทันช่วงไฮซีซั่นปลายปี

กรณีคนร้ายก่อเหตุวางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 ส.ค.เป็นเหตุให้ชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเสียชีวิต 20 รายและได้รับบาดเจ็บกว่า 100 ราย ชิ้นส่วนมนุษย์กระจายเกลื่อนสถานที่เกิดเหตุ เบื้องต้นกล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องสงสัยเป็นชาวต่างชาติเดินเข้ามาในที่เกิดเหตุแล้ววางเป้ใส่ระเบิดไว้บริเวณที่นั่งริมรั้วศาล หลังเดินออกไปจากที่เกิดเหตุไม่นานจึงเกิดเหตุระเบิดขึ้น ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบเส้นทางการเดินทางมาก่อเหตุของผู้ต้องสงสัยพบว่า นั่งรถตุ๊กตุ๊กมาลงริมถนนแล้วเดินเข้ามาก่อเหตุ หลังจากนั้นเดินไปเรียกรถ จยย.รับจ้างหลบหนีไป ซึ่งตำรวจนำตัวผู้ขับขี่รถตุ๊กตุ๊กและรถ จยย.มาสอบสวนแล้ว ส่วนเหตุระเบิดใกล้ท่าเรือสาทร ชุดสืบสวนกำลังหากล้องวงจรปิดเพื่อหาตัวคนร้ายแต่ยังไม่พบ ขณะที่ญาติเหยื่อชาวต่างชาติเริ่มทยอยรับศพกลับไปประเทศแล้ว เบื้องต้นชุดสืบสวนยังไม่ฟันธงว่า สาเหตุการระเบิดเกิดจากอะไร อยู่ระหว่างสอบสวน

พลเมืองดีแจ้งเบาะแสมีประโยชน์

ความคืบหน้าจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อวันที่ 24 ส.ค. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. เผยความคืบหน้าคดีระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม ย่านราชประสงค์ และเหตุระเบิดที่ท่าน้ำสาทรว่า คดีคืบหน้าไปมากพอสมควร ขณะนี้ได้รับแจ้งเบาะแสที่มีประโยชน์ต่อคดีเพิ่มเติม แต่อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ ทั้งตัวบุคคลและพยาน ส่วนมีกระแสข่าวว่า คนร้ายในคดีระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหมเรียกรถแท็กซี่สีเขียวคาดเหลืองจากยานนาวามาลงที่หัวลำโพง ก่อนโบกรถตุ๊กตุ๊กที่หัวลำโพงนั้น ข้อมูลตรงนี้ยังไม่ยืนยันอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่ทราบทะเบียนรถ และอยู่ระหว่างติดตามแท็กซี่คันดังกล่าวมาให้ปากคำ อย่างไรก็ตามยังไม่ระบุชื่อว่าคนร้ายเป็นใคร และสัญชาติอะไร ส่วนการพบระเบิดชนิดเอ็มเคทู ที่ซอยสุขุมวิท 81 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เป็นแค่ลูกระเบิดสังหารธรรมดาถูกฝังดินไว้นานแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับคดีระเบิดทั้ง 2 แห่ง

ตรวจสอบคนร้ายเข้าไปใน รพ.จุฬา

ถามว่า การตรวจสอบเหตุระเบิดเมื่อปี 55 ที่ซอยสุขุมวิท 71 มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ พล.ต.ต.ชาญเทพ กล่าวว่า ยังไม่ได้สรุปข้อมูลดังกล่าว ส่วนที่มีข่าวว่า หลังก่อเหตุวางระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม คนร้ายไปเปลี่ยนเสื้อเป็นสีเทาเข้าไปในบริเวณ รพ.จุฬาฯ และเมื่อคืนที่ผ่านมามีแฮกเกอร์ชาวมุสลิมหัวรุนแรงเข้ามาแฮกข้อมูลเว็บไซต์ของทางราชการไทย ตำรวจได้เอาเข้ามาหารือทางคดีหรือไม่นั้น ทั้ง 2 เรื่องเพิ่งทราบเมื่อช่วงเช้ายังอยู่ระหว่างตรวจสอบข่าวอยู่ แต่จะดำเนินการไปสอบถามกับชุดสืบสวนในที่ประชุมวันที่ 25 ส.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. จะเป็นประธานการประชุมความคืบหน้าคดีระเบิดเวลา 15.00 น. ที่ บช.น.

หลังปิดเมืองยังไม่พบคนร้าย

มีรายงานด้วยว่า ผลการระดมปราบปรามอาชญากรรมภายใต้ยุทธการ ปิดเมือง ค้นรังโจร ผลการเอกซเรย์ คอนโดมิเนียม หอพัก เกสต์เฮ้าส์ ฯลฯ ที่ชาวต่างชาติพักอาศัย ระหว่างวันที่ 21-24 ส.ค. รวม 4,615 หลัง จับกุมผู้ต้องหาได้ 139 คน ปืนพกสั้น 3 กระบอก และลูกซอง 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 64 นัด ยาบ้า 454 เม็ด ยาไอซ์ 10.75 กรัม กัญชา 21.38 กรัม ใบกระท่อม 3,223 ใบ เคตามีน 3.02 กรัม โอปร้าโซแลม 3 เม็ด ไม่พบเบาะแสของคนร้ายตามหมายจับหลบซ่อนอยู่

ยังทยอยเรียกแท็กซี่มาตรวจสอบ

ที่ห้องประชุมเทพนคร บก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. เดินทางมาประชุมเพื่อคลี่คลายคดี เจ้าหน้าที่นำป้ายระบุข้อความขอความร่วมมือสื่อมวลชนไม่เข้าใกล้บริเวณห้องประชุม พร้อมจัดกำลังเฝ้าดูสถานการณ์หน้าห้องประชุม ใช้เวลาประชุมนานประมาณ 1 ชม. หลังประชุมเสร็จสิ้นไม่มีนายตำรวจนายใดให้ข้อมูลคดี เนื่องจากผู้บังคับ บัญชาระดับสูงกำชับเรื่องให้ข่าวกับสื่อมวลชน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ชุดสืบสวนได้สุ่มเชิญโชเฟอร์แท็กซี่ใน กทม. เน้นเฉพาะแท็กซี่สีเขียวเหลืองมาให้ข้อมูลและบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานประมาณ 15 คัน วันนี้ฝ่ายสืบสวน กก.สส.1 กก.สส.2 กก.สส.3 กก.สส.4 และ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. ระดมกำลังสุ่มเชิญตัวโชเฟอร์แท็กซี่มาให้ข้อมูลอีก เน้นไปที่รถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีเขียวเหลือง ทะเบียนขึ้นต้นด้วยหมวดอักษร “มฏ” หมวดเลข 2 โดยบันทึกภาพด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลังรถแท็กซี่ไว้เป็นข้อมูล นำไปเปรียบเทียบกับภาพวงจร ปิดรถแท็กซี่ที่คนร้ายนั่งไปก่อเหตุ เพราะเชื่อว่า จะทำให้รู้แหล่งกบดานก่อนก่อเหตุของมือระเบิด เบื้องต้นยังไม่พบตัวโชเฟอร์แท็กซี่ที่รับคนร้ายแต่อย่างใด

ของบติดตั้งระบบไบโอเม็ททริค

ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีอุปกรณ์การตรวจสอบคัดกรองบุคคลที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ตามจับผู้ก่อเหตุระเบิดเป็นไปด้วยความยากลำบาก ขอย้ำว่า ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าผู้ก่อเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วหรือไม่ ยอมรับว่าอุปกรณ์การสืบสวนที่ตำรวจไทยใช้ขณะนี้ด้อยประสิทธิภาพ ขณะที่อุปกรณ์การสอบสวนที่ทันสมัยก็ไม่ได้จัดซื้อ จึงทำให้เป็นอุปสรรคในการตามจับกุมผู้ก่อเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์ ซึ่งเสนอให้รัฐบาลจัดซื้อและนำระบบไบโอเม็ททริค เป็นระบบที่ตรวจสอบทั้งระบบเช่น การสแกนลายนิ้วมือ ม่านตา และภาพถ่ายใบหน้า ใช้งบประมาณจากค่าธรรมเนียมค่าปรับส่วนหนึ่งของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประมาณพันล้านบาท เพื่อติดตั้งตามด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ

วัตถุพยานระเบิด 2 แห่งเชื่อมโยงกัน

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่อไปว่า วัตถุพยานบางอย่างของเหตุระเบิดทั้ง 2 แห่งมีความเชื่อมโยงกัน แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ คดีระเบิดท่าเรือสาทรพนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมหลักฐาน และอาจพิจารณาออกหมายจับได้ในเร็วๆนี้ และมั่นใจว่าจะสามารถจับผู้ที่ก่อเหตุได้อย่างแน่นอน ส่วนกรณีมีการเผยแพร่พยานหลักฐานต่างๆ ตามโซเชียลเน็ตเวิร์ก และสื่อต่างประเทศ พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ตำรวจรับฟังไว้ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า เป็นหลักฐานจริงหรือไม่ แต่ยอมรับว่า ที่ผ่านมามีผู้ที่หวังดีและไม่หวังดีแจ้งข้อมูลเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงขอเตือนผู้ที่แจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคม อาจมีความผิดได้

“ประวุฒิ” ยันคดีระเบิดคืบหน้า

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร.กล่าวว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก ผบ.ตร.มีคำสั่งให้รวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนทุกด้าน มอบหมาย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้กำลังทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพิ่มความเข้มข้นในการรักษาความปลอดภัยและตรวจตราสถานที่ที่สำคัญ นักท่องเที่ยวไม่ได้มีความวิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และผลจากการเปิดยุทธการปิดเมืองค้นรังโจร ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายยึดได้ของกลางอาวุธปืน เครื่องกระสุน และยาเสพติดจำนวนมาก และจะมีปฏิบัติการต่อเนื่องเพื่อดึงความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและคนไทยกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด

แฮกเกอร์ป่วนเว็บไซต์หน่วยงานไทย

มีรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (23 ส.ค.) มีกลุ่ม คนที่อ้างว่า เป็นกลุ่มก่อการร้ายตูนีเวีย อาร์มี่ ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวปฏิบัติตอบโต้ให้กับกลุ่มชาวมุสลิมซึ่งถูกเอารัดเอาเปรียบ ปฏิบัติการตอบโต้ประเทศคู่กรณีด้วยวิธีการที่รุนแรง ใช้แฮกเกอร์เข้าไปในระบบเว็บไซต์ของกลุ่มคนในจังหวัดพะเยาและอีกหลายเว็บไซต์ มีการเปลี่ยนหน้าเพจของกลุ่มพะเยาเป็นโลโก้ของกลุ่มชายลักษณะคล้ายชาวตะวันออกกลาง สวมชุดคลุมสีดำ โพกผ้าดำปิดหน้า เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงจึงปิดเว็บไซต์ดังกล่าว และสืบสวนขยายผลหาแฮกเกอร์ดังกล่าว เนื่องจากอาจมีกลุ่มคนบางคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดแยกราชประสงค์และท่าน้ำสี่พระยาเข้ามาเกี่ยวข้อง ด้วยการใช้รูปแบบของกลุ่มก่อการร้ายเข้ามาดิสเครดิตรัฐบาล ซึ่ง พล.ต.ท.ประวุฒิ เผยว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว

ดีเอสไอตามสถานการณ์ใกล้ชิด

ที่ดีเอสไอ นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ เผยว่า การติดตามสถานการณ์เหตุระเบิดที่บริเวณศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม มอบหมายให้ดีเอสไอติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าว แต่ไม่ได้เข้าไปร่วมหรือเกี่ยวข้องกับคณะทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากดีเอสไอไม่ได้อยู่ในคณะพนักงานสอบสวนของคดี เพียงแต่คอยติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารที่มีการรายงานผ่านทางสื่อต่างๆเท่านั้น เพราะหากมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ก็จะได้ช่วยสนับสนุนข้อมูลได้

เรียกสอบแม่ยายเหยื่อระเบิด

ที่ สน.ลุมพินี น.ส.บุญชุบ ตึกกวย อายุ 67 ปี แม่ยายนายยุทธณรงค์ สิงห์รอ อายุ 38 ปี พนักงานส่งเอกสาร หจก.ทูลแอ็ดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด (ซอยสุขุมวิท 68) ที่เสียชีวิตในเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ เข้าพบ พ.ต.ท.สมัคร ปัญญาวงศ์ พงส.พนก.สน.ลุมพินี เพื่อยื่นเอกสารส่วนของการเยียวยาเหยื่อระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม น.ส.บุญชุบ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ติดต่อให้ตนนำเอกสารส่วนต่างๆ ประกอบด้วย ทะเบียนบ้าน ใบสูติบัตร ใบมรณบัตร ยื่นเป็นหลักฐานการเยียวยาเหยื่อผู้เสียชีวิต ตนได้รับการติดต่อเยียวยาเหตุระเบิดจากสำนักพระราชวังและกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพรวม 190,000 บาทแล้ว หลังจากนี้ยังรอการติดต่อจากสถาบันนิติเวชศาสตร์ รพ.ตำรวจ อีกครั้ง ด้าน พ.ต.ท.สมัคร กล่าวว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ได้รับเรื่องลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่ได้ลงไว้เป็นหลักฐาน จึงติดต่อญาติของผู้เสียชีวิตเข้าให้ปากคำในวันนี้

เพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยหมอชิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) แขวงและเขตจตุจักร พบว่า มีกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานีขนส่งฯ กระจายกำลังตรวจตราความเรียบร้อยโดยรอบ แต่ไม่มีการนำเครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินทางติดตั้งไว้บริเวณประตูทางเข้า นอกจากนี้ ยังมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบ สน.บางซื่อ กระจายกำลังปะปนกับผู้โดยสารดูแลรอบพื้นที่ ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางมาใช้บริการมีจำนวนบางตา เนื่องจากเป็นต้นสัปดาห์ของการทำงาน ส่วนห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว นำเครื่องตรวจจับวัตถุโลหะ มาติดตั้งบริเวณประตูทางเข้าทุกจุด พร้อมขอตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระของลูกค้า เช่น กระเป๋าเดินทาง หรือกระเป๋าสะพาย ส่วนปริมาณลูกค้ายังเดินทางมาจับจ่ายสินค้าตามปกติ

หัวลำโพงก็ปรับแผน รปภ.เข้ม

ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน บรรยากาศโดยรอบยังมีประชาชนพร้อมนักท่องเที่ยวมาใช้บริการตามปกติ ส่วนภายในสถานีมีการดูแลรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น นายวัชระ พวงทอง หัวหน้าสายตรวจรักษาความปลอดภัย กล่าวว่า ขณะนี้มีคำสั่งจากการรถไฟแห่งประเทศไทยให้กวดขันการตรวจสัมภาระของผู้เดินทางโดยกระจายกำลังตรวจรอบสถานีหัวลำโพง ปรับทางเข้าออกให้แคบลงเพื่อตรวจสอบได้ง่ายขึ้น มีการใช้เครื่องตรวจโลหะ หากสงสัยเจ้าหน้าที่ขออนุญาตค้นทันที ส่วนใหญ่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี อีกทั้งทุก 2 ชั่วโมงจะตรวจพื้นที่ หากพบกระเป๋าไม่มีเจ้าของหรือต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จะเก็บไว้จนกว่าเจ้าของมาติดต่อ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ยังทยอยมารับเงินพระราชทาน

ที่ห้องแดง ในพระบรมมหาราชวัง มีญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์มารับเงินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรม– ราชานุเคราะห์แก่ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นวันที่ 2 เวลา 10.30 น. นายสว่าง อายุ 78 ปี และนางปิ่น ช่างทำ อายุ 76 ปี บิดามารดา น.ส.วราภรณ์ ช่างทำ อายุ 45 ปี 1 ในผู้เสียชีวิตเดินทางมารับเงินพระราชทานช่วยเหลือพร้อมเผยว่า ลูกสาวมีสามีเป็นชาวฮ่องกง วันเกิดเหตุพาเพื่อนชาวฮ่องกงไปสักการะพระพรหมก่อนเกิดเหตุเวลา 18.44 น. ยังส่งรูปภาพตัวเองทางโปรแกรมไลน์มาให้ครอบครัวดู จนเวลา 19.00 น. หลานชายไลน์มาบอกว่า เกิดระเบิดที่ศาลพระพรหมลูกสาวเสียชีวิตแล้ว รู้สึกตกใจและโกรธมากกับการกระทำของคนร้าย ไม่รู้ว่าจิตใจทำด้วยอะไร ฆ่าได้แม้ผู้บริสุทธิ์ที่ไม่เคยรู้จักกันหรือโกรธเกลียดกันมาก่อน แต่ก็รู้สึกปลาบปลื้มและเป็นเกียรติมาก นึกไม่ถึงว่าทั้ง 2 พระองค์ทรงใส่พระราชหฤทัยกับครอบครัวผู้เสียชีวิตเล็กๆอย่างเรา ทรงใส่พระทัยและให้กำลังใจครอบครัวพสกนิกรของพระองค์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุด

สลดมาขอพรให้พ่อแม่กลับตาย

อีกราย น.ส.จันทกาญสินี แสงจัง พี่สาวของ น.ส.น้ำอ้อย แสงจัง อายุ 30 ปี ชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอ จ.เชียงราย หนึ่งในเหยื่อระเบิดราชประสงค์ และญาติๆมารับเงินพระราชทาน น.ส.จันทกาญสินีกล่าวว่า น้องสาวเป็นพนักงานขายของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. วันเกิดเหตุไปไหว้พระพรหมเพื่อขอพรให้แม่ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์และพ่อที่ป่วยให้หาย หลัง จากเมื่อวันที่ 11 ส.ค. น้องสาวไปรับพ่อแม่มารักษาตัวที่ กทม. แต่กลับต้องมาเสียชีวิตเสียก่อน ทำให้ครอบครัวเสียเสาหลักไป แต่ดีใจที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงและราชินี ที่ทรงช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวตนให้เข้มแข็งต่อไป

ตัวแทนสถานทูตจีนรับเงินแทน

ต่อมานายซ่าว ไฮ่หมิน เดินทางมาจากเมืองหูซี มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งนางซ่าว ฉิง อายุ 37 ปี บุตรสาวเสียชีวิตจากระเบิด และลูกเขยยังคงนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยล่ามเป็นผู้พาเข้ามารับเงินพระราชทาน นายซ่าว ไฮ่หมิน ยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้า ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวได้ เวลาไล่เลี่ยกัน น.ส.ชุน ซิว เฟ่ย ตัวแทนสถานทูตจีน ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนางชลาใส ราชกิจภารวิสัย เลขานุการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นำหลักฐานใบมรณะบัตรผู้เสียชีวิต 6 ราย ประกอบด้วยชาวจีน 4 คน และฮ่องกง 2 คนมายื่นกับเจ้าหน้าที่ เพื่อรับเงินพระราชทานก่อนนำไปมอบ ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย นายดา วัง นายเฉิน ฉี ตี้หวู่ น.ส.ยูหลาน หวาง น.ส.หยู่ จูเกา ทั้ง 4 คนเป็นชาวจีน น.ส.หวั่น ฉี อาคาเดีย ปัง และ น.ส.วิเวียน วิงยาน ชาน ชาวฮ่องกง หลังเปิดให้ญาติผู้เสียชีวิตรับเงินพระราชทาน 2 วัน มีผู้มารับเงินพระราชทานแล้ว 11 ราย

“บิ๊กโด่ง” วอนให้ จนท.คลี่คลายคดี

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ต้องให้เวลาและโอกาสเจ้าหน้าที่ตำรวจ การประชุมกองบัญชาการติดตามสถานการณ์ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ร่วมประชุมให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้คดีมีความคืบหน้าและคลี่คลายต่อไป แต่ยอมรับว่าผู้ก่อเหตุเตรียมการจนทำให้การหาหลักฐานข้อมูลต้องใช้เวลา แต่ทุกคนก็ตั้งใจ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่พยายามวางมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แทรกซ้อน ดังนั้นขอให้ประชาชนมั่นใจและดำเนินชีวิตไปตามปกติ ช่วยให้ข้อมูลข่าวสารกับทางราชการ โดยเฉพาะบุคคลที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ถ้าเราสามารถติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษได้โดยเร็วจะทำให้คดีคลี่คลายไปได้ และจะส่งผลต่อความมั่นใจต่อต่างชาติที่จะกลับคืนมาเร็วขึ้น

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ พูดคุยนักท่องเที่ยว สร้างความมั่นใจ
นายกฯสั่งคุมเข้มสถานท่องเที่ยว

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.กล่าวว่า ในห้วงที่ผ่านมาสถานการณ์ภาพรวมสงบเรียบร้อย ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.มีบัญชาให้กำลังทหารและตำรวจ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพิ่มความเข้มข้นรักษาความปลอดภัยและตรวจตราสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ แหล่งชุมชน สนามบิน สถานีขนส่ง และสถานีรถไฟ จากผลการสำรวจพื้นที่พบว่านักท่องเที่ยวไม่ได้วิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ผลจากการเปิดยุทธการปิดเมืองค้นรังโจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 129 คดี ผู้ต้องหา 139 คน รวมทั้งยึดของกลางอาวุธปืน เครื่องกระสุน และยาเสพติด ส่วนการติดตามสอบสวนคดีปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตัวอย่างวัตถุพยานส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลของผู้ต้องสงสัย ด้านการข่าวยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยข่าวต่างประเทศ เกี่ยวกับข้อมูลความเคลื่อนไหวของบุคคลที่มีลักษณะคล้ายผู้ต้องสงสัยและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง นับว่าเป็นประโยชน์นำไปพิสูจน์ทราบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลต่อไป

ยังตามจับพวกป่วนออนไลน์

พ.อ.วินธัยกล่าวอีกว่า การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตถึงปัจจุบัน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับกระทรวงยุติธรรมจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับญาติผู้ที่เสียชีวิตรวมแล้ว 16 ราย เป็นชาวต่างชาติ 13 ราย ชาวไทย 3 ราย นอกจากนั้นได้สำรวจและรับคำขอการช่วยเหลือแล้วทั้งสิ้น 104 ราย นอกจากนี้ รัฐบาลมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในรูปแบบต่างๆ จากกำหนดไว้เดิมด้วยการรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่อาการดีขึ้นและออกจากโรงพยาบาลเพิ่มเติมห้วงสุดสัปดาห์อีก 2 ราย คงเหลือรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆ 50 ราย เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือผู้ที่รับรู้หรือพบเห็นเบาะแสเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ราชประสงค์และสาทร แจ้งได้ที่หมายเลข 1515 เนื่องจากปัจจุบันยังคงมีผู้ฝ่าฝืนสร้างสถานการณ์ ตลอดจนการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะผิดกฎหมาย ทำให้สังคมเกิดความสับสนหรือตื่นตระหนก รวมทั้งเป็นการเพิ่มภาระและจงใจขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มีหลักฐานส่วนหนึ่งแล้วและอยู่ระหว่างการขยายผล

“ดาว์พงษ์” สั่ง ศธ.ตั้งทีมรักษาความปลอดภัย

ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นพ.กำจร ตติยกวี ปลัด ศธ. รายงานต่อ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศธ. กรณีมีชายลึกลับโทรศัพท์มาขู่ว่า จะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นที่ ศธ. แจ้งว่าได้วางมาตรการตรวจตราผู้ที่เดินทางเข้าออกกระทรวงอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะคนที่สะพายเป้เข้ามา แต่เนื่องจาก ศธ.มีทางเข้าออกหลายประตูทำให้เป็นปัญหา หลังรับทราบ พล.อ.ดาว์พงษ์สั่งการให้ นพ.กำจรตั้งทีมรักษาความปลอดภัยของกระทรวง พร้อมตั้งซีอีโอรับผิดชอบ และรีบทำแผนรักษาความปลอดภัยเป็นระดับเขียว เหลือง ส้ม แดง มอบหมายให้ทีมงานฝ่ายทหารช่วยดูแล ทั้งนี้ พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวว่า การตั้งทีมรักษาความปลอดภัยเพื่อความไม่ประมาท ซึ่งไม่ใช่เพื่อให้ทุกคนเกิดความตระหนกแต่กันไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลังหากเกิดเหตุร้ายขึ้นจริง

ก.ท่องเที่ยวเร่งสร้างความเข้าใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากการปฏิบัติงานของวอร์รูม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า ในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังเกิดเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 17 ส.ค. สามารถช่วยเหลือดูแลนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บอยู่ในระดับที่น่าพอใจ บรรดาญาติมิตรของนักท่องเที่ยว ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างยอมรับและมีความเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงประทับใจในความร่วมมือให้การช่วยเหลือทั้งภาครัฐและเอกชน และยังคงมองเห็นประเทศไทยเป็นดินแดนที่น่าเดินทางมาท่องเที่ยวอีกเช่นเดิม สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายฝ่ายคาดว่า จะมีผลต่อภาคการท่องเที่ยวไทยเพียงระยะสั้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติยกเลิกการเดินทางในสัดส่วนที่ไม่มากนัก ทั้งกรุ๊ปทัวร์และกลุ่มเดินทางอิสระ (FIT) และจะไม่ส่งผลกระทบถึงการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นอย่างแน่นอน

ดิ เอราวัณ กรุ๊ป หั่นเป้ารายได้

น.ส.กันยะรัตน์ กฤษณเทวินทร์ รองกรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัทดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW เผยว่า ผลกระทบจากเหตุระเบิดที่ศาลพระพรหม ส่งผลต่อการตัดสินใจเข้ามาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอการเข้ามาประเทศไทย ทำให้ล่าสุดบริษัทได้ปรับลดประมาณการรายได้ปีนี้เหลือโต 28% จากเดิมที่คาดว่า 35% ปีก่อนที่มีรายได้ 4,374.95 ล้านบาท โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (OCC) ปี 58 คาดว่าจะอยู่ที่ 75% จากเดิมคาดไว้ที่ 77% แต่ถือว่าสูงกว่าปี 57 ที่เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 65% ส่วนอัตรารายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (Rev PAR) คาดว่าจะโตได้เพียง 8% จากเดิมตั้งเป้าไว้ว่าจะโต 14% อย่างไรก็ตาม บริษัทจะไม่ใช้นโยบายลดราคาห้องพักเพื่อดึงลูกค้า เพราะหากลูกค้าไม่เข้ามาก็คงทำอะไรไม่ได้

เชื่อ 6-8 สัปดาห์กลับสู่ภาวะปกติ

น.ส.กันยะรัตน์กล่าวอีกว่า บริษัทประเมินว่าหลังเกิดเหตุระเบิดจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทยปีนี้รวม 27.6 ล้านคน ลดลงจากที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดไว้ที่ 28.6 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานรวมทั้งปีจะดีกว่าปีก่อน ที่ขาดทุนสุทธิกว่า 111 ล้านบาท ครึ่งปีแรกบริษัทฯสามารถทำกำไรได้แล้ว 115 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามยังติดตามสถานการณ์ครึ่งปีหลังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่เป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจท่องเที่ยวว่าสถานการณ์ที่ผ่านมาจะกระทบต่ออัตราการเข้าพักหรือไม่ ผลกระทบของเหตุระเบิดมีแน่นอนอยู่แล้ว มากที่สุดคือโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุมากที่สุด มีสัดส่วนรายได้ 20% ของรายได้รวมของบริษัท แต่เนื่องจากตลอด 7 เดือนแรกของปีนี้ดีมากๆ ขณะที่สถานการณ์โรงแรมอื่นๆในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดไม่ได้รับผลกระทบ เชื่อว่าสถานการณ์นักท่องเที่ยวจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้ภายในระยะเวลา 6-8 สัปดาห์ หรือในช่วงเดือน พ.ย. ซึ่งจะทันกับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว

เครือเซ็นทาราก็กระทบเล็กน้อย

นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ยอมรับว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ ส่งผลกระทบกับธุรกิจในเครือของเซ็นทรัลแน่นอน โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา รวมถึงธุรกิจอาหารบริษัทเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป แต่คงเป็นระยะสั้นไม่เกิน 2-3 เดือน ระยะยาวไม่น่ามีปัญหา คงไม่ต้องปรับเป้ารายได้สิ้นปี 2558 ลง ส่วนของธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา รวมถึงธุรกิจอาหารอาจปรับเป้าลงเล็กน้อย จากเป้าหมายเดิมที่คาดว่าปี 2558 จะทำได้ถึง 20,000 ล้านบาท เพราะเดือน ส.ค.นี้ หลังเกิดเหตุระเบิด โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราที่มีอยู่ทั้งหมดรวม 72 โรง เป็นรับจ้างบริหาร 57 โรง และของบริษัทเอง 15 โรงรวมกว่า 14,724 ห้อง ถูกยกเลิกห้องพักไปรวม 3,000-3,400 ห้อง

ธุรกิจโรงแรมเสียหาย 10 ล้านบาท

ทั้งนี้ เป็นโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ 900 ห้อง โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ 830 ห้อง และโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ มิราจบีชรีสอร์ท พัทยา 700 ห้อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10 ล้านบาท แต่การประชุมสัมมนาใหญ่ๆ ยังไม่มีการยกเลิก อาทิ การประชุมวิชาการศัลยศาสตร์โลก ครั้งที่ 46 (World Congress of Surgery 2015) ที่จัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 23-27 ส.ค.2558 และงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2558 (Thailand Research Expo 2015)” ที่มีการสัมมนาทางวิชาการระหว่างไทย-อินเดีย ครั้งที่ 9 ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ก็ยังมีการจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 19-21 ส.ค.ที่ผ่านมา

ตรวจเข้มความปลอดภัย ย่านแหล่งท่องเที่ยว การค้า สถานที่สำคัญ
ธุรกิจอาหารก็กระทบ 20%

ขณะที่ธุรกิจอาหารได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย หรือประมาณ 20% คิดเป็นมูลค่าความเสียหายแค่ 1 ล้านบาท เพราะได้รับผลกระทบแค่สาขาที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุระเบิด ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลชิดลม และสยามสแควร์เท่านั้น แต่ขณะนี้ยอดขายแต่ละสาขาในบริเวณดังกล่าว เริ่มปรับดีขึ้นเรื่อยๆแล้ว หวังให้ความเชื่อมั่นของคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะกลับมาโดยเร็วที่สุด อยากให้รัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากทั่วโลกกลับมาเที่ยวประเทศไทยให้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเร่งจับตัวคนร้ายและอื่นๆ รวมถึง 3 มาตรการที่อยากให้รัฐเร่งดำเนินการ เช่น 1.ฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก 1-2 เดือน 2.ดิวตี้ฟรี และ 3.ผลักดันให้จัดประชุมสัมมนาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มแรงจูงใจให้กับบริษัททัวร์ที่พาลูกค้าและนักท่องเที่ยวมาจัดประชุมสัมมนา รวมถึงการลดหย่อนภาษี หากรัฐทำได้เร็วความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจะกลับมา เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่กลุ่มเซ็นทรัลเจอ แต่เทียบกับครั้งก่อนๆรวมถึงครั้งที่หนักสุดตอนที่เกิดวิกฤติการเมืองที่เผาศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์และห้างสรรพสินค้าเซนไม่ได้ ไม่ใช่แค่กลุ่มเซ็นทรัลกลุ่มเดียว ทุกคนทุกค่ายได้รับผลกระทบหมด รัฐต้องเร่งเรียกความเชื่อมั่นและศรัทธาจากนักท่องเที่ยวกลับมาให้เร็วที่สุด เพราะหากช้ากว่านี้ โดยเฉพาะช่วงปลายปีถึงต้นปีหน้าที่เป็นช่วงไฮซีซั่นหากปล่อยให้หลุดไป นักท่องเที่ยวจะหันไปจองที่พักและท่องเที่ยวประเทศอื่นๆกันหมด

กั้นผ้าบูรณะพระพรหม–จัดโขนสมโภช

นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า วันที่ 26 ส.ค.นี้ ซึ่งกรมศิลปากรจะส่งทีมช่างสิบหมู่ไปบูรณะท้าวมหาพรหมที่ได้รับความเสียหาย โดยได้รับแจ้งจากมูลนิธิท่านท้าวมหาพรหมว่า จะมีการนำผ้ามากั้นบริเวณโดยรอบศาลท่านท้าวมหาพรหมช่วงระหว่างการบูรณะ จนถึงกำหนดดำเนินการเสร็จสิ้นวันที่ 4 ก.ย.นี้ โดยยังเปิดให้ประชาชนสามารถสักการะได้เช่นเดิม แต่คงอยู่บริเวณรอบนอก และในช่วงเย็นวันที่ 4 ก.ย. กรมศิลปากรจะมีการจัดการแสดงโขน สมโภช เรื่องรามเกียรติ์ โดยนักแสดงของสำนักการสังคีต จำนวน 60 คน เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่พื้นที่ด้วย

ศน.ช่วยประกอบพิธีศพผู้ตาย

นายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนา (ศน.) ได้ประสานการดำเนินงานกับญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาตามความเชื่อของแต่ละบุคคลตามที่รัฐบาลมอบหมาย โดยได้ประสานงานไปยังผู้นำศาสนาของไทย มาเป็นผู้นำการประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาตามที่ญาติร้องขอทุกด้านอย่างเต็มที่ ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการประกอบพิธีและส่งมอบอัฐิให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตไปแล้วจำนวน 4 ราย ประกอบด้วย พิธีปลงตามหลักศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก และพิธีฌาปนกิจศพหลักศาสนาพุทธ และยังมีนักท่องเที่ยวชาวจีน 3 ศพที่อยู่ระหว่างการบำเพ็ญกุศลสวดอภิธรรมศพ ที่วัดเทพลีลา และภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการพิสูจน์อัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิตแล้วเสร็จ ก็จะประสานงานมายัง ศน.ให้ช่วยประกอบพิธีทางศาสนาให้กับผู้เสียชีวิตรายอื่นต่อไป ซึ่งจะทำให้ญาติรู้สึกคลายความกังวล และได้รับการเยียวยาทางจิตใจไปด้วย

ทำพิธีทางพุทธศาสนารำลึกครบ 7 วัน

เมื่อเวลา 18.00 น. ที่หน้าศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า มูลนิธิไทยพึ่งไทยและภาคธุรกิจเอกชนบริเวณแยกราชประสงค์ จัดงานรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดหลังผ่านมาแล้ว 7 วัน เริ่มต้นด้วยผู้มางานร่วมร้องเพลงชาติไทย พร้อมกับชูผืนนำธงชาติไทยยาวขนาด 30 เมตร เพื่อแสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จากนั้นพระสงฆ์จากวัดต่างๆ ประกอบพิธีสวดบังสุกุล เสร็จแล้วทั้งหมดจุดเทียนนำไปวางศาลที่ท้าวมหาพรหมและยืนไว้อาลัยในเวลา 18.55 น.ตรงกับเวลาที่เกิดเหตุ นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานมูลนิธิฯ เผยว่า เดิมทีเป็นความต้องการของคณะสงฆ์ที่อยากจะจัดพิธีสวดมนต์ตามวิถีชาวพุทธที่ต้องอุทิศส่วนกุศลเมื่อเสียชีวิตครบ 7 วัน แต่ได้รับแจ้งจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย อย่างไรก็ดีเนื่องจากได้ประชาสัมพันธ์กันไปแล้ว ทราบว่ามีคนจะมาร่วมงาน พระสงฆ์จากต่างจังหวัดบางท่านก็เดินทางมา เลยต้องมีกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อสร้างกำลังใจให้กับคนไทย และให้รับรู้ว่าคนไทยไม่ได้หวาดกลัวอย่างที่เขาต้องการ แต่พวกเราสามัคคีกันมากขึ้น

ระดมตำรวจตรวจอนุสาวรีย์ชัยฯ

ต่อมาเวลา 17.00 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท. พ.ต.อ.ชนาวิน พวงเพชร ผกก.สน.พญาไท พ.ต.ท.ปกรณ์ ภาวิไล รอง ผกก.สส.สน.พญาไท พ.ต.ท.ประภาส แก้วฉีด สว.สส.สน.พญาไท นำกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. (191) และสุนัขตำรวจ รวมประมาณ 50 นาย ลงพื้นที่โดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี เพื่อตรวจความเรียบร้อยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวและประชาชน พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า บริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯเป็นอีกจุดหนึ่งที่รวมระบบขนส่งไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ รถไฟฟ้า และรถตู้ ที่มีประชาชนใช้ในการสัญจรไปมาจำนวนมากในช่วงเย็น จึงจำเป็นที่จะต้องเข้ามาดูแลเป็นพิเศษ วางเจ้าหน้าที่ให้ดูแลตามจุดที่มีความเสี่ยง ถึงแม้จะเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ทหารเฝ้าดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่เนื่องจากเป็นจุดที่มีรถสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก กำลังเจ้าหน้าที่ทหารอาจจะไม่เพียงพอ จึงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยดูแลตามเกาะต่างๆรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ วางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบตรวจตราด้านบนสกายวอร์กตรวจตราผู้ต้องสงสัย

หาวงจรปิดคนร้ายเข้าไป รพ.จุฬา

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าคดีระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ เจ้าหน้าที่มีหลายจุดที่จะต้องเข้าตรวจสอบ บางจุดตรวจสอบไปบ้างแล้ว ทำให้จุดต่างๆที่เป็นเป้าหมายลดลงเช่น เมื่อมีการข่าวว่าผู้ต้องสงสัยจะเป็นรายนี้รายนั้นหรือไม่ ไปตรวจสอบแล้วไม่ใช่ก็ตัดออกไปเช่น ชายเสื้อสีแดง ชายเสื้อสีขาว หรือผู้หญิงเสื้อสีดำ ก็ได้ลดความสำคัญตัดออกไปแล้วว่า ไม่น่าจะใช่ นอกจากนี้ยังประกาศให้ผู้มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัย หรือผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะที่รับชายผู้ต้องสงสัยคล้ายกับภาพสเกตช์โทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอด หรือ คนโทร.แจ้งข้อมูลมาว่า หลังเกิดเหตุชายผู้ต้องสงสัยเปลี่ยนเสื้อ ก่อนเข้าไปถ่ายรูปคนเจ็บที่ถูกส่งมารักษาที่ รพ.จุฬาฯจึงส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ แต่เนื่องจากภายใน รพ.มีกล้องวงจรปิดน้อยมากจึงยังไม่ได้ภาพชายคนดังกล่าว ทำให้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีหรือไม่ แต่ผู้โทร.แจ้งยืนยันว่าเห็น

แฮกเว็บไซต์หน่วยราชการไม่เกี่ยวระเบิด

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า ยังอยู่ในประเทศ เพราะชายคนดังกล่าวอาจเดินทางออกช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ช่องทางปกติ อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ 2 ชม.เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ภาพผู้ต้องสงสัยมาได้แจ้งไปยังทุกสนามบินทุกด่านตรวจแล้ว เมื่อพบผู้ที่มีหน้าตาคล้ายผู้ต้องสงสัยก็เรียกมาตรวจค้นทุกราย ส่วนกรณีเว็บไซต์กองกำลังมุสลิมเข้ามาแฮกเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการหลายแห่ง โฆษก ตร.กล่าวว่า จากการตรวจสอบเว็บไซต์ประเภทนี้พบว่ามีเป็นระยะๆ ถ้าเพจไหนมีช่องโหว่ของระบบป้องกันจะเข้ามาวางไว้ที่หน้าเพจเว็บไซต์นั้นๆ เหมือนกับพวกโปรแกรมเมอร์ที่ต้องการประกาศศักดาว่า สามารถแฮกมาแล้วกี่เว็บไซต์ ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับคดีระเบิดที่ราชประสงค์ ส่วนกรณีจับกุมผู้สื่อข่าวฮ่องกงที่พกเสื้อเกราะและหมวกกันน็อกที่สนามบินสุวรรณภูมิกำลังตรวจสอบอยู่ เบื้องต้นทราบว่า เหตุเกิดวันที่ 23 ส.ค.และประกันตัวออกไปแล้ว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ระเบิดราชประสงค์ครบ7วันติดตามคนร้ายตามล่ามือระเบิดสร้างความมั่นใจตามล่ามือระเบิดราชประสงค์สถานที่สำคัญแหล่งชุมชนสนามบินสถานีขนส่งสถานีรถไฟประวุฒิ ถาวรศิริอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพิ่ม รปภ.ตรวจเข้มสถานที่สำคัญข่าว

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้