ข่าว
100 year

จับผอ.คลังคารพ. ล่าอีก 6 คน ร่วมโกง 'พันล้าน' (ชมคลิป)

ไทยรัฐออนไลน์24 ธ.ค. 2557 07:15 น.
SHARE

อายัดตัวอ้างป่วยเบาหวาน ป.รวบอดีตผจ.แบงก์แถลง สอบโยงผู้บริหารสจล.ชุดเก่า

กองปราบฯนำตัวอดีตผู้จัดการแบงก์กรุงศรีฯ ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารและลักทรัพย์เงิน 1,600 กว่าล้านบาท จากบัญชี สจล.มาแถลง ข่าว หลังจับกุมได้พร้อม ผอ.คลัง สจล.ที่พนักงานสอบสวนอายัดตัวไว้ เหตุเจ้าตัวเบาหวานกำเริบ ต้องนอนโรงพยาบาล พร้อมประสาน ปปง.สอบเส้นทางการเงิน ด้านผู้ต้องหาอดีตคนแบงก์ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้อง ขณะที่ รรท.อธิการบดี สจล.ออกแถลงการณ์ พบปมเงินหาย 1.6 พันล้านบาท เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดย 2 ผู้ต้องหาที่ถูกกองปราบฯจับกุม นำแคชเชียร์เช็ค 50 ล้านบาท มาให้ รรท.รองอธิการบดีสลักหลังเช็ค แต่ถูกปฏิเสธกลับเพราะเห็นความผิดปกติ จนกระทั่งนำไปสู่การตรวจสอบจนพบมีการปลอมบัญชีเงินสถาบันถึง 4 บัญชี

จากเหตุโกงเงินครั้งมโหฬารในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ตามที่นายโมไนย ไกรฤกษ์ รักษาราชการแทนอธิการบดีสถาบันแห่งนี้ ส่งทนายความแจ้งกองปราบฯให้ดำเนินคดีบุคคลที่เกี่ยวข้องในการทุจริตเป็นเงิน 80 ล้านบาท ต่อมายังตรวจสอบพบเงินในบัญชีกองกลางของสถาบันสูญหายไปจากบัญชีในธนาคารในลักษณะการทุจริต ระหว่างปี 55 จนถึง ปัจจุบัน เป็นเงินกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเบื้องต้น พนักงานสอบสวนพบว่า น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อายุ 56 ปี ผอ.ส่วนการคลัง สจล.ได้เบิกเงินกองกลางจากบัญชีเดิม 2 แห่ง รวม 80 ล้านบาท ไปซื้อแคชเชียร์เช็ค และนำเข้าฝากที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซี ศรีนครินทร์ ที่มีนายทรงกลด ศรีประสงค์ อายุ 40 ปี เป็นผู้จัดการ อ้างว่าได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่า ต่อมาได้มีการเบิกถอนเงินออกไปพร้อมกับตกแต่งบัญชีให้ดูเหมือนว่าเงินทั้งหมดยังอยู่ จากหลักฐานดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ น.ส.อำพร และนายทรงกลด ในข้อหาปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันลักทรัพย์ ก่อนจับกุมทั้งคู่ได้เมื่อเย็นวันที่ 22 ธ.ค.

ความคืบหน้าในคดีโกงเงินสถาบันการศึกษาระดับประเทศครั้งนี้ เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 23 ธ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.ก. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผกก.1 บก.ป. นำตัวนายทรงกลด ศรีประสงค์ อายุ 40 ปี อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซี ศรีนครินทร์ อยู่บ้านเลขที่ 47/5 ถนนชิดลม อ.แม่สอด จ.ตาก ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว มาแถลงความคืบหน้าต่อสื่อมวลชน โดยไม่ได้นำตัว น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อายุ 56 ปี ผอ.ส่วนการคลัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มาร่วมแถลงผลการจับกุมครั้งนี้ เนื่องจากมีอาการป่วย และยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผกก.1 บก.ป.กล่าวว่า ตามที่รักษาราชการแทนอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พบข้อพิรุธเกี่ยวกับเงินกองกลางของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบบัญชีธนาคารตามที่มีการกล่าวอ้างว่า ได้นำเงินเข้าบัญชีธนาคารนั้นๆ กระทั่งพบว่าไม่มีการนำเงินเข้าบัญชีธนาคารแต่อย่างใด ส่วนรายการยอดเงินในบัญชีเป็นเพียงรายการปลอมที่ทำขึ้น เพื่อหลอกลวงว่าเงินยังมีอยู่ในบัญชีธนาคารเท่านั้น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบเงินกองกลางที่ฝากไว้ในบัญชีธนาคารต่างๆ ย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 55 ถึงปัจจุบันพบว่ามีเงินอีก 1,583 ล้านบาทได้หายไป รวมแล้ว 1,663 ล้านบาท พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ได้รวบรวมพยานหลักฐานก่อนขอหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. จับกุมนายทรงกลด ได้ที่ย่านอ่อนนุช และติดตามตัว น.ส.อำพร ขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านบางนา ก่อนที่จะอายัดตัวไว้ดำเนินคดี

ขณะที่ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. เปิดเผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีข้อมูล ความสัมพันธ์ของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน แต่จะตรวจสอบต่อไป และถ้าสอบสวนพบว่า ยังมีใครเข้ามาเกี่ยวข้อง จะดำเนินการออกหมายจับทันที อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ต้องหาพูดเรารับฟังทุกเรื่อง แต่จะเชื่อหรือไม่อยู่ที่ดุลพินิจของพนักงานสอบสวน จากหลักฐานที่มีตำรวจสามารถขออนุมัติออกหมายจับได้ ส่วนการที่นายทรงกลดได้ให้การภาคเสธ เป็นสิทธิของผู้ต้องหา ขอยืนยันว่ามีพยานหลักฐานชัดเจน 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอาการ น.ส.อำพร พบว่าเป็นเบาหวาน น้ำตาลขึ้นสูง แต่แพทย์ยืนยันว่าปลอดภัยแล้ว คาดว่าไม่น่าเกิน 1-2 วัน น่าจะได้ออกจาก รพ. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการเพียงแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากยังเป็นผู้ป่วยเกรงว่าจะกระทบ– กระเทือน ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ประสานกับสถาบันทางการเงิน อายัดบัญชีผู้ต้องหาไม่ให้เคลื่อน ย้ายออกไปที่อื่นแล้ว

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท. ผบช.ก.กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งให้พนักงานสอบสวนกองปราบฯประสานกับ เลขา ปปง.ให้เข้าร่วมในการสอบสวน ดำเนินการในกระบวนการอายัดบัญชีต่างๆที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเดินของเงินทั้งหมด เนื่องจากเงินมีจำนวนมาก แต่เนื่องจากระยะเวลาที่มีการกระทำความผิดเป็นช่วงเวลานานถึง 2 ปี ต้องรีบดำเนินการ ไม่ทราบว่าจะได้เงินกลับคืนมาจำนวนเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม จะดำเนินการอย่างเต็มความสามารถ ในเรื่องของการทำธุรกรรมทางการเงินจำนวนเยอะ โดยปกติเมื่อมีการโอนเงินจำนวนมากๆ ธนาคารจะติดต่อกลับไปหาเจ้าของเงิน เพื่อให้ยืนยันว่ามีการเซ็นเช็คจำนวนดังกล่าวจริงหรือไม่ และทางผู้ต้องหาได้ดำเนินการตามขั้นตอนหรือไม่ มีการเช็กย้อนกลับไปหรือไม่ ขณะนี้อยู่ในช่วงการสืบสวนขยายผล อาจจะกระทบผู้อื่นบ้าง ดังนั้นใครที่ทราบข้อมูลการกระทำความผิดติดต่อมาที่ บก.ป.ได้

ส่วนนายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีต ผจก. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซี ศรีนครินทร์เปิดเผยว่า ปัจจุบันตนไม่ได้เป็นพนักงานธนาคารกรุงศรีอยุธยาแล้ว เนื่องจากตนไม่ผ่านโปรฯโดยออกมา 2 เดือนแล้ว ทั้งนี้ ตนกับ น.ส.อำพรรู้จักกันในฐานะลูกค้ากับพนักงาน โดยรู้จักมักคุ้นกันมากกว่า 10 ปี รายการที่ทำในส่วนของธนาคาร มีการ ดำเนินการถูกต้องตามกฎระเบียบของธนาคาร เพราะโดยปกติถ้าธนาคารจะทำรายการอะไร จะต้องมีใบฝากใบถอน ส่วนเหตุที่จะให้ทำ เราไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุผลอะไร แต่โดยส่วนตัวในฐานะพนักงานธนาคาร ต้องทำตามในสิ่งที่ลูกค้าต้องการให้เราบริการ เมื่อถามว่าไม่มีเหตุระแคะระคายหรือว่าเงินมากขนาดนี้น่าจะเป็นเหตุมาจากทุจริต นายทรงกลดกล่าวว่า การทำธุรกรรมเป็นการดำเนินการกับสถานที่ราชการ และถ้าเกิดมีการทุจริตจริง น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้อยู่แล้ว ส่วนที่มีการพูดว่า ตนเป็นผู้ปลอมแปลงเอกสารนั้น เป็นเพียงแค่ข่าว และที่ผ่านมา ตนได้ตรวจสอบทุกขั้นตอนพบว่าเป็นลายเซ็นปกติ อีกทั้งการตรวจสอบต่างๆไม่ได้ขึ้นอยู่กับตนที่จะอนุมัติลายเซ็นได้อย่างเดียว ขั้นตอนการฝาก-ถอนเงิน ถ้าดูแล้วมีใบฝาก ใบถอน มีการเซ็นทุกอย่างครบ เราไม่สามารถปฏิเสธการทำรายการได้ ขอยืนยันในการปฏิบัติงานของตน เพราะสมุดบัญชีที่เป็นองค์กร จะไม่ใช่การเซ็นเพียงคนเดียว อย่างบัญชีที่มีปัญหา ต้องเซ็นถึง 2 ใน 4 เมื่อเอารายการมาทำมีลายเซ็นครบตามองค์ประกอบ ไม่ใช่เป็นการฝากให้คนอื่นมาทำ

ด้าน พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง.เปิดเผยในวันเดียวกันว่า ได้รับการประสานจาก พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ให้ตรวจสอบแกะรอยเส้นทางการเงินคดีนี้ เบื้องต้น ปปง.กำลังไล่เส้นทางการเงินอยู่ แต่หลังจากคดีนี้ปรากฏเป็นข่าว ทำให้การติดตามตัวเงินนั้นยาก แต่ยังสามารถแกะรอยเส้นทางการโยกย้ายถ่ายเทเงินผ่านธุรกรรมทางการเงินได้ คดีนี้เชื่อว่าน่าจะมีผู้อยู่เบื้องหลังมากกว่าผู้ต้องหา 2 รายนี้แน่นอน เย็นวันเดียวกัน ที่สำนักงานสภาคณาจารย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) คณะรักษาการผู้บริหารนำโดยนายโมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดี

สจล. แถลงข่าวชี้แจงกรณีความผิดปกติทางการเงินของ สจล. พร้อมทั้งแจกแถลงการณ์ สจล. เรื่อง ข่าวความผิดปกติทางการเงินของ สจล. ฉบับที่ 2 ระบุว่า 1.เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 57 น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ ผอ.ส่วนกลางคลัง ได้พานายทรงกลด ศรีประสงค์ มาแนะนำตัวกับรักษาการแทนรองอธิการบดี (ขอสงวนชื่อ) โดยแจ้งว่ามาจากธนาคารไทยพาณิชย์ และจะนำของขวัญปีใหม่มาสนับสนุนในการจัดงานปีใหม่ของ สจล. ในวันเดียวกันนั้นนายทรงกลด ได้เข้ามาในห้องของรักษาการแทนรองอธิการบดี โดยนำแคชเชียร์เช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา ลงวันที่ 1 ต.ค.57 จำนวน 50 ล้านบาท เพื่อให้รักษาการแทนรองอธิการบดีสลักหลังเช็ค ซึ่งรักษาการแทนรองอธิการบดีได้ปฏิเสธ เนื่องจากเห็นความผิดปกติ และให้นำเอกสารไปตรวจสอบความถูกต้องกับ ผอ.ส่วนการคลัง

นายโมไนยแถลงต่อไปว่า 2.เมื่อพบความผิดปกติ สจล.ได้หาข้อเท็จจริงโดยเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ 3.วันที่ 12 ธ.ค. 57 พบเอกสารหลักฐานที่ทำให้สงสัยว่าบัญชีเงินฝากธนาคารของ สจล. 4 บัญชี จะเป็นบัญชีปลอม รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย 4.วันที่ 16 ธ.ค.2557 สจล.ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม 5.วันที่ 17 ธ.ค.2557 สจล.ได้รายงานการตรวจสอบพร้อมการดำเนินงานของ สจล.ต่อสภา สจล. ทั้งนี้ทาง สจล.กำลังตรวจสอบจำนวนเงินความเสียหายเพื่อความถูกต้องต่อไป

นายโมไนยกล่าวต่อว่า ความผิดปกติที่พบจนนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมาย คือการที่นายทรงกลดนำแคชเชียร์เช็คมาให้กับรักษาราชการแทนรองอธิการบดีสลักหลัง เพราะพบว่าเป็นการนำจ่ายเข้าบัญชีของบุคคล แทนที่จะเข้าบัญชีของ สจล. จึงนำไปสู่การตรวจสอบทั้งหมด โดย สจล.ตั้งคณะทำงาน มีตนเป็นประธานตรวจสอบ และหาแนวทางในการนำเงินที่สูญหายไปกลับคืนมา เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่า จะสามารถนำเงินกลับมาได้ทั้งหมดหรือไม่ แต่ยืนยันว่าคณะรักษาการผู้บริหารไม่นิ่งนอนใจ และเงินจำนวนที่หายไป ไม่กระทบต่อการบริหารงาน สจล. เพราะเป็นเงินในส่วนของเงินคงคลัง ที่จะเก็บไว้เพื่อดำเนินงานโครงการต่างๆ ที่ทาง สจล.จะดำเนินงานขึ้นมาใหม่

รรท.อธิการบดีสถาบันชื่อดังแห่งนี้กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบความผิดปกติของบัญชีเงินฝากของ สจล. 4 บัญชี ที่พบความผิดปกตินั้น พบว่าเกิดมาตั้งแต่เดือน ธ.ค.55 และยืนยันว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นคือ การปลอมแปลงเอกสาร ส่วน ผอ.ส่วนการคลัง เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับแล้ว สจล.ได้ระงับการจ่ายเงินเดือนเป็นการเบื้องต้น เมื่อถามว่าจะมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้นอกเหนือจาก ผอ.ส่วนการคลังหรือไม่

นายโมไนยปฏิเสธที่จะตอบเรื่องนี้ แต่ได้กล่าวถึง ขั้นตอนในการเบิกจ่ายงบประมาณของสถาบันว่า การเบิกจ่ายในแต่ละครั้งต้องมีผู้เซ็นอนุมัติ จากฝ่ายบริหาร และฝ่ายการคลัง อย่างน้อยฝ่ายละ 1 คน รวมเป็น 2 คน ได้แก่ ฝ่ายบริหารคือ อธิการบดี รองอธิการบดี และฝ่ายการคลังคือ หัวหน้าฝ่ายการเงิน และเจ้าหน้าที่การคลัง ส่วนจะโยงไปถึงอดีตผู้บริหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในขณะนั้นหรือไม่เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน เพราะทางสถาบันได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานไว้แล้ว และจะมอบให้พนักงานสอบสวนทันทีหากมีการร้องขอ ส่วนจะมีรายชื่ออดีตผู้บริหาร และข้อมูลการดำเนินการต่างๆในช่วงนั้นรวมอยู่ด้วยหรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ ต้องปล่อยเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบต่อไป และยืนยันว่า สจล.มีการตรวจสอบบัญชีมาโดยตลอด ส่วนหลักฐาน รายละเอียดที่มากกว่านี้ จะขอมอบให้กับทางเจ้าพนักงานสอบสวนเท่านั้น

ค่ำวันเดียวกัน พ.ต.ท.พงษ์ไสว แช่มลำเจียก พงส.ผนพ.กก.1.บก.ป.เปิดเผยถึงการสอบสวนคดีนี้ว่า การสอบสวนคืบหน้าไปมาก ขณะนี้มีตัวละครเพิ่มมาอีกกลุ่มหนึ่ง มีประมาณ 5-6 คน จากการสอบสวนนายทรงกลด พบว่า มีหน้าที่คอยทำตามคำสั่งของ น.ส.อำพร เพราะ น.ส.อำพรเป็นเจ้าของเงิน คอยสั่งให้โอนเงินเกือบทั้งหมด 1,600 กว่าล้านบาท เข้าบัญชีต่างๆของผู้ที่เกี่ยวข้องกลุ่มใหม่นี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นใครบ้าง เกี่ยวข้องกับ น.ส.อำพรอย่างไร แต่เบื้องต้นพบว่าไม่ใช่คนในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะเรียกมาสอบเพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบลายเซ็นว่าใครมีหน้าที่ในการเซ็นเบิกถอนบ้าง รวมทั้งอาจจะต้องเรียกผู้บริหารชุดเก่ามาสอบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ฉ้อโกงสจล.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ทรงกลด ศรีประสงค์ปลอมแปลงเอกสารลักทรัพย์เบาหวานกำเริบ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้