ข่าว
100 year

ฮ.ทบ.ตก ช่วยน้ำท่วม (ชมคลิป)

ไทยรัฐออนไลน์22 ธ.ค. 2557 07:01 น.
SHARE

เจอพายุฝนเจ็บ 4 อินทนนท์ติดลบ

ระทึก เฮลิคอปเตอร์ทหารบินสำรวจนํ้าท่วมในพื้นที่ยะลา เจอพายุฝนและลมกระโชกแรง นักบินต้องนำเครื่องลงจอดฉุกเฉิน รอจนพายุสงบ ขณะนำเครื่องขึ้นบินต่อเจอพายุรอบสอง ทำให้เครื่องเสียการทรงตัวตกกลางสวนผลไม้ของชาวบ้าน ตัวเครื่องพังยับ นักบินและช่างเครื่องรวม 4 นายบาดเจ็บ ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม หลายจังหวัดยังอ่วม ปัตตานีหนักสุด 8อำเภอ บ้านเรือนราษฎรริมสองฝั่งแม่น้ำปัตตานีและสายบุรีมีสภาพจมบาดาล 300 ครัวเรือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ส่วนที่หาดใหญ่เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำออกจากคลองอู่ตะเภา ป้องกันน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจ ด้านภาคเหนืออากาศยังหนาวเหน็บ ยอดดอยอินทนนท์ติดลบ อุณหภูมิ -1 องศาเซลเซียส เช่นเดียวกับที่ภาคอีสาน บางพื้นที่อุณหภูมิ 7-8 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวแห่โต้ลมหนาว

หลายพื้นที่ของภาคใต้ยังคงเกิดฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขัง ล่าสุดเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ของทหารตกระหว่างบินสำรวจน้ำท่วม โดยเมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 21 ธ.ค. ร.ต.ท.ภูชิต เสือย้อย พนักงานสอบสวน สภ.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกู้ภัยในพื้นที่ว่า เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์เจ้าหน้าที่ทหารตกที่บ้านปอเยาะ หมู่ 4 ต.ลำใหม่ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.จรัส เส็มสัน รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ทรงธรรม ดวงเนตร สว.สส. พ.ต.ท.ประยุทธ เหลืองทอง สวป. พบเฮลิคอปเตอร์รุ่นเบลล์ หมายเลข ฮท.206 เป็นของเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 16 ตกอยู่ในสวนผลไม้สภาพตัวเครื่องพังเสียหายไปเกือบทั้งลำ ส่วนผู้บาดเจ็บทราบว่ามี 4 ราย ชื่อ ร.อ.สรรเสริญ ภูริผล อายุ 33 ปี นักบินที่ 1 ร.ท.อภิสิทธิ์ พระหาชา อายุ 33 ปี นักบินที่ 2 จ.ส.อ.สงวน หมื่นคำเรือง อายุ 56 ปี และ จ.ส.อ.กิตติพงษ์ แสนทิช อายุ 38 ปี ช่างประจำเครื่อง ทั้งหมดมีรอยถลอกและฟกช้ำตามร่างกาย บาดเจ็บไม่สาหัส หน่วยกู้ภัยแม่ทับทิมยะลาช่วยเหลือนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลาไปก่อนหน้าแล้ว

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว ได้บินขึ้นจากฐานใน กก.ตชด. 44 ยะลา ต.บุดี อ.เมืองยะลา เพื่อสำรวจสภาพน้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดยะลาและใกล้เคียง ขณะบินเข้าเขตพื้นที่ ต.ลำพะยา ปรากฏว่าเกิดฝนตกหนัก นักบินตัดสินใจนำเครื่องลงไปจอดชั่วคราวที่บ้านลำพะยา หมู่ 2 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา กระทั่งฝนซานักบินได้นำเครื่องขึ้นบินต่อ ขณะบินอยู่เหนือบ้านปอเยาะ หมู่ 4 ต.ลำใหม่ สูงจากพื้นประมาณ 60-70 เมตร เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง เป็นเหตุให้นักบินไม่สามารถบังคับเครื่องได้ เฮลิคอปเตอร์เสียการทรงตัวตกลงไปยังพื้นดินเบื้องล่างปะทะต้นไม้เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์รีบแจ้งตำรวจให้ทราบเพื่อดำเนินการดังกล่าว ล่าสุดนักบินและช่างเครื่องทั้ง 4 นาย อาการปลอดภัยแล้ว

พล.ท.ปราการ ชลยุทธ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกในพื้นที่ จ.ยะลา ว่า เป็นการบินปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบน้ำท่วม เนื่องจากในขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวฝนตกหนักมาก ประจวบเหมาะกับบางพื้นที่เข้าถึงยาก จึงต้องบินลาดตระเวนตรวจดูความเสียหาย ขณะบินขึ้นไปแล้วเจอพายุฝน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บนเครื่องมีนักบิน 2 คน ช่างเครื่อง 2 คน เบื้องต้นได้รับบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาเรียบร้อยแล้ว ส่วนตัวเครื่องได้รับความเสียหายพอสมควร ทั้งนี้ ตนได้รายงานให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. รับทราบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม จ.ยะลา พบว่า น้ำยังคงท่วมหนักในพื้นที่ 6 ตำบลของ อ.รามัน ประกอบด้วย ต.กาลอ ต.กายูบอเกาะ ต.ตะโละหะลอ ต.อาซ่อง ต.ท่าธง และ ต.เกะรอ เนื่องจากเป็นที่ราบลุ่มติดแม่น้ำสายบุรี ระดับน้ำบางจุดสูงถึงเอว ชาวบ้านต้องนำสัตว์เลี้ยงไปอาศัยอยู่บนถนน ทำให้ วัว แพะ ขาดแคลนอาหารและเริ่มป่วย ขณะที่สวนยางพาราถูกน้ำท่วมนับพันไร่ เกษตรกรวิตกกันว่าหากน้ำท่วมขังติดต่อกันนานหลายวัน จะทำให้ต้นยางพารารากเน่าและยืนต้นตาย ส่วนกรณีนายเจ๊ะอับดุลเลาะ ยะโก๊ะ อายุ 33 ปี ครูโรงเรียนนิคมพัฒนาภาคใต้ 13 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดตำรวจพบศพแล้วเมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 ธ.ค.ถูกน้ำซัดไปติดอยู่ที่บริเวณประตูระบายน้ำเขื่อนชลประทานแม่น้ำปัตตานี หมู่ 4 ต.ตาเซะ อ.เมืองยะลา

จ.ปัตตานี สถานการณ์น้ำท่วมยังคงวิกฤติหนัก น้ำในแม่น้ำปัตตานีและแม่น้ำสายบุรีมีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำทั้งสองสายสูงร่วม 2 เมตร บ้านเรือนราษฎรหลายพันครอบครัวมีสภาพจมบาดาล ขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม ทางจังหวัดได้ประกาศภัยพิบัติน้ำท่วมแล้วใน 8 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองปัตตานี อ.ยะรัง อ.ทุ่งยางแดง อ.ยะหริ่ง อ.หนองจิก อ.สายบุรี อ.กะพ้อ และ อ.แม่ลาน จำนวน 37 ตำบล 137 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 5 พันครัวเรือน โดยเฉพาะที่บ้านจางาและบ้านยือโมะ ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี บ้านเรือนกว่า 300 หลังคาเรือน มีสภาพถูกตัดขาดจากโลกภายนอก นายยูนุ สะมะแอ กำนัน ต.ปะกาฮารัง ออกสำรวจความเสียหายเพื่อรายงานจังหวัด ต่อมา พ.อ.ณรงค์ วิชญาณวรวุฒิ ผบ.ฉก.กรม ทพ.ที่ 22 นำถุงยังชีพพระราชทานกว่า 200 ถุงและน้ำดื่มไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่โรงเรียนวัดโคกหญ้าคา ต.คลองใหม่ หลังถูกน้ำท่วมมานาน 3 วัน

จ.นราธิวาส ยังคงมีฝนตกตลอดทั้งวัน ทำให้น้ำในแม่น้ำโก-ลก สูงกว่าตลิ่ง 1.77 เมตร บ้านเรือนราษฎรริมสองฝั่งแม่น้ำยังมีสภาพจมบาดาล เดือดร้อนอย่างหนัก รวมพื้นที่ประสบภัยขณะนี้ 13 อำเภอ 76 ตำบล 482 หมู่บ้าน 24 ชุมชน มีผู้ประสบภัย 44,542 ครัวเรือน 159,980 คน เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 3 ราย บ้านเสียหายทั้งหลัง 19 หลัง บ้านเสียหายบางส่วน 536 หลัง ถนนเสียหาย 105 สาย โรงเรียนปิด 169 โรง นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผวจ.นราธิวาส เผยว่า จากการคาดการณ์สภาวะน้ำท่วมในครั้งนี้ มีแนวโน้มท่วมยาวไปจนถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากจะมีฝนตกลงมาอย่างหนักอีกระลอกในพื้นที่ จ.นราธิวาส ในช่วงวันที่ 22-24 ธ.ค.นี้ ด้าน จ.สตูล ฝนยังคงตกต่อเนื่อง นายเดชรัฐ สิมศิริ ผวจ.สตูล สั่งเจ้าหน้าที่เฝ้าจับตาพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิดเตรียมพร้อมอพยพชาวบ้าน ส่วนน้ำที่ท่วมขังพื้นที่ลุ่มริมคลองดูสน อ.ควนโดน และ อ.เมืองสตูล ลดลงจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

จ.สงขลา เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง น้ำไหลเข้าท่วมบ้านขวัญทิพย์ หมู่ 5 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ อย่างรวดเร็วชาวบ้านเดือดร้อนหลายสิบครัวเรือน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังได้เร่งระบายน้ำจากคลองอู่ตะเภาลงสู่ทะเลสาบสงขลา เพื่อป้องกันน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจชั้นในของ อ.หาดใหญ่ นอกจากนี้นายทุนเจ้าของโรงงานยังฉวยโอกาสแอบปล่อยน้ำเสียลงทะเลสาบด้วย ส่งผลกระทบต่อปลาในกระชัง ส่วนพื้นที่ 8 ชุมชนที่อาศัยริมฝั่งคลองอู่ตะเภา ทางเทศบาลนครหาดใหญ่ได้ยกระดับการเตือนภัยจาก “ธงเขียว” เป็น “ธงเหลือง” เพื่อเตรียมความพร้อม

จ.นครศรีธรรมราช น้ำที่ท่วมขังในหลายพื้นที่เริ่มลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ต่อมานายอภัย จันทนจุลกะ รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำถุงยังชีพพระราชทาน 500 ชุด ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช หลังจากเกิดอุทกภัย และน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 4 ตำบล 8 หมู่บ้าน 2,300 คน 785 ครัวเรือน จ.พัทลุง ฝนที่ตกต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง ถนนในเขตเทศบาลเมืองพัทลุงหลายจุด การสัญจรเป็นไปอย่างทุลักทุเล ส่วนพื้นที่ ต.พญาขัน ต.ชัยบุรี ต.ปราหมู่ อ.เมือง ซึ่งเป็นที่ราบลุ่ม น้ำที่ท่วมขังยังคงทรงตัว

ด้านสถานการณ์ภัยหนาวในภาคเหนือ ที่ จ.เชียงราย นักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่ขึ้นไปกางเต็นท์นอนบนดอยสะโง้ หมู่ 7 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน เพื่อสัมผัสอากาศหนาว ชมทะเลหมอกและดวงอาทิตย์ขึ้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น 10 องศาเซลเซียส ส่วน จ.ลำพูน อากาศหนาวอย่างต่อเนื่อง อุณหภูมิวัดได้ 2-3 องศาเซลเซียส ชาวบ้านพากันออกหาซื้อเสื้อกันหนาว ขณะที่มีนักท่องเที่ยวพากันขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวที่อุทยานดอยขุนตาล อ.แม่ทา

ส่วน จ.เชียงใหม่ นายพรเทพ เจริญสืบสกุล หน.อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง เผยว่าเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้อุณหภูมิที่ยอดดอยต่ำสุด-1 องศาเซลเซียส มีเหมยขาบหรือน้ำค้างแข็งทั่วดอย ดอกไม้บนดอยอินทนนท์เริ่มออกดอก โดยเฉพาะ “กุหลาบพันปี” หรือ “คำแดง” และ “พญาเสือโคร่ง” คาดว่าปลายเดือน ธ.ค.จะเริ่มบานเต็มดอย ฝากเตือน นักท่องเที่ยวที่จะขึ้นดอยให้ใช้รถสองแถวแทนรถส่วนตัวเพราะจะมีความปลอดภัยและไม่แออัด ภาคอีสาน ที่ จ.อุดรธานี อากาศที่หนาวเหน็บ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ชื่อนางจันที แก่นโนนสัง อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 2 ต.โนนสะอาด อ.โนนสะอาด เสียชีวิตอยู่ในบ้านไม้สภาพเก่าชั้นเดียว มีผู้พบศพเมื่อช่วงสายของวันที่ 21 ธ.ค.สภาพศพแข็งทื่อ ตำรวจคาดว่าอากาศที่หนาวเหน็บอาจจะส่งผลให้นางจันทีหัวใจล้มเหลวเสียชีวิต เช่นเดียวกับที่ภูฝอยลม อ.หนองแสง จ.อุดรธานี มีการจัดเตรียมงาน “หนาวนี้ที่ภูฝอยลม” เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ด้วยการตกแต่งพันธุ์ไม้นานาชนิดบริเวณสวนพันธุ์ไม้ 60 พรรษามหาราชินี รวมทั้ง จัดวิ่งมาราธอน ปั่นจักรยาน และทำบุญตักบาตร

จ.เลย อากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่บ้านตูบค้อ ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย อุณหภูมิวัดได้ 7-8 องศาเซลเซียส ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าม้งต้องผิงไฟกันหนาว นายทวี เสริมภักดี นายอำเภอด่านซ้ายนำผ้าห่ม 300 ผืนไปมอบให้ผู้ประสบภัย ส่วนภูกระดึงแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตยังคงมีนักท่องเที่ยวสัมผัสหนาวไม่ขาดสาย

นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค มีรายงานผู้เสียชีวิตที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับอากาศหนาวระหว่างวันที่ 22 ต.ค.2556-9 ก.พ.2557 จำนวน 82 ราย พบที่ จ.เชียงใหม่ มากสุด 9 ราย รองลงมา สระแก้ว 6 ราย และนครราชสีมา 5 ราย โดยเสียชีวิตในบ้าน ตัวอาคาร ร้อยละ 56 ที่เหลือเสียชีวิตนอกบ้าน เช่น ข้างกองไฟ ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ส่งเสริมให้เกิดการเสียชีวิตในช่วงฤดูหนาว คือ สวมเครื่องนุ่งห่มให้ความอบอุ่นไม่เพียงพอ พบร้อยละ 48 การดื่มสุราที่เชื่อว่าจะทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นร้อยละ 19 ดื่มสุราร่วมกับมีโรคประจำตัวด้วยร้อยละ 17 โรค ประจำตัวที่พบได้บ่อยที่สุด ได้แก่ ความดันโลหิตสูง หัวใจ เบาหวาน ลมชัก หอบหืด และโรคพิษสุราเรื้อรัง ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่อากาศหนาวเย็น ควรเตรียมเครื่องกันหนาวไปให้พร้อม ไม่นำเตาถ่านจุดไฟเข้าไปในเต็นท์หรือห้องพักที่มิดชิด และหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 24 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศา ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง อ่าวไทยจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 25-27 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า แต่โดยทั่วไปจะยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลง ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1อุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์สำรวจน้ำท่วมยะลาพายุ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้