ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เครื่องชงกาแฟเขย่าบัลลังก์อิตาลี ฝีมือซีอีโอ ม.3 ไร้ดีกรีวิศวะ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์12 ต.ค. 2563 07:30 น.
    SHARE

    ยุคกระแสนิยมกาแฟมาแรง...จะดื่มด่ำกำซาบให้ได้รสชาติกาแฟที่ถูกคอ ต้องพิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำหนึ่งในนั้นต้องรู้ว่า กาแฟที่เราดื่มนั้นเป็นพันธุ์อะไร ปลูกในพื้นที่ไหน สูงเหนือระดับน้ำทะเลปาน-กลางตั้งแต่ 1,000 เมตรขึ้นไปหรือเปล่า และต้องรู้ด้วยว่า ผลกาแฟที่เอามาทำเป็นเมล็ดกาแฟเก็บมาจากผลกาแฟสุกแดงจัดหรือไม่ ไม่ใช่เก็บเอาผลกาแฟสีเขียวมาปนมั่ว

    แค่นั้นไม่พอกระบวนการแปรรูป หลังจากเก็บผลกาแฟมาแล้ว นำมาปอกเปลือกนำไปแช่น้ำล้างเมือก 2 วัน 2 คืน จากนั้นนำไปตาก 8-10 แดด แต่เนี่ยใช่ว่าจะเอามาคั่วบดเป็นผงได้เลยต้องเก็บพักใส่กระสอบไว้อีก 8-12 เดือน ให้ผลกาแฟลืมต้น นั่นแหละถึงจะเอาไปคั่วบดได้

    แต่ใช่ว่าจะคั่วกันแบบธรรมดา ต้องมีการคุมอุณหภูมิคั่วให้พอดี เมล็ดที่ผ่านการคั่วผ่าออกมาแล้ว เอากล้องส่องดูผิวนอกกับเนื้อในสีต้องเท่ากัน นั่นแสดงว่าคั่วสุกทั่วถึง แป้งของเมล็ดกาแฟเปลี่ยนสภาพกลายเป็นน้ำตาล ที่จะให้ความหวานของกาแฟแท้ๆปนออก

    นั่นเป็นแค่ความพิถีพิถันในขั้นตอนต้นน้ำ กับกลางน้ำเท่านั้น

    ณ ปลายน้ำ ยังมีกระบวนการชงที่ยุ่งยากซับซ้อนอยู่ไม่น้อย กว่าจะได้กาแฟที่ให้รสชาติกลมกล่อมอยู่ในถ้วย...เครื่องชงกาแฟจึงเป็นอุปกรณ์สำคัญ

    นอกจากจะควบคุมอุณหภูมิของน้ำร้อนได้สม่ำเสมอ แรงดันของน้ำร้อนที่จะละลายสารในผลกาแฟต้องพอดี เพื่อให้สารกาแฟไหลลงมาในถ้วยได้อย่างสมบูรณ์

    ที่สำคัญชงออกมาแล้ว เครื่องชงกาแฟต้องรับปริมาณการชงวันละ 200–300 ถ้วย ได้ติดต่อกัน โดยรสชาติคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง

    “เครื่องชงกาแฟคุณสมบัติขนาดนี้ ที่มีขายในบ้านเราต้องบอกว่าแพงมาก ตกเครื่องละ 2-3 แสนบาท เพราะต้องนำเข้าจากอิตาลี สเปน จีน แถมราคาสูงขนาดนี้แต่เรากลับได้ตัวเครื่องที่ทำมาจากพลาสติก ไม่แข็งแรงทนทาน เสียขึ้นมาแต่ละทีต้องรออะไหล่นาน 2-3 เดือน ในฐานะที่เราเป็นโรงงานผู้ผลิตจำหน่วยเมล็ดกาแฟ และตัวเองมีประสบการณ์เป็นเด็กชงกาแฟ เคยรื้อแก้ซ่อมเครื่องชงกาแฟเองมาเยอะ เลยคิดที่จะทำเครื่องชงกาแฟที่ได้มาตรฐานเทียบชั้นอิตาลีให้คนไทยด้วยกันได้ใช้กันในราคาที่ถูกกว่า”

    ร่มรัฐ วิชชุเวทิน หนุ่มวัย 34 ปี ดีกรีความรู้จบ ม.3 ที่ไต่เต้าชีวิตจากเด็กรับจ้างชงกาแฟค่าแรงวันละ 100 บาท จนผันตัวเองมาเป็นซีอีโอ บริษัท Santana Koff จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดกาแฟ เล่าถึงที่มาของเครื่องชงกาแฟ Charisma แบรนด์ไทยแท้ของตัวเองที่สร้างมากับมือ

    หลังจากใช้เวลาปลุกปล้ำมานานนับปี ในที่สุดได้เครื่องชงกาแฟเทียบชั้นของอิตาลี แต่ราคาถูกกว่าครึ่ง เพราะเครื่องระดับเดียวกัน อิตาลีขายกันที่ 280,000 บาท...ของไทย ความรู้แค่ชั้น ม.3 ทำราคาแค่ 130,000 บาท นอกจากสรรพคุณจะเหนือกว่า การซ่อมไม่ต้องรออะไหล่นานเหมือนอิตาลี

    เป็นเครื่องชงกาแฟทำจากสเตนเลส 304 ฟู้ดเกรด ขนาด 2 หัวชง ใช้หัวชง E61 ที่ในวงการกาแฟยกให้เป็นหัวชงกาแฟดีที่สุดในขณะนี้ พร้อมมีระบบที่สามารถปรับเพิ่ม-ลดแรงดันของน้ำร้อนขณะชงได้ตามต้องการ เพื่อเพิ่มความหลากหลาย ใน 1 ถ้วยกาแฟ สามารถชงให้มีหลายรส ตามที่ลูกค้าต้องการได้ ซึ่งเครื่องชงกาแฟที่จะมีออปชันนี้เพิ่มเติม ปกติราคาจะอยู่ที่ 5 แสนบาท

    การควบคุมความร้อนของหม้อต้ม มีระบบ PID คอยคุมความร้อนน้ำให้อยู่ในอุณหภูมิ 92-95 องศาเซลเซียส ตลอดระยะเวลาการชง 300 แก้วติดต่อกัน อุณหภูมิไม่มีเพี้ยน เพราะมีโรตารีปั๊ม ที่สามารถป้อนได้ถึง 200 ลิตรต่อชั่วโมง

    นอกจากนั้นยังมีนาฬิกาจับเวลาในขณะชงกาแฟ เพื่อคอยควบคุมคุณภาพสูตรการชงกาแฟให้ลูกค้าได้ไม่มีเพี้ยน

    อีกจุดที่มองข้ามไม่ได้ใต้เครื่องจะปิดทึบป้องกันไม่ให้มด หนู แมลงสาบ เข้าไปในเครื่องซึ่งเครื่องชงกาแฟของต่างประเทศไม่มีตรงนี้....แถมด้วยความสวยงามของไฟโชว์หน้าตัวเครื่องที่สามารถ ปรับเปลี่ยนสีผ่านการสั่งการจากแอปฯโทรศัพท์-มือถืออีกด้วย สนใจถามกันไปได้ที่ 06-4447-7722 หรือ 0-2060-6499.


    ชาติชาย ศิริพัฒน์

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เครื่องชงกาแฟเครื่องชงกาแฟ ฝีมือคนไทยกาแฟผลิตเครื่องชงกาแฟเครื่องชงกาแฟ CharismaCharisma เครื่องทำกาแฟเครื่องทำกาแฟเกษตร

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 เวลา 05:28 น.