ข่าว
100 year

หากไม่ปรับพฤติกรรม ผบ.สส.ขู่ จะถึงปิดประเทศ (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์27 มี.ค. 2563 05:18 น.
SHARE

เชิญชวนรณรงค์ ไม่ทำ-ไม่ปฏิบัติ อนุทินหวดหมอ ต้องรีบ-ขอโทษ

ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ในไทยพุ่งพรวด ทะลุกว่า 1 พันราย ป่วยเพิ่มวันเดียว ถึง 111 ราย หวั่นถึงสิ้นเดือนเมษายนอาจพุ่งสูงถึง 3,500 รายหากคนไทยยังไม่ร่วมมือร่วมใจสู้โควิด โดยให้เว้นระยะห่างทางสังคม อนุทินเจอโซเชียลถล่มอีก หลังกล่าวแบบไม่คิดจะหวดหมอที่ไม่ระวังตัวเองจนไปติดเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้แฮชแท็กอนุทินร้อนแรงจนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ ด้านเจ้าตัวต้องออกมาขอโทษในเวลาต่อมาบอกอาจจะเครียดจนสื่อสารผิดและไม่ได้เจตนาตำหนิหมอติดเชื้อ ตำรวจเข้มเปิดปฏิบัติการตั้งด่านตรวจ 7 จุดทั่วกรุง ค้นหา คัดกรอง ผู้ป่วยโควิด-19 หรือกลุ่มเสี่ยงที่อาจเดินทางเข้าออกกรุงเทพมหานคร นายกฯประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดนัดแรก แจงออกข้อกำหนดเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาด แม้มีผลกระทบกับประชาชนก็ต้องยอม เพราะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาลดการกระจายเชื้อ ทหารขู่ ไม่ปรับพฤติกรรมปิดประเทศ แพทย์ พยาบาล รพ.บันนังสตาติดเชื้อ 3 คน ขณะที่น้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกันยามยากลำบาก แจกข้าวแจกอาหารฟรีแก่คนตกงาน เพราะรัฐบาลสั่งล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ขนส่งทางบกห้ามคนไม่สวมหน้ากากอนามัยขึ้นรถโดยสารทุกประเภท

ในที่สุดยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของไทย ก็พุ่งทะลุยอดกว่า 1 พันคนแล้ว หลังจากเกิดการระบาดในไทย ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยสถิติการพุ่งสูงของยอดผู้ติดเชื้อเกิดขึ้นเพียงแค่ช่วงเวลาไม่นาน หลังมีการแพร่กระจายเชื้อจากจุดใหญ่คือสนามมวยลุมพินี รองลงมาคือจากสถานบริการย่านทองหล่อและจากผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อหรือประเทศกลุ่มเสี่ยงแต่ไม่ยอมกักตัวเอง 14 วัน จนมีผู้ติดเชื้อลามไปทั่วประเทศ แพทย์และพยาบาลรวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต้องทำงานกันอย่างหนักในการรักษาผู้ติดเชื้อ ทำให้นายกรัฐมนตรีต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอันเป็น “ยาแรง” ล็อกดาวน์ประเทศ เพื่อสกัดกั้นการเดินทางหรือการรวมตัวกันของผู้คนจำนวนมาก ที่อาจทำให้ควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อทำได้ยาก

นายกฯถกนัดแรกหลังใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 มี.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมน ตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 1/2563 มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด รวมถึงปลัดกระทรวงที่เป็นผู้รับผิดชอบแต่ละด้าน เข้าร่วมประชุม

เผยเหตุใช้ พ.ร.ก.หยุดยั้งโควิด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนเข้าวาระการประชุมว่า ขณะนี้การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อยู่ในระดับที่รัฐบาลต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมอำนาจการบริหาร ออกข้อกำหนดกฎเกณฑ์เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาด อาจมีผลกระทบต่อสังคมและประชาชน ช่วงเวลานี้สำคัญอย่างยิ่งที่จะแก้ไขปัญหาลดการแพร่ระบาดได้ ต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด

ย้ำสร้างเชื่อมั่นทางแพทย์ลดเฟกนิวส์

นายกฯกล่าวว่า เพื่อขับเคลื่อนการทำงาน ขอให้ผู้รับผิดชอบตามภาระหน้าที่จัดทำแผนดำเนินงานให้เรียบร้อย พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนของสังคม รวมถึงนักวิชาการและภาคประชาชน ขณะที่เจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องเหน็ดเหนื่อยเพิ่มขึ้น ขอให้ช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นทางการแพทย์ของไทย เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อลดข่าวปลอม ขอให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปดูแลแก้ไขปัญหา อุปกรณ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นให้เพียงพอปฏิบัติงาน โดยเฉพาะนำเข้าจากต่างประเทศ

รมต.แก่เกิน 70 ปียังให้ประชุมได้

สำหรับ พล.อ.ประวิตรอายุเกิน 70 ปี และรัฐมนตรีคนอื่นๆที่อายุเกิน 70 ปี ที่มีหน้าที่ตามคำสั่งรับผิดชอบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เข้าร่วมประชุมด้วยโดยไม่ถือขัดข้อกำหนด เพราะมีข้อยกเว้น รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามข้อกำหนด ประกาศหรือคำสั่งทางราชการ หรือมีเหตุผลจำเป็น ทั้งนี้ ในข้อกำหนดเป็นเพียงข้อแนะนำเท่านั้นที่ให้ผู้มีอายุเกิน 70 ปีขึ้นไปอยู่ที่พำนัก ป้องกันตัวเองติดเชื้อจากภายนอก

ตั้ง “หมอทวีศิลป์” นั่งโฆษก ศบค.

สำหรับการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ที่มีนายกฯเป็นประธานครั้งนี้ มีการแต่งตั้งนพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เป็นโฆษก ศบค.ทั้งนี้ นพ.ทวีศิลป์ ปัจจุบันเป็นสาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพ 10 และเป็นโฆษกกระทรวงสาธารณสุขด้วย

วาง 6 แนวทางเร่งเครื่องสู้โควิด

ต่อมาเวลา 13.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงผลการประชุมครั้งแรกหลังการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า ในที่ประชุมนายกฯให้แนวทางการทำงาน 6 ข้อ 1.ให้ผู้รับผิดชอบงานแต่ละด้านเสนอแผน และแนวทางปฏิบัติโดยละเอียด 2.ให้บูรณาการจัดระบบความร่วมมือดึงทุกภาคส่วนในสังคมเข้าร่วม 3.ติดตามผลกระทบกับประชาชนทุกกลุ่มจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเสนอแนวทางแก้ปัญหาพร้อมมาตรการเยียวยา 4.ให้ความเชื่อมั่นระบบการแพทย์ต่อประชาชน เน้นเรื่องเวชภัณฑ์ สถานพยาบาล ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ต้องประสานกับภาคส่วนต่างๆทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ เพื่อยกเว้นข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการนำเข้า เป็นต้น 5.เน้นสื่อสารในยามวิกฤติ ประสานผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และสื่อมวลชน ให้ความรู้กับประชาชน โดยเฉพาะการเว้นระยะห่างของบุคคลในสังคม และ 6.ขอให้ทุกส่วนราชการปรับงบฯในแผนโครงการเพื่อเน้นเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านสาธารณสุข

ยันยังไม่ออกประกาศเคอร์ฟิว

นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า นายกฯให้แนวทางการดำเนินการประชุมของ ศบค.ด้วยโดยให้มีประชุมศบค.ทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมงเพื่อให้การทำงานกระชับ สิ่งสำคัญที่สุด นายกฯห่วงใยสุขภาพประชาชนทุกคน แต่ประชาชนต้องให้ความร่วมมือตามข้อปฏิบัติต่างๆช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปได้ด้วยดี ที่ประชุมไม่ได้พิจารณาออกข้อกำหนดเพิ่มเติมแต่อย่างใด รวมถึงเรื่องการออกเคอร์ฟิวหรือห้ามประชาชนออกจากบ้านในเวลาที่กำหนด แต่แนวทางต่างๆมีการเสนอมาหลากหลายเพื่อเป็นทางเลือกจากมาตรการเบาไปหาหนัก ถ้าประชาชนร่วมมือก็ไม่ต้องใช้กฎอะไรบังคับเลย

“บิ๊กกบ” ขู่ไม่ปรับพฤติกรรมปิด ปท.

เวลา 14.00 น. พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด ในฐานะผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคง กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ขณะนี้มีการจัดตั้งจุดควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วประเทศแล้ว เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นตำรวจและฝ่ายปกครอง มีทหารเข้าร่วมเพียง 7 จุดใน กทม. หลังจากนี้ถ้ามีข้อปฏิบัติเพิ่มเติม เช่น ถ้ากระทรวงพาณิชย์กำหนดสินค้าควบคุมเพิ่มเติมจะตรวจตราในส่วนนั้นด้วย การคัดกรองจะต้องค่อยเป็นค่อยไป ยืนยันจะอำนวยความสะดวกประชาชนให้ได้มากที่สุด ที่ผ่านมาภาครัฐเชิญชวนให้ประชาชนปฏิบัติตัวป้องกันโรคหลายอย่าง แต่ทุกคนยังใช้ชีวิตปกติทำให้ตัวเลขสูงขึ้นหลังจากนี้ถ้าเชิญชวนแล้วไม่ปฏิบัติ รณรงค์แล้วไม่ทำ ตัวเลขจะยิ่งสูงขึ้น และไม่รู้จะจบตรงไหน ขณะนี้ยังไม่ปิดประเทศ ปิดเมือง ปิดการสัญจร แต่ถ้าพฤติกรรมยังไม่เปลี่ยนและตัวเลขสูงขึ้นจะนำไปสู่การปิดประเทศ ผลกระทบดำเนินชีวิตจะสูงขึ้น ไม่ปิดประเทศโดยบังคับโดยประชาชนสมัครใจปิดตัวเองไม่ไปไหนมาไหน ไม่ดีกว่าหรือ

ไม่เชื่อสัปดาห์หน้าเฉียดหมื่นแน่

พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า วันนี้อยากขอความร่วมมือนายจ้าง หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาแนวทางเหลื่อมเวลา ลดเวลาทำงาน ป้องกันการรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก วันพฤหัสบดีคิดวันศุกร์สั่ง เสาร์-อาทิตย์ขอให้อยู่กับบ้าน ถ้าทุกคนทำด้วยความสมัครใจอยากให้รอดูผลที่จะเกิดขึ้น เพราะตัวเลขนับพันที่ติดเชื้อในขณะนี้ เกิดจากความหละหลวม ไม่ทำตามคำแนะนำเมื่อ 10 วันก่อน สิ่งที่จะทำวันนี้จะส่งผลถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อใน 10 วันข้างหน้า จากการประเมินถ้าทุกคนทำตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด ผู้ติดเชื้อจนถึงวันศุกร์หน้าจะอยู่ที่ 2 พันราย แต่ถ้าไม่ปรับวิธีดำเนินชีวิตตัวเลขจะสูงถึง 7,000-10,000 ราย

ประเมินถ้าไม่ห่างกันจะป่วย 2.5 หมื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในที่ประชุม ศบค.ได้ประเมินแนวโน้มจำนวนผู้ป่วย และจำนวนคาดการณ์ถึงวันที่ 15 เม.ย.63 โดยภาคประชาชนร่วมมือเว้นระยะห่าง (Social distancing) 80% จะมีผู้ป่วยสะสม 7,745 ราย แต่หากประชาชนร่วมมือเว้นระยะห่าง 50% จะมีผู้ป่วยสะสม 17,635 ราย และถ้าไม่มีมาตรการป้องกันจะทำให้มีผู้ป่วยสะสมถึง 25,225 ราย

ตร.แจงตั้งด่าน 357 จุดทั่วประเทศ

ด้าน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงว่า ตำรวจได้เริ่มตั้งด่านตรวจภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินตั้งแต่เมื่อเที่ยงคืนวันที่ 25 มี.ค. ทั่วประเทศ 357 จุด เป็นเส้นทางเข้า-ออกในกรุงเทพฯ 7 จุดและจะเพิ่มอีก 5 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 ถนนเพชรเกษม รอยต่อ จ.นครปฐม จุดที่ 2 ถนนบางนา-ตราด รอยต่อ จ.สมุทรปราการ จุดที่ 3 ทางยกระดับบูรพาวิถี จุดที่ 4 ถนนวิภาวดีรังสิตบริเวณอนุสรณ์สถาน จุดที่ 5 ทางยกระดับดอนเมือง-โทลล์เวย์ ประชาชนที่จำเป็นต้องเดินทาง ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข พกบัตรประชาชนติดตัว สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างที่นั่งบนรถ 1 เมตร ถ้ามีกลุ่มเสี่ยงโดยสารอยู่ด้วยเจ้าหน้าที่จะเชิญตัวลงจากรถสอบประวัติอย่างละเอียด ขอประชาชนผู้เดินทางกรุณาให้ความร่วมมือ

อย่าเชื่อข่าวไม่สวมหน้ากากปรับ 200

พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า กรณีที่มีการแชร์ข้อมูลว่า หากผ่านจุดตรวจแล้วไม่สวมหน้ากากอนามัยจะถูกปรับ 200 บาทนั้น เป็นข่าวปลอม เราไม่มีการปรับ แต่จะแนะนำประชาชนให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อความปลอดภัย ส่วนกรณีรถขนส่งที่จำเป็น เช่น การขนส่งหนังสือพิมพ์ ที่จะต้องข้ามจังหวัดยังไม่มีข้อห้าม หลักๆเน้นการเดินทางในชีวิตประจำวัน การขนส่งสินค้า การทำงานของสื่อมวลชนสามารถแจ้งที่จุดตรวจได้ ไม่ใช่การเดินทางไปสังสรรค์หรือปาร์ตี้ ในส่วนนี้หากพบเบาะแสผู้ที่ฝ่าฝืน แจ้งได้ที่สายด่วนหมายเลข 1111 และ 191

สมช.วอนร่วมมือไม่อยากลงโทษ

ขณะที่ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม ศบค.ว่า การประชุมเน้นข้อกำหนดที่มีผลบังคับใช้แล้ว เน้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ประจำอยู่ตามจุดตรวจชี้แจงทำความเข้าใจ การเดินทางข้ามจังหวัด จริงๆไม่อยากให้ข้ามไปไหน เพราะต้องการจำกัดการเคลื่อนไหว จึงต้องมีมาตรการเข้มข้น เว้นระยะห่างหยุดการแพร่เชื้อ แต่ถ้าจำเป็นต้องเดินทางข้ามจังหวัด ต้องเจอมาตรการเข้มข้น ตรวจอุปกรณ์ในรถ ตรวจบัตรประชาชน ตรวจอุณหภูมิร่างกาย ถ้าพบมีไข้จะส่งตัวไปที่โรงพยาบาลทันที มาตรการที่กำหนดถ้ามีฝ่าฝืนมีโทษหนัก จำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่เราไม่อยากใช้ ขอความร่วมมือกันก่อน ถ้าไม่เชื่อฟัง ก็ต้องเพิ่มมาตรการเข้มข้นและมีบทลงโทษต่อไป

ห่วงหลังสงกรานต์ต่างด้าวแห่กลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในที่ประชุม ศบค.ตัวแทนจากกระทรวงการต่างประเทศ ได้แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ตามแนวชายแดนเป็นพิเศษ อยากให้ทุกฝ่ายเฝ้าระวัง โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่จะกลับเข้าไทยหลังเทศกาลสงกรานต์ ต้องคัดกรองและตรวจสอบเข้มข้น เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์

ทุ่งสองห้องเข้มด่านข้ามคลองประปา

สำหรับการตั้งด่านตรวจ 24 ชั่วโมง ตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 00.01 น. วันที่ 26 มี.ค. โดยมีทั้งหมด 7 จุด ตรงรอยต่อระหว่างกรุงเทพมหานคร กับปริมณฑลนั้น เมื่อเวลา 04.00 น. พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.2 พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง นำตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ทหาร แพทย์กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กว่า 40 นาย ร่วมกันตั้งด่านตรวจที่หน้าห้างบิ๊กซี ใกล้สะพานข้ามคลองประปา ถนนแจ้งวัฒนะ ขาเข้า ตรวจคัดกรองรถที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพ-มหานคร โดยเฉพาะรถที่มีผู้สูงอายุเกินกว่า 70 ปี และเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ เดินทางมาด้วยและหากพบคนในรถอยู่กลุ่มเสี่ยงจะนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

บางนาตั้งจุดคัดกรองรอยต่อปากน้ำ

ไล่เลี่ยกัน พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางนา นำกำลังตำรวจตั้งจุดตรวจที่หน้าปั๊มเอสโซ่ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง ถนนสุขุมวิท แขวงและเขตบางนา กทม. ที่เป็นรอยต่อจังหวัดสมุทรปราการ โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติหน้าที่ตรวจและคัดกรองคนกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ หากใครไม่ใส่หน้ากากอนามัยจะให้ใส่ทันที และพบชายวัย 59 ปีที่นั่งรถสองแถว มีอุณหภูมิร่างกายสูง 37.5 จึงเชิญลงจากรถซักถามประวัติการเดินทาง ทราบว่ามาจากบ้านย่านแบริ่งกำลังจะไปซอยเพี้ยนพิน หาน้องสาวเพื่อเอาเงินไปใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากหยุดขับรถแท็กซี่มา 10 วันแล้วเพราะกลัวโควิด-19 แพทย์ดูแล้วไม่จำเป็นต้องกักตัวจึงให้คำแนะนำแล้วให้เดินทางต่อไป

ผบก.น.9 คุมจุดคัดกรองพระราม 2

เวลา 09.30 น. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 พ.ต.อ.อำนาจ หาญชนะ ผกก.สน.แสมดำ สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 42 สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางขุนเทียน และอาสาสมัคร รวม 40 นาย ตั้งด่านคัดกรองที่หน้าปั๊ม ปตท. ถนนพระราม 2 ซอย 92 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้สาธิตการใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด แนะวิธีการป้องกันและรักษาระยะห่างเมื่อเจ้าหน้าที่ประจำด่านต้องพูดคุยซักประวัติและมีปฏิสัมพันธ์กับประชาชน ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ณ จุดนี้อาจส่งผลให้การจราจรติดขัดบ้าง เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งสาธารณะหลัก มีรถบรรทุกแล่นผ่านจำนวนมากตลอดทั้งวัน จึงขอให้ผู้ขับขี่ยวดยานขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ให้ความร่วมมือในการขอตรวจวัดไข้และซักประวัติเพื่อความรวดเร็วในการทำงานของทุกฝ่าย ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มาตรวจเยี่ยมการทำงานที่ด่านจุดนี้ด้วย

บก.น.7 ตั้งจุดคัดกรองถนนราชพฤกษ์

ขณะที่ พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.7 นำกำลังตำรวจ สน.ตลิ่งชัน ทหาร เทศกิจสำนักงานเขตตลิ่งชัน แพทย์สาธารณสุขพื้นที่ รวม 40 นาย ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ภายในจุดตรวจร่วม ด่านคัดกรอง ฝั่งตรงข้ามศูนย์บริการรถโตโยต้า สาขาราชพฤกษ์ คัดกรองและซักประวัติผู้ขับขี่ยวดยานเช่นเดียวกันกับด่านอื่นๆ และปรับช่องการจราจรจาก 4 ช่องทางบนถนนราชพฤกษ์ฝั่งมุ่งหน้าเข้าเพชรเกษมให้เหลือเพียง 2 ช่องการเดินรถ โดยประชาชนที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนขอให้อยู่ภายในบ้านพัก

จักรทิพย์ดูจุดคัดกรองแบริ่ง

เวลา 11.30 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจความพร้อมและนำอุปกรณ์การแพทย์ หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์เจล มามอบให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในจุดคัดกรอง พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า จากการตรวจพื้นที่ตอนเช้า พบยังมีปัญหาอุปสรรคอยู่บ้างเนื่องจากเป็นวันแรกแต่ได้ให้แก้ไขแล้ว ส่วนจะตั้งด่านเพิ่มหรือปิดถนนเส้นทางหลักหรือไม่ ต้องพิจารณาความรุนแรงของโรค มีการประเมินสถานการณ์ทุกวัน เพื่อยับยั้งการแพร่กระจาย โดยจะเน้นเรื่องความสะดวกและปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ขณะนี้มีด่านรวม 359 ด่านทั่วประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี การตั้งด่านคัดกรองนั้นอาจจะทำให้การจราจรติดขัดบ้าง แต่เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจและพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน

ตั้ง “สุวัฒน์” ดูแล 7 ด่าน ตร.สกัดโควิด

วันเดียวกัน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เป็น ผอ.ศูนย์ฯ ดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมกับหน่วยงานอื่นในการตั้งด่านตรวจ 24 ชม. สกัดโควิด-19 ให้มีประสิทธิภาพ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้กำชับให้ผู้ใต้บังคับบัญชาและหัวหน้าชุดที่ควบคุมการปฏิบัติทุกพื้นที่ ใช้วาจาโดยสุภาพกับประชาชน รวมทั้งขอให้ประชาชนเข้าใจและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และในช่วงบ่าย พล.ต.อ.สุวัฒน์ได้เป็นประธานการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ที่ บชน. ถึงการวางแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ประชุมสรุปให้เพิ่มจุดตั้งด่านอีก 5 จุด

ผู้ติดเชื้อทะลุกว่า 1 พันรายแล้ว

ในส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มี จำนวนทะลุกว่า 1 พันรายแล้ว อีกด้านหนึ่งที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 13.00 น. นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า วันนี้มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 111 ราย ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยสะสม 1,045 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตยังมี 4 รายเท่าเดิม ผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มอีก 18 ราย รวมกลับบ้านแล้ว 88 ราย ผู้ป่วยอาการรุนแรง 4 ราย รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 953 ราย สำหรับผู้ป่วยที่เพิ่ม 111 ราย มาจาก 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก ติดจากกลุ่มสนามมวย 6 ราย จากสถานบันเทิง 3 ราย จากผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 19 ราย และกลุ่มผู้ร่วมพิธีทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย 1 ราย กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ 19 ราย ได้แก่ กลุ่มผู้เดินทางจากต่างประเทศ/ชาวต่างชาติ 6 ราย เป็นคนไทย 5 ราย ต่างชาติ 1 ราย กลุ่มผู้ทำงานหรืออาศัยในสถานที่แออัด ใกล้ชิดคนจำนวนมาก หรือเกี่ยวข้องกับต่างชาติ 9 ราย กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ 3 ราย และกลุ่มอื่นๆ ตามเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น ปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ 1 ราย

ย้ำคนใน กทม.อย่ากลับ ตจว.

“บุคลากรทางการแพทย์ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงติดโรคอยู่แล้ว ขณะนี้มีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อแล้วทั้งหมด 9 ราย แต่เท่าที่สอบสวนโรคพบว่ากว่าครึ่งที่บุคลากรทางการแพทย์ติดจากผู้ป่วย ดังนั้นจากนี้จะต้องมีการป้องกันกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์อย่างเข้มข้น ผู้ป่วย 1,045 รายนั้น เป็นตัวเลขที่เราไม่คาดการณ์ แต่ตัวเลขที่เพิ่มมาจากเหตุการณ์หลัก 3 เหตุการณ์ คือ สถานบันเทิง สนามมวยและการไปร่วมพิธีทางศาสนา ดังนั้นเราต้องร่วมมือกันเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อลดจำนวนผู้ป่วย และย้ำว่าอย่ากลับไปต่างจังหวัด เพราะอาจนำโรคไปติดกับผู้สูงอายุหรือเด็ก” นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิกล่าว

ถึงสิ้นเดือนเม.ย.อาจป่วย 3,500 ราย

นพ.อนุพงศ์ กล่าวต่อว่า หลังวันที่ 15 มี.ค. มีรายงานจำนวนผู้ป่วยจากหลักสิบเป็นหลักร้อย หลังจากนี้ถ้าตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้น เฉลี่ยวันละประมาณ 100 ราย ไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย.จะทำให้มีผู้ป่วยถึง 3,500 ราย แต่ถ้าเราช่วยกันป้องกันตัวเอง เว้นระยะห่างและทำตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะช่วยทำให้หน่วงสถานการณ์หรือชะลอจำนวนผู้ป่วยลงได้ และหวังว่าประเทศไทยจะไม่ถึงตัวเลขดังกล่าวและร่วมกันกดให้จำนวนผู้ป่วยต่อวันอยู่ที่หลักสิบรายให้ได้ ทั้งนี้นอก จากพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่มีตัวเลขผู้ป่วยและอัตราแพร่เชื้อสูงที่สุดแล้ว อีกพื้นที่ที่มีความน่ากังวลกว่าพื้นที่อื่นๆ คือ จังหวัดภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่พัทลุงลงไป เนื่องจากมีการพบผู้ป่วยจาก 2 เหตุการณ์สำคัญ คือ กลับจากสนามมวยและการไปร่วมพิธีทางศาสนาที่มาเลเซีย

ย้ายผู้ป่วยไม่รุนแรงออกจาก รพ.

ทางด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เริ่มมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงกว่า 10 ราย หลังจากที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 2-7 วัน ไปดูแลเฝ้าระวังอาการต่อที่หอพัก หรือโรงแรมที่ประสานงานไว้ให้ครบ 14 วัน เมื่อผู้ป่วยไม่มีอาการใดๆก็จะให้กลับบ้าน โดยในส่วนของโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์จะย้ายไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งและที่หอพักมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะรองรับผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงจากโรงพยาบาล สังกัดโรงเรียนแพทย์ สำหรับตัวเลขผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นวันละ 100 รายนั้น ยังจัดการเรื่องเตียงได้เพียงพอ

แจ็คหม่าให้หน้ากาก 2 ล้านชิ้น

วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข รับมอบหน้ากากอนามัย 2 ล้านชิ้น ชุดตรวจโควิด-19 ชุดป้องกันการติดเชื้อ หน้ากากป้องกันการติดเชื้อ เพื่อใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากนายเจมส์ ตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลาซาด้า จำกัด ประจำประเทศไทย ตัวแทนมูลนิธิแจ็คหม่าและมูลนิธิอาลีบาบา นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจาก Bank of America นำหน้ากาก N95 จำนวน 30,000 ชิ้น มามอบให้ด้วยและกล่าวว่าจะกระจายเวชภัณฑ์เหล่านี้ไปสู่ผู้ที่ต้องการโดยเร็วที่สุด

ยินดีที่ได้ช่วยไทยสู้โควิด

นายเจมส์ ตง กล่าวว่า ในยามที่ประเทศจีนเผชิญหน้ากับสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ไทยได้มอบความช่วยเหลือให้อย่างทันท่วงที ด้วยการมอบเงินบริจาค สิ่งของเครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่างๆเพื่อช่วยเหลือ ครั้งนี้เราจึงมอบความช่วยเหลือให้กับไทย บ้าง หวังว่าหน้ากากอนามัย ชุดป้องกันการติดเชื้อ และหน้ากากป้องกัน จะมีส่วนช่วยไทย รับมือกับโรค ระบาดโควิด-19 และช่วยปกป้องคนไทย สถานการณ์โรคระบาดที่กระจายไปทั่วโลกจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือระดับโลกในการเอาชนะ นี่คือการต่อสู้ร่วมกัน เป็นหน้าที่ของเราในฐานะสมาชิกของประชาคมโลกในการทำในสิ่งที่เราทำได้ เพื่อก้าวพ้นสถานการณ์วิกฤตินี้อย่างแข็งแกร่งและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

จะหวดหมอที่ไปติดเชื้อโควิด

ต่อมานายอนุทิน กล่าวภายหลังเปิดกิจกรรมรณรงค์ “CLEAN Together : คนไทยรวมพลังป้องกันโรคที่กระทรวงสาธารณสุข และตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามถึงมาตรการกันความเสี่ยงของแพทย์ที่ขณะนี้พบแพทย์ติดเชื้อไปแล้วหลายราย จะมีมาตรการลดความเสี่ยงการติดเชื้ออย่างไร ว่าเท่าที่ได้รับรายงาน การติดเชื้อของแพทย์ที่รักษาโรคโควิด-19 ยังไม่มี นี่คือสิ่งที่ต้องไปหวดกัน เราก็ไม่ได้พอใจกับบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่เฝ้าระวังตัวเอง เพราะเราต้องเป็นบุคคลตัวอย่าง ต้องตื่นตัว ดูแลตัวเองตลอด แต่ที่ผ่านมามาตรการต่างๆอาจจะยังไม่เข้มข้น ดังนั้นจะว่ากันไม่ได้ แต่จากนี้จะมีมาตรการเข้มข้นขอให้แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนรักษาตัวเองให้เป็นอย่างดี เราต้องเป็นตัวอย่างเป็นกำลังใจและทำตัวเองให้ปลอดภัย ก่อนที่จะให้การดูแลรักษาผู้ป่วยให้เต็มความสามารถ ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ที่ป่วย เราได้สั่งให้มีการเฝ้าระวังอาการตัวเอง แต่ก็ยังไม่พบอาการรุนแรง หวังว่าภายใน 5-7 วันจะหายและผู้ที่อยู่รอบข้างก็ได้มีการติดตามเฝ้าระวังอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ต้องระวังในบ้านของเราด้วย

คำพูดแรงจนติดเทรนด์ทวิตเตอร์

อย่างไรก็ตาม ภายหลังคลิปคำพูดของนายอนุทิน ที่ให้สัมภาษณ์ตำหนิแพทย์ที่ติดเชื้อโควิด-19 ว่าเพราะไม่ระวังตัวเองทำให้จะต้องไปหวดกันแพร่กระจายไปในโลกโซเชียล ก็ได้เกิดกระแสต่อต้านและมีผู้ไม่พอใจนายอนุทินจำนวนมากโดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ จนทำให้ในทวิตเตอร์ แฮชแท็กนายอนุทิน (#อนุทิน) ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ภายในเวลาอันรวดเร็ว

“อนุทิน” ไม่เจตนาตำหนิหมอติดเชื้อ

ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กรณีตำหนิบุคลาการทางการแพทย์ที่ติดเชื้อโควิด-19 ว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะตำหนิแม้แต่น้อย เพียงแต่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามมาว่าจะมีมาตรการเยียวยาดูแลหมออย่างไรบ้าง อาจจะอารัมภบทเยอะ โดยชี้แจงว่าเท่าที่ทราบมาไม่มีบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อจากการรักษาคนป่วย ซึ่งคำว่าไม่มี อาจจะไปเข้าใจผิดว่าไม่มีมาตรการที่จะดูแลหมอ ยืนยันว่าหมอต้องมีการเซฟตัวเองและเป็นตัวอย่างที่ดีเพื่อมาดูแลคนไข้ เพราะหมอจะป่วยไม่ได้ ที่ผ่านมามาตรการในบ้านอาจจะไม่เข้มข้นแต่ไปเข้มข้นที่นอกบ้าน ตนได้จัดหาอุปกรณ์เพื่อป้องกันการติดเชื้อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ มีกรมธรรม์ประกันภัย มีการสนับสนุนทุกอย่างเพื่อให้เกิดความปลอดภัยเพื่อให้ไปรักษาผู้ป่วยให้ปลอดภัยได้

ขอโทษอาจจะเครียดสื่อสารผิด

“ข้อเท็จจริงมีบุคลากรทางการแพทย์ไปเที่ยวสังสรรค์และติดเชื้อแต่ยังมีการเดินทางไปตามจุดต่างๆจึงอยากจะตักเตือน ไม่ได้ว่าหมอทั้งประเทศแต่คนไปเข้าใจว่าผมไปตำหนิหมอทั้งประเทศ เจตนารมณ์ ของผมคือถ้าเป็นผู้ป่วยก็ไม่ต้องมาทำงานให้รักษาตัวเองให้หายก่อน ถ้ามาทำงานอาจทำให้มีโอกาสแพร่เชื้อได้ ถ้าเกิดผมสื่อสารผิดก็เสียใจ และขอโทษบางทีอาจจะสื่อสารด้วยความเครียดจากการทำงาน และต้องตอบคำถามผู้สื่อข่าวในเวลาที่จำกัดและมีอีกหลายเรื่องที่อยู่ในหัว ถ้าสื่อสารผิดก็ขอโทษด้วย ยืนยันว่าไม่ได้ตำหนิบุคลากรทางการแพทย์อย่างแน่นอน” นายอนุทินกล่าว

ปิดสถานี MRT ศูนย์ราชการนนทบุรี

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เผยถึงกรณีมีพนักงาน MRT ประจำสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้ปิดสถานี MRT ศูนย์ราชการนนทบุรี ทำความสะอาดฆ่าเชื้อทั่วทั้งสถานีตามมาตรการป้องกันโรค และปิดพื้นที่ห้ามประชาชนเข้า-ออกสถานี และได้เปิดสถานีในช่วงเย็นวัน เดียวกันและให้พนักงานที่ปฏิบัติงานสถานีดังกล่าว 28 คน กักตัวตามระยะเวลาที่กำหนดแล้ว

เรือนจำราชบุรี น.ช.ติดเชื้อ 1 ราย

ช่วงเย็น กรมราชทัณฑ์ออกแถลงการณ์ เรื่องผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 ว่า เรือนจำกลางราชบุรี พบผู้ต้องขังชายติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย อายุ 60 ปี และคาดว่าจะนำตัวส่งเข้ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี ส่วนที่เรือนจำจังหวัดสระบุรีและเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา ผู้ต้องขังต้องที่สงสัยติดโควิด-19 ไปตรวจไม่พบเชื้อทั้ง 2 ราย

สมบัติทัวร์หยุดวิ่งทุกเส้นทาง

ขณะเดียวกัน มีการปิดสำนักงานขนส่งตลิ่งชัน หลังพบเจ้าหน้าที่ติดเชื้อโควิด-19 รวม 1 ราย และจะมาเปิดให้บริการใหม่ในวันที่ 30 มี.ค. พร้อมกันนี้ กรมการขนส่งทางบกมีประกาศห้ามผู้โดยสารที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยขึ้นรถโดยสารทุกประเภท ส่วนสมบัติทัวร์ แจ้งหยุดให้บริการทุกเส้นทางตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.จนกว่าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 จะคลี่คลาย ส่วนรถ ขสมก. มีการจำกัดที่นั่งบนรถ โดยสารรถ 35 ที่นั่งจะจัดให้นั่งได้แค่ 20 ที่นั่ง ยืนได้ไม่เกิน 10 คน ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.เป็นต้นไปและหากรถเต็มแล้วจะไม่รับผู้โดยสารอีก

กรมที่ดินวอนเบรกทำนิติกรรม

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า ได้ออกประกาศกรมที่ดิน เรื่องการขอความร่วมมือประชาชนในการติดต่อขอรับบริการที่สำนักงานที่ดินว่า 1.กรณีประชาชนที่จะมาติดต่อขอทำนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ หรืองานราชการด้านอื่น หากไม่ใช่กรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่มิอาจหลีกเสี่ยงได้ ขอความร่วมมือให้งดเว้นไว้ก่อน เพื่อลดความ แออัดของประชาชนจนกว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติ 2.สำหรับประชาชนที่เกรงว่าหากไม่ดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการโอน และจำนองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดในช่วงเวลานี้ จะเสียสิทธิในการขอลดค่าธรรมเนียมนั้น สิทธิประโยชน์ตามทั้ง 2 มาตรการดังกล่าวยังไม่หมดเวลาในช่วงนี้

เสี่ยแพปลาแจกปลา 9,100 กก.

ขณะที่ผู้คนในสังคมต้องกักตัวเองอยู่ในบ้านเพื่อช่วยแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคร้าย ทำให้หลายคนต้องขาดรายได้มาจุนเจือครอบครัว แต่น้ำใจของคนไทยไม่ขาดหาย ยังมีคนใจบุญแจกจ่ายข้าวปลาอาหารให้ประชาชนที่เดือดร้อน ที่ จ.สตูล นายณัฐวุฒิ มานะกิจสมบูรณ์ เจ้าของแพปลารุ่งโรจน์ อ.ละงู นำปลาทูแขก 9,100 กก. มาแจกจ่ายให้ชาวบ้าน 12 หมู่บ้านใน ต.กำแพง อ.ละงู ประมาณ 4,500 ครัวเรือน ครัวเรือนละ 2 กก. นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำประมงหาเช้ากินค่ำ หากต้องกักตัวอยู่กับบ้านก็ค่อนข้างจะลำบาก ตนมีแพปลาอยู่วันนี้มีเรือเข้า จึงตั้งใจช่วยเหลือชาวบ้าน คิดว่าในภาวะเช่นนี้ทุกคนต้องร่วมมือช่วยเหลือกัน ตนมีปลาก็จะช่วยเรื่องเสบียงอาหาร แม้จะไม่มากแต่ภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือ หากทุกคนแบ่งปันช่วยเหลือกัน จ.สตูล จะปลอดจากเชื้อไวรัสได้

ขอนแก่นเตรียมจัด “ปันกันอิ่ม”

ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น นายสุเทพ มณีโชติ รอง ผวจ.ขอนแก่น มอบเงินสนับสนุน 100,000 บาท ให้นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าขอนแก่น นายธนัท โฆษะวิสุทธิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวขอนแก่น นายศักดิ์นรินทร์ แสง– อรุณ นายสถานีรถไฟขอนแก่น เพื่อเป็นทุนนำร่องจัดโครงการ “ปันกันอิ่ม สู้ภัยโควิด-19” โดยภาคเอกชนใน จ.ขอนแก่น กลุ่มผู้ประกอบการค้า การลงทุนการท่องเที่ยวและการบริการ จะจัดตั้งโรงครัวทำอาหารแจกจ่ายให้ผู้ตกงานและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มวันที่ 30 มี.ค. ที่สถานีรถไฟขอนแก่น ตั้งแต่เวลา 11.00-14.00 น. ทุกวันจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

เจ้าของโต๊ะจีนแจกข้าวกล่อง

ที่ร้านตี๋หน้าแดง โต๊ะจีน ริมถนนสายเลี่ยงเมือง หนองมน อ.เมืองชลบุรี นายกิติวัฒน์ ไทยธีระเสถียร เจ้าของร้านนำข้าวกล่องมาแจกจ่ายให้ชาวบ้านวันละ 100 กล่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน นายกิติวัฒน์เผยว่า เห็นใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังรัฐบาลสั่งปิดสถานบริการทั้งหมด บางคนตกงานทั้งครอบครัว 5-6 คน ตนจึงคิดจะช่วยเหลือสังคม จะทำอาหารแจกทุกวัน วันละ 100 กล่อง ถ้าไม่พอจะทำเพิ่ม ไม่มีกำหนดจนกว่าสถานการณ์โควิดจะดีขึ้น เพื่อนๆที่ทราบข่าวจะนำเงินมาช่วย ตนไม่รับ แต่ถ้าใครต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ก็ซื้อหมูหรือข้าวสารมา เพื่อจะได้ทำอาหารแจกจ่ายให้ผู้เดือดร้อน

เหมาร้านข้าวแกงแจกฟรี

ที่ร้านขายข้าวแกงอู่กุ่ยเซอร์วิส ริมถนนปทุมธานี-กรุงเทพฯ ต.บางปรอก อ.เมืองปทุมธานี นายศกลรัตน์ หรือช่างหนุ่ม ปราณสุข อายุ 51 ปี เจ้าของร้านปราณสุขวัสดุก่อสร้าง เลขที่ 23/4 ต.บางปรอก เหมาร้านข้าวแกงตักใส่ถุงแจกฟรีตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค. ถึง 12 เม.ย. มีชาวบ้านมารอต่อคิวจำนวนมาก นาย ศกลรัตน์เผยว่า ค้าขายและรับเหมาก่อสร้างมานานกว่า 30 ปี เมื่อวันที่ 23 มี.ค.มานั่งกินข้าวที่ร้านนี้เห็นว่าแทบไม่มีลูกค้า สอบถามเจ้าของร้านว่าปกติขายได้วันละเท่าไหร่และขอเหมาข้าวแกงที่ทำขายทุกวันมาแจกจ่ายให้ประชาชนเพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระ

ป่วนผู้ป่วยโควิดหนีโรงพยาบาล

นอกจากนี้ เมื่อค่ำวันที่ 25 มี.ค. พ.ต.อ.ณรงค์ ลักษณะวิมล ผกก.สภ.เมืองกระบี่ ไปจับกุมผู้ป่วยโควิด เป็นชายอายุ 25 ปี ที่หลบหนีออกจาก รพ.กระบี่ ได้ที่สถานี บขส.กระบี่ ขณะจะเดินทางกลับบ้านที่ จ.ตรัง จากการตรวจสอบพบว่าคนไข้เดินทางมาจากตรังด้วยรถตู้สายตรัง-กระบี่ เมื่อวันที่ 23 มี.ค. แล้วต่อรถแท็กซี่ป้ายเขียวไปที่ท่าเรือ อบจ.กระบี่เพื่อไปเกาะพีพี แต่มีอาการไข้สูงถูกเจ้าหน้าที่จุดคัดกรองส่งตรวจที่ รพ.กระบี่ จนทราบผลตรวจยืนยันว่าติดเชื้อ แต่ผู้ป่วยฉวยจังหวะปลอดคน หนีออกทางระเบียงหลัง ซึ่ง รพ.กระบี่ได้แจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 แล้ว

แพทย์–พยาบาลยะลาติดเชื้อ 3 คน

นายสงกรานต์ ไหมชุม นพ.สสจ.ยะลา เผยว่าได้รับรายงานจาก รพ.บันนังสตา ว่ามีแพทย์ 1 คน พยาบาล 2 คน ติดเชื้อโควิด-19 รพ.บันนังสตา มีแพทย์ 8 คน ถูกกักตัว 6 คน รวมบุคลากรถูกกักตัว 21 คน จึงแจ้งให้ รพ.บันนังสตา ดำเนินการตามมาตรการที่ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน งดบริการผ่าตัดปกติ เลื่อนนัดผู้ป่วยโรคเรื้อรังตามเงื่อนไขความเจ็บป่วย งดหรือเลื่อนการให้บริการทางรังสีวิทยาไม่เร่งด่วนทุกชนิด ให้บริการเฉพาะกรณีฉุกเฉินและเร่งด่วน จัดแพทย์จากทุกโรงพยาบาลในจังหวัดยะลาไปช่วยบริการใน รพ.บันนังสตา วันละ 3 คน ประมาณ 7 วัน หรือจนกว่าแพทย์กลับมาตรวจได้ตามปกติ ขอความร่วมมือประชาชนทุกคน หากป่วย มีไข้ มีอาการระบบทางเดินหายใจให้รีบพบแพทย์ทันที ให้ข้อมูลตามความจริง เพื่อจะได้วินิจฉัยรักษาได้ทันท่วงที และขอให้ทุกคนคำนึงถึงความปลอดภัยของแพทย์พยาบาล บุคลากร สาธารณสุข อย่าปกปิดข้อมูลประวัติเสี่ยง

งดกิจนิมนต์-ทำบุญหน้าประตูวัด

ที่วัดป่าสักหางเวียง ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย วัดได้ปิดประตูวัดและติดป้ายประกาศงดรับกิจนิมนต์ งดการทำพิธีกรรมทางศาสนาภายในวัด จนกว่าการระบาดของไวรัสโควิด-19 จะคลี่คลายสู่ภาวะปกติ ญาติโยมที่จะมาทำบุญ ต้องนำข้าวของมาถวายที่หน้าประตูเข้าวัด พระเอกลักษณ์ เตชธโร เจ้าอาวาสวัดกล่าวว่า การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 น่าห่วงมาก วัดมีโครงการบรรพชาสามเณรฤดูร้อนทุกปี ก็ต้องยกเลิกโครงการไป ญาติโยมที่จะมาทำบุญถวายสังฆทาน ต้องโทรศัพท์มาก่อนจะรับของถวายที่หน้าประตูวัด ไม่อนุญาตให้เข้ามาภายในวัด กิจนิมนต์ต่างๆจะงดรับ นอกจากงานศพ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ใหญ่บ้าน และสาธารณสุขในพื้นที่ก่อน

กักตัว ตร.สภ.เมืองชุมพร 19 นาย

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดชุมพร สั่งกักตัว พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.เมือง ชุมพร พ.ต.ท.สมภพ เชื้อทอง รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.วิชัย แสงวิเชียร รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.สมชาย มากอำไพ สว.จร.สภ.เมืองชุมพร รวมทั้งผู้ใต้บังคับบัญชาระดับสัญญาบัตรและชั้นประทวน สภ.เมืองชุมพร รวม 19 นาย หลังจากเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ตำรวจทั้ง 19 นาย ไปช่วยขนย้ายสิ่งของที่ จ.ภูเก็ต ให้ผู้บังคับบัญชาที่เพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ในพื้นที่ สภ.เมืองชุมพรและไปติดใกล้ชิดตำรวจ จ.ภูเก็ตที่มาช่วยขนของ ทำให้ตำรวจชุมพรอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต้องกักตัว

พบติดเชื้อรายแรกอีก 3 จังหวัด

นายรณชัย จิตรวิเศษ ผวจ.หนองคาย เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เป็นรายแรก ผู้ป่วยเป็นหญิงอายุ 30 ปี ทำงานในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 มี.ค.มีงานเลี้ยงก่อนปิดร้าน แล้วเดินทางไปที่ จ.กาฬสินธุ์ จากนั้นนั่งรถตู้มาลงที่ จ.อุดรธานี รอเพื่อนมารับไปที่ จ.หนองคาย ส่วนที่ จ.ชัยภูมิ พบนักศึกษาไปฝึกงานที่กรุงเทพฯ แล้วกลับบ้าน ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกของจังหวัด เช่นเดียวกับที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน พบผู้ป่วยรายแรกเป็นครูสอนศาสนา อายุ 32 ปี เดินทางกลับมาจากประเทศปากีสถาน

โคราชเด็กขวบกว่ากับ 9 ขวบติดเชื้อ

ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยเพิ่มอีก 4 ราย รวมเป็น 11 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กอายุ 1 ขวบ 2 เดือน และ 9 ขวบ ยืนยันติดเชื้อ แต่อาการทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่คุมเข้มตั้งด่านตรวจบนถนนสายหลัก 12 จุด ส่วนที่ จ.อุบลราชธานี มีผู้ป่วยติดเชื้อ 11 ราย หายแล้ว 4 ราย ยังรักษาตัว 7 ราย ที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย เป็นชายชาวฝรั่งเศสพักอยู่ที่ อ.เกาะสมุย และ อ.กาญจนดิษฐ์ 2 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 12 ราย

ผู้บริหาร รพ.ย่านปากน้ำก็ติดเชื้อ

นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นพ.สสจ.สมุทรปราการ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของผู้ติดเชื้อโควิด-19ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ยังเพิ่มอย่างต่อเนื่อง มีผู้ติดเชื้อสะสม 25 ราย รักษาหาย 2 ราย และเสียชีวิต 2 ราย ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์ระดับสูงของโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทำให้แพทย์และพยาบาลที่ทำงานใกล้ชิด ต้องกักตัวเพื่อรอดูอาการ

คิงมาเลย์กักพระองค์

สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในต่างประเทศ สำนักพระราชวังของมาเลเซีย แถลงเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ว่า สุลต่าน อับดุลลาห์ สุลต่าน อาหมัด ชาห์ สมเด็จพระราชาธิบดี พระประมุขแห่งมาเลเซีย และสมเด็จพระราชินีตุนกู อาซิซะห์ อมินาห์ ไหมมุนาห์ อิสกันดารีอะห์ สมัครพระทัยกักพระองค์เป็นเวลา 14 วัน หลังเจ้าหน้าที่พระราชวังอิสตานา เนการา 7 คน ตรวจพบติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ทั้งสองพระองค์ไม่ติดเชื้อ มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อ 2,031 คน ผู้เสียชีวิตมี 21 คน ขยายเวลาบังคับใช้มาตรการปิดเมืองออกไปถึงวันที่ 14 เม.ย.

จีนให้กำลังใจไทย

นายป๋อ หวัง ประธานบริษัทกลุ่มไหมจีน (China Silk Group Corporation) ส่งหนังสือถึงนายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ขอส่งกำลังใจช่วยไทยต่อสู้ควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 และพร้อมให้การช่วยเหลือถ้าได้รับร้องขอ เอาใจช่วยให้ไทยและทั้งโลกเอาชนะการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเร็ววัน สถานการณ์การระบาดในจีน ไม่พบผู้ติดเชื้อภายในท้องถิ่นเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน

ญี่ปุ่นแห่กักตุนของ

ญี่ปุ่นที่มีผู้เสียชีวิต 45 คน ผู้ติดเชื้อ 1,307 คนรวมทั้ง 212 คนในกรุงโตเกียว ทำให้ผู้ว่าการกรุงโตเกียวร้องขอประชาชนอยู่แต่ในบ้านเพื่อควบคุมการระบาด ผู้คนแห่ออกไปซื้อสินค้าจำเป็นเพื่อกักตุนไว้ใช้จนสินค้าตามซุปเปอร์มาร์เกตและร้านสะดวกซื้อเกลี้ยงแผง รัฐบาลญี่ปุ่นยังตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อต่อสู้การระบาดของไวรัสโควิด-19 สั่งห้ามคนจากยุโรป 21 ชาติและอิหร่านเข้าประเทศเริ่มวันที่ 27 มี.ค.

ออสซี่ไล่เรือสำราญ

ทางการออสเตรเลียสั่งให้เรือสำราญ 2 ลำ คือ รูบี ปริ๊นเซสและเอ็มวี อาร์ทาเนีย พร้อมผู้โดยสารรวมหลายพันคนออกจากน่านน้ำออสเตรเลียทันที หลังผู้โดยสารบางส่วนที่ได้รับอนุญาตลงจากเรือถูกตรวจพบไวรัสโควิด-19 ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อรวมในออสเตรเลียอยู่ที่เกือบ 2,800 คน ผู้เสียชีวิตมี 20 คน ส่วนกรณีนิวซีแลนด์เริ่มบังคับใช้มาตรการปิดเมือง ห้ามการเดินทางไม่จำเป็น พบว่ามีชาวอังกฤษติดค้างหลายคน รัฐบาลอังกฤษเร่งช่วยเหลือนำกลับบ้านแล้ว

อิหร่านดับเพิ่ม

อิหร่านแถลงยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 อยู่ที่ 2,234 คน หลังพบผู้เสียชีวิตเพิ่มในรอบ 24 ชั่วโมงหลังมากถึง 157 คน ส่วนผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 29,406 คน ทางการอิหร่านยังห้ามการเดินทางระหว่างเมืองเพื่อควบคุมการระบาดหลังพบผู้คนฝ่าฝืนคำสั่งห้ามก่อนหน้านี้ เดินทางออกไปเยี่ยมญาติต่างเมืองในช่วงเทศกาลปีใหม่ของชาวเปอร์เซีย

สเปนดับเพิ่มอีก 738 คน

สเปนพบผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 เพิ่มอีก 738 คนภายใน 24 ชั่วโมงหลัง และถือว่ามากที่สุดนับตั้งแต่พบการแพร่ระบาดในประเทศ ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 4,089 คน แซงหน้ายอดผู้เสียชีวิตรวมในจีน และมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 รองจากอิตาลี ส่วนผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 49,515 คน รวมทั้งนางคาร์เมน กัลโบ รองนายกรัฐมนตรี สเปนยังขยายเวลาบังคับใช้การประกาศภาวะฉุกเฉินออกไปอีก 2 สัปดาห์หรือไปจนถึงวันที่ 12 เม.ย.

อิตาลีตายพุ่งรายวัน

อิตาลีที่เผชิญการระบาดรุนแรงที่สุดในยุโรป และมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก ผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 7,503 คนหลังมีผู้เสียชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมงหลังมากถึง 680 คน ผู้ติดเชื้อมี 74,386 คน แต่จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ด้านฝรั่งเศส มีผู้เสียชีวิตรวม 1,331 คน ผู้ติดเชื้อ 25,233 คน ส่วนเยอรมนีที่มีผู้ติดเชื้อ 39,502 คน เสียชีวิต 222 คน เจ้าหน้าที่เยอรมนีระบุว่ากรณีมีผู้เสียชีวิตน้อยเพราะมีสถิติการตรวจไวรัสสูง เฉลี่ยอยู่ที่สัปดาห์ละประมาณ 500,000 คน

สึนามิผู้ป่วยไวรัส

อังกฤษที่มีผู้เสียชีวิต 465 คน ผู้ติดเชื้อ 9,529 คน รวมทั้งเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ องค์รัชทายาทลำดับที่ 1 แห่งราชวงศ์อังกฤษ แต่พระอาการโดยรวมไม่รุนแรงนั้น เจ้าหน้าที่เตือนโรงพยาบาลทั่วกรุงลอนดอนกำลังเผชิญ “คลื่นสึนามิ” ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่วนชายวัย 84 ปี ที่เรือนจำในเมืองเคมบริดจ์ไชร์ กลายเป็นนักโทษคนแรกที่เสียชีวิตจากไวรัสมรณะในอังกฤษ และยังมีนักโทษติดเชื้ออีก 19 คน พนักงานเรือนจำติดเชื้อด้วย 4 คน

รัสเซียเข้มงวด

ทางการกรุงมอสโกของรัสเซีย ออกมาตรการสั่งปิดคาเฟ่ ร้านขายสินค้าและบริการไม่จำเป็นอื่นๆ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เริ่มวันเสาร์ที่ 28 มี.ค. เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสมรณะที่มีผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ 840 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 คน ซึ่งอยู่ในกรุงมอสโก

มะกันคลอดแผนอุ้ม ศก.

วุฒิสภาสหรัฐฯลงมติอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 65 ล้านล้านบาท) ฟื้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ก่อนส่งให้สภาผู้แทนฯอนุมัติเพื่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป แผนฟื้นฟูดังกล่าวจะประกอบด้วยมาตรการช่วยชาวอเมริกันและกลุ่มธุรกิจได้รับผลกระทบจากการระบาด ส่วนผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯพุ่งขึ้นใกล้ 70,000 คน ผู้เสียชีวิตมีอย่างน้อย 1,050 คน

UN วอนโลกร่วมมือ

นายอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประ-ชาชาติ (UN) ประกาศแผนรับมือด้านมนุษยธรรมโลกต่อสู้ไวรัสโควิด-19 ซึ่งต้องร้องขอเงินทุนมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 65,716 ล้านบาท) จากกลุ่มประเทศผู้บริจาค นำไปช่วยเหลือกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดในโลกโดยเฉพาะผู้หญิง เด็ก คนชรา ผู้พิการหรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ระบุไวรัสโควิด-19 คุกคามประชาคมโลกทั้งมวล ทุกคนต้องสู้ด้วยกัน

วอนดูแลนักโทษ

นางมิเชล บาเชเลต ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เรียกร้องนานาชาติคุ้มครองผู้ถูกคุมขังในเรือนจำหรือสถานที่คุมขังอื่นๆ เช่น สถานพยาบาลรักษาผู้ป่วยทางจิตที่มีสภาพแออัดและไม่สะอาด ไม่ให้ติดไวรัสโควิด-19 ขอให้ปล่อยผู้ถูกคุมขังที่อ่อนแอ ขอชื่นชมประเทศที่ปล่อยนักโทษก่อนหน้านี้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ข่าวหน้า1พ.ร.ก.ฉุกเฉินแพร่ระบาดเฟกนิวส์อนุทิน ชาญวีรกูลข่าววันนี้สุขภาพ

Most Viewed