ข่าว
100 year

ไอจามใส่หน้าคนอื่น มีความผิด?

ทนายเจมส์24 มี.ค. 2563 05:02 น.
SHARE

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องที่น่าสนใจ เกี่ยวกับข่าวที่มีแพทย์ท่านหนึ่ง โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ หลังจากถูกผู้ป่วยขู่ และไอใส่หน้า ต่อมายังมีคลิปผู้ชายคนหนึ่งบ้วนน้ำลายใส่ลิฟต์ นอกจากนี้ยังมีกรณีของผู้หญิงชาวจีนบ้วนน้ำลายใส่เบาะรถทัวร์ อีกด้วย

ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก มีโรคระบาดจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อทั่วโลกกว่า 2 แสนคนและเสียชีวิตแล้วนับหมื่นคน โดยเชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถแพร่เชื้อติดต่อกันจากคนสู่คนได้ ด้วยการสัมผัสสารคัดหลั่งที่มีอยู่ในร่างกายของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ เป็นต้น

ดังนั้น การที่คนไข้จงใจไอจามใส่หน้าแพทย์ พยาบาล หรือ ผู้อื่น รวมถึง กรณีบ้วนน้ำลายใส่ผู้อื่น หรือบ้วนใส่บริเวณทรัพย์ โดยจงใจให้ผู้อื่นสัมผัส กรณีนี้มีความผิดตาม พระราชบัญญัติโรคติดต่อ มาตรา 34 (6) ห้ามผู้ใด กระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป ผู้ฝ่าฝืนต้องรับโทษ ตามมาตรา 51 มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 389 เป็นการกระทำด้วยประการใดๆ ให้ของโสโครกเปรอะเปื้อนตัวบุคคล หรือ ทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท

กรณีที่แพทย์ พยาบาล หรือ ผู้อื่น ต้องเจ็บป่วย เพราะการไอจามหรือบ้วนน้ำลายในครั้งนั้น ผู้กระทำอาจจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 โทษจำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท หรือ 297 โทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี ปรับ 10,000 ถึง 200,000 บาท แล้วแต่กรณีความร้ายแรงของการบาดเจ็บ แต่กรณีที่ แพทย์ พยาบาล หรือผู้อื่น ต้องเสียชีวิตจากการติดเชื้อดังกล่าว จะมีความผิดตามมาตรา 290 มีโทษจำคุก 3-15 ปี

นอกจากนี้ แม้ว่าท่านจะไม่มีเจตนาบ้วนน้ำลายหรือเสมหะใส่ผู้อื่นก็ตาม แต่ควรบ้วนน้ำลายหรือเสมหะ ลงในสถานที่ที่เหมาะสม เนื่องจากการบ้วนน้ำลายหรือเสมหะ ลงบนถนนหรือบนพื้นรถหรือพื้นเรือโดยสาร มีความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 35 ห้ามมิให้ผู้ใด (1) บ้วนหรือถ่มน้ำลาย เสมหะ บ้วนน้ำหมาก สั่งน้ำมูก เทหรือทิ้งสิ่งใดๆ ลงบนถนนหรือบนพื้นรถหรือพื้นเรือโดยสาร มีโทษปรับ ตามมาตรา 54 เป็นเงิน 2,000 บาท

สถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้จะยุติลงได้ คงไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว หากแต่ประชาชนควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย เช่น ไม่พาตัวเองไปในสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการติดโรค สังเกตอาการของตัวเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค และง่ายต่อการควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่

สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ

Facebook: ทนายเจมส์ LK

Instagram: james.lk

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนดังนั่งเขียนทนายเจมส์โควิด-19ผู้ติดเชื้อCOVID-19

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้