ข่าว
100 year

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองอู่ฮั่นดับ (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์19 ก.พ. 2563 05:06 น.
SHARE

สังเวยโควิด-19เพิ่ม 137คนไทยที่สัตหีบ ไร้เชื้อ-กลับบ้านได้

137 คนไทยที่เดินทางกลับจากอู่ฮั่นและถูกนำเข้าพักเฝ้าดูอาการที่ฐานทัพเรือสัตหีบได้กลับบ้านแล้ว หลังแพทย์ตรวจร่างกายไม่พบมีผู้ติดเชื้อ “ไวรัสโควิด-19” แต่อย่างใด ไทยรุกขยายการเฝ้าระวังทั้งระบบทั่วประเทศ แนะนำเลื่อนจัดงานอีเวนต์ในพื้นที่ปิด ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ยกระดับคัดกรองผู้โดยสารป้องกันโควิด-19 จากญี่ปุ่น-สิงคโปร์เทียบเท่าจีน พร้อม จัดประตูเทียบเครื่องบินและมีจุดคัดกรองตรวจเข้ม พิเศษ จีนเศร้า ผอ.รพ.ในเมืองอู่ฮั่น สังเวยเชื้อ “โควิด-19” อีกราย การแพร่กระจายของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ “โควิด-19” ยังลามระบาดไปทั่วทั้งในประเทศจีนและหลายประเทศทั่วโลก จนผู้ติดเชื้อทะยานขึ้นระดับกว่า 7 หมื่นคนแล้ว

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ “โควิด-19” ว่า คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนแถลงว่า จนถึงเที่ยงคืนวันที่ 17 ก.พ. พบผู้เสียชีวิตในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้น 98 ราย รวมเป็น 1,868 ราย นับว่าพบยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มแบบรายวันต่ำที่สุด ขณะที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 1,886 ราย รวมเป็น 72,436 ราย ทั้งผู้เสียชีวิตและติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ที่มณฑลหูเป่ย โดยเฉพาะเมืองอู่ฮั่น ต้นตอและศูนย์กลางการแพร่ระบาด และมีผู้ได้รับการรักษาหายป่วยแล้วกว่า 12,000 คน นับเป็นข่าวดีที่อัตราผู้เสียชีวิตและติดเชื้อลดลง เพราะตั้งแต่ 11 ก.พ.เป็นต้นมา ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นรายวันไม่ต่ำกว่า 100 ราย และตั้งแต่ 30 ม.ค. เป็นต้นมา ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นรายวันไม่ต่ำกว่า 2,000 ราย ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อนอกดินแดนจีนในอีก 26 ประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 827 ราย และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย

สถานีโทรทัศน์ “ซีซีทีวี” ของจีนรายงานด้วยว่า นายแพทย์หลิว จื้อหมิง วัย 51 ปี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอู๋ชางในเมืองอู่ฮั่น เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อโควิด-19 เมื่อเช้าวันที่ 18 ก.พ. หลังความพยายามช่วยชีวิตทุกวิถีทางล้มเหลว นับเป็นแพทย์รายที่ 2 และแพทย์ระดับสูงสุดที่เสียชีวิตจากไวรัสมรณะ

ถัดจากนายแพทย์หลี่ เหวินเหลียง ในเมืองอู่ฮั่น ผู้เตือนเพื่อนร่วมงานเรื่องโควิด-19 เป็นคนแรก แต่ถูกทางการสั่งปิดปาก ส่งผลให้ชาวจีนแสดงความโกรธแค้น ก่อนหน้านี้ รัฐบาลจีนเผยว่ามีบุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิตแล้ว 6 คน รวมทั้งนายแพทย์หลี่ และมีผู้ติดเชื้อ 1,716 คน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีนยังเผยแพร่รายละเอียดการศึกษาวิจัยผู้ติดเชื้อในจีนครั้งใหญ่ที่สุดเกือบ 45,000 รายเป็นครั้งแรก ระบุว่าผู้ติดเชื้อกว่า 80 เปอร์เซ็นต์มีอาการไม่รุนแรงและฟื้นตัว ผู้มีความเสี่ยงเสียชีวิตสูงสุดคือคนชราและผู้ป่วยจากโรคอื่นอยู่ก่อนแล้ว และอัตราการติดเชื้อลดลงตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ.

วันเดียวกัน นายเทดรอส อดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงว่า ยังเร็วเกินไปที่จะรู้ได้ว่าอัตราการติดเชื้อที่ลดลงจะต่อเนื่องหรือไม่ และอะไรก็อาจเกิดขึ้นได้ เขายังเตือนประชาคมโลกว่าอย่าตื่นตระหนกเกินเหตุ เพราะโควิด-19 ร้ายแรงน้อยกว่าไวรัสซาร์สในปี 2545-2546 การใช้มาตรการควบคุมโควิด-19 ควรเป็นไปอย่างได้สัดส่วน ไม่ควรใช้มาตรการแบบเหวี่ยงแห และคัดค้านการสั่งหยุดเรือสำราญทั่วโลก

เจ้าหน้าที่สำนักงานสุขภาพแห่งชาติของจีน ยังกระตุ้นให้ผู้ป่วยจากโควิด-19 ที่หายดีแล้วให้ไปบริจาคเลือด เพื่อสกัดเอาน้ำเลือดหรือพลาสมาไปรักษาผู้ป่วยอาการหนักอื่นๆ เพราะพลาสมาของผู้หายป่วยแล้วมีแอนติบอดีต่อต้านโควิด-19 ได้ ซึ่งแพทย์ตามโรงพยาบาลต่างๆในจีนรวมทั้งนครเซี่ยงไฮ้ กำลังใช้พลาสมาจากผู้หายป่วยทดลองรักษาผู้ป่วย ขณะที่แพทย์ในญี่ปุ่นมีแผนทดลองใช้ยาต่อต้านเชื้อไวรัสเอชไอวี/เอดส์ ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยเร็วที่สุด หลังมีรายงานจากหลายประเทศรวมทั้งไทยว่ายาสูตรนี้ได้ผล

ส่วนเรือสำราญ “ไดมอนด์ พรินเซส” ที่ถูกกักโรคที่นอกชายฝั่งเมืองโยโกฮามาในญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือประมาณ 3,700 คน เจ้าหน้าที่ตรวจผู้โดยสารบนเรือเกือบทั้งหมดแล้ว พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 88 ราย รวมเป็น 542 ราย ขณะที่หลายประเทศ รวมทั้งอังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ มีแผนส่งเครื่องบินไปอพยพพลเมืองของตนบนเรือลำนี้กลับประเทศ ส่วนสหรัฐฯอพยพชาวอเมริกัน 338 คน รวมทั้งผู้ติดเชื้อ 14 ราย กลับประเทศแล้วหลังพ้นเวลากักโรค 14 วัน โดยผู้ไม่พบว่าติดเชื้อจะถูกนำไปกักโรคต่อที่ฐานทัพเรือแห่งหนึ่ง ส่วนผู้ติดเชื้อจะถูกนำไปไว้ที่ศูนย์กักโรคในมหาวิทยาลัยเนบราสกา

ขณะที่เรือสำราญ “เอ็มเอส เวสเทอร์ดัม” ที่กัมพูชาอนุญาตให้เข้าเทียบท่าเรือเมืองสีหนุวิลล์เมื่อสัปดาห์ก่อน หลังถูกปฏิเสธจาก 5 ประเทศรวมทั้งไทย ตอนแรกกัมพูชาตรวจไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่ต่อมามาเลเซียตรวจพบผู้โดยสารหญิงชาวอเมริกันวัย 83 ปี 1 ราย ติดเชื้อที่สนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์นั้น บริษัทเจ้าของเรือเผยว่าผลการตรวจผู้โดยสารอื่นๆ 1,454 คน และลูกเรือ 802 คน เบื้องต้นยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม กว่า 300 คนได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับประเทศแล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา แถลงปกป้องการตัดสินใจให้เรือเวสเทอร์ดัมเทียบท่าว่าถูกต้องและว่าขณะนี้ยังไม่พบชาวกัมพูชาติดเชื้อแม้แต่รายเดียว

สำนักข่าวเอเอฟพียังรายงานว่า ย่านชุมชนชาวจีนหรือ “ไชน่า ทาวน์” ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่เคยคึกคัก ไล่ตั้งแต่ที่นครเมลเบิร์นในออสเตรเลีย ไปจนถึงนครซานฟรานซิสโกในสหรัฐฯ ขณะนี้อยู่ในสภาพเงียบเหงาแทบรกร้าง เพราะผู้คนหวาดผวาเชื้อโควิด-19 ทำให้ธุรกิจในย่านไชน่า ทาวน์ดิ้นรนต่อสู้อย่างหนักเพื่อความอยู่รอด

ที่เมืองไทยหลังจากมีกระแสห้ามการเดินทางไปสิงคโปร์และญี่ปุ่น รวมทั้งให้มีการคัดกรองผู้โดยสารเครื่องบินที่เดินทางมาจากสิงคโปร์และญี่ปุ่นอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผอ.สนามบินสุวรรณภูมิ กล่าวว่า สนามบินสุวรรณภูมิได้ยกระดับการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากทั้ง 2 ประเทศ ให้อยู่ระดับเทียบเท่าผู้โดยสารที่เดินทางจากจีน มีการจัดแยกเครื่องบินเพื่อเป็นจุดจอดอากาศยานมาถึง โดยจะใช้อาคารเทียบเครื่องบิน F E C เช่นเดียวกับผู้โดยสารเดินทางมาจากจีน เมื่อมาถึงจะมีจุดคัดกรองตรวจเช็กอุณหภูมิ 2 ขั้นตอน คือ บริเวณทางเข้าหรือ Gate ของอาคารเทียบเครื่องบินและจุดผ่านตรวจคนเข้าเมือง หากพบผู้โดยสารมีแนวโน้มติดเชื้อจะคัดแยกส่งตัวให้แก่โรงพยาบาลบำราศนราดูร

เช่นเดียวกับที่สนามบินดอนเมืองได้มีการยกระดับตรวจเข้มผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงจากประเทศต้นทางที่มีการระบาดของโควิด-19 เช่นเดียวกัน โดยผู้โดยสารที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเมื่อเดินทางมาถึงสนามบินจะมีการชะลอการเดินเข้าอาคารผู้โดยสารเพื่อคัดกรอง โดยให้ผู้โดยสารจากเที่ยวบินอื่นเดินทางไปก่อน

ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงถึงสถานการณ์ “โควิด-19” ในไทยว่า วันที่ 18 ก.พ. ยังไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม ผู้ป่วยติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาลยังยืนยันที่ 19 ราย กลับบ้านแล้ว 16 ราย รวมสะสม 35 ราย ไทยมีความพยายามสูงมากในการตรวจหาผู้ติดเชื้อภายในประเทศ โดยขยายการเฝ้าระวังและยังไม่พบการแพร่ระบาดในวงกว้างออกจากเดิม จึงอยากยืนยันให้ทุกคนทราบว่าเราพยายามทุกวิถีทาง และตั้งใจยืดระยะการแพร่ระบาดในระยะที่ 2 คือ การแพร่ระบาดในวงจำกัดออกไปให้นานที่สุดและพยายามค้นหาผู้ป่วยให้ได้โดยเร็วที่สุด เข้าควบคุมโรคโดยเร็ว

ส่วนผู้โดยสารจากเรือสำราญเวสเตอร์ดัมที่เข้ามาไทยก่อนวันที่ 15 ก.พ. นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า ยังมีเหลือค้างอยู่ในไทยประมาณ 4 คน เป็นคนไทย 2 คน ต่างชาติ 2 คน ทุกคนได้รับการดูแลใกล้ชิด มีการติดตามอาการทุกวัน ซึ่งชาวต่างชาติกำลังจะเดินทางออกนอกประเทศแล้ว ส่วนคนไข้รายที่เป็นวัณโรคควบด้วยอาการยังทรงตัว ทีมแพทย์จะทุ่มเทการรักษาอย่างเต็มที่และให้ดีที่สุด ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คิดว่างานใหญ่ที่ไหนสามารถเลื่อนได้ แนะนำให้เลื่อนไปก่อน โดยเฉพาะการจัดงานในพื้นที่จำกัด แต่หากไม่สามารถเลื่อนการจัดงานช่วงนี้ไปได้ ให้มีการประเมินสถานการณ์ คัดกรอง ป้องกัน สวมหน้ากากอนามัยและรักษาสุขภาพตนเองให้แข็งแรงไว้

อีกด้าน นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข พร้อม นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เข้าเยี่ยมผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เป็นหญิงชาวจีนวัย 74 ปี และถูกส่งมารักษาตัวที่ รพ.ราชวิถี ขณะนี้หายป่วยแล้วและแพทย์อนุญาตให้ออกจาก รพ.ได้ ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อชายที่มีอาการวัณโรคควบรวม อาการทรงตัวและแพทย์ให้การดูแลอย่างเต็มที่

ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การนำคนไทยกลับบ้านกรณีไวรัสโควิด-19 อาคารสัญญาบัตร รพ. อาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี พญ.หรรษา รักษาคม ผอ.สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ชลบุรี พร้อมคณะแถลงข่าว “ภารกิจการจัดการด้านเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคตั้งแต่สนามบินจนถึงวันส่งกลับภูมิลำเนา” ว่า ตลอดระยะเวลาที่คนไทยทั้ง 137 คนมาพักฟื้นอยู่ พบว่าทุกคนมีสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตที่ดี มีความพร้อมที่จะกลับสู่บ้านหลังครบกำหนด 14 วัน ในวันที่ 19 ก.พ. ส่วนอีก 1 คนยังต้องเฝ้าดูอาการอยู่ที่ รพ.ชลบุรี ทั้งนี้ตั้งแต่คนไทยจากอู่ฮั่นเดินทางกลับสู่ไทย ได้ดูแลเรื่องการป้องกัน ทำความสะอาด และตรวจเชื้ออย่างสม่ำเสมอ ดูแลเป็นอย่างดีตลอด 24 ชม. นอกจากเรื่องอาหาร ที่พัก กิจกรรมสันทนาการแล้ว ยังช่วยเหลือด้านการศึกษาสำหรับคนที่เป็นนักศึกษา จัดกิจกรรมพิเศษให้ส่งดอกไม้ หรือของขวัญเนื่องในโอกาสวันวาเลนไทน์ ที่ผ่านมาด้วย

พญ.หรรษากล่าวต่อไปว่า ก่อนส่งทั้งหมดกลับบ้านได้ตรวจเชื้อทางโพรงจมูกอีกครั้งเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนไทยและญาติว่าทุกคนปลอดจากโรค มีความพร้อมเดินทางกลับสู่บ้านและใช้ชีวิตในสังคม จัดทำใบรายงานผลทางแพทย์เพื่อให้ไว้ใช้ชี้แจงและยืนยันผลต่อผู้อื่น เพื่อลดความวิตกกังวล อยากให้สังคมอย่าตื่นตระหนกและมีความเข้าใจว่ากลุ่มคนทั้งหมดได้รับการดูแลอย่างดี สามารถใช้ชีวิตร่วมในสังคมได้อย่างปกติ สำหรับวันที่ 19 ก.พ.เวลา 09.00 น. จะอนุญาตให้ญาติเดินทางเข้าไปรับตัวคนไทยทั้งหมดกลับสู่ภูมิลำเนา ส่วนผู้ที่ไม่มีญาติมารับ กองทัพเรือจะจัดยานพาหนะพาส่งกลับถึงบ้านทุกคน

ต่อมาเวลา 18.00 น. นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช. สาธารณสุข แถลงปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การนำคนไทยกลับบ้านกรณีไวรัสโควิด-19 อย่างเป็นทางการ นายสาธิตกล่าวว่า ผลตรวจซ้ำคนไทย 137 คน ยืนยันว่าปลอดเชื้อ ส่วนอีก 1 คนยังเฝ้าระวังต่อเนื่องที่ รพ.ชลบุรี มีกิจกรรมให้คำแนะนำและความรู้ในการปฏิบัติตัวสำหรับคนไทยทั้ง 137 คน ในคืนวันที่ 18 ก.พ. ขอฝากไว้ว่ากลุ่มคนไทยกลับบ้านไม่ใช่ผู้ป่วย ผลการตรวจซ้ำไม่พบเชื้อโควิด-19 อยู่ในสังคมได้ตามปกติ

ด้าน นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 6 กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังคัดกรองคนไทยทั้ง 138 คน ที่เดินทางมาจากอู่ฮั่น พบผู้มีอาการเข้าข่ายสอบสวนโรค 1 คน ถูกส่งตัวไปเฝ้าระวังที่ห้องแยกโรค รพ.ชลบุรี อาการโดยรวมไม่มีไข้ สุขภาพทั่วไปแข็งแรงดี ยังต้องเก็บตัวอย่างส่งตรวจเพื่อการยืนยันต่อไป หลังจากที่ส่ง 137 คนไทยกลับบ้านแล้ว กระทรวงสาธารณสุขจะจัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องใช้ในอาคาร ก่อนคืนพื้นที่ให้ฐานทัพเรือสัตหีบเพื่อเปิดให้บริการประชาชนต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสโคโรนาไวรัสโคโรน่าโควิด-19ผอ.รพ.อู่ฮั่นหลิว จื้อหมิงข่าวหน้า1ข่าววันนี้สุขภาพ

Most Viewed