ข่าว
100 year

หมอ แนะ ผู้อยู่ร่วมเชื้อเอชไอวี ควรใช้ PrEP ควบคู่ถุงยางอนามัย

ไทยรัฐออนไลน์8 ก.พ. 2563 14:20 น.
SHARE

ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ ผู้เชี่ยวชาญ อายุรศาสตร์ โรคติดเชื้อ ปธ.วิชาการสมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย แนะ ผู้อยู่ร่วมเชื้อเอชไอวี ควรต้องใช้แพร็พ (PrEP) ควบคู่กับการใช้ถุงยางอนามัย เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์-เชื้อเอชไอวีดื้อยา

จากกรณี"พีท เลือดบวก" ฐิฎิวัสส์ ศิรเศรษฐกร ที่สร้างดราม่ากันสนั่นจอ เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ปม เปิดคอร์สสอนคนติดเชื้อ HIV มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใส่ถุงยาง

ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ ผู้เชี่ยวชาญ อายุรศาสตร์ โรคติดเชื้อ ปธ.วิชาการสมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย ได้โพสต์เฟซฯ แพทยสภา หมอชวนรู้ ตอนที่ 27

"คำแนะนำการรักษาด้วยยาต้านไวรัสจนตรวจไวรัสไม่พบ และการใช้แพร็พกับการแพร่กระจายเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์"

พีท คนเลือดบวก

Undetectable = Untransmittable หรือ U=U คือปรากฏการณ์ที่ ผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีกินยาต้านไวรัสและกินยาต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ และตรงเวลาเพื่อการรักษาจนระดับของไวรัสต่ำกว่าระดับที่ตรวจพบหรือที่ เรียกว่า Undetectable ผู้ที่อยู่ในภาวะดังกล่าวจะไม่แพร่กระจายเชื้อเอชไอวีทางเพศสัมพันธ์ หรือ Untransmittable มีข้อมูลจากการศึกษาหลาย การศึกษาที่สนับสนุนข้อความดังกล่าว คือโอกาสติดเอชไอวีเป็นศูนย์ U=U ทำให้ผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีรู้สึกดีขึ้น เพราะไม่แพร่กระจายเชื้อให้คนอื่น ลด การตีตรา ทำให้สามารถมีบุตรได้โดยวิธีที่ไม่ยุ่งยากเหมือนสมัยอดีต ดังนั้นการรักษาด้วยยาต้านไวรัส นอกจากทำให้สุขภาพผู้ป่วยดีขึ้นแล้ว ยังทำให้การแพร่กระจายเชื้อลดลงด้วย ส่วนการใช้แพร็พ หรือ Preexposure prophylaxis เป็นการใช้ยาต้านไวรัสสองชนิดเพื่อการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในผู้ที่มีความเสี่ยง โดยมีประสิทธิภาพในการป้องกันติดเชื้อมากกว่า 90% ถ้าหากกินยาตามคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ แต่การกินไม่ได้ตามคำแนะนำก็มีโอกาสติดเชื้อเอชไอวีการกินแพร็พ ต้องมีการตรวจเพื่อให้แน่ใจ ว่า ไม่มีการติดเชื้อเอชไอวีก่อน ถึงแม้ว่า U=U และการใช้แพร็พจะช่วยป้องกันการติดต่อเชื้อ เอชไอวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่อย่างไรก็ตาม หากมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยงโดยไม่ป้องกัน ก็อาจจะทำให้ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้และยังมีโอกาสติดเชื้อเอชไอวีดื้อยาได้ในการศึกษาและคำแนะนำ การใช้แพร็พเองก็ยังแนะนำให้ใช้ถุงยางร่วมกับแพร็พด้วย และในคนที่ใช้แพร็พก็แนะนำให้ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจหาซิฟิลิส หนองในแท้ หนองในเทียม และไวรัสตับอักเสบซี เพราะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางโรคไม่มีอาการ แต่สามารถแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้อื่น เนื่องจากปัจจุบันมีการระบาดของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สูงขึ้นอย่างมาก และในบางรายมีโอกาสที่จะติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ดื้อยาและค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง ดังนั้นการใช้ ถุงยางอนามัยยังมีความสำคัญควบคู่กับการใช้แพร็พหรือ U=U

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้อยู่ร่วมเชื้อเอชไอวีแพร็พถุงยางอนามัยโรคติดเชื้อประธานวิชาการสมาคมโรคเอดส์ของประเทศไทยเอชไอวีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้