ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    อังกฤษอาจโยนขี้ใส่โควิด-19

    นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย24 มิ.ย. 2563 05:01 น.
    SHARE

    หลังจากที่เป็นมาตั้งแต่ พ.ศ.2516 สิ้นราตรีวันศุกร์ 31 มกราคม 2563 เป็นต้นมา อังกฤษไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) อีกต่อไปแล้ว

    1 กุมภาพันธ์-31 ธันวาคม 2563 เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ช่วงนี้อังกฤษยังคงอยู่ในสหภาพศุลกากรอียูและตลาดเดียวของอียู กฎระเบียบอะไรต่างๆ ยังเหมือนเดิม คนอังกฤษยังไปมาหาสู่กับสมาชิกอียู 27 ประเทศ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมพิเศษ ไม่ต้องยุ่งเรื่องศุลกากร ใบขับขี่และหนังสือเดินทางสัตว์เลี้ยงยังใช้ได้ รวมทั้งสิทธิในการอยู่อาศัยของผู้คนยังเหมือนเดิม

    ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงต่างๆ ทว่าดันมีวิกฤติโควิด-19 จนเศรษฐกิจอังกฤษถดถอยมากที่สุดในรอบ 300 ปี ธนาคารกลางอังกฤษบอกว่า อัตราเติบโตของจีดีพีจะหดตัวถึงร้อยละ-14 รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ พ.ศ.2249 (พ.ศ.2249 จีดีพีหดตัวร้อยละ-15)

    ถึงตอนนี้ผมยังมองไม่เห็นเลยว่าอังกฤษจะเจรจาข้อตกลงการค้ากับอียูและประเทศอื่นทั่วโลกได้ยังไง (อังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรปมา 47 ปี ข้อตกลงกับประเทศต่างๆ ก็ใช้ของสหภาพยุโรป ตอนนี้ต้องมาทำข้อตกลงของตนเอง ซึ่งตามแผนการเดิมต้องเจรจากันตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 แต่เพราะโควิด-19 หลายฝ่ายใช้เป็นข้ออ้างในการผัดวันประกันพรุ่งในการเจรจา)

    ผู้อ่านท่านที่เคารพครับ โอย...นี่คืออภิพญามหึมหายอดหายนะ เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ถ้าเจรจาไม่เสร็จ อังกฤษจะต้องถอนตัวจากอียูแบบไม่มีข้อตกลง ที่เราเรียกกันว่า “โนดีลเบร็กซิต” ธุรกิจของอังกฤษที่ประเมินกันว่าจะถดถอยรุนแรงที่สุดในรอบ 300 ปี ก็จะยิ่งดิ่งลงห้วงรักเหวลึกกว่านั้น เมื่อไม่มีข้อตกลง อังกฤษก็จะโดนภาษีศุลกากรเต็ม อุปสรรคทางการค้าก็จะตามมาอีกบานเบอะเยอะแยะ ผมไม่เชื่อดอกครับ ว่าประเทศอย่างอังกฤษจะรับมือโนดีลเบร็กซิตได้

    แค่วิกฤติโควิด-19 ก็ทำให้ธุรกิจของอังกฤษขาดสภาพคล่องทางการเงินแล้ว ทุกบริษัทร้องโอดโอยโหยหวน ขอสินเชื่อและความช่วยเหลือจากธนาคาร รัฐบาลอังกฤษให้ความช่วยเหลือไปแล้ว 3.5 หมื่นล้านปอนด์ บริษัทไม่มีสตางค์ก็ต้องเลิกจ้าง แค่เมษายนเดือนเดียว คนตกงานมาขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้นเป็น 2.1 ล้านคน ตอนนี้รัฐบาลอังกฤษให้เงินอุดหนุนค่าจ้างแรงงานไปแล้วมากถึง 9 ล้านคน หรือร้อยละ 27 ของแรงงานทั้งประเทศ

    คนดื้อก็คือนายกฯบอริส จอห์นสัน (นิสัยคล้ายโดนัลด์ ทรัมป์) ซึ่งเอาแต่ใจตัวเอง จอห์นสันเคยพูดว่า จะไม่ขยายเวลาการเจรจา แต่มองดูในขณะนี้ยังไงก็ไม่มีทางทันแน่นอน ส.ส. จำนวนหนึ่งตะโกนก้องร้องเตือนให้จอห์นสันไปเจรจาเพื่อให้ขยายเวลาซะเถิด แต่นายกฯจอห์นสันก็ยังดื้อบอกว่าจะไม่มีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงกำหนดการใดๆ

    เปิดฟ้าส่องโลกฉบับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 ผมรับใช้ผู้อ่านท่านผู้เจริญเรื่อง “2564 จะรู้ว่าอังกฤษเจอนรกหรือสวรรค์” ตอนที่เขียนบทความนี้ แม้ยังไม่มีความตื่นตระหนกตกใจเรื่องโควิด-19 ในอังกฤษ แต่ก็ยังแอบวิเคราะห์ว่า อังกฤษน่าจะต้องกลับไปใช้เงื่อนไขขององค์การการค้าโลก ซึ่งจะทำให้คนอังกฤษเดือดร้อนเพราะสินค้าจากอียูที่ตัวบริโภคจะมีราคาสูงขึ้น (เพราะมีภาษีศุลกากร) สินค้าอังกฤษก็จะขายในอียูได้ยากขึ้น (เพราะมีราคาสูงขึ้น เนื่องจากโดนภาษีศุลกากร)

    ย้ำอีกครั้งครับ อังกฤษได้ออกจากอียูแล้วเมื่อ 31 มกราคม 2563 แต่มีช่วงเปลี่ยนผ่านคือ 1 กุมภาพันธ์-31 ธันวาคม 2563 ถ้าเจรจาการค้าในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ไม่สำเร็จ อังกฤษก็ต้องออกจากช่วงเปลี่ยนผ่านโดยไม่มีข้อตกลงการค้า

    การลงประชามติที่จะออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่เมื่อ พ.ศ.2559 ประชาชนคนอังกฤษออกมาหย่อนบัตรมากถึง 46.5 ล้าน มีคนที่โหวตให้ออก 17,410,742 คน (ร้อยละ 51.89) ส่วนพวกที่โหวตไม่ให้ออกมี 16,141,241 คน (ร้อยละ 48.11)

    ถ้าอังกฤษพบหายนภัยในทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุด ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ-คนที่โหวตให้ออก หรือนายกฯจอห์นสัน

    หรือต่างพร้อมใจโยนขี้ให้โควิด-19.

    นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
    songlok1997@gmail.com

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยอังกฤษอียูโควิด-19COVID-19สหภาพยุโรป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้