ข่าว
100 year

แด่ความจริง ไฮพาเทีย

ทีมงาน ต่วย'ตูน4 เม.ย. 2553 05:00 น.
SHARE

โรงเรียน แห่งเอเธนส์ ผลงานของราฟาเอล.

เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับการบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ว่า มีความสำคัญอย่างมากในการพัฒนาวงการคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ และปรัชญา ...

หลังจากอ่านเรื่องนี้จบแล้ว ไทยรัฐ ซันเดย์ สเปเชียล โดยทีมงานต่วย'ตูน อยากขอเชิญชวนให้ท่านผู้อ่านได้หยุดนิ่งสักครู่ เพื่อระลึกถึง และไว้อาลัยแด่เธอ...ไฮพาเทีย...หญิงผู้นำพาแสงสว่างแห่ง "ความจริง" มาสู่จิตใจของผู้คน แต่ชีวิตของเธอกลับสิ้นสุดลงอย่างมืดมิดด้วยการถูกสังหารโหดจาก "ความเชื่อ" ที่แตกต่าง...ไฮพาเทียแห่งอเล็กซานเดรีย

ไฮพาเทียเกิดเมื่อ ค.ศ.370 ในเมืองที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของอียิปต์ยุคนั้น เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับการบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ว่า มีความสำคัญอย่างมากในการพัฒนาวงการคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ และปรัชญา  ซึ่งเป็นเรื่องแปลกในสมัยก่อน ที่ผู้หญิงจะลุกขึ้นมาเป็นผู้มีความสามารถล้นเหลือ แต่สำหรับไฮพาเทีย นอกจากสมองอันปราดเปรื่องของเธอแล้ว เธอยังมีแต้มต่อสำคัญที่ส่งเสริมการเรียนรู้มาตั้งแต่เยาว์วัย  เนื่องจากเธอเป็นธิดาของธีออน หัวหน้าผู้ดูแลห้องสมุดแห่งอเล็กซานเดรีย สถานที่สะสมความรู้ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในความรุ่งโรจน์ของอียิปต์


ไฮพา เทียในภาพยนตร์เรื่อง Agora.

ธีออนเองก็เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักคิด นักคณิตศาสตร์คนสำคัญแห่งยุค แต่ในกาลต่อมา ไฮพาเทียถูกยอมรับว่ามีความสามารถเหนือกว่าผู้เป็นพ่อ ซึ่งได้ร่วมกันเขียนบทความและค้นคว้าวิจัยมากมายหลายเรื่อง

ในช่วง ที่เป็นสาวสะพรั่ง ไฮพาเทียออกเดินทางสู่โลกกว้าง ไปศึกษาต่อถึงกรุงเอเธนส์ และอิตาลี ซึ่งเป็นดินแดนสำคัญแห่งศิลปวิทยาในสมัยนั้น และเมื่อกลับมาอียิปต์อีกครั้ง เธอก็ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ดูแลสถาบันนีโอพลาโตนิส ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่ง และพัฒนาให้สถาบันแห่งนี้มีความเป็น "โรงเรียน" ที่ถูกยกระดับมากขึ้น ส่งเสริมความคิดและการพัฒนามากขึ้น จนมีผู้เรียนล้นหลาม ในขณะที่ตัว "อาจารย์ใหญ่" อย่างไฮพาเทียเองก็ขจรขจายชื่อเสียงในฐานะครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ ลูกศิษย์ทั้งหญิงชาย ที่เชื่อมั่นในตัวอาจารย์กันมาก ทำให้ไฮพาเทียเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดของคนหนุ่มสาว

สิ่ง ที่ไฮพาเทียสอน มีทั้งวิชาคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ กลศาสตร์ ปรัชญา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวิชาที่ได้รับอิทธิพลมาจากแนวคิดของพลาโต และอริสโตเติล และหากจะกล่าวรวมๆแล้ว  สิ่งที่ไฮพาเทีย พยายามเผยแพร่แนวคิดออกไป คือสิ่งที่เรียกว่า "วิทยาศาสตร์" ซึ่งแตกต่างอย่างสุดกู่จากโรงเรียนอื่นๆในสมัยนั้น ที่เน้นการสอนเรื่องปาฏิหาริย์ การบวงสรวงแก่ปวงเทพ หรือสิ่งลึกลับที่พิสูจน์ไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไฮพาเทียปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง

นอกจากงานสอนแล้ว ไฮพาเทียยังเป็นนักประดิษฐ์ตัวยง แม้ในภายหลังเอกสารและอุปกรณ์ วิทยาศาสตร์ของเธอจะสูญหายไป แต่ก็พอจะมีเค้าเรื่องที่เล่าต่อกันมาว่า ไฮพาเทียเป็นผู้คิดประดิษฐ์ เครื่องกลั่นน้ำ เครื่องวัดระดับน้ำ และที่สำคัญคือ เครื่องวัดตำแหน่งดวงดาว อันมีความสัมพันธ์กับโลก  ดวงอาทิตย์  ซึ่งนี่เป็นสัญลักษณ์สำคัญแห่งการเรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ แต่ความรู้และคำสอนเหล่านี้ ก็ทำให้เกิดปัญหาขึ้น เนื่องจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของคริสต์ศาสนา ซึ่งในอดีตยังไม่ค่อยเปิดรับวิทยาศาสตร์ ไฮพาเทียจึงเป็นเหมือนผู้ที่ยืนท้าทายคริสตจักร

แม่ครูสาวถูกมองว่า เป็นพวกนอกรีต โดย เฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วง ค.ศ.412 หลังจากที่ไซริลพระผู้ใหญ่ที่มีอิทธิพลสูงผู้หนึ่งได้ก้าวขึ้นมามีอำนาจทาง ศาสนจักร


ไฮพา เทีย (สวมชุดขาว) ซึ่งถูก "ซ่อน" ไว้.

สิ่งที่ไซริลกระทำอย่างแข็งขัน นอกจากการเผยแผ่ศาสนาแล้ว คือการต่อสู้ทางความคิดจนเกิดการจับกุมนักปราชญ์หลายคนที่ขัดแย้งกับ ศาสนจักร ในขณะที่ไฮพาเทียตกเป็นเป้าที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ และดูเหมือนว่า ความขัดแย้งจะคุกรุ่นหนักขึ้น อันเนื่องมาจากลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของเธอ คือ โอเรสเทส นักปกครองผู้มีอิทธิพลไม่แพ้หลวงพ่อไซริล

โอเรสเทสนั้น แสดงตนเป็นผู้หนึ่งที่ขัดแย้งกับศาสนจักรอย่างรุนแรง เพราะเขาเชื่อในวิทยาศาสตร์ ตามที่ไฮพาเทียพร่ำสอน ทำให้ไซริลมองว่า ไฮพาเทีย เป็นอุปสรรค และเป็นตัวปัญหาที่ทำให้อำนาจของศาสนจักรเสื่อมถอยในเมืองอเล็กซานเดรีย

หลัง จากความขัดแย้งลุกลามมากขึ้น ในที่สุด การงัดข้อระหว่างศาสนจักรกับฝ่ายปกครองก็ถึงจุดเดือด และผู้ที่ต้องถูกสังเวยแก่ความแตกแยกนี้คือผู้หญิงตัวเล็กๆแต่มีความคิดอัน ยิ่งใหญ่ ไฮพาเทีย ถูกพวกคลั่งศาสนาจับตัวไป เธอถูกเปลื้องผ้า ก่อนจะโดนลากประจานไปตามท้องถนนจนถึงโบสถ์แห่งหนึ่ง สถานที่ซึ่งเธอถูกใช้แผ่นกระเบื้องเฉือนเนื้อออกทีละชิ้น...ทีละชิ้น และจบลงด้วยการเผา ซึ่งไม่แน่ชัดว่า เป็นการเผาหลังจากเธอสิ้นลมไปแล้ว หรือเป็นการเผาทั้งเป็น แต่ที่แน่ๆไฮพาเทียก็จากโลกนี้ไปในวัยไม่ถึง 50 ปี

หลัง การตายของไฮพาเทีย มีจดหมายจำนวนมากในนามของเธอถูกส่งออกไปโจมตีศาสนจักรอย่างรุนแรง และต่อมาก็มีผู้ออกมากล่าวย้ำว่า ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อมรณกรรมของเธอคือไซริลนั่นเอง


ความ รุ่งเรืองของกรุงเอเธนส์ในอดีต.

แต่ไม่ว่าผู้ที่สังหารเธอจะเป็นผู้ที่คลั่งศาสนา หรือผู้ที่ทำตามคำสั่งผู้มีอำนาจ สิ่งที่แน่นอนก็คือ ไฮพาเทียเป็นเหยื่อของความเชื่อที่แตกต่าง และเมื่อมองย้อนไปแล้ว ไฮพาเทียเป็นสตรีที่ยิ่งใหญ่และน่าทึ่งที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ทั้งในฐานะผู้หญิงที่ลุกขึ้นมาร่ำเรียนจนมีความรู้ แตกฉาน ผู้หญิงที่กลาย มาเป็นอาจารย์ ที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมายในยุคที่ผู้ชายเป็นใหญ่ และผู้หญิงคนอื่นๆยังอยู่ก้นครัว ผู้หญิงที่กล้ายืนหยัดในความเชื่อที่จริงแท้ ในสิ่งที่ปัจจุบันนี้ถูกยอมรับในฐานะวิทยาศาสตร์

ไฮพาเทียย้ำว่า เรื่องไหนที่เป็นตำนาน หรือปาฏิหาริย์ก็ต้องสอนกันให้ชัดๆว่าเป็นเพียงนิทานหรือจินตนาการ เธอปักใจอย่างมั่นคงว่า การนำเรื่องเหนือธรรมชาติมาปลูกฝังว่าเป็นเรื่องจริงนั้น เป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดในเชิงวิชาการ  ดังนั้น ไฮพาเทีย จึงพยายามพร่ำสอนเสมอว่า ผู้คนไม่ควรจะถูกจำกัด ความคิดด้วยการเชื่อแบบไม่ลืมหูลืมตา

"เราควรได้รับการสงวนสิทธิ์ที่จะคิด แม้ว่า การคิดผิด ก็ยังดีกว่าการไม่คิดเอาเสียเลย"


ไฮพา เทียกับบรรดานักปราชญ์แห่งอเล็กซานเดรีย.

"การที่เราปกครองโดยจองจำจิตใจด้วยความกลัวว่าเราจะถูกลงโทษในอีกโลกหนึ่ง ก็เหมือนกับว่าเป็นการปกครองด้วยการใช้กำลัง"

แม้กระนั้น เธอก็ยังเปิดใจกว้างที่จะยอมรับว่า แม้ความจริงที่เห็นในขณะนี้จะเป็นความจริงแท้ แต่ก็เป็นเพียงความเห็นหนึ่ง และหากมีการพิสูจน์ใหม่ๆ ความจริงนั้นก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งถือเป็นความคิดแบบวิทยาศาสตร์ล้วนๆ

แม้การตายของไฮพาเทียจะเป็น เรื่องน่าเสียดายที่สุด แต่ก็ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่วิทยาศาสตร์จะแตกหน่อ เกิดเป็นที่สิ่งที่แข็งแกร่งต่อมาในอนาคต และผู้ที่รักในความจริงก็ยังระลึกถึงเธออยู่เสมอ ล่าสุด ก็มีผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง Agora ซึ่งเป็นการนำเสนอชีวิตเสี้ยวหนึ่งของไฮพาเทีย ผู้หญิงผู้ที่ยืนหยัดในความจริงแท้ และเสียสละแม้ชีวิต

ถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 1,500 ปีแล้ว ที่ไฮพาเทีย จากไป แต่ความคิดของเธอยังทันสมัยเสมอ และไม่เคยมีวันไหนที่จะมีคนลืมเลือนเธอไป และการระลึกถึงไฮพาเทียที่ถือว่าเป็นกรณีที่โด่งดังมากที่สุดคราวหนึ่ง คือการ "แอบ" ใส่ความระลึกถึงเธอเข้าไปในภาพเขียนของศิลปินเลื่องชื่อ ซึ่งปัจจุบันนี้ ภาพที่ว่านี้ถูกประดับไว้อย่างสมเกียรติ ณ ใจกลางของศาสนจักร คือสถิตอยู่ในกรุงวาติกัน

ภาพที่ว่านี้คือ ภาพโรงเรียนแห่งเอเธนส์ หรือ School of Athens ผลงานเลื่องชื่อของราฟาเอล ที่วาดขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 ภาพนี้เป็นภาพที่ราฟาเอลได้รับการว่าจ้างจากบิชอปท่านหนึ่ง ซึ่งในตอนแรกที่ส่งภาพสเกตช์ให้ท่านบิชอปตรวจงานนั้น ราฟาเอลใส่ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งไว้กลางภาพ เมื่อบิชอปถามว่าหญิงสาวคนนี้เป็นใคร ราฟาเอลก็ตอบอย่างภาคภูมิใจว่า สาวนางนั้นคือไฮพาเทียแห่งอเล็กซานเดรีย เป็นนักคิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง ที่ควรจะได้รับเกียรติให้อยู่ในภาพวาดนี้ เคียงคู่กับพลาโต และอริสโตเติล ผู้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ

แต่ท่านบิชอปได้ยินเข้าก็ไม่พอใจ ท่านบัญชาให้ราฟาเอล "ลบ" ภาพไฮพาเทียออกไป ไม่งั้นจะไม่ให้ทำงาน ราฟาเอลก็เลยจำยอม ตัดภาพไฮพาเทียที่เคยถูกกำหนดให้ อยู่กลางภาพออกไป ทำ ให้จุดเด่นตรงศูนย์กลางเหลือเพียงพลาโตและอริสโตเติล ที่ยืนโดยมี "ส่วนว่าง" อยู่ด้านหน้า


ห้อง สมุดแห่งอเล็กซานเดรีย.

แต่ราฟาเอลไม่ ยอมแพ้ เขาแอบใส่ภาพของสตรีนางหนึ่งไว้ทางด้านซ้ายของภาพ และ ปรับภาพลักษณ์ของเธอเล็กน้อยให้ดูคล้ายกับเป็นหลานชายคนโปรดของท่านบิชอปผู้ ว่าจ้าง ซึ่งไม่ได้ระแคะระคายเลยว่า ที่แท้เป็นภาพที่ราฟาเอลบรรจงวาดให้เป็นไฮพาเทีย นั่นเอง

ทางด้าน วิทยาศาสตร์ ไฮพาเทียได้รับเกียรติให้นำชื่อของเธอไปตั้งเป็นชื่อดาวเคราะห์น้อยที่ถูก ค้นพบในปี ค.ศ.1884 รวมถึงทุกครั้งที่เราแหงนหน้ามองดวงจันทร์ เราก็ยังอาจจะเห็นเงาของเธออยู่บนนั้น เนื่องจากมีการตั้งชื่อหลุมอุกกาบาตหลุมหนึ่งบนดวงจันทร์ว่า ไฮพาเทีย เราจึงไม่อาจจะลืมเธอได้ตลอดกาล...

แด่เธอ...แด่ความจริง...แด่ไฮพา เทีย.

ทีมงาน ต่วย'ตูน

 

 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไฮพาเทียอเล็กซานเดรียความเชื่อแตกต่างซันเดย์สเปเชี่ยลต่วยตูนแด่ความจริง ไฮพาเทีย

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้