กีฬา
100 year

เส้นทางฝัน ของ วาทยกรหนุ่ม ทฤษฎี ณ พัทลุง

ไทยรัฐออนไลน์10 เม.ย. 2556 05:30 น.
SHARE

มีฝีมือเป็นที่ยอมรับในระดับโลก สำหรับนักประพันธ์ดนตรีและวาทยกรหนุ่มอนาคตไกล “ทฤษฎี ณ พัทลุง” ด้วยวัยเพียง 27 ปี ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยเพลงของวงบางกอกโอเปร่า และเป็นวาทยกรไทยคนเดียวที่ได้รับเกียรติไปอำนวยเพลงให้กับวงออเคสตราแห่งชาติสกอตแลนด์ Royal  Scottish  National  Orchestra รวมทั้งยังได้ตั้งวง  Bangkok  Baroque  Ensemble  ซึ่งเป็นนักดนตรีกลุ่มแรกในภูมิภาคนี้ ที่มีความเชี่ยวชาญดนตรีสไตล์บาร็อก

ทฤษฎี หรือ พิซซ่า เล่าถึงเส้นทางการเป็นวาทยกรว่า เริ่มต้นไม่ได้คิดจะเป็นนักดนตรี และที่บ้านก็ไม่ได้บังคับให้เรียน แต่อยู่ๆอยากเรียนขึ้นมา เริ่มจากไปเรียนเปียโน กับ อ.วรพร ณ พัทลุง, อ.จามร ศุภผล และ อ.เอริ นาคากาวา เรียนไปก็รู้สึกชอบ และสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว สุดท้ายจึงลาออกจาก โรงเรียนหอวัง เมื่อตอน ม.3 แล้วไปเรียนดนตรีอย่างจริงจัง โดยเข้าไปเรียนต่อที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยความสามารถที่โดดเด่น อาจารย์ที่โรงเรียนก็บอกให้ลาออก พอดีได้รู้จักกับ อ.สมเถา สุจริตกุล วาทยกรไทยรุ่นเดอะ ซึ่งให้การสนับสนุนรวมทั้งถ่าย ทอดวิชา โดย อ.สมเถาให้มาช่วยงานด้วยการเล่นเปียโนเพื่อซ้อมให้นักร้องคอรัส และเป็นโค้ชให้นักร้อง ซึ่งจะดูในเรื่องของการร้องให้ชัด การร้องด้วยอารมณ์ที่ถูกต้อง รวมถึงการฟังดนตรี เมื่อตอนอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น

จากนั้นในเวลา 10 ปี พิซซ่า บอกว่า ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ เช่น ตอนอายุ 18 ปี ได้เป็นโค้ชให้นักร้องโอเปร่า ที่สถาบัน Opera Studio Netherland  แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์  รวมทั้งเป็นวาทยกรไทยคนแรกที่ได้อำนวยเพลงใน  Concertgebouw  หนึ่งในหอแสดงดนตรีคลาสสิก ที่สำคัญที่สุดของโลก ตั้งอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ แต่ในฐานะนักประพันธ์และวาทยกรไทย พิซซ่า บอกว่า ความ ภูมิใจที่สุดคงเป็นการได้ประพันธ์เพลง Eternity คีตาลัยถวายแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งนำไปบรรเลง ณ มณฑลพิธีท้องสนาม หลวง และได้ประพันธ์เพลงเฉลิมพระขวัญ “พระหน่อนาถ” โดยนำบทกลอนในพระบาทสมเด็จพระ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 มาประพันธ์ทำนองสากล ในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชร รัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงเจริญพระชนมายุ 7 รอบ และได้นำมาใช้ในช่วงพระราชพิธีพระ ราชทานเพลิงพระศพด้วย

ในการทำหน้าที่วาทยกรนั้น พิซซ่า บอกว่าการเป็นวาทยกร ไม่ใช่แค่การทำท่าทางยกไม้คทาเพียงเท่านั้น แต่มันคือการควบคุมวงดนตรีทั้งวง เราต้องแสดงให้นักดนตรีเห็นว่าเรามีวิสัยทัศน์ทางดนตรี เข้าใจ และสามารถดึงอารมณ์ ความสนุกของดนตรีออกมาให้ได้ สำหรับดนตรีคลาสสิก แม้จะเพลงเดียวกัน มีตัวโน้ตเดียวกัน ถูกเอามาเล่นไม่รู้กี่ครั้ง แต่ละครั้งไม่เหมือนกัน มันเป็นเรื่องของอารมณ์ที่วาทยกรแต่ละคนจะดึงออกมาจากวง

ส่วนความฝันของหนุ่มคนนี้ เขาบอกว่า คือการได้มีโอกาสเป็นวาทยกรให้กับวงออเคสตราระดับต้นๆของโลก พร้อมกับขอถ่ายทอดความรู้ต่างๆที่มี รวมถึงให้โอกาสกับเด็กรุ่นใหม่เหมือนกับที่เขาเคยได้รับมา...ต้องขอยกนิ้วให้หนุ่มคนนี้  ทั้งในเรื่องความคิดและความสามารถจริงๆ.

 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พิซซ่าทฤษฎี ณ พัทลุงบางกอกโอเปร่าวาทยกรออเคสตรา

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้