ข่าว
100 year

อยากเที่ยวเมืองนอกยกมือขึ้น!! มาส่อง 5 ทริคก่อนเทคออฟกันเถอะ

ไทยรัฐออนไลน์18 ม.ค. 2558 06:05 น.
SHARE

หนึ่งในความฝันของนักเดินทางหลายคนคงหนีไม่พ้นการแบ็กแพ็กไป 'เที่ยวรอบโลก' หรือมีทริปต่างประเทศเจ๋งๆ อย่างคนอื่นเขาบ้าง แต่เดี๋ยวก่อน! ถ้าคุณเป็นแบ็กแพ็กเกอร์หน้าใหม่ ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ลองแวะมาฟังทางนี้

หลังจากอดทนเก็บหอมรอมริบกันอยู่หลายปี ในที่สุดทริปต่างประเทศในฝันก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่หลายคนก็มักจะมีอาการงุนงง เห็นที่ไหนสวยก็อยากไปมันทุกที่ คิดไม่ออกบอกไม่ถูก หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เป็นแบบนี้ อาจจะต้องเริ่มต้นด้วยการตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า ทวีปไหนในโลกนี้ที่คุณอยากจะแบ็กแพ็กไปเที่ยว? ถ้าไปแล้วอยากท่องเที่ยวนานแค่ไหน? งบประมาณในมือมีเท่าไหร่? อยากเที่ยวเดี่ยวหรือไปตะลุยกับเพื่อน? และชอบการท่องเที่ยวสไตล์แบบไหน?

ถ้าตอบคำถามได้ครบทั้งหมดนี้ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้คุณแพลนเรื่องเส้นทาง วันและเวลาในการเดินทางได้รัดกุมมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังทำให้แน่ใจได้ว่าคุณจะมีทริปเดินทางที่ได้รับประสบการณ์ที่ดีและคุ้มค่าที่สุดอีกด้วย

แต่ถ้ายังไง้ยังไงก็แพลนไม่ได้สักที 'ไทยรัฐออนไลน์' มีตัวช่วย 5 ทริคดีๆ สำหรับคนที่อยากสยายปีกโบยบินในทริปต่างประเทศมาฝากกัน และไม่ว่าคุณจะเป็นแบ็กแพ็กเกอร์เก๋าเส้นทาง หรือเป็นนักเดินทางที่เพิ่งจะเปิดบริสุทธิ์กับทริปแรก รับรองว่าทริคเหล่านี้จะช่วยให้คุณท่องเที่ยวอย่างราบรื่นและได้ดั่งใจแน่นอน

จัดตารางเที่ยวให้ยืดหยุ่น ดีกว่าไปเสียตังค์ค่าเลื่อนตั๋วที่แพงหูดับ!


1. จัดตารางเที่ยวให้ยืดหยุ่นกันหน่อย
ควรเผื่อเวลาเที่ยวที่สถานที่นั้นๆ ไว้สักระยะ เพราะเมืองท่องเที่ยวมักเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล สิ่งต่างๆ รอบเมืองเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงผู้คนด้วย เมื่อไปถึงที่นั่นแล้วคุณอาจจะพบมุมเล็กๆ ในเมืองที่น่าสนใจ พบปะเพื่อนใหม่ จากแรกเริ่มเดิมทีเคยแพลนไว้ว่าจะอยู่แค่ 2 วัน แต่พอเอาเข้าจริงคุณจะอยากใช้เวลาที่นั่นเพิ่มเป็นสัปดาห์

และด้วยความที่ตั๋วเครื่องบินและที่พักเป็นสิ่งที่ต้องจองล่วงหน้า หากไม่คิดเผื่อเวลาไว้แล้วเกิดตัดสินใจอยากอยู่เที่ยวต่อ การเปลี่ยนแปลงไฟลท์บินหรือเลื่อนตั๋วรถเดินทางก็มักจะมีค่าใช้จ่ายที่แพงหูฉี่ ฉะนั้นก็ควรกันไว้ดีกว่าแก้ นอกจากจะได้สุขสุดฟินกับสถานที่ในฝันแล้ว ก็จะไม่มีเรื่องจุกจิกของการเลื่อนตั๋วเดินทางมาคอยกวนใจเวลาแห่งความสุขของคุณอีกด้วย

ส่วนการจองโรงแรมก็ควรจองไว้ล่วงหน้าสัก 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ได้ราคาที่ไม่แพงเกินไป แต่ขอเตือนว่าอย่าลืมดูเวลาสำหรับเช็กอินและเช็กเอาต์สักนิด เพราะบางโรงแรมต้องเช็กเอาต์ก่อนเที่ยง แต่พนักงานไม่ได้แจ้งคุณล่วงหน้า ถ้าหากมัวเที่ยวเพลินกลับมาไม่ทันเวลาเช็กเอาต์ละก็ อาจต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นก็เป็นได้ วิธีที่ดีที่สุด คือ ใส่ใจดูรายละเอียดของโรงแรมเพิ่มเติม และควรเลือกโรงแรมที่สามารถยืดหยุ่นเวลาเช็กเอาต์ได้

อย่าลืมดูเวลาเช็กเอาต์ของโรงแรมให้ดีล่ะ เดี๋ยวเที่ยวเพลินกลับมาไม่ทันมีหวังต้องจ่ายค่าห้องเพิ่มอีกคืน

2. take time กับบรรยากาศรอบตัว ดีกว่าเที่ยวแบบชะโงกทัวร์นะจ๊ะ
ทำไมต้องทำอย่างนั้นล่ะ? ก็เพราะมันช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้น่ะสิ! การเดินทางไปหลายๆ จุดหมายในระยะเวลาอันจำกัด จะทำให้คุณสิ้นเปลืองไปกับค่ายานพาหนะโดยใช่เหตุ แทนที่จะตะลอนทัวร์ไป 20 ประเทศภายใน 20 วัน หรือแพลนเที่ยว 5 ทวีปในรอบ 5 เดือน (แบบว่าอยากเที่ยวให้คุ้มกับเงินที่เอามาลงทุนในทริปนี้) แต่จริงๆ แล้วควรหันมากำหนดสถานที่ที่อยากไปแต่พอดี เพื่อที่คุณจะได้ใช้เวลาทำความรู้จักแต่ละแห่งได้ดีขึ้น

ก็การที่คุณปักหมุดเดินทางไว้หลายประเทศมากเกินไป อาจจะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยและเบื่อหน่ายจนหมดสนุก โดยเฉพาะเวลาที่คุณต้องมานั่งแพ็กกระเป๋าทุกครั้งที่ย้ายไปเที่ยวที่ใหม่ การจัดการกับเรื่องจุกจิกที่สนามบินหลายครั้ง หรือติดต่อกับรถบัสที่จะข้ามชายแดนไปยังประเทศต่อไป รวมถึงปัญหาการขอวีซ่า สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณหมดอารมณ์เที่ยวซะเปล่าๆ

ดังนั้น ควรผ่อนคลายตัวเองให้ช้าลงอีกหน่อย และใช้เวลาที่นั่นให้มากขึ้น ด้วยวิธีนี้จะทำให้คุณไม่ต้องทุกข์ทรมานจากความเร่งรีบอยู่ตลอดทริปเดินทาง คุณยังจะได้สัมผัสสถานที่แห่งนั้นอย่างแท้จริง รู้แหล่งอาหารราคาประหยัด และค้นพบกิจกรรมท่องเที่ยวในราคาที่น่าคบอีกด้วย

ใช้เวลากับสถานที่นั้นๆ ให้นานขึ้นอีกนิด ซึมซับบรรยากาศให้ชุ่มปอดไปเลย (ไหนๆ ก็มาตั้งไกล)
นอนอาบแดดชิลชิลก็ยังได้ ไม่ต้องรีบ

3. ใช้รถสาธารณะเหมือนกับคนอื่นเขา
อย่าทำตัวเป็นคุณนาย เอะอะก็เรียกแท็กซี่ๆ อย่างเดียว เพราะถ้าอยากได้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวดีๆ และมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งในสถานที่นั้นๆ ควรแนะนำตัวเองกับคนท้องถิ่นและชวนเขาออกไปเที่ยวด้วยกัน อย่างที่รู้กันดีว่าถ้าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง นักท่องเที่ยวมักจะถูกชาร์จราคาค่าอาหาร เครื่องดื่ม หรือการเรียกเก็บค่าแท็กซี่ที่แพงเกินจริง ดังนั้น ควรเลือกใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะน่าจะดีที่สุด เพื่อเป็นการประหยัดงบได้อีกทาง และการไปเที่ยวกับคนท้องถิ่นมันก็ดีตรงที่เขาสามารถพาคุณไปเที่ยวในที่ที่ใช้จ่ายน้อยกว่า และคุณยังจะได้ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าเชื่อถือจากเพื่อนท้องถิ่นด้วย

ใช้รถบัสหรือรถไฟใต้ดินให้เหมือนคนท้องถิ่น ประหยัดได้หลายตังค์นะจะบอกให้!


4. จัดกระเป๋าให้เบาเข้าไว้
การเดินทางแบบแบ็กแพ็กเกอร์ คุณต้องเรียนรู้การจัดกระเป๋าแบบแบ็กแพ็กเกอร์ด้วย การเดินทางไกลมันช่างไม่เหมาะเอาซะเลยที่จะมัวพะว้าพะวงอยู่กับกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ แถมพ่วงด้วยกระเป๋าถือใบหนักอึ้ง ดังนั้น การจัดประเป๋าให้มีน้ำหนักน้อยๆ ก็จะทำให้เดินทางได้คล่องตัวกว่า และยังช่วยหลีกเลี่ยงค่าน้ำหนักส่วนเกินที่สายการบินมักจะชาร์จในราคาที่ทำเอาขนหน้าแข้งร่วงกันเป็นแถวเลยทีเดียว

กระเป๋าของพวกแบ็กแพ็กเกอร์ที่แบกไปเที่ยวเป็นเดือนๆ มีน้ำหนักเพียงไม่กี่ปอนด์ เคล็ดไม่ลับในการจัดกระเป๋า คือ ต้องเลือกของที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายในชิ้นเดียว เช่น กางเกงขายาวที่มีซิปถอดตรงขาเปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้นได้ หรือแชมพูและคอนดิชันเนอร์ที่แพ็กมาในชิ้นเดียวกัน ส่วนเป้สะพายหลังก็ควรเลือกแบบที่เป็นผ้า เพราะมีน้ำหนักน้อยและระบายอากาศได้ดี เวลาแพ็กของในกระเป๋าจะมีซอกเล็กซอกน้อยให้ยัดของเพิ่มได้อีก

ส่วนเสื้อผ้าก็พกไปแค่พอประมาณ สามารถซักและเวียนใช้ได้ตลอดทริปเดินทาง การท่องเที่ยวแบบนี้มักจะต้องแวะเข้าเมืองใหญ่เป็นครั้งคราวอยู่แล้ว ให้คุณเสาะหาตู้ซักผ้าหยอดเหรียญไว้เพื่อความสะดวกสบาย อีกอย่างในโรงแรมส่วนใหญ่ก็มักจะมีบริการซักรีดเสื้อผ้าให้ด้วย หรืออย่างแย่ที่สุดหากเป็นโรงแรมราคาถูก คุณก็ยังสามารถขอผงซักฟอกแบบพกพาจากทางโรงแรม เพื่อซักเสื้อผ้าที่อ่างล้างหน้าแล้วตากให้แห้งในตอนกลางคืนก็ยังได้

แพ็กของให้ครบครัน แต่ลดปริมาณให้น้อยลง


5. ฟิตแอนด์เฟิร์มเท้าของคุณให้พร้อมเสมอ

การเที่ยวแบบแบ็กแพ็กต้องใช้พลังงานมากพอสมควร นั่นแปลว่าคุณต้องฟิตร่างกายและเท้าของคุณให้พร้อมในระดับหนึ่ง ถ้าคุณไม่ใช่คนประเภทที่แข็งแรงอย่างนักกีฬาว่ายน้ำหรือนักไต่เขา เชื่อเถอะว่าการได้เดินทางท่องเที่ยวแบบนี้จะเป็นสิ่งท้าทายสำหรับมือใหม่หัดเที่ยวอย่างคุณมากๆ

แต่ไม่ต้องกังวลไป ลองดูในระยะทางใกล้ๆ แทนที่จะนั่งรถไฟหรือเช่ารถยนต์ขับ ลองเปลี่ยนมาเดินเที่ยวรอบเมืองบ้างก็ได้ เพราะการเดินเที่ยวจะทำให้คุณเห็นมุมสวยๆ ในเมืองอย่างที่การนั่งรถเที่ยวทำไม่ได้ สถานที่ที่เหมาะกับการเดินเที่ยว ได้แก่ สวนสาธารณะประจำเมือง ย่านเมืองเก่า หรือชายฝั่งที่สวยงาม บางแห่งอาจจะทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีที่สุดด้วยการเดินเท้า ที่สำคัญมันไม่เสียตังค์ค่ารถไง จริงป่ะ? แต่มีคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ว่าหากอยากเดินเที่ยวไปตามซอกมุมต่างๆ ในเมืองแบบนี้ ต้องมั่นใจก่อนว่าคุณไม่มีปัญหาด้านสุขภาพใดๆ หากไม่แน่ใจควรไปเช็กร่างกายกับแพทย์ก่อนเดินทางจะดีที่สุด

อยากจะเดินเที่ยวได้นานๆ ก็ต้องอย่าลืมฟิตร่างกายให้แข็งแรง

เพียงเท่านี้คุณก็จะมีกรอบไอเดียไว้สำหรับแพลนเส้นทางท่องเที่ยวต่างประเทศในฝันได้อย่างดี ไม่มีสะดุด คราวหน้าจะมีเคล็ดลับดีๆ อะไรอีก อย่าลืมติดตามกันต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED