กีฬา
100 year

สุขภาพหรรษา : นโยบายและทิศทางการใช้ กัญชาทางการแพทย์ (ตอน 3)

แม่ลูกจันทร์17 พ.ย. 2562 05:23 น.
SHARE

ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์กับสังคมไทย

“น้ำมันกัญชาใต้ดินไม่ได้มาตรฐาน มีแต่สารตกค้างอันตราย จริงหรือ?”

ผลิตภัณฑ์กัญชาที่มีให้พบเห็นได้ทุกวันนี้ มีตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นยากัญชารูปแบบ Pharma ceutical Products ที่ต้องได้รับรองมาตรฐานโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้แก่ สารสำคัญชนิดเดียวในรูปสารสังเคราะห์ (Synthetic THC : Marinol® หรือ Syndros®) หรือสารสกัด (Plant-based CBD : Epidiolex®) หรือสารสกัดที่ทราบปริมาณ CBD : THC (Plant-based equal CBD/THC : Sativex®) ซึ่งการจะนำเข้าผลิตภัณฑ์ยากัญชาประเภทนี้ต้องมีการขออนุญาตนำเข้าและขึ้นทะเบียนตำรับยากับ อย. อย่างถูกต้อง และจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ คุณภาพและประสิทธิภาพของยาตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่พบข้อมูลว่ามีบุคคลหรือหน่วยงานใดขออนุญาตนำเข้าผลิตภัณฑ์ยากัญชาประเภทนี้ ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์กัญชารูปแบบที่มีใช้ในประเทศไทยจะอยู่ในรูปแบบ Herbal Cannabis Preparations ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผ่านการอนุมัติทะเบียนตำรับ

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์กัญชารูปแบบ Herbal Cannabis Preparations ยังมีการแบ่งเป็นเกรดต่างๆ เริ่มตั้งแต่วิถีชาวบ้าน (Self-remedy) คือการใช้ดอก/ใบ/ต้น/ราก ตำรับหมอพื้นบ้าน ตำรับยาแผนไทยตามตำรายา ไปจนถึงผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชาของโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย และผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชาที่มีการควบคุมมาตรฐานเกรดทางการแพทย์ของหน่วยงานรัฐ (Medical Grade)

อย่างผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชาขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) และผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชาของโรงพยาบาลอภัยภูเบศร

เป็นที่ทราบกันดีว่า การจะนำสารสกัดกัญชามาใช้รักษาผู้ป่วยให้ได้รับประโยชน์สูงสุดนั้น ต้องเน้นมาตรฐาน คุณภาพ ความปลอดภัยครบวงจร ตั้งแต่การปลูก การผลิต การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการใช้ ซึ่งทุกกระบวนการจะต้องมีการควบคุมและผ่านการตรวจมาตรฐานแล้วว่ามีความปลอดภัย ไม่มีการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลง โลหะหนัก สารเคมีตกค้าง และการจ่ายยากัญชาก็จะต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ทางการแพทย์ ทำให้ประชาชนบางกลุ่มเกิดความหวาดกลัวที่จะใช้กัญชาวิถีชาวบ้าน หรือที่รู้จักกันในชื่อของ “กัญชาบ้านๆ” ที่ชอบเรียกกัน

เนื่องจากผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ไม่มีข้อมูลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะเป็นกัญชาเกรดทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมาตรฐานดีที่สุดหรือผลิตภัณฑ์ยากัญชานำเข้าจากต่างประเทศ ถ้าหากใช้ผิดวิธีก็ย่อมก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงต่อผู้ใช้ได้เช่นกัน

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันกัญชาสกัดเย็น น้ำมันกัญชา อ.เดชา หรือ อ.ไหนๆก็ตาม ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากสามารถควบคุมมาตรฐานได้ก็สามารถใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ไม่แตกต่างกัน

“กัญชา Micro dose เริ่มใช้ทีละน้อย ค่อยๆเพิ่มทีละนิด ใช้ให้เป็น “ยา” ไม่มีคำว่าเมา”

คำนี้จะกลายเป็นคำขวัญประจำตัวผู้ใช้กัญชาทุกท่านที่ต้องการหาขนาดยาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตนเอง ในการเริ่มต้นได้รับสารกัญชาเข้าสู่ร่างกาย ผู้ป่วยจะต้องทำให้ร่างกายชินกับสารกัญชาที่รับเข้าไปจากภายนอกก่อนที่จะเพิ่มขนาดยาทีละน้อยจนไปถึงขนาดยาที่สามารถบรรเทาอาการหรือรักษาโรคได้ วิธีการใช้กัญชานี้ เรียกว่า ไมโครโดส (Micro dose) หรือการไตเตรทขนาดยาด้วยตนเอง ซึ่งหมายความว่า ผู้ป่วยแต่ละรายจะต้องรับผิดชอบในการหาขนาดยาต่ำที่สุดที่มีประสิทธิภาพสำหรับร่างกายและจิตใจของตนเอง

หนึ่งในความท้าทายในการค้นหาปริมาณที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายคือ การทราบถึงปริมาณที่แน่ชัดของสาร CBD และ THC ในผลิตภัณฑ์กัญชา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ผลิตภัณฑ์กัญชาจากแต่ละแหล่งที่มาย่อมมีสัดส่วนสารออกฤทธิ์แต่ละชนิดในปริมาณที่แตกต่างกันไป เนื่องด้วยพืชกัญชาจัดเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่สามารถเกิดความผันแปร (variation) ได้เช่นเดียวกับพืชสมุนไพรชนิดอื่นๆ ทั้งจากความหลากหลายของสายพันธุ์กัญชาเอง กระบวนการปลูกแต่ละแบบก็ทำให้สารออกฤทธิ์แต่ละสายพันธุ์ผิดเพี้ยนไปได้ วิธีการสกัด

หรือแม้กระทั่งการหมักบ่ม แปรรูป ก็ยิ่งส่งผลให้สารสำคัญออกฤทธิ์เกิดการเปลี่ยนรูปไปได้ ดังนั้น ถ้าหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบตรงนี้สามารถสร้างแพลตฟอร์ม (Platform) กลางที่ประชาชนทุกคนสามารถทำตามได้หมด กัญชาวิถีชาวบ้าน หรือกัญชา Micro dose ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกลัวอีกต่อไป

ทิศทางระบบการกำกับดูแลการนำสารสกัดกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์

“การเข้าถึงทางการแพทย์ การลดความเสี่ยงจากการใช้กัญชาความปลอดภัยต่อสาธารณะ และการจัดการห่วงโซ่อุปทาน...หัวใจสำคัญของระบบควบคุมการใช้กัญชาทางการแพทย์”

การจะกำหนดกรอบนโยบายและแผนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ เป็นกระบวนการที่จะต้องกระทำเป็นวงจร กล่าวคือ กำหนด-ดำเนินการ-ประเมินผล-ประยุกต์และปรับปรุง โดยเฉพาะนโยบายระดับชาติอย่างนโยบายการนำสารสกัดกัญชามาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ยิ่งต้องอาศัยความครบถ้วนของข้อมูล ความรู้ และหลักฐานทางวิชาการมาใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย และเพื่อปรับปรุงนโยบายให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย ซึ่งจะมุ่งเน้นให้บรรลุเป้าประสงค์ 4 ประเด็นหลัก อันได้แก่

1. การเข้าถึงทางการแพทย์ 2. การลดความเสี่ยงจากการใช้กัญชา (Risk-based approach) 3. ความปลอดภัยต่อสาธารณะ และ 4.การจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) ที่จะเป็นหัวใจสำคัญในการพิจารณาการวางกรอบนโยบายและสร้างแผนที่นำทาง (Roadmap) เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายกัญชาดำเนินไปได้ในทิศทางเดียวกันและสอดคล้องกับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง

ทำไมต้องเข้าถึงกัญชาเพื่อ รักษาตนเองแบบวิถีชาวบ้าน?

“Epidiolex® 83,938 บาท/เดือน น้ำมันกัญชาองค์การเภสัชกรรม 2,500 บาท/เดือน ปลูกเอง สกัดเอง 0 บาท/เดือน”

เป็นที่น่าสังเกตว่า หากประเทศไทยประกาศให้ใช้ยากัญชานำเข้าจากต่างประเทศ ในกรณีผู้ป่วยโรคลมชักอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการรักษาอย่างน้อย 10,000 บาท/เดือน และสูงไปถึงมากกว่า 80,000 บาท/เดือน ขณะที่การใช้น้ำมันกัญชาที่ผลิตโดยหน่วยงานรัฐภายในประเทศ (น้ำมันกัญชาองค์การเภสัชกรรม) ผู้ป่วยจะมีค่าใช้จ่ายในการรักษาลดลงเหลือเพียง 1 ใน 4 หรือ 2,500 บาท/เดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าหากประเทศไทยมีนโยบายที่เปิดโอกาสให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยสามารถปลูกและสกัดกัญชาเพื่อใช้สำหรับการรักษาโรคตนเองได้ จะถือเป็นวิธีการแก้ปัญหาข้อจำกัดการเข้าถึงการรักษาจากราคายาได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น นโยบายที่ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์อย่างแท้จริง ต้องไม่มุ่งแต่เพียงส่งเสริมบทบาทของหน่วยงานของรัฐเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเข้าถึงการใช้กัญชาวิถีชาวบ้านไปพร้อมกันด้วย ทั้งการเข้ามามีบทบาทของหมอพื้นบ้านและการสนับสนุนให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้

ระบบการควบคุมกัญชาของประเทศไทยจึงต้องเป็นการดำเนินการ “ปลดล็อกระดับการเข้าถึงกัญชาเสรี (Unlock level)” ไปทีละระดับ โดยจะแบ่งเป็นระยะ (Phase) ต่างๆ ซึ่งสถานการณ์การใช้กัญชาในประเทศไทยขณะนี้อยู่ที่ระยะ 3.5 กล่าวคือ ประเทศไทยได้ผ่านระยะที่ 3.0 ที่มีการอนุญาตการปลูกและการผลิตกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (Cultivation & Production for Medical purpose)

และอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระยะที่ 4.0 คือ การปรับการเข้าถึงกัญชาสู่ระดับชุมชน เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิในการเข้าถึงกัญชาในการรักษาตนเองแบบวิถีชาวบ้าน (Self-remedy)

หมอดื้อ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สุขภาพหรรษา : นโยบายและทิศทางการใช้ กัญชาทางการแพทย์ (ตอน 2)

สุขภาพหรรษา : นโยบายและทิศทางการใช้ กัญชาทางการแพทย์ (ตอน 1)

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กัญชาน้ำมันกัญชาสุขภาพหรรษาหมอดื้อกัญชาทางการแพทย์สารสกัดกัญชา

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้