• หน้าหลัก
  • นสพ.ฉบับวันนี้
  • ประเด็นร้อน
  • บริการบนมือถือ
  • กิจกรรม
  • ร่วมงานกับไทยรัฐ
  • สมัครสมาชิก(ฟรี)
  • เข้าสู่ระบบ
Thairath

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555
ค้นหาข่าว
  • พระราชสำนัก

  • การเมือง

  • กีฬา

  • บันเทิง

  • ไลฟ์สไตล์

  • วิทยาการ

  • เศรษฐกิจ

  • การศึกษา

  • ต่างประเทศ

  • ภูมิภาค

  • Gallery
  • v
  • People
  • c
Today Report :
  • 12:13 น. รวบล่ามอิหร่าน-2ผัวเมีย กรรโชกทรัพย์หนุ่มโอมาน
  • 11:00 น. เม็ดเงินไหลเข้าต่อเนื่องส่งผลบาทแข็งโป๊ก
  • 10:59 น. หนุ่มสุดเหี้ยม ยิงตาย5ศพ คารพ.-โอเกะ
  • 10:52 น. ฆ่าโหดสาวม.6 กะซวก28แผล เพิ่งติดมหา'ลัย
  • 10:31 น. ผู้กำกับ หรือ จอมบงการ?
  • 10:23 น. ผู้เข้าชิงรางวัลกำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
    (Directing)
  • 10:24 น. ตร. 400 นายพรึ่บป้องม็อบหนุน-ต้าน แก้ รธน.หน้าสภาฯ
  • 08:48 น. ตากแล้งหนักหลาย อภ. ชาวบ้านต้องซื้อน้ำกิน-ใช้
  • 06:20 น. ไฟไหม้โรงงานผ้าห่ม สมุทรสาคร ยังควบคุมเพลิงไม่ได้
  • 05:17 น. 'บาเซิล'แสบเฉือน'เสือใต้'1-0 'อังเดร'ฮีโรโขก'งู'ทดเจ็บ 1-0
Facebook
Twitter
คุณมีข่าวใหม่ 0 ข่าว

23/2/2012

10:31 น.

ผู้กำกับ หรือ จอมบงการ?

จอมบงการที่มีอิทธิพลสูงสุดในกองถ่ายภาพยนตร์จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “ผู้กำกับ” เรียกตำแหน่งนี้กันมานานนม แล้วทราบหรือไม่ว่า นอกจากจะเดินชี้โน่นนี่นั่นในกองแล้ว เขาเหล่านั้นจะต้องมีหน้าที่พื้นๆ อะไรกันบ้าง?...

ผู้กำกับ คือผู้ที่คอยดูแลภาพรวม รวมไปถึงดูแลองค์ประกอบต่างๆ ให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน พูดให้เยอะก็คือ นอกจากจะกำกับการแสดงโดยทั่วไปแล้ว ยังต้องกำกับทั้งแสง สี เสียง อารมณ์ของทั้งนักแสดง ทีมงาน ฉาก มุมกล้อง เสื้อผ้า หน้า-ผม และอีกมากมายก่ายกอง

ฟังดูเยอะ แต่จริงๆ แล้วในแต่ละส่วนงานก็มีผู้รับผิดชอบที่ต้องทำการบ้านกันมาบ้างในส่วนงานของตน และผู้กำกับจะนำทุกสิ่งมารวมกันให้ได้ผลงานที่น่าชื่นชมที่สุด...อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะมีหน้าที่รับผิดชอบใหญ่หลวง แต่ผู้กำกับก็ยังเป็นปุถุชนธรรมดา เพียงแต่ว่าได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากทีมงานให้มิกซ์แอนด์แมทช์งานส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน

นอกจากหน้าที่พื้นฐานแล้ว ผู้กำกับยังต้องมีคุณสมบัติพื้นๆ (โดยทั่วไปนะ ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าต้องมี) เช่น มีจินตนาการกว้างไกลและมองหาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ เข้าอกเข้าใจผู้อื่นบ้าง เพราะการทำงานกับอาร์ทติสตัวพ่อตัวแม่ในแต่ละสายงานนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย “อีโก้” หรือความเป็นตัวของตัวเองนั้นก็อย่าเยอะมาก เพราะจะทำให้คนอื่นๆ เหนื่อยที่จะทำงานด้วย และอาจจะส่งผลให้งานออกมาไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็ใช่ว่าเขาหรือเธอจะต้องอ่อนต่อโลก เชื่อทุกอย่างที่เห็นตลอดเวลา อย่างนั้นก็จะลำบาก เพราะหาทิศทางหลักไม่เจอ... เอาเป็นว่าดื้อแต่พองามก็พอ

จะเห็นได้ว่างานของผู้กำกับนั้น ไม่ใช่เล่นๆเลย รายละเอียดจิปาถะ และปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์ผลงานจากองค์ประกอบภาพยนตร์ต่างๆ เรียงหน้ากันมาให้แก้ ให้ปรับกันตลอดเวลาการถ่ายทำ รางวัลเกียรติยศต่างๆ ก็กลายเป็นเหมือนกำลังใจ ให้มีแรงกลับมาผลิตผลงานดีๆ กันต่อไป

เรามาดูผู้กำกับที่ได้รับการเสนอชื่อในปีนี้กันดีกว่า นอกจาก Michel Hazanavicius ผู้กำกับสัญชาติฝรั่งเศสที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงเป็นครั้งแรกจากภาพยนตร์เรื่อง “The Artist” ซึ่งก่อนหน้าที่จะมากำกับภาพยนตร์ เขาเคยทำงานในแวดวงทีวี และกำกับภาพยนตร์โฆษณามาก่อน อีก 4 คนที่เหลือก็คว่ำหวอดในวงการภาพยนตร์กันมานาน ส่วนมากก็จะเคยทำกันมาแล้วทั้ง ผู้กำกับ เขียนบท โปรดิวเซอร์...

เริ่มกันที่ Alexander Payne ครั้งนี้ได้รับการเสนอชื่อเป็นครั้งที่ 6 หลังจากที่เคยได้สร้างชื่อบนเวทีออสการ์มาแล้วจากภาพยนตร์อินดี้เรื่ิอง Sideways (2004) ปีนี้ก็ยังคงเป็นหนังแนวเดิม “The Descendants” เรื่องราวของคนที่ต้องมีชีวิตอยู่ หลังการสูญเสียคนที่รัก หรือสิ่งที่ตั้งใจไว้

ถัดมาคือ Martin Scorsese รายนี้เป็นที่รู้จักกันดีของคอหนังเท่ๆ ปีนี้เป็นครั้งที่ 10 แล้วที่เขาได้รับการเสนอชื่อบนเวทีออสการ์ กับภาพยนตร์แอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์อย่าง “Hugo” ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยคว้ารางวัลนี้มาแล้วจากเรื่อง The Departed (2006) The Aviator (2004) และ Gangs of New York (2002) แต่เรื่องที่โ่ด่งดังไปทั่วโลก หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อหรือรู้จักเขามาแล้วจากเรื่อง Taxi Driver (1976) ก็ลองไปหาดูกัน

ต่อมาก็ Woody Allen นี่ก็เจ้าพ่อหนังแนว (แนวของตัวเองมากๆ) เคยพูดถึงเขามาแล้วว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 23 ที่เขาได้รับการเสนอชื่อ ก็ลองมาดูกันว่า “Midnight in Paris” จะสร้างชื่อให้เขาอีกครั้งหรือไม่

คนสุดท้ายก็คือ Terrance Malick ปีนี้เป็นการได้รับการเสนอชื่อเป็นครั้งที่ 3 หลังจากเรื่อง The Thin Red Line (1998) ห่างหายจากเวทีออสการ์มาเป็น 10 ปี ต้องมาตามลุ้นกันว่า “The Tree of Life” ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงหลายรางวัลในปีนี้ จะสร้างที่บนเวทีให้เขาอีกครั้งหรือไม่?

23/2/2012

10:23 น.

ผู้เข้าชิงรางวัลกำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
(Directing)

Michel Hazanavicius จากเรื่อง “The Artist”
Alexander Payne จากเรื่อง “The Descendants”
Martin Scorsese จากเรื่อง “Hugo”
Woody Allen จากเรื่อง “Midnight in Paris”
Terrance Malick จากเรื่อง “The Tree of Life”

22/2/2012

17:06 น.

ลำดับภาพเพื่อเล่าเรื่อง...

การลำดับภาพ (Film Editing) หรือที่คนทั่วไปเรียกง่ายๆ ว่า การตัดต่อภาพ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของการผลิตภาพยนตร์ โดยเริ่มพัฒนามาตั้งแต่ยุคปี 1900... ศิลปะการตัดต่อ เป็นเรื่องของการนำภาพ หรือซีนที่ถ่ายทำในหลากหลายมุมมอง มาเรียงลำดับกันเพื่อให้ผู้ชมได้รับอรรถรสจากการชมมากที่สุด...

ประเภทของการตัดต่อก็มีอยู่หลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็จะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสไตล์การเล่าเรื่องในแต่ละเรื่อง... เชื่อหรือไม่ว่าการตัดต่อที่แตกต่างกัน อาจทำให้เนื้อเรื่องและอารมณ์ของเรื่องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงทีเดียว...

พูดแล้วจะหาว่าโม้... วันนี้จะขอยกตัวอย่างฉากในภาพยนตร์ที่ได้รับการอ้างอิงถึง จนปัจจุบันว่าเป็น masterpiece หรือสุดยอดของการตัดต่อ เริ่มกันที่ภาพยนตร์เรื่องดังโดย Sam Spiegel และ David Lean เรื่อง Lawrence of Arabia (1962) ที่ได้รับการอ้างอิงถึงอยู่บ่อยครั้ง ถ้าพูดถึงเรื่องการลำดับภาพ... ต่อมาคงหนีไม่พ้นคอลเลคชั่นของ Alfred Hitchcock เจ้าพ่อหนังในยุค 50-60s ผลงานของเขาได้รับการกล่าวขวัญถึงหลายเรื่องทีเดียว... ไม่ว่าจะเป็นฉากไล่ล่ากันในทุ่งข้าวโพด จากเรื่อง North by Northwest (1959) ฉากฆาตกรรมในห้องอาบน้ำอันเลื่องชื่อ จากเรื่อง Psycho (1960) ฉากจู่โจมของนก จากเรื่อง The Birds (1963)...


ฉากอาบน้ำในภาพยนตร์เรื่อง Psycho (1960)
โดย Alfred Hitchcock

สมัยใหม่ขึ้นมาหน่อยก็คือ ฉากต่อสู้กันของเหล่าอัศวินใน Star Wars (1977) ฉากซ้อมตอนพระอาทิตย์ขึ้น จากเรื่อง Rocky (1976) และที่พลาดไม่ได้เลยคงเป็นฉากหินกลิ้งในภาพยนตร์สุดคลาสสิคเรื่อง Raiders of the Lost Ark (1981)...

เหล่านี้เป็นฉากที่โด่งดังในเรื่องของการลำดับภาพที่สร้างอรรถรสในการเล่าเรื่องได้โดนใจคอหนังมายาวนาน หลายยุคหลายสมัย...ลองไปหาดูกันได้ ว่าเทพอย่างที่เค้าว่ากันรึเปล่า...

ที่นี่ก็มาถึงปีนี้... ผู้เข้าชิงรางวัลในสาขานี้เป็นชื่อใหม่ถึง 3 เรื่อง ที่มีประสบการณ์มาบ้างก็เป็นทีมจาก “The Girl with the Dragon Tattoo” ที่เคยได้รางวัลมาแล้วจากเรื่อง The Social Network (2010) และทีมจากเรื่อง “Hugo” โดย Thelma Schoonmaker ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 แล้วที่เธอได้รับการเสนอชื่อ หลังจากที่เธอเคยคว้ารางวัลในสาขานี้มาแล้วจากเรื่อง The Departed (2006) และ The Aviator (2004)... ก็ต้องมาตามลุ้นกันว่าใครจะคว้ารางวัลในปีนี้....

22/2/2012

17:04 น.

ผู้เข้าชิงรางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม
(Film Editing)

“The Artist”
โดย Anne-Sophie Bion และ Michel Hazanavicius

“The Descendants”
โดย Kevin Tent

“The Girl with the Dragon Tattoo”
โดย Kirk Baxter และ Angus Wall

“Hugo”
โดย Thelma Schoonmaker

“Moneyball”
โดย Christopher Tellefsen

22/2/2012

15:16 น.

ผู้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์สารคดีขนาดสั้น
(Documentary Short Subject)

คราวนี้มาถึงตาภาพยนตร์สารคดีขนาดสั้นมั้งละ
ปีนี้มีผู้ท้าชิง 5 เรื่องเช่นกัน ที่น่าสนใจก็มาจากประเทศญี่ปุ่น
เหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างสึนามิ
ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับคนทั้งโลก ไม่เฉพาะแต่ชาวญี่ปุ่น
ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ชาวญี่ปุ่นจะรับมือกับมันอย่างไร?
บางที... ความตายก็อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องเศร้าเสมอไป...

อีกเรื่องที่หาตัวอย่างมาให้ชมกัน ส่งตรงมาจากปากีสถาน
เรื่องราวของความโชคร้ายของสตรีพื้นเมืองที่ถูกทำร้าย
โดยใช้น้ำกรดสาด สร้างความปวดร้าว ไม่เฉพาะที่แผลเป็นที่ใบหน้า
แต่ยังความเจ็บปวดฝังลึกในใจไปตลอดชีวิต...

อีก 3 เรื่องที่เหลือเป็นสารคดีสัญชาติอเมริกัน
เป็นเรื่องของสงครามในตะวันออกกลาง และเรื่องของ
สิทธิเสรีภาพของชาวผิวสี ในมลรัฐทางใต้ของอเมริกาเหนือ


“The Tsunami and the Cherry Blossom”
สารคดีจากประเทศญี่ปุ่น

“The Tsunami and the Cherry Blossom”
โดย Lucy Walker และ Kira Carstensen
สารคดีเกี่ยวกับการสูญเสีย หรือความตายในทัศนคติของคนญี่ปุ่น
โดยเปรียบเทียบกับ ดอกซากุระ ดอกไม้ประจำชาติของพวกเขา

“The Barber of Birmingham:
Foot Soldier of the Civil Rights Movement”
โดย Robin Fryday และ Gail Dolgin
เรื่องราวเกี่ยวกับข้อเรียกร้องประเด็นของประชาธิปไตย
สิทธิและเสรีภาพของชาวผิวสีในอลาบามา
ผ่านมุมมองของช่างตัดผมเชื้อชาติอัฟริกัน วัย 85 ปี

“Incident in New Baghdad”
โดย James Spione
เรื่องราวทหารอเมริกันผ่านสงครามในอิรัก
อีธาน แมคคอร์ด จะมาเล่าเรื่องชีวิตที่เปลี่ยนไปของเขาหลังสงคราม


“Saving Face” สารคดีจากปากีสถาน

“Saving Face”
โดย Daniel Junge และ Sharmeen Obaid-Chinoy
เรื่องราวของหญิงผู้เคราะห์ร้ายในปากีสถาน
พวกเธอถูกทำร้ายด้วยน้ำกรด
สารคดีนี้จะเปิดเผยประสบการณ์ที่โหดร้ายของพวกเธอ
และความรู้สึกของหมอศัลยแพทย์ที่กลับมาบ้านเกิด
เพื่ออุทิศชีวิตให้กลับการรักษาผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้

“God is the Biggest Elvis”
โดย Rebecca Cammisa และ Julie Anderson

22/2/2012

11:56 น.

ผู้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์สารคดี
(Documentary Feature)

“Hell and Black Again”
โดย Danfung และ Mike Lerner
เรื่องจริงเกี่ยวกับชีวิตของทหารผ่านสงครามในอัฟกานิสถาน
พวกเขาและครอบครัวต้องเจอกับอะไรบ้าง?

“If a Tree Falls: A Story of the Earth Liberation Front”
โดย Marshall Curry และ Sam Cullman
สารคดีถ่ายทอดเรื่องจริงเกี่ยวกับขบวนการก่อการร้ายในสหรัฐอเมริกา

“Paradise Lost 3: Purgatory”
โดย Joe Berlinger และ Bruce Sinofsky
จะเป็นอย่างไรเมื่อวัยรุ่น 3 คนที่ถูกจับกุมและรับโทษจำคุกถึง 20 ปี
ด้วยข้อหาฆาตกรรมเด็กชาย 3 คนในอาคันซัส ได้รับการตรวจดีเอ็นเออีกครั้งแล้วพบว่าพวกเขาอาจบริสุทธิ์

“Pina”
โดย Wim Wenders และ Gian-Piero Ringel
สารคดีที่ทำขึ้นเพื่อระลึกถึงนักออกแบบท่าเต้น Pina Bausch

“Undefeated”
โดย T.J. Martin, Dan Lindsay และ Richard Middlemas
เรื่องราวของทีมอเมริกันฟุตบอลม้ามืด
ที่เปลี่ยนวิกฤตของทีมเป็นอนาคตที่สดใส


ตััวอย่าง “Paradise Lost 3: Purgatory”

ภาพยนตร์สารคดี... ได้ยินคำนี้หลายคนอาจจะงงๆ... จริงๆ แล้วความยาวก็พอๆ กับภาพยนตร์ทั่วไป อาจจะสั้นกว่านิดหน่อย แต่ว่าที่เห็นความแตกต่างชัดเจนคงเป็นเรื่องของเนื้อหา ที่จะถ่ายทอดจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้น โดยอาจจะใช้กลวิธีเล่าเรื่อง สัมภาษณ์ ถ่ายทำเหตุการณ์จำลอง หรือแม้กระทั่ง แอบถ่าย แล้วนำมาร้อยต่อกัน ซึ่งโดยมากก็จะมีอารมณ์ของดราม่าสอดแทรกอยู่ไม่น้อย เหมือนบุคคลที่ถ่ายทอดเรื่องราวเป็นตัวละครเอกตัวหนึ่งเลยทีเดียว...


ตัวอย่าง “Pina”

ปีนี้ก็มาในหลากหลายรูปแบบ ที่มาแรงคงเป็นแนวสืบสวนสอบสวน อย่างเรื่อง “Paradise Lost 3: Purgatory” ซึ่งส่งเข้าประกวดโดยค่ายใหญ่อย่างเอชบีโอ (HBO) เรื่องลึกลับ ความรุนแรง และการฆาตกรรม มักจะเป็นปัจจัยเร้า (Drive) ให้ผู้ชมสนใจเสมอ...แนวอื่นๆ ที่น่าสนใจก็มี อย่างเรื่อง “Pina” ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงนักออกแบบท่าเต้นอย่าง Pina Bausch... ประเภทนี้ก็สร้างแรงบันดาลใจไม่น้อย...แล้วคุณล่ะ อยากดูสารคดีแบบไหน?...

22/2/2012

10:29 น.

“เรยา”...เธอมาจากไหน?

"ลูกสาวคุณสวยนะคะ ระวังอย่าให้ไปเป็นเมียน้อยใคร เดี๋ยวจะโดนต่อราคาเหมือนที่พ่อเค้าต่อราคาชั้นอยู่"

ยังจำประโยคเด็ดจากละครร้อนแรงแห่งปีเมื่อปีที่แล้วได้หรือไม่...ให้เวลานึก 1 นาที ว่าเป็นบทพูดของใคร ใช่แล้วคำตอบก็คือ เรยา...แล้วคุณทราบหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วที่มาของตัวละครเรยามาจากไหน?

ใบ้ให้ง่ายๆ ว่าต้นแบบเค้าก็มาจากประเทศไม่ใกล้ไม่ไกลจากเรานี่แหละ... นำแสดงโดย กงลี่ (Gong Li) นักแสดงหญิงชาวจีนฮ่องกงที่เรารู้จักกันดี และกำกับโดยผู้กำกับคนดังอย่าง อั้งลี่ (Ang Lee)...ถ้าใครยังนึกไม่ออก เขาก็คือผู้กำกับเรื่องเดียวกันกับ Brokeback Mountain (2005) ภาพยนตร์ฉาวแห่งยุค...

ใช่แล้ว... เรากำลังพูดถึงภาพยนตร์เรื่อง Raise the Red Lantern (1991)... จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นต้นฉบับของละครเรื่อง มงกุฎดอกส้ม ภาคแรกของ ดอกส้มสีทอง ที่เรยาเป็นตัวเอก... แต่การแก่งแย่งชิงดีของตัวละครหญิงในเรื่องก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย โดยในเรื่องต้นฉบับนี้ เล่าเรื่องถึงประเทศจีนในปี 1920 ที่ชายมีฐานะนิยมมีภรรยาหลายคน โดย กงลี่ สวมบทเป็นเมียคนที่ 4 (ที่ในมงกุฎดอกส้มเวอร์ชั่นล่าสุด แสดงโดย กิ๊บซี่ วงเกิร์ลลี่เบอรี่) ความขัดแย้ง ความสงสัย จุดชนวนให้เกิดโศกนาฏกรรมในตอนท้ายอย่างที่หลายคนทราบกันดี... การบีบเค้นทางอารมณ์ และองค์ประกอบต่างๆ ที่สร้างสรรค์ได้อย่างลงตัวทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไม่กี่เรื่องจากเอเชีย ที่คว้ารางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ ไว้ได้ในปี 1991 หลังจากที่ Rashomon จากประเทศญี่ปุ่น (หรือที่หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ นำมาดัดแปลงเป็นบทประพันธ์เรื่อง ราโชมอน ที่ล่าสุดหม่อมน้อยได้นำกลับมาทำเป็นภาพยนตร์เรื่อง อุโมงค์ผาเมือง เมื่อปีที่แล้ว) คว้าไปได้ในปี 1951...


Raise the Red Lantern (1991) โดย Ang Lee

ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศเรื่องอื่นๆจากเอเชียที่ไปคว้ารางวัลถึงอีกซีกโลกอย่างออสการ์ก็ยังมีตามมาอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Crouching Tiger, Hidden Dragon (2000) โดย อั่งลี่ คนเดิม ที่กลายเป็นภาพยนตร์สร้างกระแสศิลปะการป้องกันตัวจากเอเชีย (Martial Art) ให้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง หลังจากที่ซากันไปหลังยุคของ บรูซ ลี (ฺBruce Lee)... นอกจากนี้ยังมีเรื่อง Hero (2002) โดยผู้กำกับคนดังจากไต้หวัน Zhang Yimou ที่ได้รับการเสนอชื่อในงานภาพยนตร์ระดับโลก จากหลายสถาบัน อย่างท่วมท้นในปีต่อๆมา...

นอกจากภาพยนตร์จากเอเชียแล้ว ยังมีผู้กำกับที่ไม่ใช่คนอเมริกันแจ้งเกิดจากเวทีนี้กันอีกหลายคน อาทิเช่น Roberto Benigni จากเรื่อง Life is Beautiful (1998) Jean-Pierre Jeunet จากเรื่อง Amelie (2001) หรือ Alejandro Gonzalez Inarritu จากเรื่อง Biutiful (2010)...

ในปีนี้มีผู้ได้รับการเสนอชื่อ 5 เรื่องเหมือนเคย...ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาแรงก็คือ “A Separation” จากประเทศอิหร่าน ที่คว้ารางวัลในสาขานี้ บนเวทีลูกโลกทองคำมาแล้ว...แต่ก็ใช่ว่าเรื่องอื่นๆ จะหมดหวัง เพราะแต่ละเรื่องก็ไปสร้างชื่อกันมาในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาต ิทั้งที่เมืองคานส์ (Cannes) เบอลิน (Berlin) หรือ เทศกาลหนังซันแดนซ์ (Sundance) ...สนใจเรื่องไหนก็ลองไปหาดูกันได้ แล้วไปลุ้นกัน อีกไม่กี่วันแล้ว...

21/2/2012

18:34 น.

ผู้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ
(Foreign Language Film)

“Bullhead” (เบลเยี่ยม)
“Footnote” (อิสราเอล)
“In Darkness” (โปแลนด์)
“A Separation” (อิหร่าน)
“Monsieur Lazhar” (แคนาดา)


ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง “Monsieur Lazhar”

21/2/2012

16:42 น.

รางวัลออกแบบเครื่องแต่งกาย และ Fashion Icon

ที่มาของรางวัลในสาขานี้เริ่มต้นขึ้นในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 21 ในปี 1948 โดยเริ่มแรกทีเดียวได้แบ่งรางวัลในสาขานี้ออกเป็น 2 รางวัลก็คือ เครื่องแต่งกายในภาพยนตร์ขาว-ดำ และเครื่องแต่งกายในภาพยนตร์สี ทั้ง 2 รางวัลได้ถูกนำมารวมกันเป็นรางวัลเดียวในปี 1957

องค์ประกอบในเรื่องของเสื้อผ้านั้น สำคัญอย่างไร?... เสื้อผ้า หน้า ผม ถือเป็นส่วนผสมสำคัญสำหรับการผลิตภาพยนตร์เรื่องหนึ่งๆ ทีเดียว เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์นั้นมีความสมจริงมากขึ้น... นอกจากนี้การออกแบบเครื่องแต่งกายที่เหมาะสม จะสามารถทำให้ผู้ชมเข้าถึงเรื่องราว ตัวละคร และความรู้สึกต่างๆ ที่ทางผู้สร้างต้องการนำเสนอได้มากขึ้น...

สำคัญหรือไม่ ผู้นำด้านแฟชั่น หรือ Fashion Icon หลายต่อหลายคนก็ถือกำเนิดขึ้นในวงการภาพยนตร์นี้...

ใช่แล้ว... เรากำลังพูดถึงตัวแม่อย่าง Audrey Hepburn (จากเรื่อง Breakfast at Tiffany’s) Grace Kelly (จากเรื่อง Rear Window) Marilyn Monroe (จากเรื่อง The Seven Year Itch) และ Faye Dunaway (จากเรื่อง Bonnie and Clyde) เป็นต้น...ตัวแม่ที่กล่าวถึงนี้ แจ่มจรัสในวงการแฟชั่นและภาพยนตร์มากในช่วงปี 50s และ 60s สไตล์การแต่งกายของพวกเธอได้รับการกล่าวถึงและเป็นแรงบันดาลใจให้ สาวๆผู้คลั่งไคล้แฟชั่น (หรือที่สมัยนี้เขานิยมเรียกกันเก๋ๆ ว่า Fashionista)...หลายคนในยุคต่อมาจนถึงปัจจุบัน...

ปัจจุบันรางวัลในสาขาออกแบบเครื่องแต่งกายได้ทวีความเข้มข้นมากขึ้น เพราะความก้าวหน้าทางด้านผลิตภัณฑ์ความงาม และบุคลากรทางด้านนี้ก็มากขึ้นเรื่อยๆ บวกกับการแข่งขันของทีมผู้สร้างภาพยนตร์ที่ต้องการให้ภาพยนตร์ของตนนั้นสมจริงให้มากที่สุด เกณฑ์การตัดสินอาจจะไม่ได้มาจากความสวยงาม หรือความมีสไตล์เพียงอย่างเดียว แต่เครื่องแต่งกายที่ได้รับการเสนอชื่อนั้นจะต้องมีความเหมาะสมกับคาแรกเตอร์ในภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ ด้วย ...

ถ้าเราสังเกตดีๆ ภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน นับตั้งแต่มีรางวัลในสาขานี้ขึ้นมา มักจะเป็นภาพยนตร์ประเภทย้อนยุค อิงประวัติศาสตร์ แอนิเมชั่น หรือว่าเป็นภาพยนตร์ต่างประเทศ ยกตัวอย่างภาพยนตร์ที่ได้รางวัลในปีก่อนๆ อย่าง Out of Africa (1985) The Last Emperor (1987) Shakespeare in Love (1998) The Duchess (2008) หรือว่าปีล่าสุด Alice in Wonderland (2011)... อาจจะเป็นเพราะเครื่องแต่งกายในภาพยนตร์แนวนี้ ผู้ออกแบบต้องทุ่มเทเวลาให้กับการวิจัย และออกแบบให้เหมือนจริงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และแต่งออกมาแล้วก็มักจะทำให้คนดูตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ...

สำหรับปีล่าสุด มีผู้เข้าชิงจำนวน 5 เรื่อง ประกอบไปด้วยผู้มากประสบการณ์เพราะเข้าชิงเป็นครั้งที่ 10 อย่าง Sandy Powell จาก “Hugo” และอีกหนึ่งอย่าง Michael O’Connor จากเรื่อง The Duchess (2008) ที่ได้รับการเสนอชื่ออีกครั้งในปีนี้จากเรื่อง “Jane Eyre” รุ่นเก๋าก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไป เพราะหน้าใหม่ๆ จาก “Anonymous” และ “The Artist” ก็ใช่ว่าจะน่าไว้ใจ โดยเฉพาะทีมจากเรื่อง “The Artist” ที่ได้รับการเสนอชื่อถึง 10 สาขา .... ปีนี้อาจจะมีดาวดวงใหม่เจิดขึ้นมาก็ได้ ใครจะรู้...

21/2/2012

16:41 น.

ผู้เข้าชิงรางวัลออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม
(Costume Design)

“Anonymous” โดย Lisy Christl
“The Artist” โดย Mark Bridges
“Hugo” โดย Sandy Powell
“Jane Eyre” โดย Michael O’Connor
“W.E.” โดย Arianne Phillips

21/2/2012

16:39 น.

ผู้เข้าชิงรางวัลแต่งหน้ายอดเยี่ยม
(Makeup)

“Albert Nobbs”
โดย Martial Corneville, Lynn Johnston
และ Matthew W.Mungle
“Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2”
โดย Nick Dudman, Amanda Knight และ Lisa Tomblin
“The Iron Lady”
โดย Mark Coulier และ J. Roy Helland

20/2/2012

18:17 น.

ดนตรีนั้นสำคัญไฉน?

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าดนตรีและเพลงประกอบ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของภาพยนตร์ เพราะเสียงดนตรีทำให้อรรถรสของการชมภาพยนตร์มีสีสันมากขึ้น... ในหนังรัก ก็ทำให้หลายคนน้ำตาไหลพราก ในหนังสยองขวัญก็ทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายกระตุกได้เลยทีเดียว

ในแวดวงภาพยนตร์เราแบ่งรางวัลเกี่ยวกับดนตรีออกเป็น 2 สาขา ก็คือ เพลงประกอบ (Original Song) หรือที่เรารู้จักกันดีว่า Original Soundtrack ยกตัวอย่างก็เช่น “My Heart Will Go On” จากภาพยนตร์เรื่อง Titanic (1997) ส่วนดนตรีประกอบ (Original Score) อันนี้อาจจะสร้างความสับสนสักหน่อย จริงๆ แล้วมันก็คือเสียงดนตรีประกอบฉากทั้งหลายในภาพยนตร์ ซึ่งโดยทั่วไปก็จะเป็นทำนองไม่มีเนื้อร้อง แต่บางครั้งก็อาจจะมีบทพูด (Dialogue) และ เสียงเทคนิคพิเศษ (Sound Effects) ผสมอยู่ด้วย หลายๆคนเรียกเสียงประกอบชนิดนี้ให้เข้าใจง่ายๆว่า Background Music

ในปีนี้ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในสาขาทั้งสองนี้ ค่อนข้างจะมีศักดิ์ศรีพอๆกัน เพราะโดยมากจะได้รับการเสนอชื่อเป็นครั้งแรก หรืออย่างมากก็เป็นครั้งที่ 2...อย่างไรก็ดี ใช่ว่าเราจะไม่มีตัวเต็งในสาขานี้ โดยเฉพาะสาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยม

ใช่แล้ว...เรากำลังพูดถึง John Williams ที่เรียกได้ว่าคว่ำหวอดในวงการดนตรีประกอบภาพยนตร์มานาน แน่ไม่แน่ก็ขอให้วัดกันจากที่ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 47 ที่เขาได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลในสาขานี้ หลังจากที่เขาได้รับการเสนอชื่อจากภาพยนตร์ระดับตำนานหลายเรื่อง อาทิเช่น Harry Potter ภาค 3 (2004) และ ภาคแรก (2001), Schindler’s List (1993), Home Alone (1990), E.T. The Extra-terrestrial (1982) เป็นต้น ถ้ายังนึกไม่ออกลองนึกถึงดนตรีประกอบภาพยนตร์กระตุกขวัญแห่งยุคที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่าง Jaws (1975)...เขาผู้นี้แหละเป็นผู้ประพันธ์ดนตรีประกอบชวนกระตุกขวัญทุกครั้งที่ลงทะเล...


ดนตรีประกอบจากภาพยนตร์เรื่อง “Jaws” (1975)

ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ใช่ว่าจะไร้โอกาส ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากเรื่อง “Hugo”... Howard Shore ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 4 ที่ได้รับการเสนอชื่อ หลังจากที่สามครั้งแรกที่ได้รับการเสนอชื่อ จากภาพยนตร์เรื่อง Lord of the Rings ภาค 1 (2001) และ ภาค 2 (2003) เขาสามารถกวาดรางวัลมาได้ทั้ง 3 ครั้ง เรามาตามลุ้นว่าครั้งนี้เขาจะคว้ารางวัลมาได้เป็นครั้งที่ 4 หรือไม่...

20/2/2012

18:15 น.

ผู้เข้าชิงรางวัลดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
(Original Score)

“The Adventure of Tintin” โดย John Williams
“The Artist” โดย Ludovic Bource
“Hugo” โดย Howard Shore
“Tinker Tailor Soldier Spy” โดย Alberto Iglesias
“War Horse” โดย John Williams


John Williams ผู้ประพันธ์ดนตรี
“The Adventure of Tintin” และ “War Horse”

20/2/2012

18:14 น.

ผู้เข้าชิงรางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
(Original Song)

Man or Muppet
เนื้อร้องและทำนองโดย Bret McKenzie
จากภาพยนตร์เรื่อง “The Muppets”



Real in Rio
ทำนองโดย Sergio Mendes และ Carlinhos Brown
เนื้อร้องโดย Siedah Garrett
จากภาพยนตร์เรื่อง “Rio”

20/2/2012

15:52 น.

มารู้จัก “หนังสั้น” กันเถอะ

หลายๆ คนคงเคยได้ยินคนพูดถึง “หนังสั้น” บ่อยๆ แต่ทราบหรือไม่ว่า...หนังสั้นแตกต่างจากภาพยนตร์ปกติอย่างไร?

หนังสั้น หรือ ภาพยนตร์ขนาดสั้น หรือ Short Film คือภาพยนตร์สั้น (สมชื่อ) เล่าเรื่องด้วยภาพและเสียงเฉกเช่นภาพยนตร์ความยาวปกติ เพียงแต่ว่าเป็นการเล่าเรื่องประเด็นสั้นๆ หรือประเด็นเดียวให้ได้ใจความ

แล้วทราบหรือไม่ว่าภาพยนตร์สั้นเกี่ยวกับคนไทยเรื่องแรกเกิดขึ้นเมื่อไหร่?...

หนังสั้นเรื่องแรกเกี่ยวกับคนไทยเกิดขึ้นเมื่อ 100 กว่าปีก่อน โดยเป็นเรื่องราวของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรป ความยาว 1 นาทีโดยช่างภาพของบริษัทลูมิแอร์ (Lumiere) ผู้ผลิตและพัฒนากล้องถ่ายภาพยนตร์สำคัญรายหนึ่งของโลก

ปัจจุบันหนังสั้นเริ่มเป็นที่สนใจของคอหนังทั่วโลกมากขึ้น ในประเทศไทยหลังเหตุการณ์วิกฤตน้ำท่วม กระแสหนังสั้นก็เริ่มตื่นตัว โดยที่มีหลายองค์กรออกมาจัดการประกวดทำหนังสั้น ทำให้หนังสั้นเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่คนไทยมากขึ้น

สำหรับงานประกาศรางวัลออสการ์ปีนี้นับเป็นครั้งที่ 80 นับตั้งแต่ครั้งแรกในปีพ.ศ. 2474 ที่มีการมอบรางวัลให้กับคนทำหนังสั้น และดูจากผลงานที่ผ่านๆมา ก็ทำให้การแข่งขันในแต่ละปีเพิ่มความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ รางวัลในสาขาภาพยนตร์ขนาดสั้นนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทเหตุการณ์สั้น (Live Action) และแอนิเมชั่นสั้น (Animated)

ปีนี้ผู้ได้รับการเสนอชื่อ ส่วนมากได้รับการเสนอชื่อเป็นครั้งแรก ก็ถือว่ามีต้นทุนกล่องพอๆ กัน จะมีก็แต่ Terry George จากเรื่อง “The Shore” ที่ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 หลังจากที่เคยถูกเสนอชื่อไปแล้วจากเรื่อง Hotel Rwanda (2004) สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ In the Name of the Father (1993) ในสาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม กระแสตอบรับหนังสั้นของเขาปีนี้ค่อนข้างดี ก็มาลองลุ้นกันว่าเขาจะไปถึงดวงดาวหรือไม่...


“The Shore” โดย Terry George

ส่วนเรื่องอื่นๆ เรื่องไหนจะมา เรื่องไหนจะไป ลองไปหาดูกันได้ วันนี้เอาตัวอย่างมาฝากกัน 2-3 เรื่องพอหอมปากหอมคอ ...ชอบเรื่องไหน สนใจเรื่องไหนไปหาดูกันได้ รับรองว่าคุณภาพไม่ได้น้อยไปกว่าภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่หลายๆ เรื่องเลย

20/2/2012

15:49 น.

ผู้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นสั้นยอดเยี่ยม
(Animated Short Film)


“The Fantastic Flying Books of Mr. Morris Lessmore”

“Dimanche/Sunday” โดย Patrick Doyon
สัญชาติ: แคนาดา
เรื่องราวการผจญภัยของเด็กชายในวันอาทิตย์ที่แสนน่าเบื่อ...

“The Fantastic Flying Books of Mr. Morris Lessmore”
โดย William Joyce and Brandon Oldenburg
สัญชาติ: สหรัฐอเมริกา
จะเป็นอย่างไรเมื่อต้องหลุดเข้าไปในหนังสือ...

“La Luna” โดย Enrico Casarosa
สัญชาติ: สหรัฐอเมริกา
เรื่องราวของเด็กชายที่ตามพ่อและตาไปทำงาน...งานอันแปลกประหลาดของทั้งสองคนจะทำให้ชีวิตของเด็กน้อยเปลี่ยนไปอย่างไร...

“A Morning Stroll” โดย Grant Orchard และ Sue Goffe
สัญชาติ: อังกฤษ
ตามไปดูเรื่องราวชีวิตคนเมืองในนิวยอร์คซิตี้...

“Wild Life” โดย Amanda Forbis และ Wendy Tilby
สัญชาติ: แคนาดา
เรื่องราวของหนุ่มอังกฤษที่ย้ายไปแคนาดาเพื่อไปเป็นชาวนา...

20/2/2012

15:46 น.

ผู้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์เหตุการณ์สั้นยอดเยี่ยม
(Live Action Short Film)


“Raju” โดย Max Zahle

“Pentecost”
โดย Peter Mcdonald และ Eimear O’Kane
สัญชาติ: ไอซ์แลนด์
เรื่องราวของเด็กชายวัย 11 ขวบ ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเล็กๆ ในไอซ์แลนด์ เขาจะทำอย่างไรเมื่อต้องเลือกระหว่างสิ่งที่เขาอยากทำ กับสิ่งที่เขาต้องทำเพื่อครอบครัว

“The Shore”
โดย Terry George และ Oorlagh George
สัญชาติ: อังกฤษ
จะเป็นอย่างไร เมื่อเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันมา 25 ปีก่อน หมุนเวียนมาเจอกันอีกครั้ง

“Raju”
โดย Max Zahle และ Stefan Gieren
สัญชาติ: เยอรมัน
เรื่องราวของคู่สามีภรรยาชาวเยอรมันที่รับอุปการะเด็กชาวอินเดีย พวกเขาจะทำอย่างไรเมื่อเด็กในอุปการะหายตัวไป

“Time Freak”
โดย Andrew Bowler และ Gigi Causey
สัญชาติ: สหรัฐอเมริกา
เรื่องราวของนักประดิษฐ์สติเฟื่องที่อยากจะแก้ไขอดีต เขาจึงคิดค้นเครื่องย้อนเวลา

“Tuba Atlantic”
โดย Hallvar Witzo
สัญชาติ: นอร์เวย์
เรื่องราวของออสการ์ ชายวัย 70 ปี ที่มีเวลาเหลือ 6 วันก่อนเขาจะตาย เขาอยากจะใช้เวลาที่เหลืออยู่แก้ตัวกับน้องชาย

20/2/2012

11:28 น.

“บันทึกเสียง” และ “ลำดับเสียง” แตกต่างกันอย่างไร



ในงานประกาศรางวัลออสการ์นั้น มีการมอบรางวัลในเรื่องของเสียงประกอบภาพยนตร์อยู่ 2 รางวัล ก็คือ สาขาบันทึกเสียง (Sound Mixing) และ สาขาลำดับเสียง (Sound Editing) หลายๆ คนคงจะไม่ทราบว่าสองรางวัลนี้ต่างกันอย่างไร? และทำไมต้องแยกให้รางวัลกัน?

การบันทึกเสียง ก็คือการนำเอาเสียงที่ทำขึ้นมาหรือว่าอัดมาจากสถานที่ต่างๆ มารวมให้เป็น track เดียวกัน โดยจะออกแบบเสียง (Mastering) ในแต่ละฉากว่าควรจะมี ความแหลม (Equalization) เสียงดัง/เบา (Compression) และมีมิติของเสียง (Reverberation) อย่างไร

ส่วนการลำดับเสียง ก็คือการตัดต่อ แก้ไข และอาจจะมีการเพิ่มเทคนิคพิเศษ (Sound Effects) เพื่อสร้างความต่อเนื่องของเสียง

เอาง่ายๆ เลย ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งนั้นประกอบไปด้วยหลายฉาก ให้เปรียบฉากฉากหนึ่งเป็น track การบันทึกเสียงก็คือการดูแลและร้อยเสียงในแต่ละ track ส่วนการลำดับเสียง ก็คือการเอาหลายๆ track ที่ได้รับการเรียบเรียงแล้วมาร้อยต่อกัน และปรับแต่งให้ทุก track มีความต่อเนื่องกัน

จะเห็นได้ว่าในงานออสการ์ปีนี้ รางวัลทั้ง 2 สาขา มีภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อแทบจะเป็นชุดเดียวกัน ต่างกันที่ภาพยนตร์เรื่อง “Drive” ที่ได้รับการเสนอชื่อเฉพาะในสาขาลำดับภาพ และ “Moneyball” เฉพาะในสาขาบันทึกเสียง สาเหตุก็น่าจะเป็นเพราะทั้งทีมงานในทั้งสองสาขานั้น จะต้องทำงานเกี่ยวเนื่อง และต่อเนื่องกันจนจบเรื่อง ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ ทีมงานของบางเรื่องก็จะมี Sound Engineer ที่ทำหน้าที่ทั้งสองอย่าง เป็นทีมเดียวกัน เช่น ทีมจาก “The Girl with the dragon Tattoo” และ ทีมจาก “War Horse”

ส่วนทีมไหนจะมีภาษีมากกว่า และใครน่าจะได้รับรางวัล คงต้องตามลุ้นกัน เพราะแต่ละทีมนั้นก็มีตำนานสร้างชื่อมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นทีมจาก “Transformers: Dark of the Moon” ที่นำทีมโดย Greg Russell โดยครั้งนี้จะเป็นถูกเสนอชื่อครั้งที่ 15 ของเขา และ Gary Summer ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นครั้งที่ 16 หลังจากที่เคยได้รับรางวัลในสาขานี้มาแล้วถึง 4 ครั้ง จากเรื่อง Saving Private Ryan (1998) Titanic (1997) Jurassic Park (1993) และ Terminator 2: Judgment Day (1991) หรือทีมจากเรื่อง “Hugo” ที่นำทีมโดย Tom Fleischman ที่เคยได้รับการเสนอชื่อจากเรื่อง The Aviator (2004) The Silent of the Lambs (1991) และ John Midgley จากเรื่อง The King’s Speech (2010) เป็นต้น

20/2/2012

11:24 น.

ผู้เข้าชิงรางวัลลำดับเสียงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
(Sound Editing)

Lon Bender and Victor Ray Ennis
จากเรื่อง “Drive”
Ren Klyce
จากเรื่อง “The Girl with the Dragon Tattoo”
Philip Stockton and Eugene Gearty
จากเรื่อง “Hugo”
Ethan Van der Ryn and Erik Aadahi
จากเรื่อง “Transformer: Dark of the Moon”
Richard Hymns and Gary Rydstrom
จากเรื่อง “War House”

20/2/2012

11:23 น.

ผู้เข้าชิงรางวัลบันทึกเสียงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
(Sound Mixing)

David Parker, Michael Semanick, Ren Klyce, และ Bo Persson
จากเรื่อง “The Girl with the Dragon Tattoo”
Tom Fleischman และ John Midgley
จากเรื่อง “Hugo”
Deb Adair, Ron Bochar, David Giammarco, and Ed Novick
จากเรื่อง “Moneyball”
Greg P. Russell, Gary Summers, Jeffrey J. Haboush, and Peter J. Devlin
จากเรื่อง “Transformer: Dark of the Moon”
Gary Rydstrom, Andy Nelson, Tom Johnson, and Stuart Wilson
จากเรื่อง “War House”

18/2/2012

21:19 น.

จอมเก๋า! มาร์ติน สกอร์เซซี ลุ้น! Hugo ชิง 11 ออสการ์

ผู้กำกับจอมเก๋า! มาร์ติน สกอร์เซซี พาภาพยนตร์ Hugo เข้าชิงออสการ์ 11 รางวัล สมแล้วที่เป็นผู้กำกับรุ่นใหญ่ที่ใครๆ ก็ต้องคารวะ

17/2/2012

16:39 น.

เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม เก๋าปะทะเก๋า

อีกรางวัลหนึ่งที่ได้รับความสนใจไม่น้อยก็คือ สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม (Visual Effect) สำหรับปีนี้น่าสนใจทีเดียว แต่ละทีมก็เก๋าเกมส์กันทั้งนั้น มาดูกันว่าใครจะมีภาษีมากกว่ากัน...

...เริ่มทีมแรกกันด้วยทีมจากภาพยนตร์เรื่อง “Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2” นำทีมโดย Tim Burke ซึ่งเคยคว้ารางวัลนี้มาแล้วจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในอดีตอย่าง Gladiator (2000) และ John Richardson ทั้งสองเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนี้มาแล้วจากภาพยนตร์ Harry Potter ภาค 3 และ 7.1 หวังว่าคราวนี้คงจะได้สมหวังซะที หลังจากได้รับการเสนอชื่อจากเรื่องนี้มาหลายครั้ง

...ถัดมาคือทีมจากเรื่อง “The Rise of the Planet of the Apes” นำทีมโดยรุ่นเก๋าอย่าง Joe Letteri ที่เคยได้รับรางวัลนี้มาแล้วถึง 4 ครั้ง จากเรื่อง Avatar (2009), King Kong (2005), The Lord of the Rings ภาค 2 (2002) และ ภาค 3 (2003) ปีนี้เขาจะสามารถคว้ารางวัลนี้ได้เป็นครั้งที่ 5 หรือไม่เราคงต้องตามลุ้นกัน ใครที่ยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ ขอแนะนำให้ลองไปดู ฝีมือเขาไม่ธรรมดาจริงๆ

...อีกทีมที่มาแรงคือทีมจากเรื่อง “Transformers: Dark of the Moon” ทีมนี้มีน้องใหม่ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นครั้งแรกคือ Matthew Butler ที่เหลืออีก 3 คนเป็นทีมที่เคยร่วมงานกันมาแล้วตั้งแต่ภาคแรกของ Transformers (2007) นำทีมโดย John Frazier ที่เคยฝากผลงานเข้าชิงรางวัลในสาขานี้มาแล้วกว่า 10 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็น Pirates of the Caribbean: At the World’s End (2007), Spider-Man ภาค 1 (2002) และ ภาค 2 (2004), Pearl Harbor (2001) และ Armagedon (1998) ร่วมด้วย Scott Farrar ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้ง 6 ที่เขาได้รับการเสนอชื่อ หลังจากที่เคยได้รับการเสนอชื่อจากภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่อย่าง The Chronicles of Narnia: the Lion, the Witch, and the Wardrobe (2005) และ A.I. Artificial Intelligence (2001)

...อีกสองเรื่องที่ได้เข้าชิงก็คือ “Hugo” ซึ่งนำทีมโดย Rob Legato ที่เคยได้รางวัลนี้มาแล้วจากเรื่อง Titanic (1997) และ “Real Steel” โดย Erik Nash จากเรื่อง I, Robot (2004) ถึงแม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้มีผลงานหวือหวาเทียบกับทีมอื่นๆ แต่ก็มองข้ามฝีมือกันไม่ได้เลย ...ใครที่ยังไม่ได้ดูเรื่องไหนลองไปตามดูกันได้ แล้วจะเข้าใจว่าเลือกยากจริงๆ

17/2/2012

16:33 น.

ผู้เข้าชิงรางวัลเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม
(Visual Effects)

Tim Burke, David Vickery, Greg Butler, and John Richardson
จากเรื่อง "Harry Potter and the Deathly Hallow Part 2"
Rob Legato, Joss Williams, Ben Grossmann, and Alex Henning
จากเรื่อง "Hugo"
Erik Nash, John Rosengrant, Dan Taylor, and Swen Gillberg
จากเรื่อง "Real Steel"
Joe Letteri, Dan Lemmon, R. Christopher White, and Daniel Barrett
จากเรื่อง "Rise of the Planet of the Apes"
Scott Farrar, Scott Benza, Matthew Butler, and John Frazier
จากเรื่อง "Transformer: Dark of the Moon"

17/2/2012

14:49 น.

บทภาพยนตร์ดัดแปลงแห่งปี รางวัลเล็กๆ แต่ดุเดือด

เข้มข้นมากในปีนี้สำหรับรางวัลออสการ์ สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม ...เริ่มจากหน้าใหม่ๆ อย่าง Bridget O’Conner กับ Peter Straughan จากภาพยนตร์เรื่อง “Tinker Tailor Soldier Spy” ที่ต้องรับศึกหนัก เพราะผู้ได้รับการเสนอชื่อรายอื่นๆ นั้นต่างก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในสาขานี้มาแล้วทั้งสิ้น

...เริ่มกันที่ Alexander Payne ที่เคยได้รับรางวัลนี้มาแล้วจากภาพยนตร์อินดี้สร้างกระแสอย่าง Sideways (2004) มาปีนี้เขาได้รับการเสนอชื่ออีกครั้งจากภาพยนตร์เรื่อง “The Descendants”

...ถัดมาก็ John Logan ปีนี้เขาได้รับการเสนอชื่อจากภาพยนตร์เรื่อง “Hugo” ซึ่งถือว่าเป็นแนวถนัด ปีนี้ก็ถือเป็นครั้งที่ 3 ของเขา หลังจากที่เคยได้รับการเสนอชื่อไปแล้วกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Avatar (2004) และ Gladiator (2000)

...ผู้ได้รับการเสนอชื่อรายถัดมาอาจจะสร้างความแปลกใจให้กับหลายๆ คน เพราะบางคนอาจจะไม่ทราบว่า ดาราเจ้าบทบาท ฉายายิ่งแก่ยิ่งหล่ออย่าง George Clooney นั้นไม่ได้แสดงเก่งอย่างเดียว แต่เขายังเป็นนักเขียนบทฝีมือดีคนหนึ่งอีกด้วย การันตีคุณภาพกันได้จากที่เขาเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในสาขานี้มาแล้วจากภาพยนตร์เรื่อง Good Night, and Good Luck (2005) ร่วมกับ Grant Heslov ที่ในปีนี้ทั้งสองโคจรกลับมาเขียนร่วมกันและได้รับการเสนอชื่อด้วยกันอีกครั้ง กับภาพยนตร์เรื่อง “The Ides of March”

...และผู้ได้รับการเสนอชื่อรายสุดท้ายได้แก่ Steven Zaillian ที่เคยสร้างชื่อและสามารถคว้ารางวัลนี้มาแล้วกับภาพยนตร์เรื่อง Schindler’s List (1993) รวมทั้งได้รับการเสนอชื่อสะสมชื่อเสียงกันอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะจากภาพยนตร์เรื่อง Gangs of New York (2002) ปีนี้เขาได้รับการเสนอชื่ออีกครั้งจากภาพยนตร์เรื่อง “Moneyball” ร่วมกับ Aaron Sorkin นักเขียนฝีมือดีที่เคยขึ้ี้นไปรับรางวัลนี้บนเวทีออสการ์มาแล้วจากภาพยนตร์เรื่อง The Social Network (2010) ...

17/2/2012

14:34 น.

ผู้เข้าชิงรางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม (Adapted Screenplay)

Alexander Payne, Nat Faxon และ Jim Rash จากเรื่อง "The Descendants"
John Logan จากเรื่อง "Hugo"
George Clooney, Grant Heslov และ Beau Willimon
จากเรื่อง "The Ides of March"
Steven Zaillian และ Aaron Sorkin จากเรื่อง "Moneyball"
Bridget O’Connor และ Peter Straughan จากเรื่อง "Tinker Tailor Soldier Spy"

17/2/2012

11:51 น.

วู้ดดี้ อัลเลน กับการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเป็นครั้งที่ 23

ตัวเต็งปีนี้คงไม่สามารถมองข้ามนักเขียนบทมือฉมังอย่าง วู้ดดี้ อัลเลน (Woody Allen) ไปได้ ...ในขณะที่ผู้เข้าชิงคนอื่นๆ ได้รับการนำเสนอชื่อเป็นครั้งแรก สำหรับวู้ดดี้ หลังจากคว้ารางวัลนี้เป็นครั้งแรกจากภาพยนตร์เรื่อง Annie Hall ในปี 1977 ปีนี้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอีก เป็นครั้งที่ 23 จากภาพยนตร์เรื่อง Midnight in Paris

17/2/2012

11:34 น.

ผู้เข้าชิงรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Original Screenplay)

Michel Hazanavicius จากเรื่อง "The Artist"
Annie Mumolo และ Kristen Wiig จากเรื่อง "Bridesmaids"
J.C. Chandor จากเรื่อง "Margin Call"
Woody Allen จากเรื่อง "Midnight in Paris"
Asghar Farhadi จากเรื่อง "A Separation"

  • 1

The Artist

โปรดิวเซอร์: Thomas Langmann
ผู้กำกับ: Michel Hazanavicius
เรื่องย่อ: ความอยู่รอดและการปรับตัวของเหล่าดาราดัง เขาและเธอจะทำอย่างไร ในยุคที่หนังเงียบ (silent film) กำลังจะเสื่อมกระแสนิยมลง

The Descendants

โปรดิวเซอร์: Jim Burke, Alexander Payne, and Jim Taylor
ผู้กำกับ: Alexander Payne
เรื่องย่อ: แมท คิง กำลังจะสูญเสียภรรยาที่รักไปเพราะอุบัติเหตุ เขาจะรับมือกับความยุ่งเหยิงในชีวิตอย่างไร ทั้งลูกสาวสองคนที่เขาไม่เคยดูแล มรดกตกทอดของครอบครัวมูลค่ามหาศาล และที่สำคัญ ความลับของภรรยาบางอย่างที่เขาไม่เคยล่วงรู้

Extremely Loud and Incredibly Close

โปรดิวเซอร์: Scott Rudin
ผู้กำกับ: Stephen Daldry
เรื่องย่อ: เรื่องราวของเด็กชายออทิสติกวัย 11 ปีที่เศร้าโศกกับการสูญเสียพ่อจากเหตุการณ์ 9/11 เขาเชื่อว่าการค้นหากุญแจที่สามารถเปิดล็อคที่เก็บของพ่อ จะเป็นการไขปริศนาความตายของพ่ออันเป็นที่รัก

The Help

โปรดิวเซอร์: Brunson Green, Chris Columbus, and Michael Barnathan
ผู้กำกับ: Tate Taylor
เรื่องย่อ: ในปี 1963 ท่ามกลางสังคมเยียดสีผิวที่ร้อนระอุในเมืองแจ็คสัน มลรัฐมิสซิสซิปปี้ สหรัฐเมริกา นักเขียนสาวผิวขาวพยายามเกลี้ยกล่อมให้บรรดาสาวรับใช้ผิวสี ออกมาเล่าเรื่องจากประสบการณ์จริงจากการทำงานรับใช้ครอบครัวคนผิวขาว เรื่องเล่าจากมุมมองของพวกเธอ จะให้ข้อคิดอะไรกับพวกเราบ้าง ติดตามได้ใน The Help

Hugo

โปรดิวเซอร์: Graham King and Martin Scorsese
ผู้กำกับ: Martin Scorsese
เรื่องย่อ: เรื่องราวการผจญภัยของ ฮิวโก้ คาเบรด เด็กชายกำพร้าที่ลักลอบอาศัยอยู่ในสถานีรถไฟในปารีส ที่ที่เขาแอบเก็บรักษานาฬิกาโบราณของพ่อของเขา และเฝ้าดูพฤติกรรมของผู้คนที่ทำงานบนสถานีรถไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าของร้านของเล่นที่ชื่อ จอร์จ มิลลี่

Midnight in Paris

โปรดิวเซอร์: Letty Aronson and Stephen Tenenbaum
ผู้กำกับ: Woody Allen
เรื่องย่อ: เมื่อกิล นักเขียนบทชื่อดังชาวอเมริกันหลุดเข้าไปในกรุงปารีสปี 1920s ระหว่างท่องเที่ยวกับคู่หมั้นสาว เหตุการณ์หลงยุคทำให้เขามีโอกาสพบปะกับศิลปินระดับโลกที่มีชื่อเสียงในยุคนั้นหลายท่าน ประวัติศาสตร์ที่คนในยุคปัจจุบันเชื่อ และเรื่องจริงที่เกิดขึ้นผ่านมุมมองของศิลปินดังในยุคนั้นทำให้เขาเปลี่ยนมุมมองในชีวิตอย่างไร ติดตามได้ใน Midnight in Paris

Moneyball

โปรดิวเซอร์: Michael De Luca, Rachael Horovitz, and Brad Pitt
ผู้กำกับ: Bennett Miller
เรื่องย่อ: เรื่องราวที่มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงของบิลลี่ บีน (แบรด พิตต์) ผู้จัดการทีมเบสบอล Oakland Athletics กับ ปีเตอร์ แบรนด์ ผู้ช่วย ใช้กลยุทธ์ทางสถิติเพื่อคัดสรรนักเล่นใหม่ เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของทีมให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

The Tree of Life

โปรดิวเซอร์: Sarah Green, Bill Pohlad, Dede Gardner, and Grant Hill
ผู้กำกับ: Terrance Malick
เรื่องย่อ: เรื่องราวของ แจ็ค (ฌอน เพนน์) ชายหนุ่มที่เติบโตในเมืองเล็กๆ มลรัฐเท็กซัส ช่วงปี 1950 ความโดดเดี่ยวอ้างว้างในยุคปัจจุบัน ทำให้เขาหวนนึกไปถึงชีวิตในวัยหเด็กของเขา โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของเขากับพ่อ (นำแสดงโดย แบรด พิตต์) และน้องชายอีกสองคน

War Horse

โปรดิวเซอร์: Steven Spielberg and Kathleen Kennedy
ผู้กำกับ: Steven Spielberg
เรื่องย่อ: เรื่องเล่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ผ่านสายตาของม้าศึก โจอี้ ที่ต้องพลัดพรากจากเด็กหนุ่มลูกชาวนา ที่เลี้ยงดูและฝึกฝนมันมาตั้งแต่เกิด

Tinker Tailor Soldier Spy

โปรดิวเซอร์:Tim Bevan และ Eric Fellner
ผู้กำกับ: Tomas Alfredson
เรื่องย่อ: ในช่วงปี 1970 ยุคของสงครามเย็น สายลับอังกฤษล้มเหลวในปฏิบัติการในบูดาเปส ทางองค์กรเชื่อว่าภารกิจที่ล้มเหลวเกิดจากสายลับโชเวียตภายในองค์กร ภารกิจลับล่าหนอนบ่อนไส้โดย จอร์จ สมายลี จึงเกิดขึ้น เพื่อแลกกับสถานภาพของเขา

The Girl with the Dragon Tattoo

โปรดิวเซอร์: Scott Rudin
ผู้กำกับ: David Fincher
เรื่องย่อ: ภาพยนตร์ที่สร้างจากนวนิยายไตรภาคชื่อดังจากสวีเดน เรื่องราวของนักหนังสือพิมพ์ผู้อื้อฉาว มิเกล บลูมวิท ได้มีโอกาสสืบคดีฆาตกรรมลึกลับของหญิงสาวเมื่อ 40 ปีก่อน โดยได้รับความช่วยเหลือจากหญิงสาวลึกลับผู้มีลายสักรูปมังกรที่หลัง

A Separation

โปรดิวเซอร์: Asghar Farhadi
ผู้กำกับ: Asghar Farhadi
เรื่องย่อ: เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างสามีภรรยาชาวอิหร่าน เพราะข้อจำกัดทางวัฒนธรรม ฝ่ายภรรยาต้องการย้ายออกนอกประเทศเพื่อให้โอกาสที่ดีที่สุดกับลูกสาวคนเดียว ในขณะที่สามีต้องการที่จะอยู่ในอิหร่านต่อไปเพื่อดูแลพ่อที่เป็นอัลไซเมอร์ เขาและเธอจะทำอย่างไร

Albert Nobbs

โปรดิวเซอร์: Glenn Close
ผู้กำกับ: Rodrigo Garcia
เรื่องย่อ: เพราะความเป็นหญิงทำให้หางานลำบากในไอซ์แลนด์ช่วงศตวรรษที่ 19 อัลเบิร์ต นอป จึงปลอมตัวเป็นชายเพื่อหาเงิน ความลับของอัลเบิร์ตคงจะไม่มีใครรู้ถ้าไม่ได้เจอกับ ฮิวเบิร์ต เพจ ที่ล่วงรู้ความลับของอัลเบิร์ตในคืนแรกที่ต้องอยู่ร่วมห้องกัน

The Iron Lady

โปรดิวเซอร์: Damian Jones
ผู้กำกับ: Phyllida Lloyd
เรื่องย่อ: เรื่องราวของหญิงแกร่งจากประเทศอังกฤษ เธอต้องต่อสู้กับอุปสรรคมากมาย เพื่อที่จะได้มีสิทธิ์และเสียงในสังคมที่เสียงของบุรุษเพศยังมีอิทธิพลครอบงำประเทศอยู่
  • โสมชบาจ๊ะจ๋า
  • เกร็ดข่าวลูกหนัง
  • กุ๊กกิ๊กช่วยเกา
  • สโมสรนักสู้
  • ชี้มวยเด็ด
  • ดัชนีเศรษฐกิจ
  • คลื่นรบกวน
  • เรียงหน้าชน
  • เทียบท่าหน้า 3
  • กีฬาวันนี้
  • ตะลุยฟุตบอลโลก
  • เดลี่เว็บ
  • เงาหุ้น
  • รอบโลก
  • วิดีโออ๊อฟเดอะเดย์
  • ทีวีบันเทิง
  • กอล์ฟสแควร์
  • วิเคราะห์การเมือง

หน้าหลัก l การเมือง l กีฬา l ไลฟ์สไตล์ l วิทยาการ l เศรษฐกิจ l การศึกษา l ต่างประเทศ l ข่าวทั่วไทย
ศาสนาและความเชื่อ l การเกษตร l ข้าราชการ l ข่าวประชาสัมพันธ์
คอลัมน์ l ภาพ l บุคคล l ค้นหา

ฉบับวันนี้และย้อนหลัง 7 วัน

เกี่ยวกับไทยรัฐ
มูลนิธิไทยรัฐ
ศูนย์ข้อมูลไทยรัฐ
ติดต่อโฆษณา
ติดต่อไทยรัฐ

  • Copyright © 2009 Terms & Conditions
  • สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
  • Internet Thailand
  • Powered By