วังนางโหง ตอนที่ 6 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

วังนางโหง ตอนที่ 6


17 ธ.ค. 2560 08:21
137,918 ครั้ง

ละคร นิยาย วังนางโหง

วังนางโหง ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

วังนางโหง

แนว:

พีเรียด-ดราม่า-สยองขวัญ

บทประพันธ์โดย:

เตมัน

บทโทรทัศน์โดย:

ฤกษ์ราตรี

กำกับการแสดงโดย:

เอกภพ ตันหยงมาศกุล

ผลิตโดย:

บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์,ทัศนียา การสมนุช

เช้าตรู่บ้านธนารักษ์ ดาเรศมาหาพิกุลที่ห้องมีพันช่วยประคอง หญิงสาวขี้โรคเคาะประตูแต่ไม่มีเสียงตอบรับจึงเคาะซ้ำ ได้ยินเสียงกุกกักจากด้านใน กลัวเป็นโจรกลับมาทำร้ายพิกุล ลองเปิดประตูพอรู้ว่าไม่ได้ล็อก จึงบอกพันให้เข้าไปดู จู่ๆยงผลักประตูออกมา สองนายบ่าวตกใจร้องลั่น

ดาเรศโล่งใจถามยงว่าเข้าไปทำอะไรในนั้น คนสวนตอบว่าเข้ามาทำความสะอาดหลังพิกุลกลับ

หญิงสาวผิดหวัง ขอพันให้พาไปห้องดานุเพื่อช่วยฝึกเดิน ยงบอกว่าเจ้านายออกไปธุระเมื่อสักครู่ พันเอาใจอาสาช่วยฝึกแทน แต่ดาเรศน้อยใจขอกลับห้อง

ทางด้านดานุขับรถไปจอดรอพรรวีที่หน้าบ้าน หญิงสาวแปลกใจมากที่แฟนหนุ่มมาหาเพราะคิดถึง

“เป็นไรไปหรือเปล่า อยู่ดีๆก็มาหวานแต่เช้า” พรรวีแตะหน้าผากดานุ

“พอผมไม่มาหาก็งอน พอเอาหน้ามาให้เห็นก็หาว่าป่วย ผู้หญิงนี่เอาใจยากจังแฮะ”

พรรวีย้อน “ผู้หญิงเอาใจยาก แต่ผู้ชายก็เดาใจยากกว่า”

ดานุหน้าเจื่อน เพราะมาหาพรรวีเพื่อลบความรู้สึกเริ่มชอบพิกุล เขากอดแฟนสาวกลบเกลื่อน แล้วบอกว่ามารับไปบ้านคุณตา

ดานุพาพรรวีแวะบ้านแม่ พรรวีถามถึงดาริกา แฟนหนุ่มบอกว่าไปทำงาน จากนั้นเขาขึ้นชั้นสองไปเอาอุปกรณ์ทำกายภาพให้ดาเรศ พอดีจอมขวัญโทร.หาพรรวี หญิงสาวกดรับโดยไม่รู้ว่าผีอีแก้วจ้องเล่นงานจากด้านหลัง แต่เธอไม่เห็นเดินทะลุตัวทำให้ผีร้ายโกรธมาก ยกมือจะบีบคอ อนงค์เข้ามาเห็นก็ร้องลั่น

ผีอีแก้วหายวับ พรรวีตกใจเสียงร้อง เช่นเดียวกับดานุที่รีบวิ่งมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น แม่บ้านตอบว่าเห็นผู้หญิงจะบีบคอพรรวี และเล่าว่าพักหลังเห็นผู้หญิงคนนี้ในบ้านหลายครั้ง พรรวีขำเพราะไม่เชื่อเรื่องผี แต่ดานุนึกถึงผู้หญิงที่เขาเคยเห็นเมื่อหลายคืนก่อน

ดานุเชื่อว่าตัวเองตาไม่ฝาด แต่ไม่อยากให้แฟนสาวกับแม่บ้านแตกตื่นไปมากกว่านี้ จึงเฉไฉกลบเกลื่อนว่ากลัวพวกมิจฉาชีพมากกว่า อนงค์ยังไม่หายกลัว ดานุอนุญาตไม่ต้องค้างตามคำสั่งแม่ เพราะเขาจะกลับมานอนบ้านเอง

ผีอีแก้วหายตัวจากบ้านดาริกาไปฟ้องพิกุลที่โรงเก็บเรือบ้านเรือนไทย เพราะเจ็บใจที่ทำร้ายพรรวีไม่ได้

“นังผู้หญิงคนนั้นดวงจิตมันกล้าแข็งนัก” ผีอีแก้วแค้นพรรวีที่เดินทะลุตัว

“มันไม่มีวิบากกรรมผูกพันกับพวกเรา จึงไม่มีอะไรโยงใยถึงกัน...คิดเล่นงานมันมิใช่ง่ายดาย”

“จะปล่อยมันไปหรือเจ้าคะ”

“แม้นมิเคยสร้างเวรด้วยกันมาก่อน แต่หากมันขวางทางข้า มันก็คือศัตรู...แต่ตอนนี้เอ็งกลับไปทำหน้าที่ของเอ็งได้แล้ว”

ผีอีแก้วฮึดฮัดไม่อยากอารักขาดาริกา พิกุลต้องกำราบโดยใช้มนตร์สะกดให้บีบคอตัวเอง ผีสาวทรมานมากต้องยอมรับคำสั่ง พิกุลจึงคลายสะกดและเรียกผีไอ้ทองมาสั่งงานบางอย่าง...

ooooooo

ดาริกามีนัดเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินกับปีเตอร์ที่โรงแรม แต่ถูกนักเลงหัวไม้ที่เกลียวกมลจ้างมาป่วนแกล้งขับรถชนท้ายและล่อหลอกให้เธอไปเจรจาในซอย โดยอ้างว่าไม่อยากกีดขวางทางจราจร

ม่ายสาวไฮโซหัวเสียที่ต้องผิดเวลานัดลูกค้าสำคัญ เลยไม่ทันระวังตัว รีบโทร.เรียกพนักงานประกันมาเคลียร์กับคู่กรณี พร้อมกับถ่ายรูปรถตัวเองไว้เป็นหลักฐาน

ทางด้านดาเรศที่นอนเบื่อคนเดียวในห้อง กำลังหงุดหงิดเพราะไม่มีใครสนใจ พอได้ยินเสียงประตูเปิดจึงโพล่งไม่ให้รบกวน แต่เสียงดานุสวนมาว่านอนมากไปไม่ดี พร้อมทวงสัญญาฝึกเดินด้วยกันบ่อยๆ

ดาเรศเห็นหลานชายก็หายเซ็งทันที ดานุประคองพาเดิน ผู้เป็นน้าอยากออกไปสวน แต่หลานพาไปห้องรับแขก ขอให้พบบางคนก่อน

พรรวีนั่นเอง เธอนำของกำนัลมากมายมาขอโทษคุณทับกับคุณดวง ผู้ใหญ่ทั้งสองพอใจมาก

ดาเรศกำลังอารมณ์ดีเข้ามาเห็นก็ชะงัก คุณดวงรีบแนะนำว่าพรรวีเป็นแฟนดานุและเอาของมาฝาก

พรรวีรีบลุก ยกมือไหว้อ่อนช้อย “พอลลี่มากราบขอโทษค่ะ ที่พอลลี่กับเพื่อนทำกิริยาไม่ดีกับคุณน้า”

คุณทับรีบไกล่เกลี่ย “เรื่องเข้าใจผิดกัน ไม่มีอะไร มานั่งนี่ลูกมา”

พรรวีกุลีกุจอเข้าประคองอีกข้าง แต่ดาเรศเบี่ยงแขนหลบ บอกเดินเองได้ สาวไฮโซนักเรียนนอกหน้าเจื่อน ดานุเห็นท่าไม่ดีเสชมน้าสาว

พรรวีรีบหยิบกล่องของกำนัลมาให้ “ผ้าไหมค่ะ สีนี้หวานเหมาะกับคุณน้ามากเลยนะคะ”

ดาเรศยังเคืองบอกไม่รู้จะเอาผ้าไหมไปทำอะไรเพราะอยู่แต่บ้าน ดานุจึงช่วยพรรวีง้อโดยบอกว่าน้าต้องได้ใช้ เพราะถ้าขยันทำกายภาพกับเขาแบบนี้ อีกไม่กี่เดือนต้องออกไปเที่ยวข้างนอกได้แน่นอน

“พ่อก็เชื่ออย่างนั้นรู้ไหม ตอนนี้หนูดูแข็งแรงสดชื่นขึ้นกว่าก่อนเป็นคนละคนเลย”

“แล้วก็สวยมากด้วยค่ะ สวยจนทำให้พอลลี่เข้าใจผิด”

“สรุป ความสวยเป็นเหตุ” ดานุพูดขำคลี่คลายสถานการณ์ คุณทับกับคุณดวงพลอยหัวเราะ แต่ดาเรศยังไม่สบอารมณ์ พูดเสียงแข็งว่า

“เธอคงเที่ยวหึงหวงคนไปทั่วบ่อยๆสินะ”

“ถ้ามีอะไรที่พอลลี่จะทำเพื่อไถ่โทษได้ พอลลี่ยินดีทำทุกอย่าง”

เมื่อเห็นพรรวีสำนึกผิด คุณดวงจับมือดาเรศเชิงขอร้อง แต่เธอยังวางปึ่งอยู่ดี

ooooooo

ดาริกากังวลจะผิดนัดลูกค้าคนสำคัญจนไม่ทันระวังตัว เชื่อคำลวงของนักเลงหัวไม้ ขับรถไปจอดในซอยแล้วโทร.คุยกับประกันเสียงเครียด พอวางสายก็เดินไปที่รถตู้ ตบกระจกเรียกบอกให้รอจัดการทีหลังแบบไม่มีคู่กรณีเพราะตนมีธุระด่วน

ทันใดนั้นชายคนหนึ่งเปิดประตูรถออกมาคว้าแขนดาริกา ส่วนชายอีกคนย่องมาข้างหลัง ปิดปากและยกตัวขึ้น ดาริกาขัดขืนสุดชีวิตเลยถูกชกท้องจนทรุด ชายทั้งสองคนรีบอุ้มเธอขึ้นรถ ก่อนหมดสติดาริกาพึมพำขอความช่วยเหลือจากนางโหง

รถตู้สตาร์ตไม่ติดเสียที จนชายคนหนึ่งต้องลงรถไปดูเครื่อง ส่วนอีกคนหันมองดาริกาที่นอนอยู่ แต่ต้องตกใจเพราะใบหน้ากลายเป็นหน้าผี...ผีอีแก้ว ชายฉกรรจ์ทั้งสองถูกผีสาวหลอกจนขวัญเสียวิ่งหนีกระเจิง

เวลาเดียวกันที่สวนบ้านธนารักษ์ ดานุกับพรรวีช่วยทำกายภาพให้ดาเรศโดยให้กำลูกบอลข้างละลูก ดาเรศเหนื่อยจนท้อแกล้งปล่อยลูกบอล หลานชายกับแฟนสาวเข้าประคอง แต่น้าคว้ามือหลานเพียงคนเดียว พรรวีเก้อเลยเสเดินไปเก็บลูกบอล

ดานุอยากช่วยพรรวีได้ไถ่โทษ แกล้งปล่อยมือน้าสาวเดินเองและขยิบตาส่งสัญญาณให้แฟนสาวช่วยดูแลแทนตนที่จะไปหยิบของในบ้าน หญิงสาวรับมุกอาสาด้วยความเต็มใจ แต่ดาเรศก็ทิฐิ ฝืนออกแรงจนเกือบล้ม สุดท้ายเลยต้องยอมให้พรรวีช่วยแบบไม่เต็มใจนัก

ooooooo

ดาริการู้สึกตัวแต่ยังจุกจนร้องเจ็บ พอเห็นว่าตนนอนหนุนตักพิกุลอยู่บนแคร่หน้าบ้านเก่าๆ ก็แปลกใจ ถามว่าหญิงสาวมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร และที่นี่คือที่ไหน พิกุลตอบว่าที่นี่คือบ้านของเรา ดาริกางงเพราะจำได้ว่าโจรจะลากเธอขึ้นรถตู้และโดนชกท้องหมดสติ

พิกุลยืนยันเสียงเย็นว่าตอนนี้ดาริกาปลอดภัย เมื่อเธออยากรู้ว่าใครเป็นคนช่วย พิกุลไม่ตอบ แต่ย้อนถามว่าตอนถูกทำร้ายเธอนึกถึงใคร ดาริกาตอบว่านางโหง

“ถ้าเช่นนั้น นางโหงก็คงมาช่วยคุณ เชื่อรึยังคะว่าไม่มีใครทำอันตรายคุณดาริกาได้ ตราบเท่าที่คุณยังบูชานางโหงอยู่”

“แล้วเธอรู้ได้อย่างไรว่าฉันมาระยองแล้วก็จะถูกทำร้าย”

“เพราะเราสองคนเคยผูกพันกัน รักกัน เหมือนพี่น้อง...จิตเราก็เลยสื่อถึงกัน”

ดาริกาลุกขึ้นมองรอบตัวก่อนถามย้ำ “แล้วที่นี่บ้านเธอเหรอ”

พิกุลยืนยันว่าที่นี่คือบ้านของเรา ดาริกานิ่วหน้าไม่เข้าใจ แต่เดินตามอีกฝ่ายไปถึงโถงกลางบ้านที่เต็มไปด้วยเครื่องเรือนผุพัง พลันแว่วเสียงสวดมนต์จึงเดินตามเสียงนั้นไปดู แล้วต้องตะลึงเมื่อพบผู้หญิงที่หน้าเหมือนเธอทุกอย่าง สวมชุดชาวบ้านนั่งสวดมนต์และนับลูกประคำเหมือนกำลังทำพิธี ข้างหน้ามีโต๊ะตั้งหัวกะโหลกและเครื่องรางหลายชนิด

ดาริกาตกในภวังค์ ไม่รู้ตัวว่าถูกพิกุลดึงสู่อดีตเพื่อเห็นตัวเองในชาติก่อน...ชื่อนางสาย พี่สาวของพิกุลที่เป็นหมอผี ม่ายสาวไฮโซตกใจมาก แต่ไม่ทันทำอะไรภาพทุกอย่างก็หายวับ เหลือแค่ตัวเธอนอนบนรถตู้ของคู่กรณี

ooooooo

ที่สวนบ้านธนารักษ์ ดาเรศนั่งเฉยจนพรรวีอึดอัดถามขึ้นว่าจะหัดเดินให้ไกลกว่าเดิมไหม ดาเรศปฏิเสธและขอกลับห้อง พรรวีจะเข็นรถมาให้ แต่เธอลุกเดินอย่างช้าๆไปนั่งเอง

ทันใดนั้นผีไอ้ทองที่ยืนอยู่ข้างหลังฉวยโอกาสสิงพรรวีแล้วผลักรถเข็นเพื่อให้พุ่งชนดาเรศ พันถือผลไม้เข้ามาเสิร์ฟยืนตะลึงร้องลั่น

จู่ๆผีไอ้ทองก็กระเด็นหงายหลังออกจากร่างหญิงสาว พรรวีรู้สึกตัววิ่งไปจับรถเข็นได้ก่อนชนดาเรศ คุณทับ คุณดวง และดานุวิ่งมาด้วยความตกใจ ดาเรศขอความช่วยเหลือจากแม่ ส่วนพรรวีมองแฟนหนุ่ม ทั้งงงทั้งขอความเห็นใจ

จากนั้นทุกคนมารวมตัวที่ห้องรับแขก ดานุตรวจดู ขาของดาเรศและพบว่าไม่มีบาดแผล น้าสาวตัดพ้อว่าถ้าหนีไม่ทันคงถูกชนขาหัก พรรวีหน้าเสีย ดานุแก้ตัวแทนแฟนสาวว่าอย่างน้อยเธอก็จับรถทัน

“ใช่สิ นุก็ต้องเข้าข้างแฟนอยู่แล้ว...เรศจะกลับห้องล่ะค่ะ” ดาเรศน้อยใจลุกจากรถเข็น ดานุรีบแก้ปัญหาอย่างฉับพลัน

“เดี๋ยวครับน้าเรศ ผมไม่ได้แก้ตัวแทนพอลลี่นะครับ แต่นี่เป็นวิธีหนึ่งของการฝึก”

คุณทับสงสัย ดานุอธิบายต่อว่าเป็นวิธีที่แข็งแต่ได้ผล ตอนนี้ดาเรศวิ่งได้แล้ว พันสนับสนุนเพราะเห็นกับตา คุณดวงก็เห็นด้วยเพราะตอนนี้ลูกสาวคนเล็กยืนได้คล่อง

ดาเรศก้มมองขาตัวเองอย่างไม่เชื่อ ถามพรรวีว่า “นี่เธอตั้งใจจะให้ฉันวิ่งเหรอ”

พรรวีสบโอกาสเอาตัวรอด “ค่ะ ขอโทษนะคะ”

คุณทับกับคุณดวงกล่าวขอบใจ พรรวียิ้มเจื่อน ดานุโอบปลอบเธอ ส่วนดาเรศแคลงใจแต่ท่าทีอ่อนลง

ดานุกับพรรวีเดินออกไปหน้าบ้าน พรรวีพยายามอธิบายแต่ไม่ทันพูด โทรศัพท์ของแฟนหนุ่มดังขึ้น ศิตาโทร.มาแจ้งว่าดาริกาเข้าโรงพยาบาล สองหนุ่มสาวตกใจรีบไปทันที

ooooooo

ศิตาเดินกระวนกระวายหน้าห้องตรวจในโรงพยาบาล ดานุกับพรรวีวิ่งมาถามอาการดาริกาอย่างเป็นห่วง ศิตาบอกยังไม่รู้เพราะตนเพิ่งมาถึงก่อนหน้าสักครู่ รู้แค่ว่าดาริกาถูกดักทำร้าย

ดานุตกใจถามใครทำร้ายแม่ และถูกทำร้ายที่ไหน ศิตาตอบว่าดาริกามีนัดรับปีเตอร์กับเธอไปดูที่ดิน แต่รอนานจนผิดสังเกต กระทั่งดาริกาโทร.มาบอกว่าถูกทำร้าย ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลเพราะตัวแทนประกันไปเจอแล้วพามาส่ง ตนถึงได้รู้เรื่อง

ครู่หนึ่งประตูห้องตรวจเปิดออก พยาบาลเข็นรถ ที่ดาริกานั่งออกมา นักธุรกิจม่ายสาวขอบคุณพยาบาลบอกตนเดินไหวแล้วลุกยืน ทุกคนเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง

ดานุซักถามอาการ แม่ตอบว่าโดนต่อยแค่ทีสองที ตรวจละเอียดแล้วไม่เป็นอะไรมาก ลูกชายถามต่อรู้ไหมว่าฝีมือใคร ดาริกาไม่รู้ เล่าว่ามันแกล้งขับรถชนท้ายแล้วจะลากเข้ารถตู้ จากนั้นแม่ก็สลบไป

ศิตาสงสัยว่าต้องเป็นฝีมือเกลียวกมลศัตรูหมายเลขหนึ่งของดาริกาเพราะหล่อนรู้ว่าปีเตอร์ต้องไปดูที่ดินวันนี้ แล้วพรุ่งนี้ต้องกลับสิงคโปร์

ดานุไม่ยอมปล่อยผ่าน อยากให้แม่แจ้งความ ส่วนพรรวีอาสาลงข่าวประจาน ดาริกาขอบใจแต่ไม่อยากเป็นข่าว อีกทั้งไม่มีหลักฐาน และตอนนี้ห่วงเรื่องธุรกิจมากกว่า

ศิตารายงานว่าแจ้งข่าวปีเตอร์เรียบร้อย เขาพยายามโทร.เลื่อนประชุมที่สิงคโปร์แต่เหมือนจะไม่สำเร็จ ดาริกาบอกเลขาว่าจะจัดการเอง ช่วยจ่ายค่ารักษาแล้วกลับไปก่อน ศิตารับคำรีบออกไป

ดานุยืนกรานต้องแจ้งความ แต่ดาริกาบอกลูกชายว่ากฎหมายช่วยไม่ได้ทุกเรื่อง ถ้าวันนี้รอตำรวจ เธอคงตายไปแล้ว พรรวีได้ยินชื่อไม่คุ้นหูเกิดสงสัย ถามดานุว่าพิกุลคือใคร

ฝ่ายผีอีแก้วกลับไปแจ้งผลงานกับพิกุลที่โรงเก็บเรือของบ้านเรือนไทยธนารักษ์ หญิงลึกลับชมบริวารสาว แต่ตำหนิผีไอ้ทองที่ทำงานพลาด

“ข้าผิดไปแล้ว แต่ข้าเข้าร่างนังนั่นไม่ได้ ขอข้ากลับไปแก้ตัวอีกคราเถิด”

“ไม่ต้อง เราต้องรอเวลา เวลาที่นางโหงมีพลังมากขึ้น และวันนั้นต่อให้จิตกล้าแข็งแค่ไหน มันก็จะไม่มีทางต้านทานได้”

ผีร้ายทั้งสองก้มหน้ารับคำสั่ง พร้อมกับที่เรือมาด และพิกุลหายวับไป

ooooooo

หลังออกจากโรงพยาบาล ดาริกาซึ่งคาใจเรื่องฝันประหลาดและผู้หญิงหน้าเหมือนตนตัดสินใจไปหาพิกุลที่บ้านพ่อแม่ ยงยืนยันว่ายังไม่เห็น แต่เรือมาดของพิกุลที่ผูกไว้ตรงท่าน้ำก็ทำให้ดาริกา ได้คำตอบ

ที่ห้องนอนดาเรศ เจ้าของห้องอวดพิกุลว่าวิ่งได้แล้วเพราะแผนการของพรรวีที่แกล้งให้ตกใจ เธอจึงรู้ตัวไม่ต้องนั่งรถเข็นไปจนตาย

พิกุลแค่นชม “คนรักของคุณนุเก่งนะคะ ไม่นานก็ทำให้คุณดาเรศหายโกรธได้”

“ก็ไม่เชิงค่ะ ลองมองกันดีๆ ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ได้ แย่เกินไปนัก”

“เป็นเรื่องดีจริงๆค่ะ ฉันจะได้หมดหน้าที่เสียที”

“ไม่นะคะ ที่ฉันดีขึ้นก็เพราะหมอพิกุล มีหมอพิกุล ผีพวกนั้นก็ไม่กล้ามารบกวนฉัน”

พิกุลตัดพ้อเสียงเย็น “สักวันเราก็ต้องจากกัน อย่าลืมนะคะ ฉันไม่ใช่คนในครอบครัวของคุณ”

ดาเรศชวนพิกุลมาเป็นคนในครอบครัว แต่พิกุลตอบว่าเป็นไปไม่ได้ ทันใดนั้นดาริกาก็โผล่เข้ามาขอคุยกับพิกุลโดยไม่ฟังคำทัดทานของน้องสาว

ดาริกาจูงมือพิกุลเดินผ่านหน้าพัวไปทางสวน หญิงรับใช้เก่าแก่อดแอบดูด้วยความสอดรู้ไม่ได้

เมื่อถึงมุมสงบในสวน ดาริกาจะเล่าเรื่องวันนี้ แต่พิกุลบอกรู้แล้วว่าอีกฝ่ายถูกปองร้าย ม่ายสาวไฮโซแปลกใจ พิกุลให้เหตุผลว่าเป็นเพราะจิตของเธอกับดาริกาสื่อถึงกัน และเชื่อว่าอีกฝ่ายต้องปลอดภัยเพราะบูชานางโหง

“ที่แปลกก็คือฉันฝันถึงพิกุลด้วย”

“บางทีอาจจะไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้ว เพียงแต่คุณลืมเลือนไป”

ดาริกาไม่เข้าใจคำพูดนั้น พิกุลไม่ขยายความ แต่เปลี่ยนไปถามถึงความกังวลเรื่องธุรกิจของคู่อีกฝ่าย

“ใช่ ถ้าฉันตกลงกับปีเตอร์เรื่องเรือนไทยที่ระยองไม่ได้ ฉันต้องแพ้คู่แข่งฉันแน่ๆ”

“คุณจะไม่แพ้ค่ะ เรื่องบางเรื่องต้องรอเวลา เหมือนผลไม้ต้องสุกคาต้นรสชาติถึงจะหอมหวาน เมื่อคุณมีนางโหงคอยคุ้มครอง คุณต้องได้ในทุกสิ่งที่คุณปรารถนา”

ooooooo

ดาราเห็นกล่องของขวัญบนโต๊ะในห้องนอนจึงถามพัวที่ถือน้ำมาว่าของใคร สาวใช้คนสนิทตอบว่าของพรรวีนำมาให้ พัวเล่าว่าวันนี้ทั้งคู่ช่วยกันฝึกดาเรศจนวิ่งได้ เป็นที่ชื่นชมของทุกคน

ดาราไม่ชอบพรรวีจึงพาลไม่อยากรับของ ยกให้พัว สาวใช้เปิดกล่องเห็นเป็นผ้าไหมผืนงาม ดาราเหล่มองและดึงกลับด้วยความเสียดาย แล้วถามถึงดาริกาเพราะเห็นรถจอด พัวรีบรายงานว่าแอบคุยกับพิกุลอยู่ในสวน

ดาราเข้าสวนตามคำบอกของพัว เห็นพิกุลกำลังกระซิบข้างหูดาริกาจึงปรี่เข้าหา พูดแดกดัน

“มายืนหลบมุมคุยอะไรกันตรงนี้คะพี่ดาริ”

“หลบบ้าหลบบออะไรของเธอ ดูซะด้วยดารา นี่มันกลางแจ้ง”

“แล้วทำไมถึงไม่นั่งคุยในบ้าน ธุระอะไรสำคัญนักหนา ถึงต้องออกมาคุยตรงนี้”

ดาริกาเริ่มรำคาญ “ไม่รู้สักเรื่องเนี่ยมันจะตายไหมดารา”

“ฉันก็แค่กลัวว่า พี่ดาริจะถูกมนต์ดำของพวกแม่มดหมอผี”

“เธอนั่นแหละดาราที่จะโดน ชอบพูดให้ร้ายคนไปเรื่อย ระวังจะถูกสาปให้เป็นใบ้พูดไม่ได้”

สิ้นเสียงดาริกา พิกุลอมยิ้มจ้องปากของดารา หญิงสาวขี้อิจฉาจะตอกกลับพี่สาวแต่เสียงหาย ชี้หน้าตะโกนด่าพิกุลก็ไม่มีเสียง จำต้องวิ่งหนีไป ทั้งที่ไม่เข้าใจ ดาริกาตกใจอาการของน้องสาว พิกุลตอบเป็นนัยๆว่าเพราะดาริกาไม่ใช่คนธรรมดา

คุณทับกับคุณดวงกลับจากซื้อของมาที่ห้องอาหาร คุณทับขอน้ำดื่มจากพัว จู่ๆดาราก็วิ่งมาคว้าแก้วจากมือพ่อไปดื่มและพยายามฟ้องพ่อว่า ตนถูกพิกุลทำร้ายทั้งที่เสียงแหบแห้งฟังไม่รู้เรื่อง เลยเติมน้ำดื่มอีกจนสำลัก ทั้งไอและอาเจียน

พัวช่วยลูบหลัง ดาราฟ้องคุณดวงว่าถูกพิกุลกับดาริการวมหัวกันทำคุณไสยให้พูดไม่ได้ คุณทับโกรธจัดที่ลูกสาวคนกลางไม่เลิกใส่ร้ายพิกุล ดาราโมโหมากย้อนว่าควรทำตัวอย่างไร ทุกคนถึงจะเชื่อสิ่งที่เธอพูด ผู้เป็นพ่อสวนทันควัน ให้หัดอยู่เงียบๆเสียบ้าง

ดาริกาเดินนำพิกุลเข้ามาได้ยิน เห็นด้วยทันที “คุณพ่อพูดถูกค่ะ ถ้าเธอไม่จุ้นจ้านเรื่องคนอื่น มันก็ไม่มีเรื่องวันเว้นวันอย่างนี้หรอกดารา”

ดารามองดาริกากับพิกุลอย่างโกรธแค้น พูดอาฆาต “พวกแกมันเล่นสกปรก อย่าคิดว่าฉันจะตามไม่ทันนะ”

“ผู้บริสุทธิ์ไม่กลัวเรื่องสกปรกหรอกค่ะ เว้นเสียแต่คนพูดจะทำเสียเอง” พิกุลตอกกลับ จ้องดารานิ่ง

ดาราจ้องตอบ แต่กลัวพิกุลแฉเรื่องหมอผีเวกจึงแกล้งหงุดหงิดเดินหนี ทุกคนระอานิสัยของดารามาก

ooooooo

ดาเรศมาที่ห้องอาหาร สวนกับดาราที่กำลังโมโหเพราะถูกพิกุลแกล้ง พี่สาวพาลเดินชนน้องสาว และตวาดว่าดาเรศเป็นต้นเหตุให้พิกุลเข้ามาวุ่นวายในบ้าน พอดาราได้ระบายอารมณ์สาแก่ใจก็กระทืบเท้าปึงปังออกไป

พันประคองดาเรศมานั่งเก้าอี้ในห้องอาหาร ยังสงสัยท่าทีของดารา ดาริกาหันไปพูดกับพ่อว่าคนที่ควรพบแพทย์น่าจะเป็นดารามากกว่า แล้วหันมาตักกับข้าวให้พิกุลเพื่อขอบคุณที่คอยช่วยเหลือ ดาเรศดีใจที่ดาริกาไม่อคติกับพิกุล

ดาเรศมองรอบโต๊ะไม่เห็นดานุจึงถามหา ดาริกาตอบว่าค้างบ้านเพราะพรุ่งนี้ต้องไประยองกับพรรวีแต่เช้า พิกุลได้ยินแล้วโมโห ส่วนคุณดวงถามถึงพรรวีด้วยความห่วงใย ดาริกาตอบตามตรงว่าแฟนดานุเป็นคนน่ารัก ไม่ก้าวร้าว แค่ปรู๊ดปร๊าดแบบนักเรียนนอก ดาเรศแย้งว่าหลานเหมาะกับผู้หญิงอ่อนหวานเหมือนพิกุลมากกว่า

ทุกคนกระอักกระอ่วน แต่พิกุลตอบเรียบๆว่า ตนเป็นคนโบราณเชยๆ อย่าเอาไปเปรียบกับพรรวีเลย ดาริกาสนับสนุนคำตอบของหญิงสาวว่าเติบโตกันมาคนละสังคม จะเปรียบเทียบกันไม่ได้

“ใช่ ต่างคนก็ต่างที่มา เมื่อต้องมาอยู่ด้วยกันก็ล้วนแต่ต้องปรับตัวเข้าหากันทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นเราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร บรรพบุรุษของเราล่องเรือมาจากเมืองจีน อยู่ที่นี่ก็ต้องปรับตัวกับวิถีชีวิตใหม่”

คุณทับอธิบายเพิ่มเติม พิกุลมองเขานิ่ง แต่แววตาเต็มไปด้วยความแค้น

“ใช่ค่ะ แล้วก็ต้องแลกด้วยอะไรอีกหลายๆอย่าง เพื่อให้ชีวิตของตัวเองอยู่รอดปลอดภัย”

คุณทับได้ยินคำพูดของพิกุลก็นิ่งอึ้งไป

คืนนั้นคุณทับฝันประหลาด เพราะยังติดใจคำพูดของพิกุล...เขาฝันเห็นเรือสำเภาลำหนึ่งโคลงเคลงจะล่มด้วยแรงพายุอยู่กลางมหาสมุทร ชายหนุ่มชาวจีนคนหนึ่ง ...เจ้าสัวหอผู้เป็นต้นตระกูลธนารักษ์ราชภักดีเกาะกราบเรือแน่น มองท้องฟ้าก่อนจะพนมมือขอเทพวารีโปรดเมตตา ถ้ารอดชีวิตจะถวายชีวิตผู้อื่นเป็นสิ่งตอบแทน พอสิ้นคำอธิษฐาน ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางทะเลเหมือนรับรู้

ooooooo

ดานุสะดุ้งตื่นเช้าวันต่อมาเพราะเสียงปลุกที่ตั้งไว้ในโทรศัพท์ เขารีบอาบน้ำแต่งตัวลงมาหาอะไรกินในครัว เห็นอนงค์เตรียมของเซ่นจึงแกล้งจับบ่า แม่บ้านตกใจนึกว่าผี เล่าให้เจ้านายหนุ่มฟังว่า ตั้งแต่ดาริกาเซ่นไหว้บูชานางโหงก็เห็นผีอยู่ในบ้าน ดานุกังวลใจแต่เฉไฉไม่ให้อนงค์กลัว

พรรวีโทร.เข้ามา ดานุรับสายบอกจะรีบไปรับ แต่แฟนสาวตอบกลับว่าที่โรงพิมพ์มีปัญหาตู้ไฟระเบิด ไฟรั่ว ทำให้เครื่องพิมพ์หยุดทำงาน เธอต้องดูแลแทนพ่อที่ไปต่างประเทศ ขอตามไประยองทีหลัง ดานุบอกให้ไปกับจิรวัฒน์ เพราะเป็นห่วงไม่อยากให้ขับรถคนเดียว หญิงสาวรับปากและขอวางสาย

เหตุการณ์วุ่นวายที่โรงพิมพ์ของพรรวีเป็นฝีมือป่วนของผีไอ้ทองตามคำสั่งพิกุล มันสิงยามแล้วทุบตู้ควบคุมไฟจนระเบิด ไฟรั่ว เครื่องพิมพ์ต้องหยุดทำงาน

เมื่อผีไอ้ทองทำงานสำเร็จ มันรีบกลับไปรายงานพิกุลที่โรงเก็บเรือบ้านเรือนไทยธนารักษ์ที่ระยองทันที หญิงสาวชมผีบริวารว่าทำดีมาก แต่มันยังอยากรู้ว่า

“เมื่อนังคนนั้นมันมาเกะกะขวางทางแก้แค้นของเรา เหตุใดจึงไม่สังหารเสียให้สิ้นเรื่อง”

“เพราะการจากตายมันไม่ทรมานเท่าการจากเป็นน่ะสิ...ผู้ชายคนนั้นต้องรู้รสชาติของการถูกหักหลัง หลอกลวงและรอคอย” พิกุลตอบเสียงเย็นเยียบ

พอพิกุลได้ยินชื่อพรรวีแฟนสาวของดานุในชาตินี้ หรือพระยาธนารักษ์ราชภักดี สามีสุดรักสุดบูชาของเธอในชาติที่แล้ว ผู้ที่เคยบอกว่ารักเธอมากกว่าใคร แต่สุดท้ายเขากลับทำร้ายเธอเพื่อปกป้องครอบครัว... หญิงสาวคิดแล้วเจ็บแค้นน้ำตาร่วงพรู

ooooooo

ดานุมาถึงสระว่ายน้ำประจำจังหวัดระยองเพื่อดูตัวเพลิน...นักกีฬาว่ายน้ำที่จะติดต่อให้เซ็นสัญญาเข้าสังกัดของจิรวัฒน์เป็นนางแบบโฆษณาชุดกีฬาคู่กับเตชิน

เพลินเป็นนักกีฬาตัวจังหวัดที่เก่ง เอาจริงเอาจังและไม่ยอมใคร เพราะเธอต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวดูแลน้าที่ป่วยออดๆแอดๆ เมื่อโค้ชเป่านกหวีดหมดเวลาซ้อมเธอจึงไม่หยุด รั้นว่ายต่อไปจนเป็นตะคริว ดานุจับตามองอยู่เห็นท่าไม่ดีกระโดดลงไปช่วยได้สำเร็จ

แม้ดานุจะช่วยเพลินขึ้นจากสระและช่วยปฐมพยาบาลจนหายเป็นตะคริว แต่สาวน้อยหัวดื้อก็ไม่ยอมลงให้ง่ายๆ

“หนูบอกโค้ชไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าหนูไม่สน”

“อย่างไรก็ลองฟังข้อเสนอเขาดูก่อน” โค้ชไกล่เกลี่ย

“ไม่ล่ะค่ะ เสียเวลา หนูต้องรีบกลับบ้านไปดูน้า” เพลินหนีเข้าห้องอาบน้ำ

โค้ชอยากให้เพลินได้งานนี้เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลน้า จึงบอกที่อยู่ให้ดานุตามไปเจรจา

ดานุนั่งเรือพายรับจ้างล่องตามแม่น้ำระยองไปบ้านเพลิน ถึงท่าเล็กๆตามคำบอกของโค้ช เขาเดินตามทางจนเจอบ้านไม้เก่าๆ เคาะเรียกแต่ไม่มีเสียงขานรับ พอลองผลักประตูปรากฏว่าไม่ได้ล็อกจึงถือวิสาสะเดินเข้าไป เห็นเตียงตั้งอยู่กลางบ้านมีคนนอนคลุมโปง ดานุก้มดูเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนอนนิ่งหน้าซีดเหมือนตาย

เวลาผ่านไปไม่นาน เพลินถือถุงกับข้าวกลับถึงบ้าน สาวน้อยเห็นรองเท้าดานุถอดอยู่รีบวิ่งเข้าไป ชายหนุ่มป้อนน้ำเจิมน้าสาวของเพลินที่กำลังไอ...ดานุผูกไมตรีเรียบร้อย เพลินแย่งแก้วจากมือเขาแล้วตวาดว่ามาทำไม เจิมบอกหลานเสียงแผ่วไม่ให้เสียมารยาท ชายหนุ่มขอโทษที่เข้ามาโดยไม่รู้ว่าเพลินยังไม่ถึงบ้าน

เพลินยืนกรานปฏิเสธเรื่องเซ็นสัญญา แม้ดานุจะพยายามหว่านล้อม น้าเจิมทนฟังอยู่นาน ท้วงเสียงอ่อน

“น้าจะอยู่อีกนานเท่าไรกัน คนที่ต้องการคนดูแล คือแกต่างหาก”

เพลินฟังแล้วใจเสีย จึงเปลี่ยนเรื่องว่าซื้อกะทิมาจากตลาด จะออกไปเก็บสายบัวทำแกงที่น้าอยากกิน เจิมถือโอกาสบอกหลานสาวให้พายเรือไปส่งดานุ เพลินกระแทกเสียงใส่ชายหนุ่มว่าวุ่นวายจริงๆ แล้วเดินออกจากบ้าน

ดานุพายเรือมากับเพลิน เธออดชมไม่ได้ว่าชายหนุ่มพายเรือเก่ง เขาเล่าว่าบ้านคุณตาอยู่ริมน้ำและบ้านบรรพบุรุษก็อยู่ระยอง เพลินรำคาญเลยเหวี่ยงอีกครั้งจนเขาอดขำความเจ้าอารมณ์ของสาวน้อยไม่ได้ แล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่าจะเก็บสายบัวที่ไหน เขาจะพายเรือพาไป

ดานุพายเรือมาถึงคุ้งน้ำวัดวังลุ่ม เขามองท่าน้ำเก่าๆอย่างคุ้นตาแล้ววกเรือเข้าเทียบ เพลินบอกว่าที่นี่เป็นท่าน้ำเก่าของวัดวังลุ่ม ชาวบ้านไม่ใช้แล้วเพราะเก่ามาก

ดานุเดินตามทางที่คุ้นเคย ต่างกันที่คราวนี้ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน เขาเดินไปถึงลานต้นไม้ใหญ่ที่เคยมีศาลเจ้าแม่วารี แต่ตอนนี้ไม่มี ส่วนต้นไม้ใหญ่มีผ้าสีทั้งขาดและเก่าผูกไว้ ชายหนุ่มงงมาก เพลินวิ่งตามร้องบอกไม่มีเวลาพาเที่ยวเพราะต้องรีบกลับไปดูแลน้า

ดานุสงสัยถามว่าวัดนี้มีสาขาที่กรุงเทพฯไหม เพลินงงปนหงุดหงิด ตอบกลับกวนๆ

“แปลว่าอะไร วัดนะคุณ ไม่ใช่เซเว่น”

“คือผมเคยไปวัดแบบนี้ที่กรุงเทพฯ อยู่แถวบางโพ บ้านคุณตาผม เหมือนกันทุกอย่าง ตั้งแต่ท่าน้ำ ทางเดินเข้ามา แล้วก็ลานตรงนี้ เพียงแต่ไม่มีศาลเจ้าแม่วารีเท่านั้น”

เพลินบอกว่าวิ่งเล่นแถวนี้ตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเห็นศาลที่ว่า ดานุไม่สนใจฟังเพราะเห็นหลังคาโบสถ์จึงรีบไปดู จนไม่ทันสังเกตว่าหลังต้นไม้ใหญ่มีซากศาลเก่ากองอยู่

ดานุมาถึงโบสถ์แล้วชะงัก เพราะเหมือนโบสถ์ที่เคยเห็นในกรุงเทพฯเมื่อหลายวันก่อน

“ผมอยากจะเข้าไปข้างใน อยากจะเห็นพระพุทธรูปว่าจะเป็นองค์เดียวกันหรือเปล่า”

“แต่ฉันอยากกลับบ้าน ถ้าอยากจะเดินเที่ยวก็เชิญเดินไปคนเดียว”

เพลินหงุดหงิดหันหลังกลับ ดานุจำใจกลับด้วย แต่ยังเหลียวไปมองโบสถ์อย่างเสียดาย

ooooooo

ดานุโทร.คุยเรื่องเพลินกับจิรวัฒน์ และส่งคลิปเธอว่ายน้ำไปให้ จิรวัฒน์กับวิทย์ดูแล้วถูกใจมากตกลงให้ทาบทาม

“ทาบแล้ว แต่ท่าจะยาก ท่าทางเป็นเด็กมีปัญหา หัวแข็ง ไม่รับอะไรง่ายๆ”

“แกก็ให้พอลลี่ช่วยพูดสิวะ...หา! พอลลี่ไม่ได้ไปด้วย ทำไม...แล้วแกทำไมไม่บอกแต่แรกวะ”

“แกรับพอลลี่มาด้วยก็แล้วกัน แล้วพรุ่งนี้ฉันจะคุยกับน้าของเพลินอีกที เจอกันเพื่อน”

ดานุกดตัดสายดื้อๆ แล้วรีบเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเข้าโปรแกรมค้นหาข้อมูลและพิมพ์คำว่า...วัดวังลุ่ม

ช่วงเวลาเดียวกันที่บ้านธนารักษ์ พันเดินผ่านหน้าห้องรับรองที่จัดไว้ให้พิกุล ได้ยินเสียงกุกกักข้างในเลยถอยไปดู พิกุลใส่ชุดใหม่สวยเดินออกมาพอดี พันแปลกใจที่หญิงสาวยังไม่กลับ เพราะปกติพิกุลไม่เคยนอนค้าง จะมาหรือไปก็ไม่มีใครรู้เหมือนหายตัวได้ ยิ่งวันนี้ใส่ชุดใหม่ทั้งที่ไม่ได้หิ้วกระเป๋ามายิ่งสงสัย

พัวโพล่งออกมาว่าพิกุลเป็นแม่มด ยงเตือนให้ระวังปาก ยิ่งคนมีคดีติดตัวยิ่งต้องระวัง แล้วเดินออกไป พันกับคำไม่เข้าใจ สงสัยว่าพ่อเป็นอะไร พัวบอกเป็นบ้าที่ไปเข้าข้างคนอื่น ถ้าโดนเสกหนังควายเข้าท้องจะรู้สึก

สมาชิกบ้านธนารักษ์พร้อมหน้าพร้อมตาที่ห้องรับแขก ดาเรศดีใจที่พิกุลยอมค้าง พิกุลบอกบ้านนี้อบอุ่น ใครได้อาศัยก็ไม่อยากไปไหน ดาเรศเอาใจบอกว่าบ้านนี้อบอุ่นตั้งแต่พิกุลเข้ามา

คุณทับถามลูกสาวคนโตว่าวันนี้ไม่ไปทำงานหรือ ดาริกาตอบลูกค้าอยู่เมืองนอก สองสามวันนี้เลยว่าง พิกุลได้ยินวางแผนร้ายทันที

“เราน่าจะเชิญคุณพอลลี่มานะคะ เห็นว่าเธอช่วยฝึกคุณดาเรศจนเดินได้คล่อง อยากจะขอความรู้บ้าง”

ดาเรศได้ยินชื่อพรรวีก็ไม่สบอารมณ์ “ฉันคิดว่าเขาก็คงจะฝึกเพื่อเอาใจนายนุเท่านั้น ตอนนี้คงไปเที่ยวกันสบายใจจนลืมเราแล้ว”

พิกุลหึงจนลืมตัว เผลอพูดออกมาว่าไม่ได้ไปด้วยกันเพราะที่ทำงานของพรรวีเกิดเรื่อง ทุกคนสงสัยว่าพิกุลรู้ได้อย่างไร

เวลานั้นพรรวีทรุดบนโซฟาที่ห้องทำงานในโรงพิมพ์ อย่างหมดแรง บอกพนักงานว่าขอพักสักครู่ก่อนกลับบ้าน ฝ่ายจิรวัฒน์ ทันทีที่วางสายจากดานุ เขาผลุนผลันออกจากบริษัท เมื่อถึงโรงพิมพ์ของพรรวีก็พรวดพราดเข้าไปยิงคำถามเป็นชุดด้วยความห่วงใย

“เป็นอย่างไรบ้าง โดนไฟดูดด้วยหรือเปล่า ทำไม ไม่โทร.หาเรา ไอ้นุก็จริงๆเลย พอลลี่เป็นหนักขนาดนี้ มันยังทำเหมือนไม่มีอะไร”

“เดี๋ยวก่อนๆ เราแค่เหนื่อย เมื่อยแล้วก็ง่วง ไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย”

จิรวัฒน์เก้อกับคำตอบ ทันใดนั้นโทรศัพท์พรรวีดัง ดาริกา โทร.หา พอวางสายหญิงสาวทำหน้ายุ่ง หันมาบอกจิรวัฒน์

“แม่ของนุอยากให้เราไปกินข้าวที่บ้านคุณตา”

“ก็ไอ้นุไม่อยู่นี่”

“เราก็ไม่อยากไปหรอกนะ แต่เราทำผิดไว้สองครั้งสองหนแล้ว ไปหน่อยก็ดี ไหนๆต่อไปก็ต้องเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”

พรรวีอ้อนให้จิรวัฒน์ไปเป็นเพื่อน ชายหนุ่มใจอ่อนตามเคย

ooooooo

เมื่อทั้งคู่มาถึงบ้านธนารักษ์ ดาริกาแนะนำจิรวัฒน์ให้ทุกคนในครอบครัวรู้จักว่าเป็นเพื่อนสนิทของดานุตั้งแต่สมัยเรียน และเป็นเจ้าของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายเสื้อผ้ากีฬา คุณทับชื่นชมที่มีธุรกิจเป็นของตนเองตั้งแต่ยังหนุ่ม จิรวัฒน์น้อมรับอย่างถ่อมตัว

คุณดวงชวนจิรวัฒน์อยู่กินข้าวเย็น ชายหนุ่มจะปฏิเสธแต่ถูกพรรวีหยิกขาจึงจำใจตอบรับ พรรวีถามหา ดาเรศ คุณดวงบอกว่าอยู่ที่ท่าน้ำกับหมอพิกุลที่มารักษาดาเรศ ดาริกาเสริมว่าพิกุลเป็นแขกพิเศษที่อยากให้พรรวีรู้จัก

ดาเรศนั่งแตะมือพิกุลที่ศาลาท่าน้ำ จู่ๆก็ถูกพิกุลฉุดให้ลุกยืน แต่พอลืมตากลับเห็นพรรวียืนยิ้มเหี้ยมอยู่ตรงหน้าแล้วลากเธอไปที่บันไดท่าน้ำ ดาเรศตกใจถามว่าจะทำอะไร พรรวีตอบว่าถ้าไม่มีดาเรศเป็นมารขวางความสุข ดานุจะมีเวลาให้ตนคนเดียว แล้วผลักเธอตกน้ำ

ดาเรศสะดุ้งลุกยืนเห็นพิกุลนั่งที่เดิมเลยฟ้อง “พอลลี่ลากฉันไปริมน้ำแล้วผลักฉันตกลงไป...ธรรมดาเวลาหมอพิกุลรักษาฉัน ฉันจะเห็นแต่แสงสว่างที่ทำให้รู้สึกสงบสบาย แต่ทำไมวันนี้ฉันถึงเห็นภาพแบบนั้น”

พิกุลแสร้งทำสีหน้ากังวล “เมื่อจิตนิ่งสงบและมีพลังมากขึ้น ก็สามารถมองเห็นได้ทั้งอดีตและอนาคต”

ดาเรศสงสัยถามต่อว่าอนาคตหมายความว่าอย่างไร พิกุลทำสีหน้าลำบากใจแต่ไม่ตอบ จู่ๆดาริกาพาพรรวีเดินมายกมือไหว้ ดาเรศรังเกียจถอยหนีจนเกือบล้ม พรรวีเข้าไปช่วยแต่ถูกผลักออก ดาริกาเห็นท่าทีแล้วสงสัยถามน้องสาวว่าเป็นอะไร ดาเรศเฉไฉว่าอยากเดินเอง ขณะที่ดาริกาทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี

“หมอพิกุล นี่อย่างไรคะ พอลลี่แฟนนายนุที่หมอพิกุลอยากเจอ”

“สวัสดีค่ะ คุณพรรวี”

พรรวีตะลึง “สวัสดีค่ะ ไม่นึกเลยว่าหมอพิกุลจะยังสาวแล้วก็สวยขนาดนี้”

พิกุลตอบแฝงความนัย “สำหรับผู้หญิง ความสวย บางทีก็เป็นความโชคร้ายนะคะ”

“ถ้าอย่างนั้นฉันว่าเราสี่คนคงเป็นคนโชคร้ายมากเลยล่ะ” ดาริกาเห็นสถานการณ์อึมครึมจึงพูดขำๆเพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลาย

ถึงเวลาอาหารเย็น ทุกคนมารวมตัวที่โต๊ะอาหาร คุณทับไม่เห็นดาราจึงถามหา พัวตอบทันที

“วันนี้คุณหนูค้างที่บ้านพักครูค่ะ”

คุณดวงอดเป็นห่วงไม่ได้ บ่นว่าเป็นผู้หญิงไปค้างอ้างแรมคนเดียวได้อย่างไร พัวเหล่มองพิกุลก่อนพูดแดกดัน

“คุณหนูบอกว่าที่นั่นปลอดภัยกว่าที่นี่ค่ะ”

คุณทับเห็นท่าไม่ดี ชิงตัดบท “เอาเถอะ อยู่ในโรงเรียนคงไม่เป็นไร...เอาเลย หนูพิกุล พอลลี่ลงมือเลย”

บนโต๊ะอาหารมื้อนั้นเกิดความวุ่นวายขึ้นหลายประการ เพราะพิกุลอยากให้ดาเรศกับพรรวีผิดใจกัน จึงใช้มนตร์ให้หญิงสาวขี้โรคเห็นกุ้งที่แฟนหลานชายตักให้กลายเป็นหนอน ดาเรศตกใจโยนช้อนจนกุ้งกระเด็นไปเลอะพรรวี และเสกให้น้ำเย็นในแก้วของดาเรศกลายเป็นน้ำร้อนจนถือไม่ได้ ต้องปล่อยมือน้ำหกเลอะพรรวีซ้ำอีก

พรรวีพยายามระงับอารมณ์แม้จะเลอะทั้งตัว เธอขอตัวไปห้องน้ำ จิรวัฒน์มองตามเป็นห่วง ส่วนพัวคอยสังเกตเก็บไปรายงานดารา โดยมีสายตาพิกุลลอบมองแอบยิ้มสะใจ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement