วังนางโหง ตอนที่ 4 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

วังนางโหง ตอนที่ 4


17 ธ.ค. 2560 08:21
137,658 ครั้ง

ละคร นิยาย วังนางโหง

วังนางโหง ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

วังนางโหง

แนว:

พีเรียด-ดราม่า-สยองขวัญ

บทประพันธ์โดย:

เตมัน

บทโทรทัศน์โดย:

ฤกษ์ราตรี

กำกับการแสดงโดย:

เอกภพ ตันหยงมาศกุล

ผลิตโดย:

บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์,ทัศนียา การสมนุช

ใน​ห้อง​รับแขก​บ้าน​ธนารักษ์ คุณ​ทับ​อธิบายว่า​นาง​โหง​คือ​วิญญาณ​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​เคย​ล่วงเกินไว้ ดา​นุ​ถาม​อย่าง​ตกใจ​ว่า​นาง​โหง​เป็นใคร แล้ว​ตระกูล​เรา​ไป​ล่วงเกิน​อะไร​ไว้

คุณ​ทับ​หัน​มอง​ดา​นุ แล้ว​จ้อง​หน้า​สมาชิก​ใน​ครอบครัว​ที​ละ​คน พูด​จริงจัง “หาก​คิด​ว่า​เป็น​คน​ของ​ใน​ตระกูล​นี้ ก็​ขอ​ให้​ทุก​คน​อยู่​ใน​พิธี​คืน​นี้​ด้วย ฉัน​ขอ​เพียง​เท่า​นี้​แหละ”

พอ​คุณ​ทับ​พูด​จบ​ก็​หัน​หลัง​เดิน​ออก​ไป​ทันที​โดย​ไม่​ใส่ใจ​ว่า​ใคร​จะ​ไม่​เห็น​ด้วย ดารา​โมโห คิด​ว่า​พ่อ​คงโดน​สะกด​จิต​ให้​ทำ​แบบ​นี้ และ​เธอ​จะ​ไม่​ยอม​ให้​พิกุล​เข้า​มา​ทำ​พิธี​บูชา​นาง​โหง​ใน​บ้าน​นี้​เด็ดขาด

ดารา​จะ​ตาม​ไป​คุย​กับ​พ่อ​แต่​ดา​ริ​กา​ดึง​มือ​ไว้ บอก​ให้​ปล่อย​พ่อ​ทำ​ตามใจ สอง​พี่น้อง​พูด​เสียดสี​จน​ทะเลาะกัน ดา​นุ​ต้อง​ห้ามทัพ​ว่า​ใน​เมื่อ​คุณ​ตา​คิด​ดีแล้ว​ก็​ให้​ลอง​ดู เพราะ​ถ้า​ห้าม​อาจ​กลาย​เป็น​เรื่อง​ใหญ่ เลย​ถูก​ดารา​เหวี่ยง​ใส่​ว่า​เป็น​หลาน​ชาย​คน​โปรด ไม่​ต้อง​ทำ​อะไร​ก็​เป็น​ที่รัก

ดารา​เดิน​ตึงตัง​กลับ​ห้อง​โดย​มี​พัว​ก้าว​ตาม ดาริกา​ส่าย​หน้า​เอือมระอา เมื่อ​ถึง​ห้อง​นอน​ดารา​ทิ้ง​ตัว​นั่งลงบนเตียง​ด้วย​ความ​โมโห บอก​พัว​ว่า​หัวเด็ดตีนขาด​อย่างไรก็ไม่เข้า​ร่วม​พิธี คน​สนิท​หวั่น​ใจ​กลัว​เจ้านาย​จะ​โดน​ผี​เล่น​งาน​อีก แต่​ดารา​ไม่​สนใจ

ทาง​ห้อง​รับแขก ดา​ริ​กา​หัวเสีย​มาก​กับ​คำ​พูด​ของ​ดารา แต่​ดา​นุ​บอก​ว่า​น้า​พูด​ถูก​เพราะ​เขา​ไม่​เคย​มา​ดูแลคุณ​ตา​คุณ​ยาย​จริงๆ

“ไม่​ใช่​ความ​ผิด​ของ​ลูก​เลย ที่​แม่​ไม่​อยาก​อยู่​ที่​นี่​ก็​เพราะ​ไม่​อยาก​มี​เรื่อง ลูก​ก็​เห็นๆอยู่​ว่า​คน​ที่​บ้าน​นี้​เป็น​อย่างไร โดยเฉพาะ​น้า​ดารา​ของ​แก​น่ะ นี่​ถ้า​ไม่​มี​ธุระสำคัญ​หรือ​จำเป็น​อะไร แม่​ก็​ไม่​อยาก​มา​ที่​นี่​นัก​หรอก​นะ”

“แม่​พูด​เหมือน​มี​ธุระ​อะไร​สำคัญ​มาก​กว่า​การป่วย​ของ​น้า​ดา​เรศ”

ดา​ริ​กา​มอง​หน้า​ลูก​ชาย ตัดสินใจ​ยัง​ไม่​เล่า “ใช่สำคัญมาก ดีแล้ว​ล่ะ​ที่​วัน​นี้​นุ​ไม่​ขัดคอ​คุณ​ตา​จะ​ได้​ช่วย​แม่​พูด​อีก​แรง แต่​ตอน​นี้​ขอ​ไป​อาบ​น้ำ​ก่อน เสร็จ​พิธี​คืนนี้​แม่​จะ​เล่า​ให้ฟัง”

ใน​ห้อง​นอน​ดา​เรศ หญิง​สาว​อารมณ์​ดี​แย่งคนรับใช้​ร้อย​มาลัย พัน​ห้าม​เพราะ​กลัว​คุณ​ดวง​มา​เห็นแล้วจะ โดนดุ เสียง​เคาะ​ประตู​ดัง ดา​นุ​เปิด​เข้า​มา พยายามง้อ​น้า​สาว​โดย​ชม​ฝีมือ​ร้อย​มาลัย พัน​ฝาก​เขา​ดูแล​ดา​เรศ ตน​จะ​ได้​ไป​ช่วย​พัว​เตรียม​ของ​ทำ​พิธี

ดา​นุ​ลง​นั่ง​ข้างๆชวน​คุย​เรื่อง​ร้อย​มาลัย ดา​เรศ​เริ่ม​พอใจ บอก​ว่า​อยาก​ทำ​เพื่อ​บูชา​นาง​โหง เขา​ได้​โอกาสถามต่อ

“น้า​ดา​เรศ​รู้จัก​นาง​โหง​ด้วย​เหรอ​ครับ”

“หมอ​พิกุล​บอก​ว่า นาง​โหง​ก็​คือ​วิญญาณ​ที่​โกรธแค้น​พวก​เรา”

“มัน​น่า​จะ​มี​คำ​อธิบาย​มาก​กว่า​นี้ ไม่​อย่าง​นั้น​ใครๆก็​พูด​ได้”

ดา​เรศ​ไม่​พอใจ​เอ็ด​ดา​นุ​ว่า​ถ้า​ไม่​เชื่อ​ก็​ไม่​ต้อง​มา​พูด​กัน จาก​นั้น​เธอ​ก้มหน้า​ร้อย​มาลัย​ต่อ​แต่​โดน​เข็ม​ตำนิ้ว​จน​เลือด​ออก ดา​นุ​รีบ​ดึง​นิ้ว​มา​บีบ​เลือด​แล้ว​ใช้​ผ้าเช็ดหน้า​กด​ซับ ดา​เร​ศก​ลัว​คุณ​ดวง​ดุ​จึง​ขอร้อง​หลาน​ชาย​ไม่​ให้ฟ้อง ดา​นุ​นึกถึง​คำ​พูด​ของ​จิตแพทย์​ที่​บอก​ว่า​ต้อง​ทำให้​คนป่วย​ไว้ใจ จึง​ยอม​รับปาก​แต่​ดา​เรศ​ต้อง​ล้าง​แผล​ก่อน เธอยอมโดยดี

ooooooo

ใน​ห้อง​พระ​ที่​บ้าน​ธนารักษ์ คุณ​ดวง​ชวน​คุณทับ​คุย​เรื่อง​บูชา​นาง​โหง​ว่า​ต่อ​ไป​ครอบครัว​คง​ไม่​เจอ​เรื่อง​ร้าย คุณ​ทับ​ไม่ค่อย​เชื่อ​จึง​เท้า​ความ​เรื่อง​ที่​พ่อ​ของ​เขา​ตาย​บน​เรือ ส่วน​น้อง​ชาย​ทั้ง​สอง​จม​น้ำ​ตาย คุณ​ดวง​จำ​ได้​แค่​บ้าน​ที่​ระยอง​มี​วิญญาณ​ร้าย​จน​ต้อง​นิมนต์​พระ​ยันต์​ไป​ทำ​พิธี

คุณ​ทับ​เฉลย​ว่าที่​เป็น​แบบ​นี้​เพราะ​ครอบครัวธนารักษ์​ไม่​ยอม​ทำ​ตาม​คำ​บนบาน​ของ​บรรพบุรุษ​ว่า​จะ​เอาชีวิตคน​เป็น​เครื่อง​บูชายัญ คุณ​ดวง​ไม่​เชื่อ

“แต่​มัน​อาจจะ​ไม่​ใช่​เรื่อง​จริง​ก็ได้​นะ​คะ ตอน​นั้น​คุณ​พ่อ​อาจจะ​เพ้อ​เพราะ​ป่วย​หนัก”

“ผม​ก็​คิด​แบบ​นั้น ถึง​ไม่​ยอม​บอก​ใคร จน​ทุก​อย่าง​เลว​ร้าย​แบบ​นี้ ถ้า​นาง​โหง​ไม่​ให้อภัย ผม​คง​ต้อง​ยอม​แลก​ด้วย​ชีวิต​ของ​ตัว​เอง แต่​ผม​จะ​ไม่​ยอม​ให้​คนใน​ครอบครัว​เป็น​อะไร​ไป​เด็ดขาด”

คุณ​ดวง​เดิน​เครียด​ออก​จาก​ห้อง​พระ​มา​ถึง​หน้าห้องนอน​ดา​เรศ ได้ยิน​เสียง​หัวเราะ​เลย​เปิด​ประตู​เข้าไป เห็น​ดานุ​กับ​ดา​เรศ​หยอก​ล้อ​กัน​น่า​รัก คุณ​ดวง​ยิ้ม​ดีใจ​เดิน​เข้าไปหา

“แม่​ดีใจ​ที่​เห็น​ลูก​หัวเราะ​ได้ ขอบใจ​นะ​นุ​ที่มา​คุย​เป็น​เพื่อน​น้า”

“น้า​ดา​เรศ​คุย​สนุก​น่ะ​ครับ...อย่า​ลืม​ที่​สัญญา​นะครับ น้า​ดา​เรศ”

สอง​น้า​หลาน​มี​ลับลมคมใน​กัน​จน​คุณ​ดวง​สงสัย ดา​เรศ​เฉไฉ​ไล่​ดา​นุ​ออก​ไป บอก​ว่า​จะ​รีบ​ร้อย​มาลัย​ให้เสร็จ​เดี๋ยว​ไม่ทัน​พิกุล ดา​นุ​อยาก​รู้​ว่า​พิกุล​จะ​มา​ถึง​เมื่อ​ไร

ช่วง​เวลา​เดียวกัน​ใน​โรง​เก็บ​เรือ​ที่​บ้านเรือน​ไทย​ตระกูล​ธนารักษ์ เรือ​มาด​ลำ​หนึ่ง​จอด​อยู่​บน​คาน พิกุลเดินช้าๆก้าว​ขึ้น​ไป​นั่ง​บน​เรือ ผี​ไอ้​ทอง​กับ​ผี​อี​แก้ว​ยืน​ขนาบ​อยู่สองข้าง ทันใดนั้น​ประตู​โรง​เก็บ​เรือ​ก็​เปิด​ออก

ที่​บ้าน​พร​รวี เพียง​ฟ้า​กับ​จอมขวัญ​นั่ง​จิบ​ชา​กินขนม ขณะ​ที่​เจ้าของ​บ้าน​เดิน​กด​โทรศัพท์​ไป​มา​อย่าง​หงุดหงิด เมื่อ​โทร.​ไม่​ติด​จึง​มา​นั่ง​รวม​กลุ่ม​กับ​เพื่อนๆบ่น​เรื่อง​ดานุ​ไม่​สนใจ​เพราะ​มัว​แต่​ห่วง​ที่​บ้าน สอง​สาว​เพื่อน​สนิท​ยุส่ง ให้​พร​รวี​ตาม​ไป​ดู​ถึง​บ้าน​คุณ​ตา​ดา​นุ​ว่า​เขา​พูด​จริง​หรือไม่ พร​รวี​เริ่ม​สนใจ จอมขวัญ​ลอง​ค้นหา​บ้าน​ธนารักษ์​ราชภักดี​จาก​กู​เกิล...​แล้ว​ก็​เจอ​จริงๆ

ooooooo

กลุ่มเมฆลอยมาบังดวงจันทร์จนมิด คืนนี้จึงมืดสนิท...หลังจากคุณทับกราบพระเสร็จก็เดินออกมาคล้องกุญแจห้องพระ ปิดประตูตาย

เมื่อสมาชิกในครอบครัวธนารักษ์มารวมตัวกันที่ศาลาท่าน้ำ ดาริกาเดินตรวจของเซ่นไหว้ คุณดวงมองอย่างแหยงๆถามว่าทำไมมีแต่ของดิบ ดาริกาหลุดปากว่าเพราะเป็นการไหว้ผี คุณทับได้ยินเลยมองปราม ดาเรศแย้งว่านางโหงเป็นบริวารเจ้าแม่วารี ไม่ใช่ผี

ระหว่างที่ทุกคนสงสัย ดาเรศเห็นพิกุลพายเรือใกล้เข้ามา ดานุกำลังถ่ายรูปเครื่องเซ่นด้วยโทรศัพท์กลับไม่เห็นพิกุลผ่านหน้าจอ แต่เมื่อลดโทรศัพท์ลงมองด้วยตาเปล่าจึงเห็นเธอพายเรือมาจอดเทียบท่าน้ำแล้ว

ยงเข้าไปช่วยผูกเรือให้พิกุล ดานุยื่นมือให้เธอเกาะ แต่ต้องตะลึงเพราะความงาม พิกุลเกาะแขนดานุขึ้นมายกมือไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม บรรดาคนรับใช้ไหว้พิกุล ยกเว้นพัวที่ไหว้แบบเสียไม่ได้

คุณทับเข้ามาบอกพิกุลว่าเตรียมของเซ่นตามคำบอก ให้ช่วยตรวจว่าถูกต้องครบถ้วนไหม เธอเดินดูสักพักก็ตอบว่าทุกอย่างครบถ้วน ยกเว้นคน...ดารานั่นเอง

คุณทับโกรธให้พัวไปตาม พัวบอกว่าดาราปวดหัว นอนพักอยู่ พิกุลบอกไม่เป็นไร อยากอยู่ในห้องคนเดียวก็ให้อยู่จนพอใจ

เวลานั้นดาราล็อกประตูห้องนอน พอถอยออกมาหน้าต่างทุกบานปิดเองพร้อมกัน เธอรวบรวมความกล้าเดินไปเปิด แต่แล้วมันกลับเปิดปิดเองสลับไปมาอยู่อย่างนี้ และปิดพร้อมกันหมดในที่สุด ดาราใจคอไม่ดีรีบเปิดประตู แต่เห็นผีผู้ชายที่เคยเจอในโรงเรียนยืนขวางอยู่ เธอตกใจจะกรีดร้อง แต่โดนผีผู้หญิงเข้ามาปิดปากไว้ ดาราหวาดกลัวจนตัวสั่น

ส่วนที่ท่าน้ำบ้านธนารักษ์ ทุกคนยืนอยู่หน้าโต๊ะบวงสรวง ดาเรศขอให้พิกุลเริ่มทำพิธี หญิงสาวร้องขอให้ดาริกาเป็นผู้ช่วย แต่ปฏิเสธดานุที่อาสา ดาริกากลัวเพราะไม่เคย พิกุลจึงให้ความมั่นใจ ขอแค่ตั้งจิตเป็นสมาธินึกถึงผู้ที่เราจะขอขมา ทุกอย่างจะราบรื่น

ดาริกาสูดลมหายใจตั้งสมาธิมองไปที่โต๊ะบวงสรวงที่ปูผ้าขาว พลันโต๊ะกลายเป็นแท่นเตี้ยๆ มีเครื่องบวงสรวงตั้งอยู่ ภาชนะกลายเป็นจานชามโบราณและกระทงใบตอง บรรยากาศรอบๆกลายเป็นวัดวังลุ่มริมน้ำระยอง

ดาริกาหยิบผ้าขาวมาปูบนพานเปล่าด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ แต่แล้วเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เธอหยิบขนมต่างๆมาวางอย่างคล่องแคล่วจนครบเหมือนเคยทำ

แล้วถือพานออกไปกลางแจ้ง ยกขึ้นเหนือหัว จากนั้นเดินกลับมาบอกทุกคนเสียงเข้มให้จุดธูปคนละดอก

ปักเครื่องเซ่น ยงวิ่งไปช่วยจุดธูปแจกทุกคน

พิกุลยิ้มให้ดาริกาอย่างพอใจ ดานุกระซิบชมแม่ที่รู้ขั้นตอนพร้อมจับแขน ดาริกาสะดุ้งตอบลูกชายว่า

ตนงงเหมือนกันที่ทำได้เหมือนเคยทำมาก่อนจริงๆ

จากนั้นพิกุลสั่งให้ทุกคนพนมมือ จู่ๆดาริการ้องเพลงขึ้นมา ทุกคนมองแปลกใจ โดยเฉพาะดานุเพราะคุ้นกลอนบทนี้มาก พิกุลยิ้มแล้วร่ายรำตามเพลง ลมพัดแรงจนทุกคนหวั่นใจ

ดานุตะลึงจ้องพิกุลไม่วางตา พลันเห็นภาพซ้อน หญิงสาวผู้หนึ่งร่ายรำอยู่บนเรือแต่ไม่เห็นหน้าเพราะผมยาวลุ่ยลงมาปิด เขาก้าวไปใกล้เพื่อมองให้ชัด หญิงสาวหยุดรำแล้วดึงปิ่นออกจากมวยผมยาวหลุดกระจาย จากนั้นจ้วงปิ่นแทงคอตัวเองและทิ้งร่างลงน้ำ

ดานุเข้าไปกระชากพิกุลบอกให้หยุด คุณทับตกใจร้องถาม เขาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ อึ้งที่เห็นพิกุลอยู่ในอ้อมแขน ทุกคนจ้องดานุ หญิงสาวแก้ตัวแทนว่าเขาเห็นเธอจะล้มเลยวิ่งมาประคอง แล้วตัดบทขอบคุณทุกคน ตอนนี้พิธีเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ooooooo

สมาชิกครอบครัวธนารักษ์เดินกลับเข้ามาในห้องรับแขก ดาเรศถามพิกุลว่านางโหงให้อภัยพวกตนแล้วใช่ไหม พิกุลไม่รับปาก บอกได้เพียงช่วงนี้จะไม่มีวิญญาณมารบกวนสมาชิกในบ้านได้อีก

ดาราวิ่งเข้ามาในสภาพกระเซอะกระเซิง ร้องลั่นว่าพิกุลเป็นคนส่งผีมาทำร้ายเธอ คุณทับเบื่อหน่ายดาราที่ชอบหาเรื่อง แต่เธอยังฟ้องพ่อ

“เมื่อสักครู่มันเพิ่งส่งผีไปแกล้งหนู ขังหนูไว้ในห้องไม่ให้ออกมา”

“แต่คุณไม่ต้องการมาร่วมพิธีเองไม่ใช่เหรอคะ”

ดาราทนไม่ไหวกับถ้อยคำยอกย้อนของพิกุล

เงื้อมือวิ่งไปหมายตบตี แต่ดาเรศลุกจากรถเข็นเข้าขวางเลยถูกตบกระเด็น ดานุเข้าประคองน้า พิกุลมองตาวาว ไม่พอใจ

ดาราตกใจยืนอึ้ง แต่พอสบตาพิกุลที่จ้องกลับก็ต้องชะงัก จู่ๆเธอก็ยกแขนขึ้นบีบคอพิกุล คุณทับและพัวร้องห้ามเสียงหลง ดานุเข้าไปช่วยแกะมือ ส่วนคนอื่นๆเข้าไปดึงดารา แต่ดึงอย่างไรก็ไม่ออก พิกุลยิ้มเยาะดาราก่อนแสร้งหลับตาลงอีกครั้ง

ทันใดนั้นดาราก็ปล่อยมือ พิกุลล้มลงในอ้อมแขนดานุ คุณทับกับพัวกระชากดาราออกพอดี คุณทับบอกให้ดาราหยุด แต่เธอไม่หยุดแถมยังโต้เถียง ทำให้ผู้เป็นพ่อโมโหถึงกับตบหน้าลูกสาว

ทุกคนอึ้งอย่างคาดไม่ถึง ดาราร้องกรี๊ดว่าพ่อต้องเสียใจที่พาพิกุลเข้าบ้าน แล้วร้องไห้วิ่งออกไป พัวตามประกบนายของตนด้วยความเป็นห่วง ส่วนดานุประคองพิกุลไปห้องรับรองตามคำสั่งดาริกา

ดานุวางพิกุลลงบนเตียงนอน คุณทับเดินมายืนข้างเตียงถามอย่างเป็นห่วง คุณดวงเข็นรถพาดาเรศเข้ามาติดๆ คุณดวงขอโทษแทนดารา ส่วนดาเรศบอกว่าพี่สาวคงไม่อยากให้ตนหายดีเลยทำแบบนี้

พิกุลบอกว่าที่ดาราเป็นแบบนี้เพราะถูกคุณไสย ไม่เข้าร่วมพิธีบูชานางโหง จึงไม่มีใครคุ้มครอง ถูกผีซ้ำ ด้ำพลอย คุณดวงถามถึงวิธีแก้ คุณทับตัดบทให้พิกุลพักผ่อน ดาเรศขออยู่เป็นเพื่อน พิกุลปฏิเสธ แต่ขอให้ดาริกาอยู่เป็นเพื่อนแทน

ooooooo

ดานุไปส่งดาเรศแล้วกลับเข้าห้องนอนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กพิมพ์ค้นหาคำว่าการสะกดจิตหมู่

ส่วนที่ห้องรับรอง ดาริกาบอกพิกุลว่าตนดูแลผู้ป่วยไม่ค่อยเป็น อยากให้ช่วยอะไรก็บอก แต่พิกุลกลับย้อนถามเธอว่ามีอะไรอยากให้ตนช่วยหรือเปล่า

“ฉันเหรอ...ไม่มีนี่ ฉันไม่ชอบดูดวงดูหมออะไรทั้งนั้นล่ะ”

“เรื่องราวในอนาคตไม่จำเป็นสำหรับคุณหรอกค่ะ เรื่องราวในอดีตต่างหากที่สำคัญ”

ดาริกานึกสนุกขอให้พิกุลดูเรื่องราวในอดีต ถ้าแม่นจะฝากตัวเป็นลูกศิษย์ พิกุลขอแตะมือเธอและบอกให้หลับตา ครู่เดียวดาริกาก็เห็นเรื่องราวในอดีตที่กำลังขับรถวนหาที่ดินตามคำบอกของศิตา พลันสายตาเหลือบเห็นป้ายบอกทางเข้าหมู่บ้านวังลุ่มที่เป็นบ้านเก่าของคุณปู่ บอกเลขาฯที่อยู่ในสายโทรศัพท์ว่าจะเข้าไปแล้วกดวาง ขับรถไปตามทางทันที เมฆฝนมืดครึ้มก่อตัวอยู่ข้างหน้า

ดาริกาขับรถเข้าไปตามถนนเล็กๆที่มีต้นไม้ร่มครึ้มทั้งสองข้าง ถนนแคบลงเรื่อยๆ ขับไปจนถึงหน้าซุ้มประตูไม้ขนาดใหญ่ที่มีไม้เลื้อยคลุมรก เธอจอดรถลงไปผลักประตู แต่เปิดไม่ได้เพราะมีโซ่คล้องไว้ จึงเดินเลาะรั้วแหวกหาช่องโหว่แล้วมุดเข้าไปเจอต้นพิกุลใหญ่

เธอหยิบดอกพิกุลที่ลมพัดร่วงมาดมแล้วแหงนมองเรือนไทยที่ตระหง่านอยู่ตรงหน้า คว้าโทรศัพท์มาถ่ายรูป พลันได้ยินเสียงกิ่งไม้หัก เธอหันมองอย่างหวาดๆ คว้าท่อนไม้แถวนั้นมาถือแล้วเดินเข้าไปดู เห็นเป็นแมวก็โล่งใจ จู่ๆลมพัดจนหมวกปลิว เธอตกใจรีบเดินตาม

หมวกปลิวไปตกหน้าโรงเก็บเรือ ดาริกาก้มเก็บและเห็นว่าตนอยู่หน้าโรงเก็บเรือก็รู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์ พอได้สติจึงหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูป จู่ๆประตูก็สั่นเหมือนถูกเขย่าแล้วนิ่งเงียบ เธอตกใจเดินไปดูใกล้ๆ เห็นผ้ายันต์เก่าๆแปะอยู่ ทันทีที่แกะออกมาดู ฟ้าผ่าเปรี้ยงและฝนโปรย

ดาริกาตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปหลบด้านใน เห็นเรือมาดลำหนึ่งมีผ้าสามสีผูกหัวเรือ สายสิญจน์ผูกรอบเรือและโยงเข้ากับกำแพง เธอเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เดินเข้าไปหาเรือเก่าแก่ที่มีอักขระเขียนด้วยดินสอพองเต็มไปหมด และเผลอเอามือลูบจนตัวอักษรเหล่านั้นเลือนหาย

จู่ๆดาริกาน้ำตาไหล ศิตาโทร.เข้ามา เธอตอบว่ามาดูเรือนไทยริมน้ำของคุณทวด แล้วสัญญาณโทรศัพท์ก็หายไป ดาริกาเซลฟี่ให้แม่น้ำเป็นฉากหลัง แต่เห็นชายสองคนกำลังแบกชายอีกคนที่ถูกมัดมือมัดเท้าและยังมีโซ่ล่ามอยู่ลงจากท่าน้ำไปบนเรือมาด เธอตกใจหันไปดู กลับไม่เจออะไร

ในโรงเก็บเรือมีเรื่องราวแปลกๆเกิดขึ้นมากมาย ทั้งประตูเปิดปิดเอง และเห็นว่ามีคนเดิน แต่พอหันไปดูกลับไม่เห็นใคร เธอจึงตัดสินใจวิ่งออกมาหน้าบ้าน แต่หันไปถ่ายรูปโรงเก็บเรืออีกครั้ง ฟ้าแลบลงมาเห็นพิกุล ผีไอ้ทอง และผีอีแก้วยืนอยู่หน้าโรงเก็บเรือ

ดาริกาที่นั่งแตะมือพิกุลอยู่สะดุ้งเหมือนถูกไฟช็อตลุกพรวดพราด พิกุลถามว่า นึกออกแล้วหรือยังว่าจะให้ตนช่วยอะไร ดาริกามองพิกุลอย่างทึ่งปนสับสน

ทางฝ่ายดานุยังคงจ้องหน้าจอโน้ตบุ๊กก่อนจะบันทึกสิ่งที่ค้นหา แล้วเดินออกจากห้องสวนกับดาริกาที่เดินหน้าเครียดกำของบางอย่างไว้ในมือเข้ามาอีกทางหนึ่ง

ooooooo

พิกุลลุกจากเตียงไปที่หน้าต่าง เธอมองผีไอ้ทองกับผีอีแก้วกำลังมูมมามกินของเซ่นสดๆ ผีทั้งสองรู้ว่าถูกจ้องก็หยุดกินและแหงนมองพิกุล สักพักได้ยินเสียงฝีเท้ามุ่งมาทางท่าน้ำจึงหันไป โกรธจัดที่ถูกขัดจังหวะ

“ข้าบอกให้ไปซะ เดี๋ยวนี้” พิกุลสั่งด้วยจิต

ผีไอ้ทองกับผีอีแก้วค่อยๆเลือนหาย พอดานุเดินไปถึงแล้วส่องไฟฉายไปที่ศาลาท่าน้ำ เครื่องเซ่นที่กระจัด กระจายเมื่อครู่กลับตั้งสวยงามเหมือนเดิม

ดานุนึกถึงสิ่งที่จิตแพทย์บอก คือต้องรวบรวมสภาพแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยกับคนที่มีอิทธิพลต่อผู้ป่วย โดยเฉพาะคนที่เขาคิดว่าเป็นหมอผีมาหลอกน้ากับญาติผู้ใหญ่ ต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ให้ได้

ดานุง่วนหาหลักฐานที่อยู่บนโต๊ะเซ่นไหว้ เขาใช้มีดเล็กๆกรีดท้องเป็ดไก่สดเพื่อดูว่ามียายัดอยู่ไหม ทันใดนั้นเสียงพิกุลดังขึ้นขัดจังหวะ เธอเย้าอย่างจี้ใจดำว่าเขามาหายากล่อมประสาท ทั้งคู่ต่อปากต่อคำกันไม่ลดละ

“ล้มเลิกความพยายามของคุณเถอะค่ะคุณดานุ อย่างไรคุณก็ไม่มีวันเอาชนะฉันได้”

ดานุตัดบทเพราะต้องการสืบเรื่องต่อ “โอเค คุณชนะ ตอนนี้ทุกคนในบ้านเชื่อฟังคุณหมดแล้ว”

พิกุลถึงกับคิ้วขมวดไม่เชื่อหู “ทำไมอยู่ดีๆถึงได้ยอมแพ้ง่ายๆล่ะคะ”

“เพื่อความสงบสุขของครอบครัว ผมยอมแพ้เองก็ได้”

เมื่อได้ยินคำว่าครอบครัว แววตาพิกุลแสดงความเกรี้ยวกราดออกมาวูบหนึ่ง

“เพื่อครอบครัวอย่างนั้นเหรอ ใช่สิ เพื่อความสุขของครอบครัว คุณทำได้ทุกอย่าง”

พิกุลเดินไปที่ท่าน้ำ พยายามปิดหน้าไม่ให้ดานุเห็นความเกรี้ยวกราดในแววตา เมื่อเขาถามถึงครอบครัวของเธอ พิกุลยอมรับว่าเคยมี แต่นานมากแล้วจนไม่มีใครจำเธอได้ เขาเห็นแววตาเศร้า ทำให้รู้สึกผิดจนต้องขอโทษและอาสาไปส่ง พิกุลตอบรับกึ่งประชดว่า ถ้าไม่กลัวโดนล่อลวงก็ตามใจ

ดานุพายเรือโดยมีพิกุลนั่งอยู่ตรงข้าม ทั้งสองไม่พูดจา ได้แต่ลอบมองกันเงียบๆ ดานุแทบจะละสายตาจากผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ เขาเริ่มเขิน ยังไม่ทันพูดอะไรก็มีหิ่งห้อยบินมาเกาะมือพิกุล สายตาของทั้งคู่จ้องไปที่จุดเดียวกัน

ดานุตื่นเต้นเพราะไม่ได้เห็นหิ่งห้อยนานแล้ว พิกุลยกมือขึ้น หิ่งห้อยตัวนั้นบินไปเกาะกิ่งไม้ที่มีหิ่งห้อยนับร้อยตัวเกาะอยู่ ดานุตะลึง วางพายแล้วจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ แต่พิกุลท้วงว่า

“ภาพที่อยู่ในความทรงจำ มันชัดเจนกว่าภาพถ่ายมากมายนัก”

พอพูดจบพิกุลน้ำตาคลอ ดานุเห็นแล้วอึ้ง ทันใดนั้นหิ่งห้อยนับร้อยก็บินมารุมล้อมพวกเขา ตัวหนึ่งบินมาเกาะที่ผมของหญิงสาว ดานุเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเธอก่อนจะจับหิ่งห้อยมากำไว้

“ถ้าเก็บเอาไว้ได้ก็คงดี เสียดายที่อายุมันสั้น”

“เหมือนคำสัญญาของคนบางคน ดูสวยงามแต่ไม่นานก็ลืม”

ดานุถามพิกุลว่าหมายถึงใคร แต่หญิงสาวไม่ตอบ กลับบอกว่าถึงบ้านแล้ว

“ถึงแล้วเหรอ ทำไมเร็วจัง”

พิกุลตอบเสียงเรียบว่า “นั่นไงคะ...เวลาของแต่ละคนไม่เท่ากัน สำหรับคนที่ไม่มีความทุกข์ เวลาจะผ่านไปรวดเร็วเสมอ แต่สำหรับคนที่อยู่ในความเจ็บปวดทรมาน วันหนึ่งก็เหมือนยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์”

ดานุผูกเรือและขึ้นไปบนท่าน้ำรอรับพิกุล พูดอย่างจำได้ว่า “นี่มันท่าเดียวกับที่ผมเจอคุณที่วัด แสดงว่าบ้านคุณต้องอยู่ใกล้ๆวัด”

เมื่อเธอตอบรับ เขาอยากรู้ต่อไปว่าวัดนั้นคือวัดอะไร คราวนี้พิกุลตอบไม่ตรงคำถามนัก

“ขอบคุณนะคะคุณดานุ ฉันรู้ว่าคุณอยากไปเห็นบ้านฉัน คุณได้ไปแน่ค่ะ แต่ไม่ใช่วันนี้”

“ไม่ว่าจะใช้เวลาแค่ไหน ผมก็จะต้องรู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณให้ได้”

ดานุส่งตะเกียงให้พิกุลแล้ววกเรือกลับ หญิงสาวยืนมองด้วยแววตาอาลัย เธอสั่งผีไอ้ทองให้ตามไปส่งเขาถึงบ้านอย่างปลอดภัย สักพักมันหายไปปรากฏอยู่ด้านหลังดานุโดยที่เขาไม่รู้ตัว

ผีอีแก้วปรากฏกายขึ้นด้านหลังพิกุลที่ยืนนิ่งด้วยความไม่พอใจ

“ทำไมถึงไม่ฆ่ามันเจ้าคะ”

“ห้ามทำอะไรดานุเด็ดขาด จนกว่าข้าจะสั่ง”

“แต่เราปล่อยให้พวกมันเสวยสุขกันมานานเกินไปแล้วนะเจ้าคะ”

พิกุลรู้ว่าผีอีแก้วแข็งข้อจึงหันไปจ้องด้วยแววตาแดงก่ำน่ากลัว จนผีอีแก้วต้องหมอบลงกับพื้น

“เวลาที่เอ็งรอคอย เทียบกับข้ายังน้อยนิดนัก เอ็งไม่ต้องกลัวหรอก ความสุขของคนในตระกูลธนารักษ์–ราชภักดีจะสิ้นสุดในไม่ช้า” พิกุลน้ำตาไหลอาบแก้ม แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความแค้น

ooooooo

ดาริกาเจอเหตุการณ์ที่ทำให้ประหลาดใจเมื่อกลับบ้าน ทั้งท่าทีของยามหมู่บ้านที่มาเปิดไม้กั้น ทักว่าไปงานแฟนซีมาหรือเพราะคนที่นั่งมาด้วยแต่งตัวแปลกๆ และอนงค์แม่บ้านที่บอกจะไปเอาน้ำมาเสิร์ฟแขกทั้งที่เธอกลับบ้านคนเดียว

ดาริกาเอะใจเปิดกระเป๋าหยิบเครื่องรางที่พิกุลให้มาดู นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา

“ดิฉันรู้ว่าคุณเชื่อมั่นในความสามารถตัวเอง แต่เรื่องบางเรื่องมันก็อยู่นอกเหนือการควบคุม”

“ถึงฉันเอาเครื่องรางนี่ไป ฉันก็ไม่รู้จะใช้อย่างไร ฉันไม่ถนัดเรื่องพวกนี้ เอาอย่างนี้ดีกว่า ตอนนี้หมอพิกุลเป็นคนโปรดของคุณพ่อ ช่วยไปเกลี้ยกล่อมคุณพ่อฉันหน่อย บอกว่าจะไปทำพิธีไล่ผีให้ที่เรือนไทย ถ้าคุณพ่อยอมขายฉันจะแบ่งค่านายหน้าให้”

“คุณไม่ต้องพึ่งดิฉันหรอกค่ะ คุณทำพิธีทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง”

“ล้อเล่นแล้ว ที่ฉันทำเมื่อสักครู่ ฉันมั่วๆเอาหรอก”

“เชื่อดิฉันเถอะค่ะ คุณเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ และคุณจะสามารถใช้มันเอาชนะใครก็ได้ที่คุณต้องการ”

“แล้วฉันต้องทำอย่างไร” ดาริกาเริ่มสนใจจึงรับมา

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณดาริกาจะต้องสวดมนต์บูชานางโหงทุกคืน...แล้วต่อไปไม่ว่าเรื่องอะไร นางโหงจะช่วยคุณ”

คำพูดชวนเชื่อของพิกุลได้ผล ดาริกาตัดสินใจสวดคาถาบูชานางโหง ไม่กี่อึดใจต่อมาก็ปรากฏร่างผีอีแก้วนั่งคุกเข่าปลายเท้า แต่เธอไม่เห็น เมื่อสวดคาถาจบแล้วอธิษฐานขอพร เธอได้ยินเสียงรับคำสั่งแว่วๆ แต่พอลืมตาผีร้ายก็หายไปแล้ว

ooooooo

ดานุกับจิรวัฒน์ไปคุมเตชินถ่ายแบบโปรโมตสินค้าในสตูดิโอ แต่ดานุใจลอยถึงพิกุลที่ร้องไห้ จนจิรวัฒน์สะกิดให้ช่วยดูการถ่ายแบบเซตสุดท้าย ดานุจึงกลับมาสนใจงานตรงหน้า

เมื่อต้องออกท่าตามคำสั่งตากล้อง เตชินที่ไม่ค่อยได้ออกกำลัง ขาเป็นตะคริวจนต้องทรุดนั่ง วิทย์และทีมงานตกใจทำอะไรไม่ถูก ดานุวิ่งไปปฐมพยาบาล เตชินไม่ยอมแต่สู้แรงเขาไม่ได้ ตะคริวค่อยๆหายไป

“นี่คุณไม่ได้วอร์มร่างกายก่อนถ่ายแบบใช่ไหม”

“กะอีแค่ถ่ายแบบทำไมต้องวอร์มด้วยวะ”

ดานุเผลอยิ้มมุมปาก “นี่แค่ออกท่าทางแค่นี้ตะคริวยังขึ้น แสดงว่าช่วงนี้คุณคงไม่ออกกำลังกายเลย”

วิทย์กระซิบจิรวัฒน์ “จะออกกำลังกายได้อย่างไรล่ะคะ ก็ตอนนี้โดนต้นสังกัดแบนเรื่องความประพฤติอยู่”

เตชินได้ยินจึงเถียง “ไม่จริง ถึงช่วงนี้อั๊วจะไม่ได้ซ้อมบอล แต่ก็เข้ายิมตลอด”

วิทย์ตอบโต้ไม่ลดละ “เข้ายิมหรือเข้าผับกันแน่”

เตชินกับวิทย์ทะเลาะกันใหญ่โต ดานุเดินไปหยิบเจลมาให้ พอดีพรรวีเข้ามา เตชินสบโอกาสเซเข้าไปกอด พรรวีอยากให้แฟนหึงจึงไม่ว่าอะไร แต่ต้องผิดหวังเพราะดานุไม่ได้สนใจ จิรวัฒน์กับวิทย์ยิ่งไม่ชอบเตชินมากขึ้น

พรรวีก้มหน้าหารูปในโทรศัพท์มือถือเดินเข้าไปในห้องทำงาน จิรวัฒน์เดินตามหลัง บ่นด้วยความโมโหเตชิน

“ไอ้โตนี่มันวอนจริงๆ เรานับหนึ่งถึงร้อยไปหลายรอบตั้งแต่เช้า แต่เมื่อสักครู่นี่เหลืออดมาก คนตั้งเยอะมันยังกล้าแต๊ะอั๋งพอลลี่ได้”

“แฟนเราเขายังไม่เดือดร้อน แล้วตัวเองจะโมโหทำไม”

“ก็นุมันไม่ขี้หึงเหมือนเรานี่” พอหลุดปากไปแล้วจิรวัฒน์นึกขึ้นได้ “หมายถึงนุมันไม่ใจร้อนเหมือนเราน่ะ”

พรรวีเซ็ง ไม่อยากฟังอะไรอีกต่อไปจึงยื่นโทรศัพท์ให้จิรวัฒน์ดูรูปนักกีฬาว่ายน้ำหญิงชื่อเพลิน ที่จะมาถ่ายแบบคู่กับเตชิน และบอกข้อมูลว่าถ้าสนใจก็ให้ไปเจรจาเซ็นสัญญาที่ระยองได้ทันที

จิรวัฒน์สนใจ ชวนหญิงสาวไปทำงานและพักผ่อน พรรวีพ้อว่าดานุคงไม่ว่าง จิรวัฒน์เอะใจน้ำเสียงของหญิงสาวที่เขาหลงรัก

“เสียงแปลกๆ ทะเลาะกันรึเปล่าเนี่ย”

“สมมตินะจิน สมมติว่าเรากับจินเป็นแฟนกัน แล้วเกิดวันนึงจินมีปัญหาทุกข์ใจ จินจะทำอย่างไร”

จิรวัฒน์เขินจนอดเกาหัวไม่ได้ “เอ่อ ถ้ามีปัญหา... ก็ต้อง...เล่าให้แฟนฟังไง”

“ใช่ไง แต่นี่ตั้งแต่กลับมากรุงเทพฯ นุเขามีปัญหาอะไร เขาก็ไม่เคยเล่าอะไรให้เราฟังเลย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มีอะไรเราก็แชร์กันเสมอ” พรรวีหันมองจิรวัฒน์ที่กำลังเหม่อ จึงร้องเรียก “เฮ้ย ยู ฟังอยู่หรือเปล่าเนี่ย”

จิรวัฒน์สะดุ้ง “ฟังอยู่ คือว่า...เรื่องบางเรื่องมันก็พูดลำบาก”

“นี่แสดงว่าเขามีเรื่องปิดบังเราจริงๆใช่ไหม”

จิรวัฒน์ไม่ทันตอบ ดานุเดินกอดคอเตชินเปิดประตูเข้ามารายงานว่างานเสร็จเรียบร้อย เตชินกล่าวชื่นชมการทำงานของดานุจนอยากให้เป็นผู้จัดการส่วนตัว จากนั้นเชิญทุกคนไปกินเลี้ยงฉลอง ดานุ จิรวัฒน์ และวิทย์ปฏิเสธ มีเพียงพรรวีที่ตกลง ทุกคนแปลกใจมากโดยเฉพาะเตชิน

ดานุกับจิรวัฒน์เดินมาถึงลานจอดรถ ดานุบอกว่ามีนัดกับจิตแพทย์และต้องไปบ้านคุณตา จิรวัฒน์อยากให้พาพรรวีไปด้วย แต่เขาปฏิเสธเพราะยังไม่พร้อมเล่าเรื่องราวให้แฟนสาวฟัง

พรรวีกับเตชินเดินตามหลังมา เตชินชวนหญิงสาวนั่งรถเขาไปที่ร้าน เธอปฏิเสธ เห็นดานุกับจิรวัฒน์ซุบซิบกันแล้วยิ่งไม่พอใจ ดานุพยายามง้อพรรวี

“พอลลี่...วันนี้ผมมีธุระจริงๆ เลื่อนนัดไม่ได้”

“ก็รีบไปสิคะ เดี๋ยวไม่ทัน”

“คืนนี้ผมโทร.หา”

“ถ้ายุ่งก็ไม่ต้องโทร.หรอก ไปนะจิน”

พรรวีงอนดานุจริงจัง ขึ้นรถขับออกไปทันที ดานุถอนหายใจแรงจนจิรวัฒน์ต้องตบไหล่ เตชินคอยสังเกตอย่างมีแผนการ

ooooooo

จิตแพทย์กำลังเปิดดูคลิปวีดิโอในโทรศัพท์ของดานุในห้องตรวจ หมอชื่นชมดานุที่ทำให้ดาเรศไว้ใจได้ แล้วถามเรื่องหมอผีที่ดานุสงสัย เขาบอกว่ายังไม่ได้หลักฐานเพิ่มเติม แต่สงสัยว่าพิกุลอาจใช้ยาร่วมกับการสะกดจิตหมู่ หมอคิดว่าดานุน่าจะโดนสะกดจิตหมู่ด้วย และสงสัยว่าเขาอาจจะมีอะไรปิดบัง

ดานุออกจากโรงพยาบาลตรงไปบ้านธนารักษ์ ขณะนั้นดาเรศรบเร้าอยากออกไปไหว้นางโหงนอกบ้าน ดานุจึงขออนุญาตคุณยายพาน้าไป คำจุดธูปยื่นส่งให้เจ้านายทั้งสองคน ดานุไม่อยากรับแต่จะตามใจน้า จำต้องรับมาและพนมมือตามดาเรศที่สวดคาถาบูชานางโหงอย่างตั้งใจ เมื่อดาเรศสวดคาถาจบ ลมพัดมาวูบหนึ่ง

ช่วงเวลาเดียวกันที่โรงเก็บเรือของบ้านเรือนไทยที่ระยองลมพัดแรงใบไม้ร่วงกราว พิกุลค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่งบนเรือมาดที่จอดอยู่บนแท่น ผีไอ้ทองคุกเข่ารอคำสั่งอยู่ข้างๆ

“ไปกันได้แล้ว”

“เพลานี้หรือขอรับ ยังไม่พลบเลย”

“กำลังข้ากล้าแข็งขึ้นมากแล้ว แสงตะวันไม่อาจทำอะไรข้าได้อีก” พิกุลมั่นใจในตัวเองมาก

ทางด้านดาเรศที่ได้ดานุพาออกมานอกบ้าน เธอสดชื่นขึ้นมาก ขณะนั่งรับลมเย็นที่ท่าน้ำ ดานุออกอุบายพยายามให้น้าลุกขึ้นยืนและเดินด้วยการก้มลงนวดเท้าให้

“นุไม่ต้องทำแบบนี้หรอก เพราะยังไงพิกุลก็จะรักษาน้าจนหายเป็นปกติ”

“แต่ถ้าน้าดาเรศไม่พยายามช่วยตัวเองบ้าง หมอพิกุลจะคิดว่าน้าดาเรศเอาแต่รอความหวังจากเขาโดยไม่คิดช่วยเหลือตัวเองนะครับ”

“ก็จริง ถ้าอย่างนั้นน้าต้องเริ่มจากอะไรล่ะ”

ดานุยกตัวดาเรศเหมือนอุ้มเด็ก น้าขัดขืนร้องให้ปล่อย หลานชายทำตามทันที เธอตกใจจะล้มแต่ไม่ล้มไม่เซ และไม่มีอาการขาอ่อนแรงเหมือนแต่ก่อน ดานุถอยหลังบอกให้น้าเดินมาหา ปรากฏว่าดาเรศเดินได้ไกลขึ้นเรื่อยๆ สองน้าหลานหัวเราะดีใจ คุณทับกับคุณดวงเห็นแล้วอดยิ้มตามไม่ได้

คุณทับหันไปเรียกพันให้ตามพัวมาพบจะสั่งเรื่องเพิ่มอาหารเย็นให้ดาเรศ พันบอกว่าพัวออกไปข้างนอกกับดารา คุณดวงกลัวว่าจะพากันไปหาหมอผีอีก คุณทับจึงสั่งพันให้โทร.ตามพัวทันที

ช่วงเวลาเดียวกันที่ตำหนักหมอเวก เมี้ยนบังคับให้เวกเปิดตำหนักทำพิธีเพราะเงินหมด เมื่อออกไปหน้าตำหนักเจอพัวที่กำลังโทรศัพท์คุยกับพัน เมี้ยนเดินเข้าหาหมายจะเอาคืน ทั้งคู่ทะเลาะกันชุลมุน ดาราเดินเข้ามาควักเงินให้เมี้ยนเพื่อขอพบหมอเวก ทั้งคู่จึงหยุดทะเลาะกัน

เมี้ยนพาดารากับพัวเข้ามาในตำหนัก เวกเห็นดาราก็สะดุ้งสุดตัวเพราะไม่อยากยุ่งกับคนบ้านธนารักษ์อีกแล้ว แต่พอพัวหย่อนทองลงในพาน สองผัวเมียตาลุกวาว

ดาราสำทับว่า “ฉันยังศรัทธาในพ่อปู่ ไม่ว่าจะใช้คุณไสย มนต์ดำอะไร ฉันไม่สน ขอให้นังพิกุลไม่กล้าเข้ามาเหยียบบ้านฉันอีกเป็นพอ”

หมอเวกอึกอัก แต่เมี้ยนถลึงตาใส่ เขาจึงจำยอม “ได้...ขอเวลาให้ข้าสามวัน...ข้าจะกำจัดศัตรูให้เอ็งเอง”

ooooooo

ดานุพาดาเรศหัดเดินจนใกล้ค่ำเห็นสมควรพาเข้าบ้าน จึงประคองน้าลงนั่ง

“วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะเหนื่อยเกินไป”

ดาเรศมองบรรยากาศรอบๆแล้วหันมายิ้มให้ดานุอย่างมีความสุข “รู้ไหมนายนุ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยนะที่น้าได้มานั่งดูพระอาทิตย์ตกดินอีกครั้ง แม้มันจะเป็นเวลาที่ทำให้ดูเหงา แต่น้าก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้มานั่งมอง...ยังคงสวยไม่เคยเปลี่ยน”

ดานุหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวีดิโอเพื่อให้จิตแพทย์ ดู ดาเรศอารมณ์ดีจึงปฏิเสธพอเป็นพิธีแล้วก็ยอมให้ถ่าย ลมเริ่มพัดแรงเขาจึงเข็นรถพาน้าเข้าบ้าน พิกุลก้าวเข้ามาส่งเสียงทักทาย ดาเรศยิ้มดีใจ แต่ดานุประหลาดใจว่าเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่

ค่ำวันเดียวกัน พรรวียืนกรึ่มอยู่ในผับ จ้องจอ โทรศัพท์ด้วยความน้อยใจที่ดานุไม่โทร.หาสักครั้ง เตชินเดินเข้ามาโอบชวนออกไปเต้น

“ฉันไม่อยากเต้น ปล่อย”

“คุณเมาแล้ว เดี๋ยวจะล้ม ให้ผมโอบคุณไว้ดีกว่า คุณสวยมาก ทั้งสวยทั้งเก่ง อย่าไปเสียเวลากับผู้ชายทึ่มๆ อย่างนายดานุเลย...ผมยินดีจะเทกแคร์คุณตลอดไป”

เตชินจะจูบ แต่พรรวียกเข่ากระทุ้งเข้าตรงเป้าจนเขาจุกลงไปกองกับพื้น

“อย่ามาฉวยโอกาสกับฉัน ไม่อย่างนั้นนายจะโดนหนักกว่านี้แน่”

พรรวีเดินมาถึงรถกำลังจะเปิดประตูแต่เตชินวิ่งมาขวาง

“ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะลวนลามคุณ พอลลี่ เพื่อเป็นการไถ่โทษ ให้ผมไปส่งนะ”

“นายคิดว่าฉันจะไว้ใจนายอีกเหรอ หลบไป”

พรรวียิ้มเยาะเพราะไม่เชื่อและควักเครื่องช็อตไฟฟ้าออกมาขู่ เตชินจำต้องถอยหลบทาง เธอจึงรีบขับรถออกไป ทำให้เตชินหัวเสียมาก

พรรวีขับรถตามแผนที่ในจีพีเอส จิรวัฒน์โทร.เข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง

“เสียงเมามากเลยพอลลี่ นี่กลับบ้านรึยัง”

“ยัง กำลังจะไปบ้านคุณตาของนุ อยากรู้ว่านุมาบ้านคุณตาอย่างที่บอกหรือเปล่า”

“แล้วรู้เหรอว่าบ้านคุณตาไอ้นุมันอยู่ไหน”

“ก็ลองมั่วๆไป เราก็แค่อยากมาเห็นกับตาตัวเอง”

ทันใดนั้นมีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งพุ่งตรงมาหารถพรรวี แต่เธอไม่ทันได้สังเกตว่าไม่มีคนขับ พรรวีหักหลบลงข้างทางทันที เสียงรถเบรกสนั่นพร้อมเสียงกรีดร้อง จิรวัฒน์ตกใจมากแล้วสัญญาณโทรศัพท์ก็ขาดไป เขาพยายามโทร.กลับแต่ไม่ติด

ooooooo

ช่วงเวลาเดียวกันที่บ้านธนารักษ์ ดานุเดินมาถึงห้องรับแขกกำลังจะหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงเพื่อตรวจสอบภาพถ่าย แต่จิรวัฒน์โทร.เข้ามาพอดี เขากดรับสายและตกใจมากเมื่อรู้เรื่องราวจากจิรวัฒน์ ผลุนผลันออกจากบ้านทันที แม้คุณทับจะเรียกเขาไว้ก็ไร้ผล

“ตานุ เดี๋ยวไปส่งแม่หนูพิกุลหน่อยนะ”

“ขอโทษครับคุณตา แฟนผมเกิดอุบัติเหตุ ให้นายยงไปแทนนะครับ”

พิกุลตาแดงวาบมองตามด้วยความโมโห แต่คุณทับกับคุณดวงไม่ทันสังเกต

รถพรรวีชนเข้ากับต้นไม้แต่ไม่แรง เธอหาโทรศัพท์มือถือไม่เจอเพราะมันกลิ้งไปอยู่ใต้เบาะ เลยออกจากรถไปยืนข้างทางเพื่อโบกรถขอความช่วยเหลือ พอดีมีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งเข้ามาจอดถาม

พรรวีขอยืมโทรศัพท์จากวัยรุ่นเจ้าของรถ เขากำลังจะหยิบให้แต่จู่ๆก็ชะงักถอยกรูดเพราะเห็นผีผู้ชาย

ตนหนึ่ง...ผีไอ้ทองนั่นเอง นั่งชี้หน้าเขาอยู่บนหลังคารถ พรรวีตกใจมองตามแต่ไม่เห็นอะไร วัยรุ่นวิ่งหนีแต่ผีไอ้ทองพุ่งเข้าสิงทันที

ผีไอ้ทองในร่างวัยรุ่นชายหันกลับมากระชากข้อมือพรรวี เธอพยายามสะบัดแต่ไม่หลุดจึงถูกลากเข้าข้างทาง ผีร้ายในร่างวัยรุ่นพยายามข่มขืนแต่พรรวีสู้ไม่ถอยและตะเกียกตะกายหนี มันต่อยท้องเธอจนจุกตัวงอ พอดีกับที่ดานุมาถึง กระชากตัวมันแล้วต่อยกระเด็น

ผีร้ายในร่างวัยรุ่นลุกขึ้นสู้ ดานุเห็นหน้าผีจะจะ...

ผีไอ้ทองจึงเสียสมาธิโดนทุบจนล้ม แต่ยังพยายามจะเอาโซ่รัดคอดานุ ทันใดนั้นมันได้ยินเสียงพิกุลตวาดให้หยุดและเรียกตัวกลับ ผีร้ายฮึดฮัดแต่ก็ต้องยอม

เมื่อผีร้ายออกจากร่างแล้ว วัยรุ่นคนนั้นได้แต่ยืนงงเพราะไม่รู้เรื่อง ดานุลุกขึ้นต่อยเขาจนทรุด พอเขาได้สติก็รีบขี่รถจักรยานยนต์หนีไป ส่วนดานุวิ่งไปหาแฟนสาว พรรวีกำลังเสียขวัญอย่างหนักจึงโผเข้ากอดให้เขาปลอบโยน

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement