วังนางโหง ตอนที่ 3 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

วังนางโหง ตอนที่ 3


17 ธ.ค. 2560 08:21
137,200 ครั้ง

ละคร นิยาย วังนางโหง

วังนางโหง ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

วังนางโหง

แนว:

พีเรียด-ดราม่า-สยองขวัญ

บทประพันธ์โดย:

เตมัน

บทโทรทัศน์โดย:

ฤกษ์ราตรี

กำกับการแสดงโดย:

เอกภพ ตันหยงมาศกุล

ผลิตโดย:

บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์,ทัศนียา การสมนุช

ตกกลางคืนที่บ้านธนารักษ์ในห้องนอนดาเรศ คุณทับหน้าเครียดซักดานุเรื่องที่เขาไปเห็นพิกุลรำแก้บนอยู่ที่ศาลเจ้าแม่วารี

ดานุบอกว่าศาลเจ้าแม่วารีอยู่ไม่ไกลบ้าน แต่พิกุลไม่ยอมบอกว่าพักอยู่แถวนั้นหรือไม่ ดาเรศได้ยินเลยขอร้องหลานให้พาไปหาพิกุล คุณทับเผลอตวาดลูกสาว พอนึกได้ก็เสียงอ่อนอธิบายว่าร่างกายยังอ่อนแอยังไม่ควรออกไปข้างนอก

คุณทับพาดานุไปคุยในห้องพระ ล็อกประตูแน่นหนาจนหลานชายสงสัย แล้วย้ำถามเรื่องศาลเจ้าแม่วารี

“ตั้งแต่อยู่ที่นี่มา ตาไม่เคยได้ยินว่ามีศาลเจ้าแม่วารีอยู่แถวนี้ หรือว่าใครเพิ่งมาสร้างขึ้น”

“ไม่ใช่หรอกครับ ลักษณะศาลเก่าแก่มาก น่าจะมีมาก่อนผมเกิดด้วยซ้ำ”

คุณทับดูกังวล แล้วขอให้หลานชายพาไปที่นั่นแต่ถูกปฏิเสธเพราะติดงานและไม่คิดว่าคุณตาจำเป็นต้องไป คุณทับให้หลานชายบอกทางเพื่อจะไปกับยงเอง

ดานุครวญ “ผมไม่น่ามาบอกเรื่องนี้กับคุณตาเลย เราติดกับดักของหมอพิกุลจนได้”

“แกก็เหมือนตานั่นแหละ ไม่เคยยอมเชื่ออะไรง่ายๆ...จนถึงวันนี้ ตาถึงพบว่าเรื่องบางเรื่องมันลึกลับเกินกว่าจะค้นหาไอ้คำตอบได้ง่ายๆ”

คำพูดของคุณทับทำให้ดานุยิ่งสงสัย เขาเดินกลับห้องนอนด้วยความเหนื่อยอ่อน ถอดเสื้อแล้วทิ้งตัวลงบนเตียง ขณะที่ปากพร่ำถึงพิกุล ใจก็นึกถึงเหตุการณ์ที่วัดโบราณเมื่อวาน

“ผมต้องทำอย่างไร คุณถึงจะยอมกลับไปกับผม”

“เมื่อคุณยอมรับนับถือฉัน...ด้วยหัวใจ”

“อย่างไรล่ะ ให้ผมยกมือไหว้คุณตรงนี้ แล้วยอมพาคุณไปที่บ้าน ปล่อยให้คุณรักษาน้าดาเรศโดยไม่มีปากมีเสียง ไม่ว่าคุณจะเรียกร้องอะไรเป็นสิ่งตอบแทนก็ตาม อย่างนี้หรือเปล่าที่คุณเรียกว่ายอมรับ”

“ฉันไม่คิดว่าสิ่งที่ฉันพูดจะเป็นเรื่องเข้าใจยาก... เพียงแต่คุณแกล้งไม่เข้าใจ”

“ความนับถือ ศรัทธา มันบังคับกันไม่ได้”

“รวมทั้งความรักด้วย”

“คุณจะพูดอะไรกันแน่”

“เอาเป็นว่า ฉันจะไปที่บ้านธนารักษ์เมื่อถึงเวลา”

“หวังว่าคุณคงไม่เล่นกลหลอกล่ออะไรให้บ้านผมวุ่นวายอีก”

“บ้านของคุณต่อไปนี้มันจะมีแต่ความเดือดร้อนวุ่นวายอยู่แล้ว และมันจะหนักหนาสาหัสขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าคุณจะค้นหาทางออกอย่างไร คุณก็จะไม่มีทางหาเจอ”

พิกุลหันหลังเดินเลี้ยวหายไปอย่างรวดเร็ว ดานุตามไม่ทัน มีเพียงดอกพิกุลร่วงใส่เพราะลมพัดแรง เขาคว้าไว้แม้มองไม่เห็นต้นของมัน

หลังจากย้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างตนกับพิกุลแล้ว ดานุนึกขึ้นได้เดินไปหยิบเสื้อที่ถอดพาดไว้ ล้วงกระเป๋าหยิบดอกพิกุลออกมาดมขณะคิดถึงเรื่องประหลาดที่พบ พอเริ่มเคลิ้มถึงหญิงสาวที่มีชื่อเดียวกับดอกไม้ก็รีบโยนทิ้งทันที

ดานุเหลือบเห็นโทรศัพท์มือถือวางอยู่บนโต๊ะที่หาไม่เจอเมื่อเช้า คว้ามาดูเห็นแบตเตอรี่หมดเกลี้ยงยิ่งทำให้สงสัย แต่แล้วก็เห็นเงาคนยืนอยู่หลังม่านหน้าต่าง เขาหันขวับเปิดม่านไม่เห็นอะไรจึงเดินไปชาร์จแบตโทรศัพท์ ลมพัดม่านปลิว...ผีอีแก้วยืนอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ที่บ้านธนารักษ์ ดาราวางของเซ่น อธิษฐานให้ส้มจุกช่วยปราบผี กุมารทองกำลังจะเอื้อมหยิบของเซ่นแต่ต้องชะงักเมื่อเสียงหมาหอนดังขึ้น หันมองนอกห้องแล้วหายตัวไปขวางผีไอ้ทองกับผีอีแก้วที่ปรากฏกายอยู่หน้าห้องนอนดาเรศ ผีสองตนงงว่าส้มจุกเป็นใคร พลันกุมารทองก็แผลงฤทธิ์ใส่ ชุลมุนกันทันที

ดาเรศที่นอนอยู่ได้ยินเสียงวิ่งดังมาจากหน้าห้องก็ตกใจ ผวาร้อง คุณดวงปลอบโยนกล่อมนอน เธอมองรอบห้องอย่างกังวลแต่ก็ยอมหลับตา พอเห็นดังนั้นคุณดวงก็พักผ่อนบ้างเพราะความเหนื่อยล้า แต่ลูกสาวกลับลืมตามองนาฬิกาอย่างมีแผน

หนึ่งกุมารกับสองผีร้ายวิ่งไล่กันชุลมุน สุดท้ายกุมารทองแปลงร่างสูงใหญ่ไล่กระทืบผีทั้งสองจนหนีกระเจิง ส้มจุกหัวเราะสะใจกลับมากินของเซ่นที่ห้องนอนดาราอย่างสบายอารมณ์ ส่วนผีร้ายทั้งสองหนีกุมารทองกลับไปหาพิกุล เธอเห็นสภาพบริวารแล้วโกรธจัด แต่ทำสีหน้านิ่งเฉย กัดฟันถามว่าถูกใครทำร้ายมา

นาฬิกาบอกเวลาตีห้า ดาเรศจ้องคุณดวงจนมั่นใจว่ากำลังหลับสนิท จึงลุกจากเตียงเดินไปเปิดประตูอย่างเงียบที่สุด แล้วรีบออกจากห้องค่อยๆเดินไปจนถึงท่าน้ำ หันซ้ายหันขวามองอย่างระแวง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตามมาจึงค่อยๆเกาะเสาศาลาท่าน้ำก้าวลงเรือมุ่งมั่นจะไปตามหาพิกุลที่ศาลเจ้าแม่วารีให้ได้

ooooooo

เช้าตรู่ที่ห้องนอนดานุในบ้านธนารักษ์ ดานุหลับอยู่บนเตียงค่อยๆรู้สึกตัว เขาแปลกใจที่เห็นพิกุลนั่งอยู่ข้างๆ ร้องถามว่าเธอเข้ามาในห้องได้อย่างไร พิกุลตอบว่าเขาเป็นคนอนุญาตให้เข้ามาเอง พอดานุถามว่าได้พบคุณตาหรือยัง เธอส่ายหน้า

ดานุจะไปบอกคุณทับและพาพิกุลไปหาดาเรศ เธอบอกให้เขานอนต่อ ดานุเถียงว่าไม่ง่วง แต่เธอแตะมือที่หน้าอกเขาค่อยๆกดให้ล้มตัวนอน ดานุทำตามอย่างว่าง่ายและเคลิ้มหลับไปในที่สุด พิกุลมองดานุอย่างแสนรัก ก้มจะกระซิบ...พลันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

เสียงเคาะประตูยังดังต่อเนื่อง ดานุงัวเงียตื่นรำพึงกับตัวเองว่าฝันไป แล้วลุกไปเปิดประตูเจอยงยืนอยู่ คนรับใช้เก่าแก่รายงานว่าคุณดาเรศหายตัวไป ดานุถึงกับตาสว่าง

ขณะนั้นที่ห้องรับแขก คุณดวงยืนกุมขมับสีหน้าคล้ายจะร้องไห้ คุณทับยืนอยู่ใกล้ๆคอยปลอบ พันกับคำวิ่งเข้ามารายงานว่าหาทั่วบ้านแล้วแต่ไม่พบดาเรศ ดารากับพัวเดินเข้ามาพอดี

ดารายิ้มอย่างรู้ทัน เชื่อมั่นว่าดาเรศแกล้งป่วยเพราะต้องการเรียกร้องความสนใจเท่านั้น คุณดวงเสียใจกับคำพูดลูกสาวคนกลาง จึงตำหนิแต่ดาราไม่ใส่ใจ ดานุวิ่งเข้ามาถามถึงดาเรศ ดารายิ้มเยาะ ยิ่งเชื่อมั่นความคิดตนเอง คุณทับตอบว่ายังไม่เจอ ดานุร้อนรนซักเพิ่ม

ดาราพูดกับหลานชาย “นี่ตานุ ไม่ต้องไปหาให้เหนื่อยหรอก ยัยเรศก็แค่จะประท้วงที่น้าปราบผีสมุนนังพิกุลได้ เขาคงกลัวว่าบ้านนี้จะสงบสุขเกินไป”

คุณทับทนฟังไม่ไหว ตำหนิดารา “ที่บ้านนี้ร้อนรนไม่สงบ เพราะแทนที่คนในบ้านจะช่วยกันดับไฟ แต่ช่วยกันกระพือให้ไฟมันแรงขึ้นต่างหาก”

ดาราเสียใจที่คุณทับโทษว่าเป็นความผิดของเธอ พิกุลต่างหากที่เป็นคนทำให้ปั่นป่วน พอดานุได้ยินชื่อพิกุล เขานึกขึ้นได้ วิ่งออกจากบ้านทันที

ทุกคนมองตามงงๆ

ดานุวิ่งไปถึงบันไดท่าน้ำไม่เห็นเรือก็ตกใจ แต่ยังไม่ทันทำอะไรโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พรรวีโทร.เข้ามา เขาจะกดรับแต่พลันหางตาเหลือบเห็นเรือกำลังลอยไปกลางลำน้ำ...ดาเรศนอนอยู่ในนั้น ดานุตกใจ วางโทรศัพท์ก่อนกระโดดน้ำว่ายไปที่เรือแล้วดันกลับเข้าฝั่ง ยงกับคำวิ่งตามมาทันที่ท่าน้ำ ยงบอกให้คำลงไปช่วย คำโดดน้ำอย่างรวดเร็ว

ooooooo

ดานุตัวเปียกชุ่มอุ้มดาเรศมาที่ห้องรับแขก คุณดวงโผหาลูกสาว ดานุประคองน้านอนบนโซฟาโดยมีคุณยายช่วย คุณทับถามด้วยความเป็นห่วง ดานุตอบว่าเจอนอนสลบอยู่บนเรือ น่าจะเพราะได้ยินเรื่องศาลเจ้าแม่วารีเลยอยากไปหาพิกุล

ดาเรศสะดุ้งตื่น ดาราถอนใจยาว บอกน้องสาวว่าจะไปทำไม เธอจะเป็นคนปราบผีให้เอง ดาเรศหน้าเครียดหันมองพี่สาวบอกว่าพวกผียังอยู่ แล้วเล่าเหตุการณ์เมื่อเช้ามืด

ดาเรศพยายามพายให้แรงขึ้นแต่เรือไม่ค่อยขยับ เธอเริ่มเหนื่อย แต่เห็นเรือลำหนึ่งลอยอยู่ไม่ไกล มีผู้หญิงนั่งอยู่บนนั้น คิดว่าเป็นพิกุลจึงร้องเรียกดีใจ พายเรือเข้าไปหาช้าๆ พอเข้าใกล้แสงจากตะเกียงหัวเรือส่องให้เห็นว่าไม่ใช่พิกุล กลับเป็นผีที่เคยหลอกเธอ...ผีอีแก้วแสยะยิ้มให้

ดาเรศอ้าปากค้างร้องให้คนช่วยพลางรีบพายหนี แต่เรือไม่ขยับเพราะผีอีแก้วยุดพายไว้ แล้วจู่ๆผีร้ายก็ขึ้นมานั่งบนเรือลำเดียวกัน บอกว่าจะพาเธอกลับบ้านเอง ดาเรศตกใจจนหมดสติ แล้วจำอะไรไม่ได้เลย

ดานุสุดทนบอกว่าถึงเวลาที่ควรพาดาเรศไปโรงพยาบาล ดาเรศโผเข้ากอดคุณดวงปฏิเสธเสียงสั่น แม่กอดลูกปลอบตามใจ ดานุแย้งบอกว่าเป็นอาการจิตไม่ปกติ ถ้ารักษาก็หายได้ คุณดวงไม่เชื่อ แต่ดาราเห็นด้วย

ดานุขอโทษทุกคนที่อาจใช้คำไม่เหมาะสม อธิบายว่าภาพหลอนเกิดจากสารเคมีบางตัวในสมองผิดปกติ จิตแพทย์เท่านั้นที่รักษาได้ ดาราสนับสนุน แต่คุณทับยืนกรานไม่พาดาเรศไปโรงพยาบาล แต่จะไปรับหมอพิกุลมารักษาเอง

ดาเรศขอสัญญาจากพ่อ คุณทับสัญญา คุณดวงพยักหน้าให้ พันนำรถเข็นที่จอดไว้แถวนั้นพาดาเรศกลับห้อง ดานุพยายามแย้งคุณตา แต่คุณทับตัดบทให้ยงเตรียมเรือ ยงรับคำแล้วออกไป คุณทับเดินกลับห้อง ดานุเซ็งมาก ส่วนดารามองทุกคนสีหน้าครุ่นคิด

ดารากลับเข้าห้อง พัวตามมาติดๆ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากุมารทองไม่เก่งจริง ดาเรศถึงโดนหลอก แล้วจะคว้าขวดกุมารทองเอาไปทิ้ง ดาราขัดขึ้นไม่เชื่อว่าดาเรศเจอผีจริงๆ คงแค่อยากเอาชนะเท่านั้น พัวถามว่าจะทำอย่างไร เพราะคุณทับจะไปตามพิกุลแล้ว ดาราสั่งพัวให้ไปซื้อขนมกับผลไม้มาให้รางวัลส้มจุก จะได้มีแรงจัดการพิกุล

ดานุกลับเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วหยิบดูดอกพิกุลที่วางไว้หน้ากระจก คิดถึงผู้หญิงที่ชื่อเดียวกับดอกไม้และคำพูดที่เขากับเธอสนทนากัน

“ผมต้องทำอย่างไร คุณถึงจะยอมกลับไปกับผม”

“เมื่อคุณยอมรับนับถือฉัน...ด้วยหัวใจ”

นึกทบทวนมาถึงตรงนี้ ดานุไม่คล้อยตาม รำพึงว่าไม่มีทาง...แล้วโยนดอกพิกุลทิ้งถังขยะ

ooooooo

ในห้องทำงานจิรวัฒน์ที่บริษัท ชายหนุ่มนั่งจ้องโทรศัพท์รอสายจากดานุ วิทย์อุ้มตุ๊กตาลูกเทพเดินเข้ามาแจ้งปัญหาเรื่องเตชินแล้วถามหาดานุ เตชินเดินตาม ขว้างแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะหน้าจิรวัฒน์ดังโครม ทั้งคู่สะดุ้ง

จิรวัฒน์พูดอย่างใจเย็นให้รอในห้องประชุม แต่เตชินโวยวายที่ต้องรอนาน จิรวัฒน์บอกว่าอาจเป็นปัญหาจราจรที่ทำให้ดานุมาช้า เขารับรองว่าเพื่อนคนนี้ไม่เคยผิดคำพูด

เตชินยังคงโวยวาย “อย่ามาแถดีกว่า วันนี้เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่อั๊วจะให้ทีมงานสั่วๆของพวกลื้อได้แก้ตัว นี่เป็นสัญญาใหม่ที่อั๊วร่างมา เซ็นเสียแล้วอั๊วจะมาถ่ายโฆษณาซ่อมให้”

จิรวัฒน์เปิดดูแฟ้ม “ต้องให้ผู้รับจ้างยกเลิกสัญญาได้โดยไม่มีเงื่อนไข คุณโต คุณคิดว่าผมกินหญ้าเหรอ”

จิรวัฒน์กับเตชินเถียงกัน วิทย์ทนไม่ไหวสอดขึ้น แต่โดนเตชินตอกกลับ ทั้งสามคนทะเลาะกันชุลมุน วิทย์สนับสนุนจิรวัฒน์ฟ้องเตชินให้หมดตัว เตชินได้ยินก็โกรธขว้างตุ๊กตาลูกเทพกระแทกประตู วิทย์ถลาไปเก็บ จิรวัฒน์พุ่งเข้าขยุ้มคอเตชิน ทั้งคู่เงื้อหมัดแต่ไม่ทันลงมือ พรรวีเปิดประตูเข้ามา เตชินมองตาค้าง ลดหมัดลง

สถานการณ์สงบ เตชินยื่นมือให้พรรวีจับพร้อมทักทาย พรรวีรู้ทันบอกว่ารู้จักผู้ชายแบบนี้ดี

เตชินสวนกลับ ไม่รู้ตัวว่ามีแฟนคลับสวยขนาดนี้ พรรวีตอบเรียบๆว่าชอบอ่านข่าว โดยเฉพาะข่าวฉาว

จิรวัฒน์พยักพเยิดกับวิทย์ให้จับตาดูความแรงของพรรวี ขณะที่เตชินแนะนำตัวเพื่อผูกมิตร

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณ...”

พรรวีเงียบ มองมือเตชิน จิรวัฒน์ชิงแนะนำ “พรรวี ทวีกานต์” เขาหยิบหนังสือพิมพ์ที่อยู่บนโต๊ะยัดใส่มือโต “ทายาทสำนักพิมพ์ไทยทวี หนังสือพิมพ์ที่ขายดีที่สุดในประเทศ”

พรรวีเสริม “และหนังสือพิมพ์ของฉันก็ไม่นิยมใส่สีตีไข่แบบที่คุณบอกนะคะ เข้าใจเสียใหม่”

เตชินแก้ตัวยกใหญ่ แล้วถามพรรวีว่ามาที่นี่เพื่อสัมภาษณ์เขาใช่หรือไม่ พรรวีตอบว่ามาหาแฟน เตชินอึ้ง วิทย์ขำ แต่พรรวีไม่สนใจหันไปถามจิรวัฒน์ถึงดานุจิรวัฒน์ตอบว่าติดต่อไม่ได้เหมือนกัน

พรรวีจะออกไปโทร.ตามแฟนหนุ่ม ดานุสวนเข้ามาพอดี เธอดีใจโผเข้ากอดบอกเป็นห่วง เขากล่าวขอโทษทุกคนที่มาช้าเพราะติดธุระด่วนเรื่องญาติ เตชินมองอิจฉาแต่แสร้งยิ้มเดินเข้าไปตบไหล่ดานุ บอกว่าไม่ต้องซีเรียส วันนี้แค่เข้ามาคุยเรื่องถ่ายซ่อม

จิรวัฒน์ชูแฟ้มเอกสาร “แล้วเรื่องสัญญา”

เตชินเดินไปแย่งมา “ตกลงทั้งหมดก็เป็นไปตามสัญญาเดิม ผมจะรับผิดชอบทำงานที่รับไว้ให้เสร็จ” และฉีกสัญญาฉบับใหม่ทิ้ง “ทีนี้ผมก็พร้อมจะประชุมแล้ว เริ่มกันรึยัง”

ทุกคนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเตชิน

ที่ห้องประชุมบริษัท จิรวัฒน์ชูแก้วกาแฟฉลองความสำเร็จให้งานแรกในเมืองไทยของดานุ แต่วิทย์แย้งว่าน่าจะเป็นเพราะความสวยของพรรวีต่างหากที่ทำให้เตชินเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ดานุสนับสนุนความคิดของวิทย์เพื่อเอาใจแฟนสาว

จิรวัฒน์ได้ทีโมเมให้พรรวีมาช่วยงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ เธอแย้งขำๆ แต่ก็ยอมเพราะอยากใกล้ชิดดานุ จิรวัฒน์ดีใจคว้ามือพรรวีมาจูบ หันไปสั่งวิทย์ให้เตรียมรายละเอียดงานมาให้เพื่อนๆดู เมื่อพรรวีขอตัวเข้าห้องน้ำ วิทย์จึงพาเดินออกไป

จิรวัฒน์คุยกับดานุเรื่องนางแบบที่ให้ช่วยหามาถ่ายแบบคู่กับเตชิน ดานุบอกตามตรงว่ายังไม่ได้หาเพราะยุ่งเรื่องที่บ้าน จิรวัฒน์อยากรู้ว่าน้าของเขาป่วยเป็นโรคอะไร แต่ดานุตอบไม่ได้

ooooooo

ที่บ้านธนารักษ์ ส้มจุกแผลงฤทธิ์จนพันตกใจกลัว กุมารทองเล่นจนสาแก่ใจแล้วหายตัวไปตำหนักหมอเวก นั่งหัวเราะคิกคักอยู่บนขื่อขณะที่หมอผีกำลังสวดมนต์ หมอเวกสั่งให้ส้มจุกลงมารายงานเดี๋ยวนี้

ส้มจุกก้มกระซิบ หมอเวกยิ้มพอใจฝีมือกุมารทองของตน เอ่ยปากให้กลับไปเฝ้าบ้านธนารักษ์ อย่าให้ผีตนใดเข้าไปได้ ส้มจุกก้มกราบก้นโก่งแล้วหายไป หมอเวกหยิบพานที่มีของขลังต่างๆมาวางตรงหน้าเพื่อปลุกเสก สีหน้าเชื่อมั่นเวทมนตร์ของตน

ท้องฟ้ามืดแล้ว ยงเพิ่งพายเรือพาคุณทับกลับถึงบ้านธนารักษ์ ทั้งคู่มีสีหน้าเหนื่อยอ่อนที่ต้องตะลอนตามหาพิกุลทั้งวัน ยงพาเจ้านายมานั่งพักในห้องรับแขกที่มีคุณดวงรอรับอยู่ คุณดวงถามถึงพิกุล คุณทับส่ายหน้า ไม่พบอะไรทั้งนั้น คุณดวงคิดว่าดานุต้องโกหก

เวลานั้นที่ผับหรูกลางกรุง จิรวัฒน์ พรรวี และวิทย์กำลังเต้นรำสนุกสนานอยู่ด้านใน ส่วนดานุกำลังเคร่งเครียดอ่านอะไรในโทรศัพท์อยู่ด้านนอก

จิรวัฒน์มองเห็นจึงเดินออกมาถาม ดานุตอบว่ากำลังอ่านเรื่องโรคพารานอยด์ สคิซโซเฟรเนีย หรือโรคจิตเภทชนิดหวาดระแวง ทำให้หูแว่ว เห็นภาพหลอน อาการของดาเรศที่เล่าให้ฟังเมื่อกลางวัน

จิรวัฒน์ตกใจที่ดานุปักใจว่าน้าตัวเองเป็นโรคจิต ดานุตอบว่าแค่สงสัย และถามจิรวัฒน์ว่ารู้จักจิตแพทย์บ้างไหม เขาปฏิเสธแต่แนะนำให้ไปถามพรรวีแทน ดานุรีบสั่งห้ามเล่าให้พรรวีฟังเพราะกลัวเธอหัวเราะเยาะครอบครัวของเขาที่เชื่อเรื่องงมงาย

พรรวีเริ่มเบื่อเพราะดานุไม่สนใจทั้งที่มาเที่ยวด้วยกัน พอดีชายหนุ่มโต๊ะใกล้ๆชูแก้วให้ พรรวีสบโอกาสยั่วดานุให้หึงจึงชูแก้วยิ้มหวานตอบ หนุ่มคนนั้นเดินมาชนแก้วทักทายที่โต๊ะ วิทย์จะจัดการแต่ดานุเข้ามาคว้าแก้วชนกับพรรวีตัดหน้า แล้วพูดขอบใจที่จะมานั่งเป็นเพื่อนแฟนเขา ชายหนุ่มหน้าเจื่อนเดินหนีไป

พรรวีดีใจที่ดานุหึง ทั้งคู่หวานใส่กันมากจนจิรวัฒน์แซว พอดีเพลงเร็วเปลี่ยนเป็นเพลงรักช้าๆ ทั้งคู่ออกไปเต้นรำซบกันหวานชื่นบนฟลอร์ จิรวัฒน์มองตามอย่างอิจฉาที่เขาได้แต่แอบรักพรรวี

บนฟลอร์เต้นรำ พรรวีถามดานุถึงเหตุการณ์ในครอบครัว เขาปฏิเสธว่าไม่มีอะไรและหยอกเย้า เธอค้อนแล้วซบอกเขาออดอ้อนอย่างมีความสุข

“เราคบกันมากี่ปีแล้วนะ”

“ห้าปี”

“แต่พอลลี่รู้สึกเหมือนเวลาเพิ่งผ่านไปไม่นานเลย...สำหรับพอลลี่ ถึงได้อยู่กับนุทั้งชีวิตก็ยังไม่พอ”

ดานุหลับตาเคลิ้มกับเสียงเพลง จู่ๆเพลงสากลกลับเปลี่ยนเป็นเพลงไทยเดิม จึงลืมตามองหน้าพรรวีแต่กลับเห็นเป็นหน้าพิกุล เขาตกใจจนหยุดเต้น เผลอเรียกชื่อพิกุลแล้วผลักแฟนสาวออกไป พรรวีตกใจและซักถาม ดานุพยายามตั้งสติยิ้มกลบเกลื่อน แล้วขอตัวไปห้องน้ำ หญิงสาวมองตามอย่างสงสัย

ooooooo

ช่วงเวลาเดียวกันที่ท่าน้ำบ้านธนารักษ์ ดาราเดินมากับพัว ส่วนยงยืนรอพิกุลอยู่ก่อน พัวบอกให้กลับไปเพราะดาราจะรอรับเอง และตนจะอยู่เป็นเพื่อน ยงลังเลเพราะคุณทับสั่งไว้ แต่สุดท้ายก็เดินกลับไป

ดาราคุยกับพัวว่าใกล้จะเที่ยงคืนแล้วแต่พิกุลยังไม่มา คงกลัวอิทธิฤทธิ์ส้มจุก พัวหัวเราะสะใจ แต่ต้องชะงักเมื่อมองไปที่ท่าน้ำเห็นเรือจอดอยู่สองลำ พัวเดินไปขยี้ตามองแล้วหันมาพูดกับเจ้านายให้ช่วยดูว่ามีเรือกี่ลำ ดาราเห็นเรือสองลำเหมือนกับพัว ทั้งคู่สงสัยเพราะบ้านธนารักษ์มีเรือแค่ลำเดียว

พิกุลนั่นเองที่จอดเรืออีกลำไว้ เธอกำลังจะเดินเข้าบ้านธนารักษ์ แต่เจอส้มจุกที่แปลงกายสูงใหญ่ยืนขวาง เธอสั่งให้กลับไปเสีย กุมารทองไม่สนใจพุ่งเข้าทำร้าย พิกุลหลับตาท่องคาถา ทันใดนั้นไฟลุกเผามือ กุมารทองเจ็บร่างหดเล็กลง แต่ยังพุ่งเข้าหาอีก คราวนี้เจอตอบโต้ไฟลุกท่วมร่างร้องโหยหวนก่อนจะหายไป พิกุลมองอย่างเวทนา

ทางด้านดาราที่ถือขวดกุมารทองอยู่ในมือ พลันขวดนั้นแดงขึ้น เธอร้อนจนต้องปล่อยตกพื้น พัวเดินมาก้มจะหยิบ ทันใดไฟก็ลุกท่วมขวด พัวร้องด้วยความตกใจ ดารามองตะลึง

ร่างส้มจุกหายไปพอดีกับยงเดินกลับมา เขาเห็นพิกุลก็ทักขึ้นอย่างประหลาดใจที่ไปรอรับแต่ไม่เจอ พิกุลยิ้มไม่ตอบ แต่ถามถึงอาการดาเรศ

ที่ห้องนอนดาเรศ เจ้าของห้องนอนเฉยมองเพดานน้ำตาคลอเสียใจที่พิกุลไม่มา คุณดวงคะยั้นคะยออย่างไรก็ไม่ยอมกินยา คุณทับจะป้อนยาให้เอง แต่ดาเรศไม่ยอม ตัดพ้อทุกคนว่าโกหกตน

ดาเรศพลิกตัวหันหลังให้ พันกระซิบฟ้องคุณดวงว่าดาเรศทิ้งยาลงถังขยะ คุณดวงเอ่ยถามลูกสาวอย่างอ่อนโยนว่าทำไมทำอย่างนั้น แต่ดาเรศกลับเทยาลงบนพื้น ขว้างถ้วยยาทิ้ง แล้วไล่ทุกคนออกจากห้อง คุณทับกับคุณดวงมองหน้ากันอย่างเคร่งเครียด

ยงนำพิกุลมารอที่หน้าห้องรับแขก ดาราเห็นก็เดินลิ่วเข้ามาไล่พิกุลให้กลับไป พิกุลสวนกลับว่าคงไปไหนไม่ได้เพราะเจ้าของบ้านนี้เป็นคนไปเชิญเธอมาเอง

ดาราบอกว่าตัวเองเป็นเจ้าของบ้านที่มีสิทธิ์ทุกอย่าง คุณทับเข้ามาทันได้ยิน จึงตวาดว่าไม่มีใครมีสิทธิ์ไล่หมอพิกุลได้ทั้งนั้น

“คุณพ่อ นังหมอผีสิบแปดมงกุฎนี่มันเอาผีมาปล่อยที่บ้านเรา แล้วตอนนี้มันก็ทำลายกุมารทองที่หนูเอามาปราบบริวารมันไปแล้ว ต่อไปมันก็คงจะเอาผีมาสิงคนในบ้าน มันต่างหากที่คุณพ่อต้องขับไล่”

“กุมารทองอะไรของแก แกพูดเรื่องอะไร ดารา”

“คุณดาราคงหมายถึงกุมารทองของหมอผีสิบแปดมงกุฎน่ะค่ะ” พิกุลแสร้งแก้ตัวแทน แต่หันไปยิ้มเยาะ

ดาราฟิวส์ขาด เข้าไปกระชากแขนพิกุล แต่พอถูกจับมือและจ้องหน้า ดารากลับยืนแข็งทื่อแล้วทรุดนั่งกับพื้นช้าๆ พัวรีบเข้ามาประคอง ทันใดนั้นดาราก็เริ่มสั่นราวกับถูกผีเข้า คุณทับตกใจเข้าไปจับตัวลูกสาว

“คุณดาราถูกคุณไสยมนตร์ดำจากคนที่มีคาถาอาคม” พิกุลบอกคุณทับ

“นางพัว ดาราไปยุ่งกับคนพวกนั้นหรือเปล่า...บอกมา”

พัวสารภาพว่าพาคุณดาราไปหาหมอผีเวกแล้วได้รับกุมารทองมาไล่ผี พิกุลยืนยันว่าเป็นฝีมือหมอผีคนนี้ เธอจะช่วยถอนมนตร์ดำให้ดาราเอง

พัวกับพันช่วยจับดาราไว้คนละข้าง พิกุลนั่งคุกเข่า พนมมือท่องคาถาแล้วเอามือแตะหน้าผากดารา ร่างดาราค่อยๆหายสั่นหมดแรงนั่งพิงพัว พิกุลหันไปบอกคุณทับว่าให้ดารานอนพักสักครู่แล้วจะดีขึ้น คุณทับสั่งพัวให้พาดารากลับห้อง และสั่งห้ามไปหาหมอเวกอีกเป็นอันขาด

ooooooo

หลังจากนั้นคุณทับพาพิกุลไปที่ห้องดาเรศ

ดาเรศดีใจลุกขึ้นนั่ง ฉุดมือพิกุลให้ลงนั่งข้างๆ ตัดพ้อว่าไม่ยอมมารักษา พิกุลอธิบายว่าเมื่อวานต้องทำพิธีรำบวงสรวงเจ้าแม่วารีขอพรให้ดาเรศ ต้องพักผ่อนจึงมาไม่ได้

คุณดวงรำพึงว่าดานุไม่ได้โกหก แต่คุณทับยังสงสัยจึงถามว่าเมื่อวานเขาก็ไปตามหาแต่ไม่เจอ

พิกุลตอบเรียบๆ “ของบางอย่างอยู่ใกล้ก็เหมือนไกล”

ดาเรศถามว่าทำไมต้องบูชาเจ้าแม่วารี หรือวิญญาณที่มาหลอกเธอเป็นบริวารเจ้าแม่ แล้วเกี่ยวข้องอย่างไรกับเจ้าแม่ คุณทับพอได้ยินชื่อเจ้าแม่วารีก็หน้าซีด

พิกุลมองหน้าคุณทับก่อนตอบดาเรศ “เจ้าแม่วารีเป็นเทพที่ฉันนับถือ ฉันก็เลยขอพรท่านให้ช่วยคุ้มครองคุณ”

ดาเรศได้ยินคิดว่าเจ้าแม่วารีช่วยไล่ผีที่มารังควานไปหมดแล้วก็ดีใจ อยากไปกราบขอบคุณ แต่คุณทับกับคุณดวงห้ามไว้เพราะร่างกายยังไม่แข็งแรง ดาเรศจึงขอให้พิกุลพักอยู่ที่นี่คอยคุ้มครองเธอ พิกุลยิ้มไม่ตอบอะไร ผู้เป็นพ่อกับแม่มองหน้ากัน

คุณทับยืนรอถามอาการดาเรศอยู่หน้าห้องนอน เมื่อพิกุลออกมาจึงขอร้องให้ทำตามคำขอของลูกสาว หญิงสาวขอคิดดูก่อนพร้อมลากลับและพรุ่งนี้จะมาใหม่ คุณทับรั้งไว้เพราะอยากคุยเรื่องเจ้าแม่วารี พิกุลดักคอตอบแทนเหมือนเดาใจเขาได้ คุณทับประหลาดใจ

หญิงสาวขอให้ยื่นมือมา เขาสงสัยถาม เธอยิ้มไม่ตอบ แต่ยื่นมือมาแตะมือคุณทับ แล้วบอกให้หลับตา...

คุณทับทำตาม และเมื่อเขาลืมตาก็เห็นภาพตัวเองในอดีตกำลังพายเรือเทียบท่าบ้านธนารักษ์ที่ระยองในเวลากลางคืน โดยมียันลูกน้องคนสนิทยืนรออยู่ที่ท่าน้ำ เขารีบขึ้นจากเรือถามอาการคุณทิวผู้เป็นพ่อและถามหาทันกับทวนผู้เป็นน้องชาย

ยันตอบว่าคุณทิวอาการไม่ดี คุณทันน้องชายคนรองแวะรับหมอ ส่วนคุณทวนหายไปหลายวันแล้ว

ทับไม่พอใจทวนก่อนจะรีบเดินเข้าไปในห้องเห็นพ่อนอนซมอยู่บนเตียง ก็ทรุดนั่งก้มกราบ คุณทิวลืมตาเห็นว่าเป็นลูกชายคนโตก็ค่อยๆยื่นมือมา พึมพำอะไรบางอย่าง ทับจับมือพ่อไว้ เงี่ยหูเข้าใกล้ คุณทิวบอกลูกชายว่าเจ้าแม่วารีกำลังจะมาทวงคำสาบาน ทับไม่เข้าใจ

“คุณปู่ของแก พระยาธนารักษ์ราชภักดี เล่าให้พ่อฟังก่อนตายว่าตระกูลเรารุ่งเรืองมาได้เพราะสาบานไว้กับเจ้าแม่วารี ขอเอาชีวิตไปแลกชีวิต”

“หมายถึงฆ่าคนบูชายัญเหรอครับ”

“ใช่ พ่อไม่ยอมทำตามคำบนบานของบรรพบุรุษ พ่อถึงต้องชดใช้ด้วยชีวิต อย่าให้น้องแกรู้เรื่องนี้ ปิดบ้านหลังนี้เสีย แล้วพวกแกสามคนออกไปให้ไกลจากที่นี่ ไปให้ห่างจากน้ำ...ระวังนาง...โหง”

พอคุณทิวพูดจบก็นิ่งไป ทับตกใจร้องเรียกพ่อเสียงลั่น

รุ่งเช้า ทันพาหมอมา แต่พ่อหายตัวไปแล้ว สองพี่น้องตกใจมาก ทุกคนโกลาหลตามหาทั่วบ้านจนไปถึงท่าน้ำ เห็นร่างคุณทิวนอนคล้ายถูกมัดมืออยู่ในเรือ จึงตะโกนสั่งกันให้นำร่างขึ้นมา หมอรีบปั๊มหัวใจ...แต่สายเกินไปแล้ว

ในงานศพคุณทิว ทวนเมาเหล้าเดินเซเข้ามากอดรูปพ่อร้องไห้ขอโทษที่มาไม่ทันดูใจ พี่ชายทั้งสองคนยืนมองด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย ก่อนที่ทับจะเอ่ยปากบอกเรื่องคำสั่งเสียของพ่อให้ปิดบ้านนี้ ทวนไม่ยอมย้าย

ทันขอกลับอยุธยาไปสะสางงานและพาภรรยามาร่วมงาน ทับจึงอาสาอยู่จัดการที่นี่เอง

ผ่านไปไม่กี่วันขณะที่ทับสั่งคนรับใช้ให้ยกเรือมาดที่คุณทิวนอนตายเข้าไปไว้ในโรงเก็บเรือ ยันก็วิ่งกระหืดกระหอบมาแจ้งข่าวคุณทันจมน้ำตาย ทับรีบวิ่งไปที่ศาลาท่าน้ำทันที

ร่างทันนอนหน้าซีดบนพื้นศาลา เยื้อนภรรยานั่งร้องไห้ข้างๆ ทับเสียใจ ส่วนทวนไม่อยากเชื่อเพราะพี่ชายว่ายน้ำแข็งมาก เยื้อนเล่าว่าเรือจะถึงท่าอยู่แล้ว จู่ๆคุณทันก็บอกว่าเห็นคนจมน้ำแล้วกระโดดจมหายไป

เธอบอกว่าก่อนหน้าฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งพายเรือมาถามหาคุณทัน จะมารับตัวเขาไป ทวนไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ส่วนทับสีหน้ากังวล

ooooooo

ที่บ้านธนารักษ์ บางโพ ทวนเพิ่งกลับจากระยอง เดินพล่านในห้องรับแขก ทับถามว่าเป็นอะไร ทวนเล่าให้ฟังว่าฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งพายเรือมาร้องเรียกที่ท่าน้ำทุกคืน ถามว่าเป็นลูกหลานพระยาธนารักษ์ราชภักดีหรือไม่ ถ้าใช่จะมารับตัวไป ทับได้ยินแล้วกังวล จึงตัดสินใจเล่าเรื่องที่คุณทิวผู้เป็นพ่อสั่งเสียไว้ให้น้องชายฟัง

เวลาต่อมาที่บ้านธนารักษ์ ระยอง ขณะนั้นฝนฟ้ากำลังคะนอง ยันเห็นโรงเก็บเรือเปิดอ้า เรือมาดที่เก็บไว้หายไป เขาตกใจวิ่งตามหาไปจนถึงท่าน้ำ เห็นทวนโซเซก้าวลงเรือจึงร้องถาม ทวนไม่สนใจพายเรือออกไป เรือมาดลำนั้นลอยตามแม่น้ำ แต่จู่ๆก็วนเป็นวงกลมแล้วจมดิ่ง สักพักก็ผุดขึ้นมา ร่างคุณทวนหายไปแล้ว...

คุณทับตื่นจากภวังค์ที่จมลึกไปสู่อดีต...พิกุลค่อยๆปล่อยมือ คุณทับประหลาดใจความสามารถของหญิงสาวจนต้องเอ่ยปากถาม

พิกุลยิ้มให้ “คนเรามีความทรงจำที่มันฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกทุกคน เพียงแต่บางครั้ง เราแค่แกล้งลืมมันไป ทั้งที่มันไม่เคยจางหาย”

“ฉัน​เก็บ​มัน​ไว้​นาน​แสน​นาน ไม่​คิด​ว่า​จะ​พูด​เรื่องนี้​กับ​ใคร​อีก แม้แต่​ลูก​กับ​เมีย ฉัน​ก็​ไม่​เคย​เล่า​ให้​ฟัง เพราะ​ฉัน​ไม่​คิด​ว่า​เรื่อง​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​ฉัน​เคย​บนบาน​เจ้าแม่​วารี​จะ​เป็น​ความ​จริง ปู่​ย่า​ตา​ยาย​ของ​ฉัน​ไม่​น่า​จะ​ใจร้าย​ฆ่า​คน​บูชายัญ​ได้”

“เพื่อ​ให้​ได้​ใน​สิ่ง​ที่​ตัว​เอง​ปรารถนา มนุษย์​ทำได้​ทุก​อย่าง”

คุณ​ทับ​ถาม​ว่า​เจ้าแม่​วารี​คือ​วิญญาณ​ที่​มาเอา​ชีวิต​และ​คอย​ตาม​รังควาน​คนใน​ครอบครัว​ใช่​หรือ​ไม่ พิกุล​ตอบ​ว่า​เจ้าแม่​วารี​สูงส่ง​เกิน​กว่า​จะ​ทำ​เช่น​นั้น คุณ​ทับ​อยาก​รู้​วิญญาณ​พวก​นั้น​เป็น​ใคร

“นาง​โหง...วิญญาณ​พวก​นั้น​เป็น​บริวาร​ของ​นางโหง”

คำ​พูด​ของ​คุณ​ทิว​ผู้​เป็น​พ่อ​แว่บ​ขึ้น​มา​ใน​หัว​คุณ​ทับ “ไป​ให้​ห่าง​จาก​น้ำ...ระวัง นาง...โหง”

ooooooo

ที่​บ้าน​ดา​ริ​กา ดา​นุ​นอน​หลับ​อยู่​บน​โซฟา ​ฝัน​เห็น​ผู้หญิง​ร่าย​รำ​บน​เรือ คว้า​ปิ่น​แทง​คอ​ตัว​เอง​แล้ว​หล่น​น้ำ​ดัง​ตูม ดา​ริ​กา​เห็น​ลูก​ชาย​นอน​กระสับกระส่าย​จึง​เข้า​มา​ปลุก ดา​นุ​ตื่น มอง​หน้า​แม่​งงๆ สงสัย​ว่า​มา​นอน​ตรง​นี้​ได้​อย่างไร

ดา​นุ​ขึ้น​ไป​อาบ​น้ำ​เปลี่ยน​เสื้อ​ผ้า​แล้ว​ลง​มา​นั่ง​ดื่ม​กาแฟ​คุย​กับ​แม่ เขา​บอก​ว่า​ไม่ได้​เมา​แต่​คง​กลัว​ทำ​เสียงดัง​เลย​นอน​ข้าง​ล่าง ดา​ริ​กา​เย้า​ว่า​ไม่ทัน​แก่​ก็​หลงๆลืมๆแล้ว ดา​นุ​สารภาพ​ว่า​ไม่ค่อย​ได้​นอน แม่​เตือน​ให้​เลิก​สนใจ​เรื่อง​ที่​บ้าน​ธนารักษ์​เพราะ​คง​แก้ไข​อะไร​ไม่ได้

ดา​นุ​แย้ง​ว่า​ถ้า​ให้​ดา​เรศ​ไป​พึ่ง​คน​อื่น​ที่​ไม่​ใช่​หมอ​จะ​ยิ่ง​แย่ คน​อื่น​ของ​ดา​นุ​คือ​พิกุล ดา​ริ​กา​ไม่​เห็น​ด้วย​เพราะ​คิด​ว่า​หญิง​สาว​เป็น​แค่​หมอดู​ธรรมดา​แต่​สวย​มี​เสน่ห์​และ​ฉลาด ใคร​เห็น​ก็​ต้อง​ชอบ ดา​นุ​รู้สึก​ถูก​แทงใจดำ​เลย​เฉ​พูด​ว่า​น่า​จะ​เป็น​คน​เจ้าเล่ห์​มาก​กว่า ดา​ริ​กา​ตกใจ​ถาม​ว่า​เคย​ถูก​พิกุล​หลอก​หรือ ดา​นุ​ปฏิเสธ

ดา​ริ​กา​เชื่อใจ​ลูก​ชาย​ว่า​ไม่​ถูก​หลอก​ง่ายๆ ถาม​ดานุ​ว่า​จะ​หยุด​ที่​พร​รวี​แล้ว​ใช่​ไหม เขา​ตอบ​ว่า​คง​ใช่ จึงเตือน​ลูก​ชาย​ให้​เริ่ม​คิด​ว่า​รัก​พร​รวี​จริง​หรือ​ไม่ อย่า​หลอก​ให้​ใคร​รอ เพราะ​ผู้หญิง​ยิ่ง​รัก​มาก​ยิ่ง​แค้น​มาก

ดา​ริ​กา​หอม​แก้ม​ลูก​ชาย​ลุก​จะ​ออก​ไป​ทำ​งาน อนงค์​แม่บ้าน​วิ่ง​ลง​จาก​ชั้น​บน​ถือ​ตะกร้า​ผ้า​จะ​ไป​เปิด​ประตู​ให้​ดา​ริ​กา เธอ​ยื่น​ดอก​พิกุล​ให้​ดา​นุ​บอก​ว่า​เจอ​ใน​กระเป๋า​เสื้อ ดา​นุ​มอง​ดอกไม้​นึก​ได้​ว่า​โยน​ทิ้ง​ถัง​ขยะ​ไป​แล้ว เขา​อึ้ง​และ​สับสน

ศิ​ตา​พา​ดา​ริ​กา​ไป​ดู​ที่ดิน​ริม​แม่น้ำ​ที่​ต่าง​จังหวัด ดา​ริ​กา​ถูกใจ​มาก เลขาฯ​บอก​ว่า​เหลือ​แค่​ตกลง​ราคา​ก็​เซ็น​ สัญญา​ซื้อขาย​ได้​เลย ธีระเจ้าของ​สวน​เดิน​เข้า​มา​พร้อม​เกลียว​กมล ศิ​ตา​ตกใจ ส่วน​ดา​ริ​กา​ยกมือ​ไหว้​ค้าง

เกลียว​กมล​แสร้ง​ทำ​เป็น​เพิ่ง​เห็น​ดา​ริ​กา ทักทาย​เสียง​ใส​แล้ว​บอก​ว่า​วัน​นี้​เธอ​มา​เซ็น​สัญญา​ซื้อขาย​ที่ดิน​กับ​ธีระ ดา​ริ​กา​กับ​ศิ​ตา​ตกใจ ทวง​ถาม​ความ​จริง ธีระ​บอก​ว่า​จะ​ขาย​ให้​เกลียว​กมล​เท่านั้น​แล้ว​ไล่​ทั้ง​คู่​กลับ ดา​ริ​กา ​กับ​ศิ​ตา​เดิน​กลับ​อย่าง​เคียดแค้น เกลียว​กมล​มอง​ตาม​สะใจ

ศิ​ตา​ไม่​เข้าใจ​สาเหตุ​ความ​เกลียด​ชัง​ของ​ทั้ง​คู่ พอดี​เกลียว​กมล​โทร.​มา​เยาะเย้ย​ดา​ริ​กา เธอ​สบ​โอกาส​ตอกย้ำ​ความ​พ่าย​แพ้​ของ​เกลียว​กมล​ใน​อดีต ศิ​ตา​จึง​ได้​รู้​ว่า​ทั้งคู่​เคย​รัก​ผู้ชาย​คน​เดียวกัน คือ​ดนัย อดีต​สามี​ของ​ดา​ริ​กา เกลียวกมล​ถึง​จงเกลียดจงชัง​ดา​ริ​กา​นับ​แต่​นั้น

เกลียว​กมล​แค้น​ใจ​ที่​ถูก​ดา​ริ​กา​ตอก​กลับ เธอ​ควัก​ขวด​เล็กๆขึ้น​มา เอา​นิ้ว​มือ​แตะ​แล้ว​เดิน​ไป​หา​ธีระ​ที่​ยืน​งง​อยู่ เขา​หัน​มา​เห็น​เกลียว​กมล​ถาม​ว่า​เป็น​ใคร เกลียว​กมล​ เอา​นิ้ว​มือ​แตะ​ที่​ลำ​คอ​ธีระ เขา​เคลิ้ม​เออออ​ตาม​เกลียว​กมล​ว่า​จะ​ขาย​ที่ดิน​ให้​เธอ​คน​เดียว​เท่านั้น...ธีระ​โดน​น้ำมันพราย​จาก​เกลียว​กมล​นั่นเอง

ศิ​ตา​ชวน​ดา​ริ​กา​ไป​ดู​ที่ดิน​ผืน​งามๆแถว​นี้​อีก แต่​เธอ​ไม่​ยอม​เสีย​เวลา สั่ง​ศิ​ตา​ให้​ส่ง​รูป​บ้านเรือน​ไทย​ที่​ระยอง​ไป​ให้​ปีเตอร์​ด่วน เรื่อง​ที่​เหลือ​จะ​จัดการ​เอง

ooooooo

เมี้ยน​ขี่​จักรยาน​มา​ทวง​เงิน​ค่า​บูชา​ครู​ถึง​บ้าน​ธนารักษ์ พัว​มา​เห็น เมี้ยน​จึง​ขอ​ค่า​ครู​ตาม​ที่​สัญญา​กัน​ไว้ พัว​ไม่​ให้​เพราะ​กุมาร​ทอง​ปราบ​ผี​ไม่​สำเร็จ เมี้ยน​โกรธ​จะ​ไป​แจ้ง​ตำรวจ พัว​ท้า​เพราะ​ตน​จะ​ไป​แจ้งเหมือนกัน​ว่า​เมี้ยน​กับ​หมอ​เ​วก​เป็น​สิบแปดมงกุฎ ทั้งคู่​ตบ​ตี​กัน​ชุลมุน

พัน​กับ​คำ​วิ่ง​มา​ห้าม เมี้ยน​ชุลมุน​ตบ​คำ​ไป​ฉาด​หนึ่ง คำ​โมโห​จะ​พุ่ง​เข้า​ตบ เมี้ย​นก​ลัว​โดน​รุม​เลย​วิ่ง​ไป​ขี่​จักรยาน​หนี​ออก​ไป พัว​สั่ง​ห้าม​ไม่​ให้​พัน​กับ​คำ​เล่า​เรื่องนี้​ให้​เจ้านายฟัง แต่​พัน​จำ​ได้​ว่า​เมี้ยน​เป็น​ภรรยา​หมอผี​เ​วก

หมอ​เ​วก​เดิน​หาว​จาก​ห้อง​นอน​มา​ถึง​ห้อง​พิธี เห็น​หญิง​สาว​คน​หนึ่ง​นั่ง​อยู่​กับ​พื้น​หน้า​ตั่ง​พิธี​จึง​ร้อง​ทัก หญิงสาว​คน​นั้น...พิกุล​นั่นเอง​ที่​พา​บริวาร​มา​คืน ส้ม​จุก​คลาน​ออกมา​จาก​ด้าน​หลัง​ไป​ฟุบ​อยู่​หน้า​หมอ​เ​วก​ใน​สภาพ​ตัว​แดง ร้องให้ช่วย​แล้ว​ร่าง​สลาย​ไป

หมอผี​โกรธ​มาก​คว้า​มีดหมอ​จะ​ชัก​ออก​จาก​ฝัก​แต่​ชัก​ไม่​ออก พิกุล​จ้อง​ที่​ข้อ​มือ​หมอผี จู่ๆข้อ​มือ​ของเขา​ก็​ถูก​บิด มีด​ร่วง​ตก​พื้น

เมี้ยน​ขี่​จักรยาน​กลับ​มา​ถึง​ตำหนัก​เห็น​ปิด​เงียบ​ก็​หงุดหงิด​ที่​สามี​ไม่​เปิด​ตำหนัก เธอ​รีบ​เข้าไป​ห้อง​พิธี เห็น​เขา​นั่ง​สวด​มนต์​คล้อง​ประคำ​เต็ม​คอ เมี้ยน​เล่า​เรื่อง​ที่​โดน​คน​รับ​ใช้​บ้าน​ธนารักษ์​รุม อยาก​ให้​เขา​เสก​หนัง​ควาย

เข้า​ท้อง​เพื่อ​แก้แค้น เ​วก​ปฏิเสธ​เสียง​สั่น​และ​เล่า​เรื่อง​ส้มจุก​ที่​ถูก​ทำร้าย​จน​ร่าง​สลาย​ให้​เมี้ยน​ฟัง ก่อน​บอก​ว่า​ถ้า​ยัง​อยาก​มี​ชีวิต อย่า​ไป​ยุ่ง​กับ​คน​บ้าน​นั้น​อีก

ooooooo

คุณ​ดวง​สำรวจ​ความ​เรียบร้อย​ของ​ห้อง​ที่​จะ​ให้​พิกุล​ค้าง ดา​เรศ​ตื่นเต้น​มาก ต่าง​จาก​ดา​ริ​กา​ที่​ไม่ชอบใจ แต่​ข่ม​อารมณ์​ไว้​ไม่​อยาก​หงุดหงิด จึง​ถาม​ถึง​คุณทับ คุณ​ดวง​ตอบ​ว่า​กำลัง​เตรียม​พิธี​บวงสรวง​อยู่ ดา​ริ​กา​งง​หนัก

ที่​ท่า​น้ำ​บ้าน​ธนารักษ์ คุณ​ทับ​คุม​ยง คำ พัน จัด​โต๊ะ​บวงสรวง ดา​ริ​กา​เดิน​มา​ดู คุณ​ทับ​หัน​มา​สั่ง​ให้​ไป​ตาม​ดา​นุ​มา​ด้วย​จะ​ได้​พูด​กัน​ครั้ง​เดียว​ให้​เข้าใจ

ขณะ​นั้น​ดา​นุ​ไป​ปรึกษา​เรื่อง​วิธี​รักษา​ดา​เรศ​กับ​จิตแพทย์​ที่​โรงพยาบาล จิตแพทย์​แนะนำ​ให้​เขา​เก็บ​รายละเอียด​ของ​คนไข้​มา​ให้​มาก​ที่สุด โดย​ใช้​ความ​สนิท​ความ​ไว้ใจ​ค่อยๆถาม และ​ตะล่อม​คนไข้​ให้​มา​รักษา​ที่​โรงพยาบาล​ให้​ได้ ดา​นุ​รับปาก​ทั้งที่​หนักใจ

ดา​นุ​เดิน​ออก​จาก​ห้อง​ตรวจ หยิบ​โทรศัพท์​ที่​ปิด​ไว้​มา​เปิด​ดู เห็น​สาย​เรียก​เข้า​จาก​ดา​ริ​กา​ถึง​สิบห้า​สาย​ก็​ตกใจ​ว่า​ต้อง​เกิด​อะไร​ขึ้น​อีก​แน่นอน จึง​รีบ​ไป​บ้านธนารักษ์

ที่​ห้อง​รับแขก​บ้าน​ธนารักษ์ คุณ​ทับ​เรียก​ประชุม​สมาชิก​ครอบครัว​ทุก​คน​เรื่อง​พิกุล ดารา​โวยวาย​ไม่พอใจ​ที่​พิกุล​จะ​มา​อยู่ร่วม​ชายคา ดา​นุ​มา​ถึง​พอดี ถามว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น ดา​ริ​กา​หัน​ไป​ต่อว่า​ลูก​ชาย​ว่า​โทร.​ไป​ไม่​รับ​สาย เขา​เฉไฉ​ตอบ​ว่า​ประชุม​อยู่

ดารา​ได้ที​หา​พวก ฟ้อง​หลาน​ชาย​ว่า​คุณ​ตา​จะให้​พิกุล​มา​อยู่​ที่​บ้าน​เพื่อ​รักษา​ดา​เรศ ทั้งที่​เธอ​ถูก​มนตร์​ดำ​ของ​พิกุล​ทำร้าย​เมื่อ​คืน​ก่อน

ดา​นุ​นิ่ง​มอง​หน้า​คุณ​ทับ นึกถึง​คำ​พูด​ของ​จิตแพทย์​ว่า​ไม่​ให้​ใช้​ไม้แข็ง​กับ​คนใน​ครอบครัว จึงบอก​น้า​สาว​ว่า​ขอ​ให้​ยอม​ทำ​ตาม​ที่​คุณ​ทับ​บอก​เพื่อ​ความ​สบายใจ​ของ​ดา​เรศ ดารา​โมโห​ไม่​ยอม​และ​จะ​เดิน​หนี คุณ​ทับ​ตวาด​ห้าม​ไม่​ให้​ไป​ไหน แล้ว​ประกาศ​กร้าว

“ทุก​คน​ต้อง​อยู่​รอ​หนู​พิกุล​ที่​นี่ เพื่อ​ทำ​พิธี​บูชา​นางโหง”

ดารา​หยุด​ชะงัก ทุก​คน​ตกใจ มอง​มา​ที่​คุณ​ทับ​เป็น​ตาเดียว ดา​นุ​ถาม​คุณ​ตา​ว่า

“นาง​โหง นาง​โหง​คือ​ใคร​ครับ”

ที่​ห้อง​ใน​เรือนไทย พิกุล​นั่ง​หวี​ผม​อยู่​หน้า​กระจก​ใน​ความ​มืด​สลัว เงา​ใน​กระจก​สะท้อน​ภาพ​ผี​ไอ้​ทอง​กับ​ผี​อี​แก้ว​ปรากฏ​ตัว​ขึ้น​ด้าน​หลัง พิกุล​ยิ้ม​เย็น วาง​หวี​ก่อน​ลุก​ขึ้น​หัน​ไป​บอก​บริวาร​ทั้ง​สอง

“ถึง​เวลา​ของ​การ​ชดใช้​แล้ว”

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement